เข้าสู่ระบบ“หลี่อ๋องเป็นคนยึดติด ภายหน้าไม่แค่พระองค์ แม้แต่อินเอ๋อร์เองก็เกรงว่า...”นิสัยมีแค้นต้องชำระ ไม่ตายไม่เลิกรา ของหลี่อ๋องใครๆ ก็ต่างรู้ดี อี้อินหักหน้าไม่ยอมเป็นสตรีของเขา เขาไม่มีทางยอมปล่อยนางลอยนวลแน่สองบุรุษต่างวัยมองหน้ากันอย่างหนักใจ ก่อนที่โจวหย่งจะเป็นฝ่ายหลบสายตา“เรื่องนี้ข้าจะคิดหาหนทาง
เหตุการณ์ที่ผู้ดูแลถูกปลด สุยเซียนโดนโบย แพร่ไปในหมู่ข้ารับใช้อย่างรวดเร็ว บรรดาคนที่เคยดูแคลนพระชายาคนใหม่ต่างนึกเสียใจจนลำไส้เขียว นึกกลัวว่าในอนาคตจะถูกเจ้านายผู้นี้ผูกใจเจ็บเรื่องที่ตนถือหางสุยเซียน แต่ก็ยังมีบางส่วนที่เฝ้ารอดูท่าทีของท่านอ๋องเก้าสุยเซียนถูกโบยจนเนื้อตัวแตกยับ ยังดีที่ขันทีผู้ล
ต่อให้อากาศเดือนสิบเอ็ดจะเย็นสบายแค่ไหน ถ้าต้องมาคุกเข่าเบียดเสียดกันนานขนาดนี้ก็กลายเป็นความร้อนได้เหมือนกัน เมื่อรวมกับอาการปวดเมื่อยของร่างกาย หลายคนก็เริ่มมีเหงื่อไหลออกมาให้เห็น“หือ ทำไมพวกเจ้าถึงหน้าแดงเหงื่อไหลกันเช่นนั้นเล่า!...ปี้หยวน พวกเจ้าไปนำน้ำลูกเหมยเย็นๆ มาให้พวกเขาดื่มคนละแก้วสิ”ป
ทั้งสองกลับถึงวัง สิ่งของพระราชทานก็ตามมาติดๆ อี้อินนั่งมองของล้ำค่าตรงหน้าอย่างหม่อลอย ในวันแต่งงานของนางกับโจวหย่ง ฮ่องเต้พระราชทานของขวัญแค่ไม่กี่อย่าง แม้แต่ถ้อยคำอวยพรยังมีเพียงใจความสั้นๆ รวบรัดไม่กี่คำอี้อินหาใช่คนโง่เขลา มีหรือนางจะคิดไม่ได้ ฮ่องเต้มิได้ไม่ไยดีโอรสองค์นี้ แต่ยังคิดอ่านวางแผ
นางแต่งให้โจวเหยียนได้เพียงไม่นาน พระชายารองคนที่สอง สาม และสี่ห้าก็เริ่มทยอยเรียงกันเข้ามา ไหนจะบรรดาอนุและสาวใช้อุ่นเตียงที่มีมาอีกนับไม่ถ้วน เวลาแค่ช่วงสั้นๆ ทว่าบันไดหยกหน้าเรือนนางกลับพร่างพราวด้วยน้ำค้างขาว ค่ำคืนเหน็บหนาวมีเพียงนางที่เฝ้าห้องหออยู่เดียวดายเป็นเช่นนี้หยางฮองเฮายังกล้าเอ่ยปากต
แม้ค่ำคืนที่ผ่านมาจะถูกเคี่ยวกรำหนักหน่วง แต่เพราะต้องเข้าวังหลวง อี้อินจึงฝืนลืมตาขึ้นมาอย่างยากลำบากในยามเหม่าดวงตาหงส์ที่ยังไม่ค่อยมีสตินัก สบประสานกับดวงตาเรียวอยู่เป็นครู่ใหญ่ จนในที่สุดโจวหย่งก็เป็นฝ่ายหัวเราะออกมา สีหน้างุนงงของคนในอ้อมแขนน่าเอ็นดูอย่างยิ่ง คิดแล้วท่านอ๋องเก้าจึงจดริมฝีปากลง







