INICIAR SESIÓNแสงอาทิตย์อัสดงยามเย็นฉาบไล้ลานเกียร์หน้าคณะวิศวกรรมศาสตร์ให้กลายเป็นสีทองหม่น ลมพัดแรงหอบเอาความร้อนระอุจากพื้นปูนมาปะทะผิวหนัง แต่กลับไม่ร้อนแรงเท่ารังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากกลุ่มนักศึกษาปี 4 สองกลุ่มใหญ่ที่ยืนประจันหน้ากันอยู่ บรรยากาศเงียบสงัดจนได้ยินเพียงเสียงใบไม้แห้งที่ปลิวผ่านเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่ตั้งโชว์อยู่กลางลาน
เตโชในชุดเสื้อช็อปสีน้ำตาลเข้มพับแขนเสื้อขึ้นจนเห็นมัดกล้ามและเส้นเลือดที่ปูดโปน มือหนาข้างหนึ่งโอบไหล่นลินไว้แน่นจนร่างบางแทบจะจมหายไปในอกแกร่ง แววตาคมกริบจ้องเขม็งไปยัง ภีม ประธานรุ่นโยธาคู่ปรับตลอดกาลที่ยืนนิ่งสงบอยู่เบื้องหน้า
[POV: เตโช – ความเกลียดชังที่หยั่งรากลึก]
เตโชบดกรามแน่นจนเป็นสันนูน ทุกครั้งที่เห็นหน้าไอ้ภีม เขารู้สึกเหมือนเห็นกระจกเงาที่สะท้อนสิ่งที่เขาเกลียดที่สุด—ความสมบูรณ์แบบที่ดูจอมปลอม ภีมคือคนเก่งที่ใครๆ ก็ชื่นชม เป็นสุภาพบุรุษที่ขาวสะอาด ผิดกับเขาที่มือต้องเปื้อนเลือดมาตั้งแต่ยังไม่เรียนจบเพราะธุรกิจบริหารหนี้ของตระกูล
ความแค้นระหว่างเขากับภีมไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่มันเริ่มมาตั้งแต่ปี 1 ตอนที่เขาพ่ายแพ้ให้กับไอ้คุณชายนี่ในทุกสนาม ไม่ว่าจะเป็นการเกรดเฉลี่ยหรือความนิยม และครั้งนี้... เขาจะไม่ยอมให้มันมาแย่ง 'ของรัก' ของเขาไปเด็ดขาด
"นลินเป็นเมียกู... มึงได้ยินชัดไหมไอ้ภีม!" คำรามในใจของเตโชดังก้อง เขาโอบรัดเอวบางแน่นขึ้นอย่างจงใจประกาศศักดาต่อหน้ากลุ่มเพื่อนเครื่องกลที่ยืนอยู่ข้างหลัง
[POV: ภีม – ความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย]
ภีมหยุดยืนห่างจากเตโชเพียงไม่กี่ก้าว เขาสวมมาดนิ่งสงบตามสไตล์ประธานรุ่น แต่ภายในใจกลับเดือดพล่านเมื่อเห็นรอยแดงจางๆ บนข้อมือของนลินที่พ้นขอบแขนเสื้อออกมา เขาไม่เคยชอบขี้หน้าเตโช เพราะเขามองเห็น 'ปีศาจ' ที่ซ่อนอยู่ใต้หน้ากากดุดันนั่นมาตลอด
แต่ทำไม... ทำไมเขาถึงรู้สึกเจ็บปวดทุกครั้งที่เห็นนลินถูกรังแก? ความรู้สึกนี้มันรุนแรงกว่าความสงสารรุ่นน้องร่วมคณะทั่วไป มันเหมือนมีเส้นใยบางๆ ที่มองไม่เห็นดึงดูดเขาให้เข้าหาเธอ อยากจะปกป้อง อยากจะดึงเธอออกมาจากขุมนรกที่เตโชสร้างขึ้น
เขายังจำได้ดี... วันแรกที่พบนลินในห้องสมุด หัวใจของเขาเต้นผิดจังหวะในแบบที่ไม่เคยเป็นกับผู้หญิงคนไหน มันไม่ใช่แค่ความใคร่ แต่มันคือความรู้สึก 'โหยหา' อย่างประหลาด จนเขาคิดไปว่าเขาคงหลงรักผู้หญิงคนนี้เข้าเต็มเปาเสียแล้ว
"ลานเกียร์วันนี้ดูจะแคบลงนะเตโช..." ภีมเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เชือดเฉือน "หรือว่าเป็นเพราะใจคนบางคนมันแคบ จนต้องกักขังคนอื่นไว้เพื่อชดเชยปมด้อยของตัวเอง?"
[POV: มีนา – ความรักที่ซ่อนไว้ใต้เงา]
ห่างออกไปเพียงไม่กี่เมตร มีนา เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของนลิน ยืนกำสายกระเป๋าเป้แน่นจนข้อนิ้วซีดขาว ดวงตาที่สั่นระริกจ้องมองไปยังแผ่นหลังกว้างของภีม—รุ่นพี่ปี 4 ที่เธอแอบหลงรักมาตลอดสี่ปี ภีมคือแสงสว่างในใจของเธอเสมอมา แต่ในวินาทีนี้ แสงสว่างนั้นกลับฉายแสงแรงกล้าเพียงเพื่อปกป้องผู้หญิงอีกคน... ซึ่งคือเพื่อนสนิทที่สุดของเธอเอง
มีนารู้ดีว่าภีมคิดอย่างไรกับนลิน สายตาห่วงใยที่เขามอบให้นลินมันคือสิ่งที่เธอเฝ้าฝันอยากจะได้รับสักครั้ง ความเจ็บปวดที่ต้องเก็บงำความลับนี้ไว้ทำให้เธอกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เธอสงสารนลินที่ต้องเผชิญกับเตโช แต่ในใจลึกๆ ความอิจฉากลับเริ่มผลิใบอย่างห้ามไม่ได้
'ทำไมต้องเป็นนลินเสมอ... ทำไมสายตาของพี่ภีมถึงไม่เคยหยุดอยู่ที่ฉันเลย' มีนาเม้มปากแน่น พยายามกลั้นน้ำตาที่เอ่อรื้น
[บทบรรยาย: การปะทะแห่งศักดิ์ศรี]
"ปมด้อยงั้นเหรอ?" เตโชหัวเราะร่าด้วยเสียงที่ชวนให้สันหลังวาบ "มึงเรียกการดูแล 'เมีย' ตัวเองว่าปมด้อยงั้นเหรอไอ้ภีม? หรือมึงอิจฉาที่ไม่มีปัญญาหาได้แบบนี้ เลยต้องเที่ยวมาสอดเรื่องชาวบ้านไปวันๆ"
คำว่า 'เมีย' หลุดออกมาจากปากเตโชต่อหน้าสาธารณชนทำให้นลินหน้าร้อนผ่าวด้วยความอับอาย ขณะที่ภีมกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดนูน แววตาที่เคยนิ่งสงบกลับวาวโรจน์ด้วยความโกรธจัด มีนาที่ยืนฟังอยู่ถึงกับเข่าอ่อน ความจริงที่ตอกย้ำว่านลินตกเป็นของเตโชไปแล้ว และความจริงที่ภีมยังคงพยายามแย่งชิงนลินคืนมา มันทำให้เธอรู้สึกเหมือนตัวเองไร้ตัวตนโดยสิ้นเชิง
"แกมันก็แค่ไอ้ป่าเถื่อนที่ใช้กำลังข่มเหงผู้หญิงเตโช! ถ้ามึงแน่จริง... มึงมาวัดกับกูด้วยศักดิ์ศรีสิวะ" ภีมก้าวเท้าเข้าหาหนึ่งก้าว "โปรเจกต์ใหญ่ร่วมทุนระหว่างภาควิชาโยธากับเครื่องกลที่จะถึงนี้... ใครชนะ มึงต้องปล่อยนลินเป็นอิสระ!"
เตโชแสยะยิ้มผู้ชนะ เขาโน้มตัวเข้าไปใกล้ภีมจนหน้าแทบชนกัน "เอาสิ! เดิมพันด้วยโปรเจกต์จบของกูกับมึงเลยเป็นไง? ถ้ากูชนะ... มึงต้องคลานเข่าเข้าลานเกียร์มากราบตีนกู และเลิกยุ่งกับนลินไปตลอดชีวิต! แต่ถ้ามึงชนะ... กูก็จะยอมคิดดูอีกที"
"พี่เต! อย่าทำแบบนี้เลยค่ะ" นลินร้องไห้ออกมาด้วยความตกใจที่ถูกนำไปเป็นของเดิมพัน
[POV: นลิน – หมากในเกมศักดิ์ศรี]
นลินรู้สึกเหมือนหัวใจจะระเบิดออกมาจากอก เธออยู่ตรงกลางระหว่างชายหนุ่มที่ทรงอิทธิพลที่สุดสองคนในคณะ คนหนึ่งคือเจ้าชีวิตที่แผดเผาเธอด้วยไฟเสน่หาและความร้ายกาจ อีกคนคือรุ่นพี่ที่แสนดีที่เธอมองเห็นเป็นที่พึ่งเดียว
เธอเหลือบมองไปเห็นมีนาที่ยืนอยู่ไกลๆ แววตาของเพื่อนรักที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดทำให้นลินสะอึก นลินเริ่มสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง... ความเจ็บปวดในดวงตามีนาไม่ได้มาจากความสงสารเธอเพียงอย่างเดียว แต่มันคือความรักที่มีต่อผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอ—พี่ภีม
"พี่เต... ลินขอร้อง พอเถอะค่ะ" นลินพยายามส่งสายตาอ้อนวอน แต่กลับถูกเตโชกระชากเข้าหาตัวแรงกว่าเดิม
"เงียบไปเลยนลิน!" เตโชตะคอกใส่เธอ ก่อนจะหันไปทิ้งท้ายกับภีม "เตรียมตัวไว้ให้ดีไอ้คุณชาย... เพราะในโลกของวิศวะเครื่องกลอย่างกู แรงม้าที่กูมี มันมากกว่าแรงดึงดูดปัญญาอ่อนของมึงเยอะ!"
เตโชกระชากนลินให้เดินตามเขาไปที่รถสปอร์ตสีดำ โดยไม่สนเสียงเรียกตะโกนด้วยความโกรธของภีมที่ไล่หลังมา ทิ้งให้ภีมยืนกำหมัดแน่นอยู่กลางลานเกียร์ และทิ้งให้มีนาทรุดตัวลงสะอื้นไห้อยู่ในมุมมืดของตึกคณะ
พายุลูกใหญ่กำลังตั้งเค้า... เดิมพันครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องแพ้ชนะในโปรเจกต์ แต่มันคือจุดเริ่มต้นของการเปิดเผยความลับที่ถูกซ่อนไว้ใต้เงาของคำว่า 'พี่น้อง' และ 'ความรัก' ที่จะทำลายทุกหัวใจให้แหลกสลายไปพร้อมๆ กัน
แสงอาทิตย์ยามเช้าทอแสงสีทองสว่างไสวเหนือผืนน้ำอันดามันที่ดูสงบเงียบจนน่าประหลาด เสียงนกนางนวลร้องระงมคลอไปกับเสียงคลื่นที่ซัดสาดเข้าหากราบเรือยอร์ชลำหรูอย่างแผ่วเบา ภายในห้องสวีทส่วนตัวที่เพิ่งผ่านพายุรักอันเร่าร้อนมาตลอดทั้งคืน บรรยากาศยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ ของเทียนหอมที่มอดดับไปแล้ว และกลิ่นอายความเสน่หาที่ยังไม่จางหายนลิน ค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ ความรู้สึกหนักอึ้งที่ช่วงเอวทำให้เธอรู้ว่ายังคงอยู่ในอ้อมกอดแกร่งของ เตโช เธอขยับตัวเล็กน้อยแต่ก็ต้องครางออกมาเบาๆ เมื่อความเจ็บแปลบแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย ร่องรอยสีกุหลาบจางๆ ที่ประดับอยู่ตามลาดไหล่และเนินอกที่โผล่พ้นขอบผ้าห่ม เป็นหลักฐานชั้นดีถึง "บทลงโทษ" ที่พยัคฆ์หนุ่มมอบให้เธออย่างดุดันเมื่อคืนนี้[POV: นลิน – ความหวานที่ปนความเข็ดหลาบ]นลินลอบมองใบหน้าคมคายของเตโชยามหลับใหล ยามนี้เขาดูไม่มีพิษสงเหมือนเฮดว้ากจอมโหดหรือพยัคฆ์ขี้หึงคนเมื่อคืนเลย ขนตาหนาเป็นแพและลมหายใจที่เข้าออกสม่ำเสมอทำให้เขามีเสน่ห์จนเธอเผลอเอื้อมมือไปลูบแก้มสากระคายของเขาเบาๆ"พี่เตนะพี่เต... หวงโหดขนาดนี้ ลินจะกล้าใส่ชุดทูพีชอีกได้ยังไง" นลินคิดพลางอมยิ้มแก้
เสียงประตูห้องสวีทบนเรือยอร์ชถูกปิดลงพร้อมเสียงล็อกที่ดังคลิกทว่าหนักแน่นราวกับเสียงปิดกรงขัง เตโช ยังคงไม่ยอมปล่อยมือจากต้นแขนเรียวบางของ นลิน เขาจูง (หรือแทบจะลาก) เธอเข้ามากลางห้องด้วยใบหน้าที่ถมึงทึง รังสีความโกรธและความหึงหวงแผ่ซ่านออกมาจนอุณหภูมิในห้องที่เปิดแอร์ฉ่ำกลับดูร้อนระอุขึ้นมาในพริบตา"พี่เต... ลินเจ็บนะคะ ปล่อยก่อน" นลินอุทานเบาๆ พยายามแกะมือหนาที่กำรอบแขนเธอออก แต่ทว่ายิ่งเธอดิ้น เขากลับยิ่งกระชับแรงบีบมากขึ้น[POV: เตโช – เมื่อพยัคฆ์หนุ่มตบะแตกเพราะความหวง]เตโชหยุดกะทันหันแล้วหันมาจ้องหน้าหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาที่ลุกโชนราวกับมีไฟสุมอยู่ข้างใน ภาพร่างบางในชุดทูพีชสีขาวที่อวดส่วนโค้งเว้าเย้ายวนกลางหาดทราย ท่ามกลางสายตาโลมเลียของพวกผู้ชายแถวนั้นยังคงติดตาเขาจนสติแทบขาดผึ่ง"เจ็บเหรอ? แล้วลินรู้ไหมว่าพี่ 'เจ็บ' กว่าที่ต้องยืนดูเมียตัวเองโชว์เนื้อหนังให้ไอ้พวกหน้าหม้อพวกนั้นดู!" เสียงทุ้มต่ำคำรามลอดไรฟัน "ลินคิดอะไรอยู่? อยากลองใจพี่ หรืออยากจะประกาศให้โลกรู้ว่านลิน วรโชติโภคิน มีของดีแค่ไหน!"นลินเม้มปากแน่น แววตาซุกซนในตอนแรกเริ่มเปลี่ยนเป็นความประหม่าเมื่อเห็นว่าพยัค
แสงแดดจ้าของเช้าวันใหม่สาดส่องลงบนพื้นผิวน้ำทะเลอันดามันจนดูเหมือนเศษกระจกที่แตกกระจายระยิบระยับ แม้บรรยากาศจะดูผ่อนคลายในสายตานักท่องเที่ยวทั่วไป แต่ที่ไซต์งาน "Phuket Smart City" กลับคุกรุ่นไปด้วยความตึงเครียด เตโช ยืนกอดอกมองกลุ่มคนงานที่ยังคงยืนกรานประท้วงเรื่องระบบความปลอดภัยและค่าแรงที่ยังไม่โปร่งใสจากกลุ่มอิทธิพลเก่า"ถ้าวันนี้ปั้นจั่นไม่เดินเครื่อง เราจะเสียเวลาไปอีกอาทิตย์หนึ่งเต็มๆ" เตโชสบถเบาๆ ใบหน้าคมคายเคร่งเครียดจนเห็นเส้นเลือดที่ขมับ"เอาน่าไอ้เต... มึงลืมไปแล้วเหรอว่าวันนี้มึงมี 'ตัวช่วย' ระดับพระกาฬ" เสียงทุ้มเข้มของ ภีม ดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงที่ก้าวลงจากรถโฟร์วีล ภีมอยู่ในชุดเสื้อช็อปวิศวะแขนสั้นสีน้ำเงินเข้มที่ดูทะมัดทะแมง ผิดกับมาดนักธุรกิจจอมวางแผนที่กรุงเทพฯ[POV: ภีม – เมื่อพยัคฆ์พี่ชายลงสนาม]ภีมกวาดสายตามองไปรอบไซต์งานด้วยสัญชาตญาณของวิศวกรและนักบริหารที่เจนโลก เขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อมาเดินเล่น แต่เขามาเพื่อ "จบเกม" ที่เจ้าสัวประจักษ์ทิ้งปมไว้ให้รุ่นน้องอย่างเตโช"เต... มึงไปจัดการเรื่องเอกสารตรวจสอบบัญชีที่มึงเจอมา ส่วนเรื่อง 'คน' และ 'หน้างาน' ตรงนี้... กูจัด
แสงจันทร์นวลตาอาบไล้ไปทั่วผืนน้ำอันดามันที่ทอประกายระยิบระยับราวกับเกล็ดเพชร เรือยอร์ชหรูลำมหึมาทอดสมออยู่นิ่งท่ามกลางสายลมเฉื่อยฉิว บนดาดฟ้าเรือที่เคยเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะชื่นมื่นของ ภีม และ มีนา บัดนี้เหลือเพียงความเงียบสงัดที่แฝงไปด้วยความเร้าอารมณ์ เมื่อ เตโช และ นลิน นั่งเคียงข้างกันอยู่บนโซฟาบุนวมตัวยาวเตโชกุมมือนลินไว้แน่นราวกับกลัวว่าร่างบอบบางตรงหน้าจะสลายกลายเป็นฟองคลื่น เขาจ้องมองใบหน้าหวานที่ไม่ได้เห็นมานานหลายสัปดาห์ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความโหยหา[POV: เตโช – พยัคฆ์หนุ่มผู้พ่ายแพ้ต่อความรัก]"ลินครับ... พี่ขอโทษจริงๆ นะเรื่องรูปถ่ายนั่น พี่ไม่คิดเลยว่าลดาจะกล้าทำขนาดนี้" เตโชเอ่ยเสียงพร่าพลางยกมือนลินขึ้นมาจูบที่หลังมือเบาๆ "พี่สาบานได้ว่าพี่ไม่เคยแตะต้องตัวผู้หญิงคนนั้นเลยแม้แต่ปลายนิ้ว... ใจพี่มีไว้ให้ลินคนเดียว"นลินมองสบตาคมกริบที่บัดนี้ดูอ่อนโยนจนเธอใจละลาย เธอเห็นรอยคล้ำใต้ตาและผิวที่เข้มขึ้นจากการตรากตรำทำงานหนักที่ภูเก็ตแล้วก็รู้สึกสงสารจับใจ "ลินรู้แล้วค่ะพี่เต... ถ้าลินไม่เชื่อใจพี่เต ลินคงไม่บินลงมาหาพี่ถึงที่นี่หรอก"เธอขยับตัวเข้าไปซบที่อกแกร่ง สูดดมกลิ่นก
หยาดฝนโปรยปรายเหนือน่านฟ้ากรุงเทพฯ ดูเหมือนจะตอกย้ำความหม่นหมองในหัวใจของ นลิน หลังจากที่เธอได้รับรูปถ่ายปริศนาจากภูเก็ต รูปที่ทำลายความเชื่อใจของเธอจนเกือบพังทลาย แต่ทว่า... หงส์ขาวอย่างเธอไม่ได้เกิดมาเพื่อยอมแพ้ต่อแผนการตื้นๆ ของใคร"ลิน... เก็บของเสร็จหรือยัง? เครื่องจะออกในอีกสองชั่วโมงนะ" เสียงทุ้มเข้มของ ภีม ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องพัก พร้อมกับร่างสูงในชุดลำลองกางเกงขาสั้นเสื้อเชิ้ตลายฮาวายที่ดูผ่อนคลายทว่าแววตากลับคมกริบนลินเงยหน้าขึ้นจากกระเป๋าเดินทาง "พี่ภีม... พี่ภีมจะไปจริงๆ เหรอคะ? ลินเกรงใจพี่จังเลย""เกรงใจอะไรกันจ๊ะลิน มีนาต่างหากที่ต้องขอบคุณลินที่หาเรื่องให้ได้ไปเที่ยวทะเลกับพี่ภีมแบบนี้" มีนา เดินเข้ามาสมทบพร้อมรอยยิ้มสดใส เธอช่วยนลินปิดกระเป๋าเดินทาง "งานนี้มีนาไม่ยอมให้ยัยเลขานั่นมาคาบพี่เตโชไปหรอกนะ ทีมเมียหลวงต้องรวมตัวกันค่ะ!"[POV: ภีม – พี่ชายจอมวางแผนและองครักษ์จำเป็น]ภีมมองน้องสาวด้วยความเอ็นดูผสมความห่วงใย เขาได้รับรายงานเรื่องพฤติกรรมของ 'ลดา' มาจากสายสืบที่ภูเก็ตแล้ว และเขาก็รู้ดีว่าเจ้าสัวประจักษ์ (พ่อของเขาเอง) กำลังเล่นสนุกกับความอดทนของเตโช"ไอ้เตโช.
แสงแดดแผดเผายามเที่ยงวันของจังหวัดภูเก็ตดูจะร้อนแรงกว่าที่กรุงเทพฯ หลายเท่าตัว ไอร้อนระอุพุ่งขึ้นจากพื้นถนนลูกรังภายในไซต์งาน "Phuket Smart City" จนมองเห็นภาพสั่นไหวระยิบระยับ เตโช ยืนอยู่บนเนินดินสูง มือหนึ่งถือแบบแปลนแผ่นใหญ่ที่กางออกสู้กับลมทะเลที่พัดกรรโชก ใบหน้าคมคายที่เคยเนียนละเอียดบัดนี้เริ่มมีรอยคล้ำแดดและหยดเหงื่อที่ไหลซึมตามไรผมลงมาถึงคางเขาขมวดคิ้วแน่นเมื่อจ้องมองไปยังหลุมฐานรากอาคาร A ที่ถูกทิ้งร้างไว้ตั้งแต่วันที่เขามาถึง เครื่องจักรราคาแพงหลายเครื่องจอดสงบนิ่งราวกับเศษเหล็กไร้ค่า ท่ามกลางเสียงบ่นพึมพำของคนงานที่ยังคงจับกลุ่มประท้วงอยู่ลึกๆ แม้เขาจะสำรองจ่ายค่าแรงไปแล้วบางส่วนก็ตาม[พยัคฆ์หนุ่มกลางสมรภูมิวิศวะ]เตโชพรูลมหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหืด เขาไม่ได้นอนมาเกือบสองคืนเต็มเพื่อไล่ตรวจเช็ครายการพัสดุที่ถูกเบิกออกไปแต่ไม่เคยมาถึงไซต์งานจริง เขาพบรอยรั่วขนาดใหญ่ในระบบจัดซื้อที่เจ้าสัวประจักษ์ "จงใจ" ทิ้งไว้ให้เขาแก้ปัญหา"คุณลุงไม่ได้แค่ทดสอบความรู้... แต่ท่านกำลังทดสอบว่าผมจะทนแรงกดดันจากคนเลวรอบข้างได้แค่ไหน" เตโชกระชับ 'เกียร์สีทอง' ของนลินที่คล้องอยู่ที่คอผ่านเนื้อผ้







