LOGINบรรยากาศภายในโรงอาหารคณะวิศวกรรมศาสตร์ช่วงพักเที่ยงเต็มไปด้วยเสียงจอแจ แต่ทว่าโต๊ะหินอ่อนที่นลินและมีนานั่งอยู่กลับดูเป็นจุดสนใจเป็นพิเศษ ไม่ใช่เพียงเพราะความสวยระดับดาวคณะของทั้งคู่ แต่เป็นเพราะการปรากฏตัวของ "เอก" รุ่นพี่ปี 4 ภาคเครื่องกลที่ขึ้นชื่อเรื่องความเจ้าชู้และโปรไฟล์ที่เพอร์เฟกต์จนน่าสงสัย
เอกเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มทรงเสน่ห์ ในมือถือถุงขนมราคาแพงและเอกสารสรุปบทเรียนที่ดูเป็นระเบียบ เขาจงใจวางมันลงตรงหน้าหญิงสาวทั้งสองคนด้วยท่าทางที่ดูเป็นสุภาพบุรุษที่สุด
"พี่เห็นว่าช่วงนี้ทั้งนลินและมีนาเรียนหนัก เลยเอาของอร่อยมาบำรุงครับ" เอกเอ่ยเสียงนุ่ม แววตาจดจ้องที่ใบหน้าสวยของนลินอย่างสื่อความหมาย "โดยเฉพาะนลิน... ถ้าติดขัดเรื่องโครงสร้างเครื่องกลส่วนไหน ปรึกษาพี่ได้ตลอดนะ พี่เต็มใจช่วยเสมอ"
"ขอบคุณค่ะพี่เอก แต่ลินมีคนช่วยดูให้แล้วค่ะ" นลินตอบสั้นๆ ตัดบทอย่างเย็นชาตามสไตล์คุณหนูวรโชติโภคินที่เริ่มวางตัวสูงส่ง
เอกไม่ได้ดูสลด เขายังคงยิ้มรับก่อนจะหันไปทางมีนาที่นั่งอยู่ข้างๆ "ส่วนน้องมีนา... เรื่องโปรเจกต์โยธาที่ติดขัดอยู่ พี่มีตัวอย่างงานวิจัยที่หาอ่านยากมากอยู่ที่ห้อง... เอ้ย อยู่ที่โน้ตบุ๊กพี่นะ คืนนี้ถ้าว่าง พี่อยากให้เรามาช่วยดูหน่อย พี่ว่ามันจะช่วยให้มีนาผ่านวิชานี้ได้สบายๆ เลย"
มีนาที่มีความกดดันเรื่องการเรียนอยู่แล้วเริ่มลังเล "จริงเหรอคะพี่เอก? แต่คืนนี้มัน..."
"ไปเจอพี่ที่ผับแถวทองหล่อก็ได้ครับ พอดีพี่มีนัดกินข้าวกับรุ่นพี่วิศวกรที่นั่นพอดี เขาเก่งเรื่องนี้มากนะ" เอกรุกหนักขึ้นเมื่อเห็นเหยื่อเริ่มติดกับ "ถือว่าไปนั่งชิลด้วย ติวงานไปด้วยไงครับ"
[POV: เตโช – สัญชาตญาณพยัคฆ์]
ห่างออกไปที่มุมเสา เตโช ยืนกำหมัดแน่นจ้องมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยสายตาคมกริบ เขาอยู่ภาคเดียวกันกับเอก ทำไมเขาจะไม่รู้กำพืดของไอ้รุ่นพี่คนนี้ว่ามัน 'กินเรียบ' ไปกี่รายแล้ว
"มึงคิดจะปั่นหัวลิน แล้วยังจะล่อลวงมีนาอีกเหรอไอ้เอก" เตโชพึมพำกับตัวเองด้วยความโกรธจัด
เขารู้ดีว่าตอนนี้ตัวเองไม่มีสิทธิ์เข้าไปยุ่งกับนลินโดยตรง แต่สิ่งที่เอกกำลังทำมันเกินกว่าที่เขาจะยอมรับได้ โดยเฉพาะกับมีนา... ผู้หญิงที่เขาเคยหลอกใช้จนเธอเกือบเสียเพื่อนรักอย่างนลินไป ความรู้สึกผิดที่กัดกินใจทำให้เตโชตัดสินใจทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด
เขากดเบอร์โทรศัพท์ที่เขาไม่เคยคิดจะโทรหา... เบอร์ของ ภีม
[POV: ภีม – สายโทรศัพท์จากศัตรู]
ภีมขมวดคิ้วมองหน้าจอโทรศัพท์ที่โชว์เบอร์ที่ไม่คุ้นเคย แต่เมื่อเขากดรับและได้ยินเสียงทุ้มเข้มที่แสนเกลียดชัง หัวใจของเขาก็เต้นผิดจังหวะ
"มีอะไรเตโช? ถ้าจะมาพล่ามเรื่องนลินล่ะก็ กูไม่ฟัง"
"ไม่ใช่เรื่องลิน... แต่เป็นเรื่องมีนา" เสียงเตโชดูเคร่งเครียดกว่าปกติ "ไอ้เอกมันนัดมีนาไปที่ผับทองหล่อคืนนี้ มันเอาเรื่องโปรเจกต์มาล่อ มึงก็น่าจะรู้ว่าไอ้เอกมันเป็นคนยังไง... ถ้ามึงไม่อยากให้มีนาพังเพราะความหวังดีปลอมๆ ของมัน มึงต้องรีบไป"
ภีมตัวแข็งทื่อ ความโกรธแค้นเตโชถูกแทนที่ด้วยความห่วงใยที่มีนาอย่างรวดเร็ว "มึงรู้ได้ไง? แล้วทำไมมึงต้องมาบอกกู?"
"เพราะกูเคยทำผิดกับมีนามามากพอแล้ว... และกูก็ไม่ต้องการเห็นไอ้เอกมันทำระยำกับคนรอบตัวนลินอีก" เตโชตอบทิ้งท้ายก่อนจะวางสายไป "กูจะไปรอที่นั่น ถ้ามึงไม่มา... กูจะจัดการมันเองตามวิธีของกู"
[แผนร้ายใต้แสงนีออน]
ค่ำคืนที่ผับหรูย่านทองหล่อ แสงสีและเสียงเพลงบีทหนักๆ ทำให้ประสาทสัมผัสของมีนาเริ่มพร่ามัว เอกรอเธออยู่ที่โต๊ะวีไอพีมุมอับ เขาจัดแจงสั่งเครื่องดื่มสีสวยที่แอบผสม 'ยา' บางอย่างลงไปอย่างแนบเนียน
"ดื่มหน่อยสิมีนา จะได้หายเครียด" เอกส่งแก้วให้พร้อมรอยยิ้มที่ดูหวังดีที่สุด "เรื่องโปรเจกต์น่ะ พี่เตรียมข้อมูลไว้ให้หมดแล้ว ดื่มแก้วนี้แล้วเราค่อยคุยกันเรื่อง... รางวัลที่พี่ควรจะได้รับนะ"
มีนาที่กำลังจะยกแก้วขึ้นดื่มด้วยความเกรงใจ กลับต้องชะงักเมื่อมีมือหนาคว้าแก้วนั้นไปจากมือเธอแล้วสาดทิ้งลงบนพื้นอย่างแรง!
เพล้ง!
"ของรางวัลของมึง... คือหมัดของกูดีไหมไอ้เอก!" ภีมตะโกนก้อง แววตาแดงก่ำด้วยความโกรธจัด
เอกสะดุ้งสุดตัว "ภีม! มึงมาได้ไงวะ!"
"กูมาเพื่อสั่งสอนมึงไง!" ภีมพุ่งเข้าใส่เอกทันทีโดยไม่ฟังเสียงห้าม มีนาเบิกตากว้างด้วยความตกใจก่อนจะถูกใครบางคนกระชากแขนให้ออกมาพ้นรัศมีการปะทะ
"ไปทางนี้มีนา! ที่นี่ไม่ปลอดภัยสำหรับเธอแล้ว" เตโช นั่นเองที่เป็นคนพาเธอออกมา
เตโชไม่ได้เข้าไปร่วมวงชกต่อย แต่เขาทำหน้าที่กันไม่ให้เพื่อนของเอกเข้ามาสมทบ และคอยคุมเชิงให้ภีมจัดการธุระส่วนตัวให้เสร็จสิ้น เมื่อเห็นว่าสถานการณ์เริ่มคุมไม่อยู่ เตโชจึงส่งสัญญาณให้การ์ดของร้านที่เขาแอบติดต่อไว้เข้ามาจัดการลากเอกออกไป
[POV: นลิน – ความจริงที่เปลี่ยนความรู้สึก]
เช้าวันรุ่งขึ้น นลินนั่งฟังเรื่องราวทั้งหมดจากปากของมีนาที่เล่าไปร้องไหไปในห้องนั่งเล่นของคฤหาสน์
"ถ้าพี่ภีมกับพี่เตโชไม่ไปช่วยไว้... มีนาคง..." มีนาสะอื้นจนตัวโยน
นลินนิ่งงันไปครู่ใหญ่ เธอประหลาดใจที่คนอย่างเตโชยอมเป็นคนส่งข่าวให้ภีม ทั้งที่เขารู้ดีว่าภีมเกลียดเขาเข้าไส้ และเขาก็เสี่ยงที่จะถูกมองว่าวางแผนร้ายอีกครั้ง
"พี่เตโชเป็นคนบอกพี่ภีมเหรอมีนา?" นลินถามซ้ำเพื่อความแน่ใจ
"ใช่ค่ะลิน... พี่ภีมบอกว่าพี่เตโชโทรหาเขา และพี่เตโชก็เป็นคนพามีนาออกมาจากตรงนั้น พี่ภีมบอกว่าถ้าไม่มีเตโชคอยกันท่าเพื่อนพี่เอกไว้ เรื่องมันคงไม่จบง่ายแบบนี้"
นลินมองออกไปนอกหน้าต่าง ความรู้สึกที่เคยแข็งกระด้างต่อเตโชเริ่มสั่นคลอนลึกๆ เธอรับรู้ได้ว่าสิ่งที่เขาทำครั้งนี้ไม่ใช่แผนการเพื่อครอบครองเธอ แต่มันคือการ 'ไถ่โทษ' อย่างแท้จริง เขาปกป้องเพื่อนของเธอ... คนที่เขาสัญญาว่าจะไม่ทำร้ายอีก
"พี่ทำเพื่อลินจริงๆ ใช่ไหมพี่เต..." นลินคิดในใจ แววตาที่เคยเย็นชาเริ่มมีรอยสั่นไหวจางๆ
ท่ามกลางวิกฤตการณ์ทางการเงินที่ถาโถมเข้าใส่ตระกูลของเตโชราวกับพายุบ้า บริษัทบริหารสินทรัพย์ที่เคยรุ่งเรืองกลับสั่นคลอนจนถึงรากฐานเมื่อถูกอำนาจของตระกูล วรโชติโภคิน สั่งระงับธุรกรรมทุกอย่าง ภายในห้องทำงานของพ่อเตโช บัดนี้เหลือเพียงควันบุหรี่จางๆ และความเงียบงันที่น่าอึดอัด แต่ความเงียบนั้นก็ถูกทำลายลงด้วยการปรากฏตัวของหญิงสาวที่ดูเพียบพร้อมไปทุกระเบียดนิ้วพิมมาดา หรือ พิม ทายาทเพียงคนเดียวของ เจ้าสัวชูชัย เดินเข้ามาด้วยท่วงท่าที่สง่างามราวกับนางพญา เธอคือไพ่ใบสุดท้ายที่พ่อของเตโชดึงมาเพื่อกอบกู้สถานะที่กำลังจะล่มสลาย โดยมีข้อตกลงลับๆ คือ "การเกี่ยวดองของสองตระกูล"[POV: นลิน – ความนิ่งเฉยที่ซ่อนความบ้าคลั่ง]บ่ายวันนั้นที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ แสงแดดรำไรส่องกระทบโถงทางเดินกว้าง นลินในชุดนักศึกษาที่เนี้ยบกริบเดินเคียงข้างมากับมีนา ทั้งคู่กำลังคุยเรื่องโปรเจกต์ที่ต้องส่งในสัปดาห์หน้า แต่แล้วฝีเท้าของนลินก็ต้องชะงักลงเมื่อสายตาปะทะเข้ากับภาพที่อยู่เบื้องหน้าที่ม้านั่งหินอ่อนใต้ต้นจามจุรีใหญ่ เตโช กำลังยืนอยู่กับผู้หญิงสาวสวยแปลกหน้าคนหนึ่ง ผู้หญิงคนนั้นดู "แพง" ตั้งแต่หัวจดเท้า ชุดเดรสแบรนด
บรรยากาศภายในโรงอาหารคณะวิศวกรรมศาสตร์ช่วงพักเที่ยงเต็มไปด้วยเสียงจอแจ แต่ทว่าโต๊ะหินอ่อนที่นลินและมีนานั่งอยู่กลับดูเป็นจุดสนใจเป็นพิเศษ ไม่ใช่เพียงเพราะความสวยระดับดาวคณะของทั้งคู่ แต่เป็นเพราะการปรากฏตัวของ "เอก" รุ่นพี่ปี 4 ภาคเครื่องกลที่ขึ้นชื่อเรื่องความเจ้าชู้และโปรไฟล์ที่เพอร์เฟกต์จนน่าสงสัยเอกเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มทรงเสน่ห์ ในมือถือถุงขนมราคาแพงและเอกสารสรุปบทเรียนที่ดูเป็นระเบียบ เขาจงใจวางมันลงตรงหน้าหญิงสาวทั้งสองคนด้วยท่าทางที่ดูเป็นสุภาพบุรุษที่สุด"พี่เห็นว่าช่วงนี้ทั้งนลินและมีนาเรียนหนัก เลยเอาของอร่อยมาบำรุงครับ" เอกเอ่ยเสียงนุ่ม แววตาจดจ้องที่ใบหน้าสวยของนลินอย่างสื่อความหมาย "โดยเฉพาะนลิน... ถ้าติดขัดเรื่องโครงสร้างเครื่องกลส่วนไหน ปรึกษาพี่ได้ตลอดนะ พี่เต็มใจช่วยเสมอ""ขอบคุณค่ะพี่เอก แต่ลินมีคนช่วยดูให้แล้วค่ะ" นลินตอบสั้นๆ ตัดบทอย่างเย็นชาตามสไตล์คุณหนูวรโชติโภคินที่เริ่มวางตัวสูงส่งเอกไม่ได้ดูสลด เขายังคงยิ้มรับก่อนจะหันไปทางมีนาที่นั่งอยู่ข้างๆ "ส่วนน้องมีนา... เรื่องโปรเจกต์โยธาที่ติดขัดอยู่ พี่มีตัวอย่างงานวิจัยที่หาอ่านยากมากอยู่ที่ห้อง... เอ้ย อยู่ที่โน
เย็นวันศุกร์ที่ห้างสรรพสินค้าหรูใจกลางเมือง บรรยากาศอบอวลไปด้วยแสงไฟระยิบระยับ ผู้คนพลุกพล่านตามประสาเลิกงาน แต่สำหรับ ภีม วันนี้คือวันที่สำคัญกว่าการปิดโปรเจกต์ใดๆ เขาเดินวนเวียนอยู่หน้าร้านอาหารอิตาเลียนชื่อดังในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนเสื้อขึ้นอย่างลามกใจ กางเกงสแล็คสีดำเนี้ยบกริบ แววตาคมคายคอยชำเลืองมองนาฬิกาข้อมือราคาแพงทุกๆ สองนาทีภีมพรูลมหายใจออกมาเบาๆ เขาไม่เคยรู้สึกประหม่าขนาดนี้มาก่อน แม้แต่ตอนพรีเซนต์งานหน้าคณบดีเขายังนิ่งได้มากกว่านี้ มือหนาแอบลูบหน้าท้องตัวเองเบาๆ เพราะความรู้สึก "มวนท้อง" ที่แปลกประหลาด"แค่เดทกับมีนา... ทำไมต้องตื่นเต้นขนาดนี้วะภีม" เขาตำหนิตัวเองในใจ แต่ภาพใบหน้าหวานของรุ่นน้องที่เริ่มวางตัวห่างเหินจากเขาในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา กลับทำให้เขาอยากจะทำทุกอย่างให้เธอกลับมาส่งยิ้มกว้างๆ ให้เขาเหมือนเดิม"พี่ภีมคะ... รอนานไหม?" เสียงใสๆ ที่คุ้นเคยดังขึ้นจากทางด้านหลังภีมหันกลับไปมองและแทบจะหยุดหายใจ มีนาในชุดมินิเดรสสีพาสเทลน่ารัก ผมม้าที่เคยปรกหน้าถูกรวบขึ้นครึ่งศีรษะเผยใบหน้าจิ้มลิ้มที่แต่งแต้มเครื่องสำอางบางๆ ดูสะอาดตาและมีเสน่ห์จนเขาไม่อาจละสายตาได้"ไม่
บรรยากาศยามเย็นหลังเลิกเรียนที่ห้องสมุดคณะวิศวกรรมศาสตร์เงียบสงบ มีเพียงเสียงพลิกหน้ากระดาษและเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ มีนานั่งจดสรุปวิชาการคำนวณโครงสร้างอยู่ที่โต๊ะมุมอับสายตา เธอพยายามจดจ่อกับเนื้อหาตรงหน้าเพื่อไม่ให้ความคิดฟุ้งซ่านลอยไปหา "ใครบางคน" ที่เธอเพิ่งประกาศตัดใจไปเมื่อวาน[POV: มีนา – ท้องฟ้าที่เริ่มสดใสด้วยตัวเอง]มีนาวางปากกาลงแล้วบิดขี้เกียจเบาๆ ความรู้สึกหนักอึ้งในอกที่เคยแบกไว้ตลอดสี่ปีเริ่มเบาบางลงอย่างน่าประหลาด เมื่อเธอไม่ต้องคอยชะเง้อคอมองว่าพี่ภีมจะเดินผ่านไปทางไหน หรือไม่ต้องคอยปั้นหน้ายิ้มเพื่อให้เขาหันมามอง"มันก็ไม่ได้แย่นี่นา... การอยู่แบบไม่มีพี่น่ะ" เธอคิดพลางอมยิ้มบางๆแต่แล้วกลิ่นน้ำหอมแนว Woody ที่แสนคุ้นเคยก็ลอยมาแตะจมูก พร้อมกับเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามที่ถูกเลื่อนออกช้าๆ มีนาชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาคนมาใหม่ภีม ในชุดนักศึกษาที่พับแขนเสื้อขึ้นอย่างลามกใจ จ้องมองเธอด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก บนโต๊ะของเขามีแก้วชานมไข่มุกเจ้าดังที่เธอเคยบ่นว่าอยากกินแต่ไม่เคยได้กินเพราะเขาไม่เคยพาไปภีมพยายามทำสีหน้าให้ปกติที่สุด ทั้งที่ข้างในใจสั่นรัวอย่างกั
บรรยากาศที่ลานเกียร์ในบ่ายวันอังคารดูจะระอุไปด้วยไอร้อนของแดดเมืองไทย ทว่าความร้อนนั้นกลับเทียบไม่ได้กับความอึดอัดที่แผ่ซ่านอยู่รอบโต๊ะหินอ่อนประจำกลุ่มวิศวะโยธา นลินในลุคคุณหนูที่ดูสะอาดสะอ้านนั่งทบทวนบทเรียนอยู่ข้างๆ มีนา โดยมีบอดี้การ์ดร่างยักษ์ยืนคุมเชิงอยู่ห่างๆ พอประมาณเพื่อไม่ให้รบกวนความเป็นส่วนตัว แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้ใครบางคนไม่สามารถบุกจู่โจมเข้ามาได้ง่ายๆมีนาก้มหน้าจดเลคเชอร์ด้วยจังหวะที่สม่ำเสมอ เธอไม่ได้เหลือบมองนาฬิกาเพื่อรอเวลาที่ ภีม จะเดินผ่านเหมือนที่เคยทำมาตลอดมา ความเจ็บปวดจากการถูกปัดมือทิ้งในวันนั้น และความละอายใจที่เกือบจะทำลายเพื่อนรักเพราะความหลงผิด มันกลายเป็นบทเรียนราคาแพงที่ซึมลึกเข้าสู่กระดูกดำ'ถ้าการรักพี่มันทำให้ฉันกลายเป็นคนเลว... ฉันก็ควรเลิกรัก' มีนาคิดพลางเม้มปากแน่น เธอรู้สึกได้ถึงสายตาของใครบางคนที่จ้องมองมาจากทางเดินตึก แต่เธอก็เลือกที่จะไม่เงยหน้าขึ้นไปมอง เพราะรู้ดีว่าถ้าสบตาเพียงนิด กำแพงความเข้มแข็งที่พยายามสร้างขึ้นอาจพังทลายลง[POV: ภีม – ช่องว่างที่ตะโกนก้อง]ภีมยืนกำสายกระเป๋าเป้อยู่ตรงหัวมุมตึก สายตาของเขาจดจ้องไปที่ร่างเล็กของมีนาที่
แสงแดดจัดจ้าในยามเช้าสาดส่องลงบนพื้นถนนยางมะตอยหน้าคณะวิศวกรรมศาสตร์ บรรยากาศที่เคยดูธรรมดาในทุกวันจันทร์กลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเมื่อขบวนรถยุโรปคันหรูสีดำขลับประทับตราโลโก้สีทองอันเป็นเอกลักษณ์ของตระกูล วรโชติโภคิน เลี้ยวเข้ามาจอดนิ่งสนิทหน้าอาคารเรียน นิสิตหลายร้อยคนที่กำลังเดินเข้าตึกต่างหยุดชะงัก สายตาทุกคู่จับจ้องไปยังชายฉกรรจ์ในชุดสูทสากลสีดำสี่คนที่ก้าวลงมาประจำตำแหน่งรอบตัวรถอย่างรวดเร็วและเป็นระเบียบทันทีที่ประตูรถถูกเปิดออก ร่างระหงของ นลิน ก้าวลงมาพร้อมกับ ภีม พี่ชายที่แต่งกายด้วยชุดนักศึกษาเนี้ยบกริบทว่าแผ่ซ่านไปด้วยรังสีความดุดันและปกป้อง นลินในวันนี้ดูเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน ผิวพรรณที่เคยซีดเซียวบัดนี้ดูผุดผ่องไร้ที่ติภายใต้การดูแลอย่างดี เธอสวมชุดนักศึกษาที่ตัดเย็บด้วยเนื้อผ้าชั้นดี เครื่องประดับเพชรเม็ดเล็กบนใบหูส่งประกายวับวาวล้อแสงแดด และที่สำคัญที่สุดคือ "แววตา" ของเธอที่ไม่ได้มีความหวาดกลัวหรือเศร้าสร้อยหลงเหลืออยู่เลย[POV: เตโช]ห่างออกไปหลังเสาต้นใหญ่หน้าคณะ เตโช ยืนกำหมัดแน่นจนเล็บแทบจิกเข้าเนื้อ สภาพของอดีตเฮดว้ากปี 4 ผู้ยิ่งใหญ่ในตอนนี้ดูทรุดโทรมลงอย่างเ







