เข้าสู่ระบบเพนต์เฮาส์ชั้นบนสุดของตึกหรูยังคงเงียบสงัดราวกับถูกแช่แข็งในน้ำแข็งดำสนิท แสงไฟนีออนสีน้ำเงินเย็นเฉียบสาดส่องลงมาเพียงพอให้เห็นเงาของร่างบางที่คุกเข่าอยู่บนพื้นหินอ่อนเย็นยะเยือก นลินก้มหน้าต่ำ มือเรียวที่เคยสั่นเมื่อต้องเขียนเช็คชำระหนี้พ่อ ตอนนี้กำแน่นจนเล็บจิกเนื้อฝ่ามือแดงฉ่ำ หยาดน้ำตาไหลรินไม่หยุด เปียกแก้มขาวซีด แต่ละหยดไม่ใช่เพียงน้ำตาแห่งความสิ้นหวัง มันคือเลือดแห่งความอัปยศที่เธอต้องกลืนลงคอซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“ลิน… ลินยอมค่ะ” เสียงของเธอสั่นเครือแทบไม่ได้ยิน “สามแสน… ลินยอมทำทุกอย่าง”
เตโชยืนกอดอกอยู่ตรงหน้า สูงโปร่งในเสื้อเชิ้ตสีดำที่เปิดกระดุมสองเม็ด กลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นเหล้ารัมราคาแพงลอยคลุ้ง เขามองลงมาด้วยสายตาที่เย็นชาจนเหมือนมีดกรีดเนื้อ แต่ในส่วนลึกของดวงตาคมกริบนั้น มีประกายแห่งความเจ็บปวดวูบไหวเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะถูกความหึงหวงและความโกรธกลบมิด
“คลานเข้ามา นลิน” เสียงทุ้มต่ำทุรนทุรายแต่เต็มเปี่ยมด้วยอำนาจ “ถ้าสามแสนคือค่าตัวใหม่ของเธอ… ก็พิสูจน์ให้พี่เห็นหน่อยสิ ว่าสินค้าที่พี่เคยซื้อไว้ มันยังมี ‘ค่า’ พอให้พี่จ่ายต่อหรือเปล่า”
นลินรู้สึกเหมือนหัวใจถูกฉีกขาดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย เธอไม่กล้าสบตาเขา ค่อย ๆ ก้มตัวลงต่ำ มือและเข่าแตะพื้นเย็นเฉียบ ทุกการเลื่อนตัวไปข้างหน้าคือการเหยียบย่ำศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด ‘ขอบคุณนะคะพี่เต… ขอบคุณที่ทำให้ลินรู้ตัวว่าตัวเองไม่เคยมีค่าอะไรเลย’ ความคิดนั้นวนเวียนในหัวจนน้ำตาไหลยิ่งหนัก เธอคลานช้า ๆ ทุกนิ้วที่ขยับคือความเจ็บปวดที่แทงทะลุหัวใจ
เมื่อถึงแทบเท้าเขา นลินเงยหน้าขึ้นช้า ๆ ดวงตาแดงก่ำมองชายหนุ่มที่ครอบครองทุกอย่างของเธอ มือสั่นเทาเอื้อมไปแตะหัวเข่าของเขาเบา ๆ “พี่เต… ลินยอมแล้วค่ะ จะให้ลินทำอะไร… ลินยอมทั้งหมด”
เตโชแค่นยิ้มเย็น มือใหญ่เอื้อมลงมาเชยคางเธอขึ้นอย่างแรง บังคับให้เธอสบตากับเขาโดยตรง “ดี… งั้นเริ่มเลย ปรนนิบัติพี่ให้หายแค้นใจก่อน ทำให้พี่เห็นว่าสินค้าเกรดเอของพี่มันเหนือกว่าพวกผู้หญิงในคลับที่พี่เคยซื้อมาทุกคนยังไง”
เขาดึงตัวเธอขึ้นยืนแล้วพาไปที่เตียงขนาดคิงไซส์ที่ปูด้วยผ้าปูสีดำสนิท เตโชนั่งลงที่ขอบเตียง กางขาออกกว้าง เสื้อเชิ้ตถูกปลดกระดุมหมดแล้วเผยให้เห็นกล้ามอกแน่นและรอยสักมังกรที่ปกคลุมไหล่ซ้าย เขาไม่พูดอะไรอีก แค่จ้องมองเธอด้วยสายตาที่บอกชัดว่า “ลงมือเดี๋ยวนี้”
นลินทรุดตัวลงคุกเข่าอีกครั้งระหว่างขาของเขา มือสั่นเทาเลื่อนไปปลดเข็มขัดหนังสีดำของเขา เสียงซิปดังกร๊อบก้องในห้องเงียบ มือเธอสั่นเมื่อดึงกางเกงและกางเกงในลง เผยให้เห็นความเป็นชายที่แข็งตัวเต็มที่เพราะความโกรธและความปรารถนาที่ผสมปนเปกัน กลิ่นกายผู้ชายรุนแรงผสมกลิ่นเหล้ารัมพุ่งเข้าจมูกเธอ
“ใช้ปาก” เตโชสั่งเสียงแหบพร่า มือใหญ่ขยำผมยาวของเธอไว้แน่น “และอย่าทำให้พี่ผิดหวัง”
นลินหลับตาแน่น น้ำตาไหลพราก เธออ้าปากรับเอาความร้อนผ่าวนั้นเข้าไปช้า ๆ ลิ้นเลียวนไปตามความยาวที่แข็งแกร่ง กลิ่นและรสเค็มขมซึมเข้าไปในปากเธอ เธอพยายามกลืนมันลงไปทั้งหมดตามคำสั่ง มือเรียวลูบไล้ขึ้นลงตามจังหวะที่เขากดหัวเธอลงลึกเข้าไปเรื่อย ๆ
“อ๊ะ… ดี… ลึกกว่านี้อีก” เตโชครางต่ำ หอบหายใจถี่รัว มือที่ขยำผมเธอแน่นขึ้นจนเส้นผมแทบขาด เขากดหัวเธอลงจนสุดคอ เธอสำลัก น้ำตาไหลทะลัก แต่เขาก็ไม่ยอมปล่อย “นี่แหละ… นี่คือค่าตัวของเธอ สินค้าของพี่ต้องทำแบบนี้ทุกครั้งที่พี่ต้องการ”
เขาดึงเธอออกจากปากตัวเองอย่างกะทันหัน แล้วพลิกร่างบางลงไปนอนหงายบนเตียงอย่างรุนแรง เสื้อผ้าของนลินถูกฉีกกระชากออกจนขาดวิ่น หน้าอกขาวนวลถูกเปิดเผยต่อสายตาเขา เตโชไม่รอช้า เขาก้มลงดูดดึงยอดอกสีชมพูอย่างดุเดือด ฟันขบเบา ๆ จนเธอสะดุ้งครางออกมา
“พี่เต… เจ็บ…” เธอสะอื้น แต่เขากลับยิ้มเย้ย
“เจ็บ? นี่มันยังไม่ถึงครึ่งของความเจ็บที่พี่รู้สึกเลย” เขากระซิบเสียงต่ำข้างหูเธอ ก่อนจะกัดลงไปอีกครั้งแรงกว่าเดิม มือใหญ่ลูบไล้ลงไประหว่างขาเธอ พบกับความชุ่มชื้นที่เธอไม่อาจปฏิเสธได้แม้จะอับอายแค่ไหน
“เปียกขนาดนี้… แต่ยังกล้าบอกว่าเจ็บอีก?” เขาหัวเราะในลำคอ มือสอดนิ้วเข้าไปในกายเธออย่างดิบเถื่อน สองนิ้ว สามนิ้ว กระตุ้นจุดลับอย่างไม่ปราณี จนขาเรียวของนลินสั่นเทาและน้ำตาไหลไม่หยุด
เตโชถอดเสื้อผ้าตัวเองออกหมด แล้วกดทับร่างเธอลงไปเต็มน้ำหนัก ความร้อนผ่าวของเขาแตะต้องเนินเนื้ออ่อนนุ่มของเธอ เขาไม่ยอมเสียเวลา เขากระแทกเข้าไปในกายเธออย่างแรงในดอกเดียว เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังปังก้องไปทั่วห้อง
“อ๊าาา!” นลินกรีดร้อง เจ็บปวดแสบร้อน แต่เขาก็ไม่หยุด เขากระแทกซ้ำแล้วซ้ำเล่า เร็วและแรงราวกับต้องการฉีกเธอให้ขาดเป็นสองท่อน
“จำไว้… จำไว้ดี ๆ นลิน” เขาครางเสียงแหบพร่า มือหนีบสะโพกเธอแน่นจนเกิดรอยแดง “เงินสามแสนนี้… พี่จ่ายเพื่อซื้อสิทธิ์ที่จะทำแบบนี้กับเธอทุกเมื่อที่พี่ต้องการ!”
เขาพลิกตัวเธอให้หงายหลังเป็นท่าสุนัข แล้วกระแทกจากด้านหลังยิ่งแรงกว่าเดิม มือใหญ่ตีสะโพกเธอจนแดงฉ่ำ เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังสนั่นผสมกับเสียงครางสะอื้นของนลินและเสียงหอบหายใจดุเดือดของเขา
“ร้องดัง ๆ สิ… ให้พี่ได้ยินว่าเธอเป็นของพี่!” เขาดึงผมเธอขึ้นบังคับให้หลังโก่ง มืออีกข้างล้วงไปนวดเนินเนื้อด้านหน้า จนเธอต้องครางออกมาดังลั่น
ความร้อนรุ่มพุ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว เตโชเร่งจังหวะจนถึงขีดสุด เขากัดลงไปที่ไหล่ขาวของเธอแรง ๆ จนเลือดซึมเล็กน้อย ก่อนจะปล่อยน้ำร้อนฉ่าเข้าไปลึกที่สุดในกายเธอ ครั้งแล้วครั้งเล่า จนร่างกายทั้งสองสั่นสะท้านพร้อมกัน
แต่เขายังไม่พอใจ เขาดึงตัวเธอขึ้นมานั่งคร่อมเขา แล้วกระแทกขึ้นจากด้านล่างอีกครั้ง เร็ว แรง ดุร้าย ราวกับปีศาจที่ไม่ยอมให้เหยื่อหลุดพ้น มือเขาบีบหน้าอกเธอแน่น ปากดูดดึงยอดอกสลับกัน น้ำตาของนลินไหลพรากลงมาผสมกับเหงื่อของทั้งคู่
“พี่… พี่เต… ลิน… ลินทนไม่ไหวแล้ว…” เธอสะอื้น แต่เขากลับยิ้มดุร้าย
“ทนไม่ไหว? แล้วพี่ล่ะ? พี่ทนเห็นเธอขายตัวเพื่อคนอื่นได้ยังไง!” เขากระแทกแรงขึ้นอีกสามสี่ครั้ง ก่อนจะปล่อยน้ำร้อนอีกรอบเข้าไปในเธอจนล้นทะลัก
ทั้งคู่ทรุดลงไปกองกับเตียง หอบหายใจถี่รัว ร่างกายเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อและน้ำตา
[POV: เตโช – ปีศาจที่กำลังร้องไห้ในใจ]
เตโชกอดร่างบางที่สั่นสะท้านแน่นจนกระดูกเธอแทบหัก เขาอยากจะตะโกนใส่หน้าเธอว่า ‘ทำไมไม่ขอให้พี่ช่วยในฐานะคนรัก! ทำไมต้องยอมขายตัวเพื่อไอ้พ่อที่ไม่เคยเห็นค่าเธอเลย!’ ความรักที่บิดเบี้ยวนี้ทำให้เขาอยากทำลายเธอให้พังพินาศ เพื่อให้เธอไม่มีใครเหลืออีกนอกจากเขา แต่ในส่วนลึกของใจ เขากลับร้องไห้เงียบ ๆ เพราะรู้ดีว่าเขากำลังทำร้ายคนที่เขารักที่สุดในโลก
เมื่อความร้อนรุ่มสงบลง เขาหยิบเช็คเงินสดสามแสนที่เขียนเตรียมไว้โยนลงข้างตัวเธออย่างไม่ใยดี
“เอาไป… แล้วบอกพ่อเธอด้วย ถ้ามีครั้งหน้า… พี่จะไม่จ่ายด้วยเงินอีกต่อไป พี่จะจ่ายด้วยชีวิตของมัน”
เตโชลุกขึ้นจากเตียง เดินออกจากห้องไปโดยไม่หันหลังมองแม้แต่ครั้งเดียว ทิ้งนลินไว้เพียงลำพังบนเตียงกว้างใหญ่ที่ชุ่มไปด้วยกลิ่นของทั้งคู่ ร่างกายเธอปวดร้าวทุกส่วน หัวใจแตกสลายยิ่งกว่านั้น
นลินเอื้อมมือไปหยิบเช็คใบนั้นมากอดไว้แน่น น้ำตาไหลพรากอีกครั้ง เธอรู้ดีว่าเธอรักเขา… รักอย่างสิ้นหวัง เพราะในสายตาของเตโช เธอคือเพียง “สินค้า” ที่เขาซื้อได้ด้วยเงินตราบใดที่เขายังต้องการเธอ
และความรักแบบนี้… ไม่มีวันสมหวัง
แสงทองยามเช้าทอประกายอาบไล้ไปทั่วคฤหาสน์วรโชติโภคิน บรรยากาศในวันนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของดอกกุหลาบสีขาวนับหมื่นดอกที่ถูกส่งตรงมาจากเนเธอร์แลนด์ ประดับประดาเรียงร้อยไปตามราวบันไดวนและโถงจัดเลี้ยงอย่างวิจิตรบรรจง วันนี้คือวันที่ "ฟันเฟืองสองดวง" ที่ผ่านการขบเคี้ยวและบททดสอบจากพายุลมแรงมาอย่างโชกโชน จะถูกหลอมรวมเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบในฐานะคู่ชีวิต[POV: นลิน – รัศมีแห่งหงส์ขาวผู้สง่างาม]ภายในห้องแต่งตัวชั้นบน นลิน นั่งนิ่งอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ทรงซูเปอร์โมเดลที่สั่งตัดพิเศษจากปารีส ลูกไม้ปักมืออย่างประณีตเน้นส่วนโค้งเว้าของร่างกายที่ดูสะพรั่งขึ้นตามวัยสาว ผมสีน้ำตาลเข้มถูกรวบขึ้นอย่างสง่างามเผยให้เห็นต้นคอระหงที่สวม 'เกียร์ทองคำขาวล้อมเพชร' แทนสร้อยคอเจ้าสาวทั่วไป สัญลักษณ์แห่งความรักที่เป็นจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง"ลิน... สวยมากๆ เลย" มีนา เดินเข้ามาสะกิดไหล่เพื่อนสาวเบาๆ แววตาเต็มไปด้วยความตื้นตัน "พี่เตโชเห็นแล้วต้องหัวใจหยุดเต้นแน่ๆ"นลินอมยิ้มบางๆ ทว่าแววตาซ่อนความประหม่าไว้เล็กน้อย "ลินตื่นเต้นจังมีนา... ไม่คิดเลยว่าวันนี้จะมาถึงเร็วแบบนี้""นั่นเพราะเกีย
ท่ามกลางบรรยากาศการเตรียมงานวิวาห์ที่ถูกยกย่องว่าเป็น "งานแห่งทศวรรษ" ของแวดวงสังคมชั้นสูงและวงการวิศวกรรมระดับประเทศ นลิน ในวัย 21 ปีที่กำลังจะก้าวข้ามสถานะจากนิสิตชั้นปีสุดท้ายสู่บทบาทภรรยาอย่างเต็มตัว กลับต้องเผชิญกับบททดสอบครั้งใหม่ที่มาในคราบของ "ความโด่งดัง" และ "อำนาจ" ของว่าที่สามี เตโช ในฐานะประธานบริหารหนุ่มเนื้อหอมที่นิตยสารธุรกิจทุกฉบับต้องจองตัวไปขึ้นปก ยิ่งวันสำคัญใกล้เข้ามาเท่าไหร่ กระแสความอิจฉาและพฤติกรรมพยายาม "ลองดี" จากผู้หญิงที่ยังไม่ยอมถอดใจจากชายหนุ่มผู้สมบูรณ์แบบคนนี้ก็ยิ่งรุนแรงขึ้น[ห้องเสื้อแบรนด์หรู: รัศมีที่ไม่อาจถูกบดบัง]ภายในห้องเสื้อแบรนด์ดังใจกลางสุขุมวิท กลิ่นหอมจางๆ ของดอกลิลลี่สีขาวอบอวลไปทั่วพื้นที่ที่ตกแต่งด้วยโทนสีครีมและทอง นลินยืนนิ่งอยู่บนแท่นไม้โอ๊คเพื่อให้ช่างทำชุดเจ้าสาวบรรจงปักลูกไม้ฝรั่งเศสลงบนโครงชุดราตรีทรงหางปลาสีขาวออฟไวท์ ชุดนี้ถูกออกแบบมาเพื่อขับเน้นทรวดทรงระหงของเธอให้ดูสง่างามทว่าเย้ายวนในที แสงไฟวอร์มไวท์ตกกระทบลงบนผิวขาวเนียนละเอียดของเธอจนดูราวกับหงส์ขาวที่กำลังจะสยายปีก"คุณนลินคะ... ชุดนี้ส่งเสริมคุณมากจริงๆ ค่ะ สวยจนดิฉันแทบ
เช้าวันจันทร์ที่กรุงเทพมหานครเริ่มต้นด้วยความวุ่นวายของการจราจรที่หนาแน่นและแสงแดดที่เริ่มแผดเผาพื้นถนน ทว่าภายในรถ Range Rover สีดำด้านที่มุ่งหน้าเข้าสู่ใจกลางเมืองกลับมีบรรยากาศที่เงียบสงัดทว่าอุ่นซ่านอย่างประหลาด เตโช นั่งกุมพวงมาลัยด้วยมือข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างกุมมือเรียวบางของ นลิน ไว้แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะโผบินหนีไปอีกครั้ง ใบหน้าคมคายของเขาดูสดใสขึ้นแม้จะยังมีร่องรอยของพิษไข้จางๆ จากการตากฝนที่บ้านสวน แต่แววตาที่เขามองนลินนั้นเต็มไปด้วยความเทิดทูนและ "ความยำเกรง" ในกฎเหล็กที่เธอประกาศกร้าวไว้นลินมองออกไปนอกหน้าต่างรถ เห็นตึกสูงระฟ้าที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า เธอรู้ดีว่าการกลับมาครั้งนี้ไม่ใช่แค่การกลับมาอยู่ด้วยกัน แต่คือการกลับมาเพื่อสะสางรอยร้าวที่ค้างคาให้จบสิ้นลงเสียที[POV: เตโช – การคืนถิ่นเพื่อสะสางบัญชีอดีต]ทันทีที่รถเลี้ยวเข้าสู่ลานจอดรถของอาคาร วรโชติ คอนสตรัคชั่น เตโชก้าวลงจากรถด้วยมาดประธานบริหารหนุ่มที่น่าเกรงขามยิ่งกว่าเดิม เขาเดินโอบเอวนลินก้าวเข้าสู่โถงล็อบบี้อย่างสง่างาม ท่ามกลางสายตาพนักงานนับร้อยที่พากันหยุดนิ่งมอง "ว่าที่นายหญิง" ของบริษัทที่กลับมาเคียงข้
แสงแดดอ่อนยามเช้าที่สาดส่องผ่านรอยแยกของบานเฟี้ยมไม้สักเก่าแก่ภายในบ้านสวนริมน้ำ จังหวัดราชบุรี ดูจะนวลตาและอบอุ่นผิดกับพายุฝนที่โหมกระหน่ำเมื่อคืนวาน กลิ่นหอมจางๆ ของดอกแก้วและดอกมะลิที่บานสะพรั่งหลังได้รับหยาดฝนโชยมาตามลมเย็นๆ พัดเอาความอับชื้นออกไป ทว่าบรรยากาศภายในห้องนอนไม้ที่ เตโช นอนซมอยู่นั้นกลับอบอวลไปด้วยความตึงเครียดที่มองไม่เห็นร่างสูงใหญ่ของท่านประธานบริหารหนุ่มที่เคยน่าเกรงขาม บัดนี้กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนฟูกหนาที่ปูอยู่บนพื้นไม้ขัดมัน ใบหน้าคมคายที่เคยเรียบตึงดูซูบเซียวลงไปถนัดตา ริมฝีปากที่เคยออกคำสั่งเฉียบขาดบัดนี้แห้งผากและซีดจางเพราะพิษไข้ที่รุมเร้าจากการนั่งตากฝนข้ามคืนเพื่อพิสูจน์ความสัตย์จริง[POV: นลิน – การกลับมาเป็นผู้คุมเกม]นลิน นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ข้างฟูก มือบางถือถ้วยยาข้าวต้มอุ่นๆ และผ้าชุบน้ำเย็นผืนเล็กที่เธอใช้เช็ดตัวให้เขาตลอดทั้งคืน ดวงตาคู่สวยที่เคยบวมช้ำบัดนี้กลับมานิ่งสงบและเย็นชาจนน่าใจหาย เธอจ้องมองชายหนุ่มที่เพิ่งปรือตาตื่นขึ้นมาด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก"ฟื้นแล้วเหรอคะ... พี่เตโช" เสียงของนลินเรียบเนียนแต่บาดลึกเตโชพยายามจะหยัดกายลุกขึ้นนั่ง แต่ควา
สายฝนโปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสายที่จังหวัดราชบุรี บรรยากาศรอบกายเต็มไปด้วยกลิ่นดินชื้นแฉะและเสียงใบไม้ที่ลู่ไปตามลมพัดแรง แสงสลัวยามเย็นที่ลอดผ่านหมู่เมฆทึบทำให้ทางเข้าบ้านสวนริมน้ำดูเงียบเหงาและอ้างว้างกว่าที่เคย ทว่าความเงียบสงัดนั้นกลับถูกฉีกกระชากด้วยเสียงคำรามของเครื่องยนต์รถ Range Rover สีดำด้านที่พุ่งทะยานผ่านถนนลูกรังเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง เตโช กำพวงมาลัยไว้แน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ดวงตาพยัคฆ์ที่เคยนิ่งสงบบัดนี้วาวโรจน์ไปด้วยความร้อนรนและหยาดน้ำตาที่เขาพยายามสะกดกลั้นเอาไว้เขารู้ดีว่าความผิดของเขาครั้งนี้มันใหญ่หลวงนัก ใหญ่หลวงจน "เกียร์" ที่เขาเคยภาคภูมิใจอาจจะไม่สามารถหมุนกลับมาขบกับ "หัวใจ" ของนลินได้อีกต่อไป[POV: เตโช – เมื่อพยัคฆ์ก้าวเท้าเข้าสู่รังลับของหงส์ขาว]เตโชเหยียบเบรกจนตัวรถสะบัดหยุดกึกอยู่ที่หน้าประตูไม้สักบานใหญ่ของบ้านสวน เขาไม่ได้สนใจร่มที่วางอยู่เบาะหลัง เขาเปิดประตูรถแล้ววิ่งฝ่าสายฝนที่สาดซัดลงมาอย่างหนักมุ่งหน้าสู่ชานเรือนไม้ริมน้ำทันที ร่างกายที่เปียกโชกพยุงความเจ็บช้ำในใจก้าวขึ้นบันไดทีละขั้น ทว่า... ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้ากลับทำให้พยัคฆ์หนุ่มหยุดชะงักกึก ราวกับถู
แสงอาทิตย์ยามเช้าที่สาดส่องผ่านบานกระจกสูงระฟ้าของคอนโดมิเนียมหรูใจกลางสุขุมวิทไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศภายในห้องดูอบอุ่นขึ้นเลยแม้แต่น้อย กลับกันมันกลับทำหน้าที่เป็นพยานวัตถุที่ส่องสว่างให้เห็นร่องรอยความแตกสลายที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้อย่างชัดเจน เตโช ก้าวเท้าเข้ามาในห้องด้วยสภาพที่ดูแทบไม่ได้ ชุดสูทราคาสูงลิ่วที่เขาสวมใส่ไปงานเลี้ยงความสำเร็จของโครงการบัดนี้ยับยู่ยี่ เนคไทถูกปลดออกและห้อยรั้งอยู่ที่คออย่างหมิ่นเหม่ ใบหน้าคมคายที่เคยเต็มไปด้วยความมั่นใจบัดนี้กลับซีดเซียวและมีรอยหมองคล้ำใต้ตาจากการไม่ได้นอนทั้งคืนเขารู้สึกผิด... ผิดจนไม่อาจหาคำบรรยายใดมาลบล้างความรู้สึกติดค้างในใจได้ ความผิดพลาดที่เขาปล่อยให้อดีตอย่างพิมพ์ดาวเข้ามามีบทบาทในปัจจุบันนานเกินไป ความผิดพลาดที่เขาเลือกจะประคอง "มารยา" ของผู้หญิงคนหนึ่งจนลืมนึกถึง "หัวใจ" ของผู้หญิงที่สำคัญที่สุดในชีวิต และที่ร้ายกาจที่สุด... คือเขาโกหกเธอในวินาทีที่เธอกำลังสงสัย โกหกเพื่อตัดรำคาญ ทั้งที่ความจริงมันคือการกรีดแทงซ้ำลงบนรอยร้าวที่เขาสร้างขึ้นเอง"ลินครับ... พี่กลับมาแล้ว พี่ซื้อโจ๊กเจ้าอร่อยที่ลินชอบมาฝากด้วยนะ"เตโชส่งเสียงเรียกพลา
เช้าวันรุ่งขึ้น บรรยากาศในเพนต์เฮาส์กลับมาเงียบเชียบอีกครั้งหลังจากพายุเสน่หาที่แสนดุดันผ่านพ้นไป เตโชออกไปตั้งแต่เช้ามืด ทิ้งให้นลินนอนจมอยู่บนเตียงกว้างที่เต็มไปด้วยร่องรอยของความเอาแต่ใจ เธอขยับตัวลุกขึ้นด้วยความอ่อนเพลีย เสื้อเชิ้ตสีดำของเตโชที่สวมทับกายไว้ดูจะตัวใหญ่กว่าเดิมเมื่อเทียบกับความบอ
เสียงปิดประตูเพนต์เฮาส์ดังสนั่นหวั่นไหวพอๆ กับแรงอารมณ์ของคนที่ลากนลินเข้ามา เตโชเหวี่ยงร่างระหงไปที่โซฟากลางห้องอย่างไร้ความปราณี แรงเหวี่ยงทำให้นลินถลาลงไปกองกับพื้นนุ่ม เธอไม่ได้ร้องออกมาสักคำ มีเพียงดวงตาคู่สวยที่สั่นระริกมองดูชายหนุ่มที่กำลังเดินพล่านอยู่กลางห้องราวกับเสือร้ายที่ติดจารีตเตโชกร
แสงแดดยามเช้าที่ลอดผ่านหน้าต่างบานยักษ์ของเพนต์เฮาส์ไม่ได้ทำให้ใจของนลินอบอุ่นขึ้นเลยแม้แต่น้อย ร่างระหงขยับกายอย่างยากลำบากใต้ผ้าห่มผืนหนา ความปวดร้าวแล่นปราดไปทั่วร่างราวกับจะตอกย้ำเหตุการณ์เมื่อคืนที่ยังคงตราตรึงอยู่ในทุกสัมผัส เธอลุกขึ้นนั่งช้าๆ เสื้อเชิ้ตสีดำตัวโคร่งของเตโชเลื่อนหลุดจากไหล่มน เ
เสียงสะอื้นที่เคยดังระงมจนตัวโยนค่อย ๆ จางหายไป เหลือเพียงความเงียบหนักอึ้งที่ปกคลุมห้องเพนต์เฮาส์ชั้นบนสุด นลินนั่งนิ่งอยู่บนโซฟาหนังสีดำสนิท ขาทั้งสองข้างพับเก็บแนบอกในท่าคุดคู้ ราวกับพยายามทำให้ร่างกายที่บอบช้ำนี้เล็กลงจนไม่มีใครสังเกตเห็น ดวงตาคู่สวยบวมช้ำแดงก่ำ หยาดน้ำตาใสยังคงเอ่อล้นออกมาเป็น







