LOGINทว่าเจ้าโจวเหยียนนั่น ยังไม่ทันขึ้นนั่งบัลลังก์ก็ทำร้ายผู้คนไปนับไม่ถ้วน โจวหย่งขบคิดอยู่เป็นนาน ก่อนจะบอกตัวเองว่าจะปล่อยให้พี่ชายต่างมารดาผู้นั้นขึ้นเป็นฮ่องเต้ไม่ได้อย่างเด็ดขาด!ร่างของอี้หานชิงถูกนำลงมาเป็นคนสุดท้าย ดวงตาเรียวมองสำรวจผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อตาเผยแววหนักใจออกมาวูบหนึ่ง อินเอ๋อร์ต
“ลูกยังไม่โง่งมถึงขั้นนั้นหรอกพ่ะย่ะค่ะ ทำแบบนั้นก็สมพระทัยเสด็จพ่อน่ะสิ ที่จะให้เจ้าเก้ารับบทวีรบุรษของแคว้น” ดวงตาเรียวหยีแย้มยิ้มให้บิดาด้วยท่าทางอารมณ์ดียิ่ง“นำตัวคนเข้ามา!” สิ้นเสียงตวาด กลุ่มคนจำนวนหนึ่งก็ถูกฉุดลากเข้ามา โจวฮ่องเต้เบิกพระเนตรกว้าง ภายในพระทัยเกิดความหวั่นไหวจนแสดงออกทางพระพัก
อากาศในเดือนสิบสองหนาวเย็นสมกับเป็นฤดูเหมันต์ การฟาดฟันกันระหว่างหลี่อ๋องกับอ๋องเก้าในวันที่สิบหกของเดือนสิบสอง กองทัพอ๋องเก้าก็สามารถตีฝ่าประตูเมืองหลวงได้ภายใต้การนำทัพของแม่ทัพใหญ่จาง กองกำลังทหารในเมืองหลวงล้วนไม่ใช่คู่ต่อสู้ จวนสกุลหยางกับสกุลหลี่ที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการก่อกบฏถูกทหารบุกเข้า
“ท่านอ๋องโปรดถนอมตัวด้วย อย่าให้โทสะมาบดบังความคิดจนเสียการใหญ่เลยพ่ะย่ะค่ะ” หยางเหลียงก้าวออกมาเตือนสติ“ท่านตาไม่ต้องเป็นห่วง เปิ่นหวานยังมีสติดี” หลี่อ๋องหันมาตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ดาบในมือถูกโยนทิ้งก่อนจะรับผ้าจากนางกำนัลมาเช็ดทำความสะอาดหากยังมีสติอยู่ก็ไม่ควรสังหารคนจนหมดเช่นนี้ ยังค้นหาตัวอ
คล้ายว่าคำก่นด่าของพระบิดาจะทำให้โจวเหยียนยิ่งบ้าคลั่ง เขาเปล่งเสียงหัวเราะราวกับขบขันเสียเต็มประดา“เดรัจฉานอย่างนั้นหรือ! เสด็จพ่อคงไม่ทรงรู้ เดรัจฉานที่แท้จริงต้องแบบนี้ต่างหาก!”พูดจบก็กระชากเอาแม่ลูกคู่หนึ่งจากในกลุ่มนั้นลากมาหยุดยังเบื้องหน้าฮ่องเต้ เสียงกรีดร้องร่ำไห้ระงมจนฟังไม่ได้ศัพท์ดังไป
แน่นอนคำถามนี้ไม่มีสิ่งใดไม่ถูก เสด็จพ่อไม่เคยไม่ไว้หน้าเขาในฐานะโอรสองค์โต มีเพียงเรื่องเดียวที่พระองค์ไม่ทรงตามใจเขา นั่นก็คือเรื่องของอี้อิน และนี่ก็เป็นปมในใจโจวหย่งมาตลอด“เสด็จพ่อทรงไม่ไปเป็นนักแสดงละคร เรื่องนี้นับว่าน่าเสียดายอย่างยิ่งจริงๆ ที่พระองค์ทรงทำทั้งหมดล้วนรู้ดีแก่พระทัยว่าทรงทำไปเ
งานเทศกาลลอยโคมของต้าโจวทุกปีล้วนจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ความครื้นเครงของผู้คนทำให้ร้านค้าพลอยคึกคักไปด้วย บรรดาหนุ่มสาวชาวบ้าน ผู้เฒ่าผู้แก่ตลอดจนถึงเด็กเล็กล้วนจับจูงกันมาร่วมงานด้วยใบหน้าชื่นมื่น แน่นอนว่าอี้อินเองก็เช่นกันปีนี้อี้อินอายุเต็มสิบหก ผ่านพ้นพิธีปักปิ่นมาเป็นที่เรียบร้อย หญิงสาวกวาดตาม
“ฮุ่ยอ๋องถูกจับขังคุก ฮ่องเต้ทรงตกพระทัยจนพระอาการประชวรทรุด เรื่องราวน้อยใหญ่ยกให้หลี่อ๋องเป็นผู้ดูแลขอรับ”ซุนเฉินหนึ่งในผู้คุ้มกันที่หลงจู๊ชวีมอบให้นาง กลับมารายงานสถานการณ์ในเมืองหลวงให้อี้อินฟังหลังกลับมาจากการลอบสืบข่าว อี้อินซักถามถึงความเป็นไปอย่างคร่าวๆ ก่อนจะเผยสีหน้าเคร่งขรึมเมื่อซุนเฉินก
“หยุดรถ!” เสียงใสตะโกนสั่ง รถม้าที่กำลังแล่นลดความเร็วลงจอดเทียบถนนช้าๆ จากนั้นอี้อินกับพวกปี้หยวน จื่อหวายจึงกระโดดลงพื้นอย่างว่องไว“อีกประเดี๋ยวให้เจ้าขับรถม้าวนถนนรอบเมืองหนหนึ่ง เสร็จแล้วค่อยกลับวังอ๋องเข้าใจไหม”เห็นสีหน้าจริงจังของผู้เป็นนาย คนขับรถม้าไม่กล้าชักช้า เขารับคำพลางกระตุกสายบังเหี
เดือนสามย่างเข้าฤดูใบไม้ผลิ สายลมอบอุ่นพัดผ่านประปรายด้วยกลีบเถาฮวาสีสด ต้าโจวแห่งรัชสมัยโจวหลงฮ่องเต้แม้ไม่เรียกได้ว่าเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุด หากก็ยังห่างไกลคำว่าทุกข์ยากแสนเข็ญอยู่มากโข“น้องรอง ว่าวของเจ้ากำลังจะตกแล้วนะ!”เสียงร้องโหวกเหวกของดรุณีน้อยดังกังวานสดใส เจ้าของนามที่ถูกเรียกแหงนใบหน้า







