Mag-log inเช้าวันรุ่งขึ้น บรรยากาศในเพนต์เฮาส์กลับมาเงียบเชียบอีกครั้งหลังจากพายุเสน่หาที่แสนดุดันผ่านพ้นไป เตโชออกไปตั้งแต่เช้ามืด ทิ้งให้นลินนอนจมอยู่บนเตียงกว้างที่เต็มไปด้วยร่องรอยของความเอาแต่ใจ เธอขยับตัวลุกขึ้นด้วยความอ่อนเพลีย เสื้อเชิ้ตสีดำของเตโชที่สวมทับกายไว้ดูจะตัวใหญ่กว่าเดิมเมื่อเทียบกับความบอบช้ำที่เธอแบกรับ
ครืด... ครืด...
โทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียงสั่นสะเทือน นลินขมวดคิ้วเมื่อเห็นเบอร์ที่โชว์อยู่บนหน้าจอ หัวใจของเธอหล่นวูบไปที่ตาตุ่มทันที
“พ่อ...” มือบางสั่นเทาระหว่างที่กดรับสาย
(ลิน... ลินลูก ช่วยพ่อด้วย) เสียงปลายสายสั่นเครือและเต็มไปด้วยความลนลาน (พ่อขอโทษ พ่อรู้ว่าพ่อทำผิดกับลูกไว้มาก แต่ครั้งนี้พ่อจนปัญญาจริงๆ พวกมันจะตัดนิ้วพ่อแล้วลิน ถ้าพ่อไม่มีเงินไปคืนพวกมันภายในวันนี้)
“พ่อไปเล่นมันอีกทำไมคะ!” นลินอุทานออกมาด้วยความปวดใจ น้ำตาคลอเบ้าทันที “พี่เตจ่ายเงินมหาศาลนั่นช่วยลินกับพ่อไว้แล้วนะ พ่อสัญญาแล้วไม่ใช่เหรอคะว่าจะเลิก!”
(พ่อกะจะเอาทุนคืนไงลูก แต่ดวงมันไม่ดี... ลิน พ่อขอแค่สามแสน พ่อรู้ว่าคุณเตโชเขาเงินหนา แค่สามแสนเขาขนหน้าแข้งไม่ร่วงหรอก ลูกลองขอเขาดูนะลินนะ เห็นแก่ชีวิตพ่อเถอะลูก)
“ลินขอไม่ได้ค่ะพ่อ ลินไม่มีหน้าไปขออะไรเขาอีกแล้ว ลินเป็นแค่...” นลินหยุดคำว่า ‘สินค้า’ ไว้แค่ในใจ “ลินเป็นหนี้เขามากพอแล้วค่ะพ่อ”
(ถ้าลูกไม่ช่วย พ่อตายแน่ๆ ลิน... พ่อคงไม่ได้เห็นหน้าลูกอีกแล้ว) เสียงสะอื้นจากปลายสายตัดสลับกับเสียงข่มขู่ของชายฉกรรจ์ที่แว่วเข้ามา ทำให้นลินตัวสั่นเทิ้มด้วยความกลัวและกตัญญูที่ค้ำคอ
“ลิน... ลินจะลองหาทางดูค่ะ”
เธอกดวางสายด้วยความสิ้นหวัง นลินซบหน้าลงกับฝ่ามือ ร้องไห้ออกมาอย่างไร้ทางออก เธอจะไปหาเงินสามแสนมาจากไหนในเวลาไม่กี่ชั่วโมง? นอกจากต้องขอจาก ‘เจ้าชีวิต’ ของเธอเพียงคนเดียว
[POV: นลิน – ระหว่างความกตัญญูกับความอัปยศ]
นลินรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจมลงในโคลนดูด ยิ่งดิ้นยิ่งจมลึก ความจริงที่ว่าพ่อเห็นเธอเป็น ‘บ่อเงินบ่อทอง’ ที่ขุดได้จากเตโชมันทำให้เธอสมเพชตัวเองจนอยากจะหายไปจากโลกนี้ เธอขอบคุณเตโชที่ฉุดเธอขึ้นมาจากนรก แต่ตอนนี้เธอกำลังจะลากเขากลับลงไปในวงจรเดิมอีกครั้ง‘ลินขอโทษนะคะพี่เต... ลินมันไม่มีค่าพอที่จะให้พี่ช่วยจริงๆ’
ประตูเพนต์เฮาส์ถูกเปิดออกอย่างแรง เตโชเดินกลับเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เขาตั้งใจจะกลับมาดูอาการของ ‘เด็กในปกครอง’ ที่เขารังแกไปเมื่อคืน แต่ภาพที่เขาเห็นคือร่างบางที่นั่งคุดคู้ร้องไห้อยู่บนโซฟา ในมือยังกำโทรศัพท์ไว้แน่น
“เป็นอะไร?” เสียงทุ้มต่ำถามขึ้น นลินสะดุ้งสุดตัวพยายามเช็ดน้ำตาและซ่อนโทรศัพท์
“เปล่าค่ะ... ลินแค่รู้สึกไม่ค่อยสบาย”
เตโชหรี่ตาลงอย่างไม่เชื่อ เขาเดินเข้าประชิดตัวแล้วกระชากโทรศัพท์จากมือเธอมาดูทันที นลินพยายามจะแย่งคืนแต่กลับถูกเขาผลักให้นั่งลงตามเดิม เตโชกดดูประวัติการโทรและข้อความล่าสุดที่พ่อของเธอส่งมาขอเลขบัญชีด้วยความรวดเร็ว
แววตาของเขาเปลี่ยนจากความสงสัยเป็นโทสะที่รุนแรงกว่าครั้งไหนๆ เขาเหวี่ยงโทรศัพท์ลงบนพื้นจนแตกกระจาย!
“สามแสน!” เขาตะคอกเสียงดังจนนลินตัวหด “มันกล้าดียังไงมาขอเงินเธอเพิ่ม หลังจากที่ฉันจ่ายไปเจ็ดหลักเพื่อล้างหนี้เน่า ๆ ของมัน! และเธอก็โง่พอที่จะคิดจะช่วยมันอีกงั้นเหรอ!”
นลินตัวสั่น น้ำตาไหลไม่หยุด เธอทรุดลงคุกเข่าตรงหน้าเขา กอดขาเขาไว้แน่น “พ่อเขาจะโดนทำร้ายนะคะพี่เต… ลินทนดูพ่อเป็นอะไรไปไม่ได้จริง ๆ”
เตโชมองลงมาด้วยสายตาที่เย็นชา แต่ในส่วนลึกมีความเจ็บปวดปนเป “เธอมันเป็นแค่หลักประกันที่พ่อเธอกองทิ้งไว้เพื่อเอาตัวรอด จำไม่ได้หรือไง!”
“ลินขอร้องนะคะ…” นลินเงยหน้าขึ้น มองเขาด้วยดวงตาแดงก่ำ “ครั้งนี้ครั้งเดียว ลินจะยอมเป็นทาสพี่ จะให้ลินทำอะไรลินยอมหมดทุกอย่าง ลินจะชดใช้ให้พี่ด้วยทั้งชีวิตของลินเลยค่ะ”
เตโชแค่นยิ้มหยัน แววตาจอมบงการวาวโรจน์ด้วยความสมเพชผสมคลั่งไคล้ที่บิดเบี้ยว เขาโน้มตัวลงต่ำ บีบคางมนของเธอให้เงยขึ้นสบตาแรง ๆ
“ทั้งชีวิตงั้นเหรอ?” เสียงเขาต่ำลงจนน่ากลัว “ได้… ในเมื่อเธออยากขายตัวเองเพื่อพ่อเฮงซวยนั่นอีกรอบ ฉันก็จะซื้อ”
เขาปล่อยคางเธอ แล้วก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว มองลงมาด้วยสายตาที่เหมือนมองเหยื่อ
“แต่ครั้งนี้ ราคาที่เธอต้องจ่าย มันไม่ใช่แค่ร่างกายอีกต่อไป” เขาก้มลงกระซิบข้างหูเธอ “เธอต้องคลานเข้ามาหาฉันเหมือนสัตว์เลี้ยงที่ซื่อสัตย์ ต้องทำทุกอย่างที่ฉันสั่ง โดยไม่มีสิทธิ์พูดว่า ‘ไม่’ แม้แต่คำเดียว… และถ้าเธอทำไม่ได้ ฉันจะปล่อยให้พ่อเธอตายต่อหน้าต่อตาเธอเอง”
นลินตัวสั่นสะท้าน น้ำตาไหลพราก แต่เธอก็พยักหน้าช้า ๆ
“ค่ะ… ลินยอม”
เตโชยิ้มเย็น มือใหญ่ลูบหัวเธอเบา ๆ แต่เต็มไปด้วยการครอบครอง
“ดี… งั้นเริ่มเลย คลานเข้ามาเดี๋ยวนี้ แล้วบอกพี่ว่า เธอจะยอมเป็นของพี่ทั้งกายและใจ เพื่อแลกกับเงินสามแสนใบนั้น”
นลินหลับตาลง น้ำตาไหลไม่หยุด เธอค่อย ๆ ก้มตัวลงต่ำ มือและเข่าแตะพื้นเย็นเฉียบ แล้วค่อย ๆ คลานเข้าไปหาเขา ทุกย่างก้าวคือการตายทั้งเป็นอีกครั้ง
เมื่อถึงแทบเท้าเขา เธอเงยหน้าขึ้น มองเขาด้วยดวงตาที่ทั้งรักทั้งเกลียด
“พี่เต… ลินยอมแล้วค่ะ ลินจะเป็นของพี่… ทั้งหมด”
เตโชก้มลง ดึงเธอขึ้นมากอดแน่น แต่ไม่ใช่กอดแห่งความรัก—มันคือกอดของการครอบครองที่ไม่อาจหลุดพ้น
“จำไว้ให้ดีนะนลิน” เขากระซิบเสียงแหบ “บ่วงกรรมนี้… เธอไม่มีวันหลุดพ้นจากฉันได้อีกแล้ว”
แสงทองยามเช้าทอประกายอาบไล้ไปทั่วคฤหาสน์วรโชติโภคิน บรรยากาศในวันนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของดอกกุหลาบสีขาวนับหมื่นดอกที่ถูกส่งตรงมาจากเนเธอร์แลนด์ ประดับประดาเรียงร้อยไปตามราวบันไดวนและโถงจัดเลี้ยงอย่างวิจิตรบรรจง วันนี้คือวันที่ "ฟันเฟืองสองดวง" ที่ผ่านการขบเคี้ยวและบททดสอบจากพายุลมแรงมาอย่างโชกโชน จะถูกหลอมรวมเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบในฐานะคู่ชีวิต[POV: นลิน – รัศมีแห่งหงส์ขาวผู้สง่างาม]ภายในห้องแต่งตัวชั้นบน นลิน นั่งนิ่งอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ทรงซูเปอร์โมเดลที่สั่งตัดพิเศษจากปารีส ลูกไม้ปักมืออย่างประณีตเน้นส่วนโค้งเว้าของร่างกายที่ดูสะพรั่งขึ้นตามวัยสาว ผมสีน้ำตาลเข้มถูกรวบขึ้นอย่างสง่างามเผยให้เห็นต้นคอระหงที่สวม 'เกียร์ทองคำขาวล้อมเพชร' แทนสร้อยคอเจ้าสาวทั่วไป สัญลักษณ์แห่งความรักที่เป็นจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง"ลิน... สวยมากๆ เลย" มีนา เดินเข้ามาสะกิดไหล่เพื่อนสาวเบาๆ แววตาเต็มไปด้วยความตื้นตัน "พี่เตโชเห็นแล้วต้องหัวใจหยุดเต้นแน่ๆ"นลินอมยิ้มบางๆ ทว่าแววตาซ่อนความประหม่าไว้เล็กน้อย "ลินตื่นเต้นจังมีนา... ไม่คิดเลยว่าวันนี้จะมาถึงเร็วแบบนี้""นั่นเพราะเกีย
ท่ามกลางบรรยากาศการเตรียมงานวิวาห์ที่ถูกยกย่องว่าเป็น "งานแห่งทศวรรษ" ของแวดวงสังคมชั้นสูงและวงการวิศวกรรมระดับประเทศ นลิน ในวัย 21 ปีที่กำลังจะก้าวข้ามสถานะจากนิสิตชั้นปีสุดท้ายสู่บทบาทภรรยาอย่างเต็มตัว กลับต้องเผชิญกับบททดสอบครั้งใหม่ที่มาในคราบของ "ความโด่งดัง" และ "อำนาจ" ของว่าที่สามี เตโช ในฐานะประธานบริหารหนุ่มเนื้อหอมที่นิตยสารธุรกิจทุกฉบับต้องจองตัวไปขึ้นปก ยิ่งวันสำคัญใกล้เข้ามาเท่าไหร่ กระแสความอิจฉาและพฤติกรรมพยายาม "ลองดี" จากผู้หญิงที่ยังไม่ยอมถอดใจจากชายหนุ่มผู้สมบูรณ์แบบคนนี้ก็ยิ่งรุนแรงขึ้น[ห้องเสื้อแบรนด์หรู: รัศมีที่ไม่อาจถูกบดบัง]ภายในห้องเสื้อแบรนด์ดังใจกลางสุขุมวิท กลิ่นหอมจางๆ ของดอกลิลลี่สีขาวอบอวลไปทั่วพื้นที่ที่ตกแต่งด้วยโทนสีครีมและทอง นลินยืนนิ่งอยู่บนแท่นไม้โอ๊คเพื่อให้ช่างทำชุดเจ้าสาวบรรจงปักลูกไม้ฝรั่งเศสลงบนโครงชุดราตรีทรงหางปลาสีขาวออฟไวท์ ชุดนี้ถูกออกแบบมาเพื่อขับเน้นทรวดทรงระหงของเธอให้ดูสง่างามทว่าเย้ายวนในที แสงไฟวอร์มไวท์ตกกระทบลงบนผิวขาวเนียนละเอียดของเธอจนดูราวกับหงส์ขาวที่กำลังจะสยายปีก"คุณนลินคะ... ชุดนี้ส่งเสริมคุณมากจริงๆ ค่ะ สวยจนดิฉันแทบ
เช้าวันจันทร์ที่กรุงเทพมหานครเริ่มต้นด้วยความวุ่นวายของการจราจรที่หนาแน่นและแสงแดดที่เริ่มแผดเผาพื้นถนน ทว่าภายในรถ Range Rover สีดำด้านที่มุ่งหน้าเข้าสู่ใจกลางเมืองกลับมีบรรยากาศที่เงียบสงัดทว่าอุ่นซ่านอย่างประหลาด เตโช นั่งกุมพวงมาลัยด้วยมือข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างกุมมือเรียวบางของ นลิน ไว้แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะโผบินหนีไปอีกครั้ง ใบหน้าคมคายของเขาดูสดใสขึ้นแม้จะยังมีร่องรอยของพิษไข้จางๆ จากการตากฝนที่บ้านสวน แต่แววตาที่เขามองนลินนั้นเต็มไปด้วยความเทิดทูนและ "ความยำเกรง" ในกฎเหล็กที่เธอประกาศกร้าวไว้นลินมองออกไปนอกหน้าต่างรถ เห็นตึกสูงระฟ้าที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า เธอรู้ดีว่าการกลับมาครั้งนี้ไม่ใช่แค่การกลับมาอยู่ด้วยกัน แต่คือการกลับมาเพื่อสะสางรอยร้าวที่ค้างคาให้จบสิ้นลงเสียที[POV: เตโช – การคืนถิ่นเพื่อสะสางบัญชีอดีต]ทันทีที่รถเลี้ยวเข้าสู่ลานจอดรถของอาคาร วรโชติ คอนสตรัคชั่น เตโชก้าวลงจากรถด้วยมาดประธานบริหารหนุ่มที่น่าเกรงขามยิ่งกว่าเดิม เขาเดินโอบเอวนลินก้าวเข้าสู่โถงล็อบบี้อย่างสง่างาม ท่ามกลางสายตาพนักงานนับร้อยที่พากันหยุดนิ่งมอง "ว่าที่นายหญิง" ของบริษัทที่กลับมาเคียงข้
แสงแดดอ่อนยามเช้าที่สาดส่องผ่านรอยแยกของบานเฟี้ยมไม้สักเก่าแก่ภายในบ้านสวนริมน้ำ จังหวัดราชบุรี ดูจะนวลตาและอบอุ่นผิดกับพายุฝนที่โหมกระหน่ำเมื่อคืนวาน กลิ่นหอมจางๆ ของดอกแก้วและดอกมะลิที่บานสะพรั่งหลังได้รับหยาดฝนโชยมาตามลมเย็นๆ พัดเอาความอับชื้นออกไป ทว่าบรรยากาศภายในห้องนอนไม้ที่ เตโช นอนซมอยู่นั้นกลับอบอวลไปด้วยความตึงเครียดที่มองไม่เห็นร่างสูงใหญ่ของท่านประธานบริหารหนุ่มที่เคยน่าเกรงขาม บัดนี้กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนฟูกหนาที่ปูอยู่บนพื้นไม้ขัดมัน ใบหน้าคมคายที่เคยเรียบตึงดูซูบเซียวลงไปถนัดตา ริมฝีปากที่เคยออกคำสั่งเฉียบขาดบัดนี้แห้งผากและซีดจางเพราะพิษไข้ที่รุมเร้าจากการนั่งตากฝนข้ามคืนเพื่อพิสูจน์ความสัตย์จริง[POV: นลิน – การกลับมาเป็นผู้คุมเกม]นลิน นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ข้างฟูก มือบางถือถ้วยยาข้าวต้มอุ่นๆ และผ้าชุบน้ำเย็นผืนเล็กที่เธอใช้เช็ดตัวให้เขาตลอดทั้งคืน ดวงตาคู่สวยที่เคยบวมช้ำบัดนี้กลับมานิ่งสงบและเย็นชาจนน่าใจหาย เธอจ้องมองชายหนุ่มที่เพิ่งปรือตาตื่นขึ้นมาด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก"ฟื้นแล้วเหรอคะ... พี่เตโช" เสียงของนลินเรียบเนียนแต่บาดลึกเตโชพยายามจะหยัดกายลุกขึ้นนั่ง แต่ควา
สายฝนโปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสายที่จังหวัดราชบุรี บรรยากาศรอบกายเต็มไปด้วยกลิ่นดินชื้นแฉะและเสียงใบไม้ที่ลู่ไปตามลมพัดแรง แสงสลัวยามเย็นที่ลอดผ่านหมู่เมฆทึบทำให้ทางเข้าบ้านสวนริมน้ำดูเงียบเหงาและอ้างว้างกว่าที่เคย ทว่าความเงียบสงัดนั้นกลับถูกฉีกกระชากด้วยเสียงคำรามของเครื่องยนต์รถ Range Rover สีดำด้านที่พุ่งทะยานผ่านถนนลูกรังเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง เตโช กำพวงมาลัยไว้แน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ดวงตาพยัคฆ์ที่เคยนิ่งสงบบัดนี้วาวโรจน์ไปด้วยความร้อนรนและหยาดน้ำตาที่เขาพยายามสะกดกลั้นเอาไว้เขารู้ดีว่าความผิดของเขาครั้งนี้มันใหญ่หลวงนัก ใหญ่หลวงจน "เกียร์" ที่เขาเคยภาคภูมิใจอาจจะไม่สามารถหมุนกลับมาขบกับ "หัวใจ" ของนลินได้อีกต่อไป[POV: เตโช – เมื่อพยัคฆ์ก้าวเท้าเข้าสู่รังลับของหงส์ขาว]เตโชเหยียบเบรกจนตัวรถสะบัดหยุดกึกอยู่ที่หน้าประตูไม้สักบานใหญ่ของบ้านสวน เขาไม่ได้สนใจร่มที่วางอยู่เบาะหลัง เขาเปิดประตูรถแล้ววิ่งฝ่าสายฝนที่สาดซัดลงมาอย่างหนักมุ่งหน้าสู่ชานเรือนไม้ริมน้ำทันที ร่างกายที่เปียกโชกพยุงความเจ็บช้ำในใจก้าวขึ้นบันไดทีละขั้น ทว่า... ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้ากลับทำให้พยัคฆ์หนุ่มหยุดชะงักกึก ราวกับถู
แสงอาทิตย์ยามเช้าที่สาดส่องผ่านบานกระจกสูงระฟ้าของคอนโดมิเนียมหรูใจกลางสุขุมวิทไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศภายในห้องดูอบอุ่นขึ้นเลยแม้แต่น้อย กลับกันมันกลับทำหน้าที่เป็นพยานวัตถุที่ส่องสว่างให้เห็นร่องรอยความแตกสลายที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้อย่างชัดเจน เตโช ก้าวเท้าเข้ามาในห้องด้วยสภาพที่ดูแทบไม่ได้ ชุดสูทราคาสูงลิ่วที่เขาสวมใส่ไปงานเลี้ยงความสำเร็จของโครงการบัดนี้ยับยู่ยี่ เนคไทถูกปลดออกและห้อยรั้งอยู่ที่คออย่างหมิ่นเหม่ ใบหน้าคมคายที่เคยเต็มไปด้วยความมั่นใจบัดนี้กลับซีดเซียวและมีรอยหมองคล้ำใต้ตาจากการไม่ได้นอนทั้งคืนเขารู้สึกผิด... ผิดจนไม่อาจหาคำบรรยายใดมาลบล้างความรู้สึกติดค้างในใจได้ ความผิดพลาดที่เขาปล่อยให้อดีตอย่างพิมพ์ดาวเข้ามามีบทบาทในปัจจุบันนานเกินไป ความผิดพลาดที่เขาเลือกจะประคอง "มารยา" ของผู้หญิงคนหนึ่งจนลืมนึกถึง "หัวใจ" ของผู้หญิงที่สำคัญที่สุดในชีวิต และที่ร้ายกาจที่สุด... คือเขาโกหกเธอในวินาทีที่เธอกำลังสงสัย โกหกเพื่อตัดรำคาญ ทั้งที่ความจริงมันคือการกรีดแทงซ้ำลงบนรอยร้าวที่เขาสร้างขึ้นเอง"ลินครับ... พี่กลับมาแล้ว พี่ซื้อโจ๊กเจ้าอร่อยที่ลินชอบมาฝากด้วยนะ"เตโชส่งเสียงเรียกพลา
เสียงล้อรถบดกับพื้นถนนคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมืองดังแสบแก้วหูพอๆ กับเสียงหัวใจของนลินที่เต้นระรัวอย่างควบคุมไม่ได้ แม้ใบหน้าสวยจะยังคงเรียบเฉยราวน้ำนิ่ง แต่สัมผัสจาบจ้วงดุดันบนรถเมื่อครู่ยังคงทิ้งร่องรอยความร้อนผ่าวไว้บนริมฝีปากและซอกคอ เตโชดับเครื่องยนต์ด้วยแรงอารมณ์ที่ยังไม่มอดดับ เขาไม่ได้หันมามอ
บรรยากาศหลังเลิกเชียร์ที่คณะวิศวกรรมศาสตร์เต็มไปด้วยความอึดอัด นลินเดินแยกออกมาจากกลุ่มเพื่อนด้วยท่วงท่าที่ยังคงความสง่างาม แม้รอยสีกุหลาบใต้ปกเสื้อจะยังคงเป็นหัวข้อซุบซิบของคนทั้งลานเกียร์ แต่เธอกลับไม่ยอมก้มหน้ายอมรับชะตากรรมเหมือนหมากที่ไร้ค่า นลินใช้ความนิ่งสงบเป็นเกราะกำบัง ดวงตาคู่สวยที่เคยสั่
แสงแดดยามเช้าลอดผ่านผ้าม่านราคาแพงเข้ามาทาบทับเปลือกตาที่บวมช้ำของนลิน เธอขยับกายอย่างยากลำบาก ความรู้สึกปวดร้าวแล่นปราดไปทั่วร่างราวกับถูกรถบรรทุกทับ แผ่นหลังบางสัมผัสกับที่นอนนุ่มที่ยังคงอุ่นจัดด้วยอุณหภูมิร่างกายของคนที่เพิ่งลุกออกไปไม่นานนลินค่อยๆ ยันตัวขึ้นพิงหัวเตียง พลันสายตาก็ปะทะเข้ากับร่
หยาดฝนหลงฤดูเริ่มโปรยปรายลงมาทาบทับไอร้อนจากพื้นปูนหลังตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์ นลินยืนกอดกระเป๋าเป้แนบอก ร่างเล็กสั่นเทาเล้กน้อยไม่ใช่เพราะความหนาวจากหยดน้ำที่กระทบผิว แต่เพราะความกลัวที่กำลังกัดกินหัวใจทีละนิด สายตาของเธอคอยชำเลืองมองนาฬิกาข้อมือสลับกับทางเข้าลานจอดรถวีไอพี ทุกวินาทีที่ผ่านไปมันช่างเช
![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






