Home / โรแมนติก / เกมรักวิศวะร้าย / บทที่ 27: เดทแรกที่เกือบจะหวาน...

Share

บทที่ 27: เดทแรกที่เกือบจะหวาน...

last update Petsa ng paglalathala: 2026-03-19 23:28:51

เย็นวันศุกร์ที่ห้างสรรพสินค้าหรูใจกลางเมือง บรรยากาศอบอวลไปด้วยแสงไฟระยิบระยับ ผู้คนพลุกพล่านตามประสาเลิกงาน แต่สำหรับ ภีม วันนี้คือวันที่สำคัญกว่าการปิดโปรเจกต์ใดๆ เขาเดินวนเวียนอยู่หน้าร้านอาหารอิตาเลียนชื่อดังในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนเสื้อขึ้นอย่างลามกใจ กางเกงสแล็คสีดำเนี้ยบกริบ แววตาคมคายคอยชำเลืองมองนาฬิกาข้อมือราคาแพงทุกๆ สองนาที

ภีมพรูลมหายใจออกมาเบาๆ เขาไม่เคยรู้สึกประหม่าขนาดนี้มาก่อน แม้แต่ตอนพรีเซนต์งานหน้าคณบดีเขายังนิ่งได้มากกว่านี้ มือหนาแอบลูบหน้าท้องตัวเองเบาๆ เพราะความรู้สึก "มวนท้อง" ที่แปลกประหลาด

"แค่เดทกับมีนา... ทำไมต้องตื่นเต้นขนาดนี้วะภีม" เขาตำหนิตัวเองในใจ แต่ภาพใบหน้าหวานของรุ่นน้องที่เริ่มวางตัวห่างเหินจากเขาในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา กลับทำให้เขาอยากจะทำทุกอย่างให้เธอกลับมาส่งยิ้มกว้างๆ ให้เขาเหมือนเดิม

"พี่ภีมคะ... รอนานไหม?" เสียงใสๆ ที่คุ้นเคยดังขึ้นจากทางด้านหลัง

ภีมหันกลับไปมองและแทบจะหยุดหายใจ มีนาในชุดมินิเดรสสีพาสเทลน่ารัก ผมม้าที่เคยปรกหน้าถูกรวบขึ้นครึ่งศีรษะเผยใบหน้าจิ้มลิ้มที่แต่งแต้มเครื่องสำอางบางๆ ดูสะอาดตาและมีเสน่ห์จนเขาไม่อาจละสายตาได้

"ไม่นาน... พี่ก็เพิ่งมา" เขาโกหกคำโต ทั้งที่มายืนรอเกือบครึ่งชั่วโมง "เข้าไปข้างในกันเถอะ พี่จองโต๊ะริมกระจกไว้ให้"

มีนาเดินตามแรงจูงใจที่แผ่นหลังกว้างของภีมนำทางไป เธอพยายามเตือนตัวเองว่านี่คือการ 'ให้โอกาส' ไม่ใช่การ 'ยอมแพ้' แต่สัมผัสจากมือหนาที่เอื้อมมาประคองที่แผ่นหลังเบาๆ ในจังหวะที่เดินเข้าร้าน กลับทำให้กำแพงความเย็นชาที่เธออุตส่าห์สร้างมาทั้งสัปดาห์เริ่มสั่นคลอน

ร้านอาหารบรรยากาศดี ดนตรีคลาสสิกคลอเบาๆ และวิวกรุงเทพฯ ยามค่ำคืนผ่านกระจกบานใหญ่ดูโรแมนติกจนมีนาแอบหน้าร้อน ภีมดูแลเธอดีอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาเลื่อนเก้าอี้ให้ แนะนำเมนูที่เธอชอบ และคอยลอบมองเธอด้วยสายตาที่อบอุ่นจนเธอทำตัวไม่ถูก

"มีนา... พี่ขอโทษนะ สำหรับทุกอย่างที่ผ่านมา" ภีมเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ แววตาของเขาจริงจังจนมีนาต้องวางช้อนลง "พี่มันโง่เองที่มองข้ามความหวังดีของเธอ ต่อไปนี้... พี่ขอโอกาสพิสูจน์ตัวเองได้ไหม?"

มีนานิ่งไปครู่หนึ่ง "พี่ภีมแนใจนะคะ... ว่าไม่ได้ทำเพราะแค่ 'เหงา' ที่ไม่มีมีนาคอยตาม"

"พี่แน่ใจ... พี่ไม่ได้แค่เหงา แต่มัน 'ขาด' ไม่ได้ต่างหาก" ภีมกุมมือเธอไว้บนโต๊ะ

ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังจะซึ้งจนหยดสุดท้าย... "ก้างขวางคอ" ชิ้นใหญ่ก็ปรากฏตัวขึ้น!


[แขกที่ไม่ได้รับเชิญ]

"อ้าว! น้องมีนาหรือเปล่าครับนั่น?" เสียงทุ้มเข้มแฝงความประหลาดใจดังขึ้นข้างโต๊ะ

ภีมชะงัก แววตาที่เคยอ่อนโยนเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวทันทีเมื่อเห็นร่างสูงของ "พี่เอก" รุ่นพี่ปี 4 ภาคเครื่องกลที่นลินเคยอ้างถึง เอกยืนยิ้มกว้างในชุดลำลองดูดี เขาคือหนุ่มฮอตโปรไฟล์เลิศที่เป็นคู่แข่งของภีมมาโดยตลอดทั้งเรื่องเรียนและกีฬา

"พี่เอก! สวัสดีค่ะ" มีนายกมือไหว้ด้วยรอยยิ้มสดใสตามมารยาท

"มาทานข้าวเหรอครับ? บังเอิญจัง พี่ก็เพิ่งมากับเพื่อนๆ นั่งโต๊ะโน้นเอง" เอกชี้ไปที่โต๊ะใหญ่ถัดไปไม่ไกล ก่อนจะหันมามองภีมด้วยสายตาท้าทาย "อ้าว ภีมก็มาด้วยเหรอ พาน้องสาวมาทานข้าวเหรอครับ?"

คำว่า 'น้องสาว' เหมือนลูกธนูที่ปักเข้ากลางใจภีม เขาบดกรามแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดนูน

"ไม่ใช่คนอื่นคนไกลหรอกเอก... พอดีผมพามีนามา 'เดท' น่ะครับ" ภีมเน้นคำว่าเดทชัดถ้อยชัดคำพลางดึงมือมีนามาเกาะแขนเขาไว้แสดงความเป็นเจ้าของ


[พยัคฆ์ขี้หึงออกโรง]

ภีมรู้สึกเหมือนมีไฟลุกท่วมอกเมื่อเห็นเอกส่งสายตาเจ้าชู้ให้มีนา เขาไม่ชอบที่ไอ้รุ่นพี่คนนี้มองขาอ่อนของเธอ (แม้จะใส่เดรสยาวคลุมเข่าก็ตาม!) และไม่ชอบที่มันกล้าเข้ามาขัดจังหวะสำคัญของเขา

"เดทเหรอ? แหม... น้องมีนาเนี่ยเสน่ห์แรงจริงๆ นะครับ วันก่อนที่คณะพี่ยังเห็นคนไปรุมจีบอยู่เลย" เอกยังคงไม่เลิกรา "ไว้ถ้าเบื่อแถวนี้... แวะไปนั่งโต๊ะพี่ได้นะครับมีนา พี่สั่งสเต็กเนื้อวากิวมาเผื่อด้วย"

"ไม่เป็นไรค่ะพี่เอก พอดีมีนา..."

"มีนาอิ่มแล้วครับ!" ภีมแทรกขึ้นทันควัน แย่งตอบแทนหญิงสาว "และผมก็สั่งของที่ดีที่สุดให้เธอเรียบร้อยแล้ว เชิญกลับโต๊ะเถอะครับ เดี๋ยวเพื่อนๆ จะรอนาน"

เอกหัวเราะห้วนๆ ปรายสายตามองภีมอย่างผู้เหนือกว่าก่อนจะเดินจากไป ทิ้งให้บรรยากาศที่โต๊ะคุกรุ่นไปด้วยรังสีความหึงหวง


[POV: มีนา – ความฟินในความขี้หึง]

มีนาพยายามกลั้นยิ้มจนแก้มตุ่ย เธอเพิ่งเคยเห็นพี่ภีม "สติหลุด" ขนาดนี้เป็นครั้งแรก เขาหน้าแดงก่ำ แววตาคมกริบจ้องมองไปที่โต๊ะของเอกราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ

"พี่ภีม... เป็นอะไรไปคะ? ทำไมต้องเสียงดังใส่พี่เอกด้วย" เธอแกล้งถามเย้า

"ก็มันมองเธอแปลกๆ! แล้วดูมันพูดสิ... ท้าทายพี่ชัดๆ" ภีมพึมพำอย่างหงุดหงิด ก่อนจะหันมาสั่งเสียงเข้ม "ต่อไปนี้ห้ามยิ้มให้มันนะมีนา ห้ามคุยด้วย ห้ามไปไหนมาไหนกับมันเด็ดขาด!"

"ทำไมล่ะคะ? พี่เอกเขาก็ดูนิสัยดีออก"

"มีนา!" ภีมวางส้อมลงเสียงดัง 'เคร้ง' เขาโน้มตัวเข้าไปใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจ "ฟังพี่นะ... พี่ไม่ชอบให้ใครมายุ่งกับ 'ของหวง' ของพี่ เข้าใจไหม?"

คำว่า 'ของหวง' ทำให้มีนาหน้าแดงแป๊ดไปถึงใบหู หัวใจเต้นรัวจนแทบไม่ได้ยินเสียงดนตรีในร้าน ความขี้หึงของเขาในวันนี้มันช่างรุนแรงและ... น่ารักจนเธอโกรธไม่ลงจริงๆ


[เดทที่เปลี่ยนเป็นสนามอารมณ์]

ตลอดมื้ออาหาร ภีมทำตัวเหมือนบอดี้การ์ดส่วนตัวมากกว่าคู่เดท เขาคอยตักนั่นตักนี่ให้แทบจะป้อนถึงปาก และทุกครั้งที่มีนาทำท่าจะหันไปทางโต๊ะของเอก ภีมก็จะแกล้งเรียกชื่อเธอ หรือชวนคุยเรื่องอื่นเพื่อดึงความสนใจกลับมา

"พี่ภีม... มีนาอิ่มแล้วค่ะ" มีนาบอกพลางวางผ้ากันเปื้อนลง

"อิ่มแล้วก็กลับ พี่ไม่อยากให้อยู่แถวนี้นาน" ภีมรีบเรียกพนักงานเช็คบิลทันที เขาไม่อยากให้เอกมีโอกาสเข้ามาทักเธออีกรอบ

ในจังหวะที่เดินออกจากร้าน ภีมรวบเอวบางของมีนาเข้ามาโอบไว้แน่นอย่างเปิดเผย ท่ามกลางสายตาอิจฉาของคนทั้งร้าน และสายตาเสียดายของเอกที่มองตามหลังไป ภีมก้มลงกระซิบที่ข้างหูมีนาด้วยน้ำเสียงแหบพร่า

"เดทแรกอาจจะขลุกขลักหน่อย... แต่เดทหน้า พี่จะพาเธอไปที่ที่มีแค่เราสองคน จะได้ไม่มี 'ก้าง' ตัวไหนมาขวางทางพี่อีก"

มีนาเดินหน้าแดงแจ๋ไปตลอดทางจนถึงลานจอดรถ ความกุ๊กกิ๊กที่ปนไปด้วยความหึงหวงของประธานรุ่นโยธาสุดเก๊ก ทำให้เดทแรกนี้กลายเป็นความทรงจำที่หวานล้ำยิ่งกว่าขนมหวานรสเลิศที่เพิ่งทานไปเสียอีก

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • เกมรักวิศวะร้าย   บทที่ 29: ว่าที่คู่หมั้นและกำแพงที่สั่นคลอน

    ท่ามกลางวิกฤตการณ์ทางการเงินที่ถาโถมเข้าใส่ตระกูลของเตโชราวกับพายุบ้า บริษัทบริหารสินทรัพย์ที่เคยรุ่งเรืองกลับสั่นคลอนจนถึงรากฐานเมื่อถูกอำนาจของตระกูล วรโชติโภคิน สั่งระงับธุรกรรมทุกอย่าง ภายในห้องทำงานของพ่อเตโช บัดนี้เหลือเพียงควันบุหรี่จางๆ และความเงียบงันที่น่าอึดอัด แต่ความเงียบนั้นก็ถูกทำลายลงด้วยการปรากฏตัวของหญิงสาวที่ดูเพียบพร้อมไปทุกระเบียดนิ้วพิมมาดา หรือ พิม ทายาทเพียงคนเดียวของ เจ้าสัวชูชัย เดินเข้ามาด้วยท่วงท่าที่สง่างามราวกับนางพญา เธอคือไพ่ใบสุดท้ายที่พ่อของเตโชดึงมาเพื่อกอบกู้สถานะที่กำลังจะล่มสลาย โดยมีข้อตกลงลับๆ คือ "การเกี่ยวดองของสองตระกูล"[POV: นลิน – ความนิ่งเฉยที่ซ่อนความบ้าคลั่ง]บ่ายวันนั้นที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ แสงแดดรำไรส่องกระทบโถงทางเดินกว้าง นลินในชุดนักศึกษาที่เนี้ยบกริบเดินเคียงข้างมากับมีนา ทั้งคู่กำลังคุยเรื่องโปรเจกต์ที่ต้องส่งในสัปดาห์หน้า แต่แล้วฝีเท้าของนลินก็ต้องชะงักลงเมื่อสายตาปะทะเข้ากับภาพที่อยู่เบื้องหน้าที่ม้านั่งหินอ่อนใต้ต้นจามจุรีใหญ่ เตโช กำลังยืนอยู่กับผู้หญิงสาวสวยแปลกหน้าคนหนึ่ง ผู้หญิงคนนั้นดู "แพง" ตั้งแต่หัวจดเท้า ชุดเดรสแบรนด

  • เกมรักวิศวะร้าย   บทที่ 28: จิ้งจอกในคราบสุภาพบุรุษ

    บรรยากาศภายในโรงอาหารคณะวิศวกรรมศาสตร์ช่วงพักเที่ยงเต็มไปด้วยเสียงจอแจ แต่ทว่าโต๊ะหินอ่อนที่นลินและมีนานั่งอยู่กลับดูเป็นจุดสนใจเป็นพิเศษ ไม่ใช่เพียงเพราะความสวยระดับดาวคณะของทั้งคู่ แต่เป็นเพราะการปรากฏตัวของ "เอก" รุ่นพี่ปี 4 ภาคเครื่องกลที่ขึ้นชื่อเรื่องความเจ้าชู้และโปรไฟล์ที่เพอร์เฟกต์จนน่าสงสัยเอกเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มทรงเสน่ห์ ในมือถือถุงขนมราคาแพงและเอกสารสรุปบทเรียนที่ดูเป็นระเบียบ เขาจงใจวางมันลงตรงหน้าหญิงสาวทั้งสองคนด้วยท่าทางที่ดูเป็นสุภาพบุรุษที่สุด"พี่เห็นว่าช่วงนี้ทั้งนลินและมีนาเรียนหนัก เลยเอาของอร่อยมาบำรุงครับ" เอกเอ่ยเสียงนุ่ม แววตาจดจ้องที่ใบหน้าสวยของนลินอย่างสื่อความหมาย "โดยเฉพาะนลิน... ถ้าติดขัดเรื่องโครงสร้างเครื่องกลส่วนไหน ปรึกษาพี่ได้ตลอดนะ พี่เต็มใจช่วยเสมอ""ขอบคุณค่ะพี่เอก แต่ลินมีคนช่วยดูให้แล้วค่ะ" นลินตอบสั้นๆ ตัดบทอย่างเย็นชาตามสไตล์คุณหนูวรโชติโภคินที่เริ่มวางตัวสูงส่งเอกไม่ได้ดูสลด เขายังคงยิ้มรับก่อนจะหันไปทางมีนาที่นั่งอยู่ข้างๆ "ส่วนน้องมีนา... เรื่องโปรเจกต์โยธาที่ติดขัดอยู่ พี่มีตัวอย่างงานวิจัยที่หาอ่านยากมากอยู่ที่ห้อง... เอ้ย อยู่ที่โน

  • เกมรักวิศวะร้าย   บทที่ 27: เดทแรกที่เกือบจะหวาน...

    เย็นวันศุกร์ที่ห้างสรรพสินค้าหรูใจกลางเมือง บรรยากาศอบอวลไปด้วยแสงไฟระยิบระยับ ผู้คนพลุกพล่านตามประสาเลิกงาน แต่สำหรับ ภีม วันนี้คือวันที่สำคัญกว่าการปิดโปรเจกต์ใดๆ เขาเดินวนเวียนอยู่หน้าร้านอาหารอิตาเลียนชื่อดังในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนเสื้อขึ้นอย่างลามกใจ กางเกงสแล็คสีดำเนี้ยบกริบ แววตาคมคายคอยชำเลืองมองนาฬิกาข้อมือราคาแพงทุกๆ สองนาทีภีมพรูลมหายใจออกมาเบาๆ เขาไม่เคยรู้สึกประหม่าขนาดนี้มาก่อน แม้แต่ตอนพรีเซนต์งานหน้าคณบดีเขายังนิ่งได้มากกว่านี้ มือหนาแอบลูบหน้าท้องตัวเองเบาๆ เพราะความรู้สึก "มวนท้อง" ที่แปลกประหลาด"แค่เดทกับมีนา... ทำไมต้องตื่นเต้นขนาดนี้วะภีม" เขาตำหนิตัวเองในใจ แต่ภาพใบหน้าหวานของรุ่นน้องที่เริ่มวางตัวห่างเหินจากเขาในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา กลับทำให้เขาอยากจะทำทุกอย่างให้เธอกลับมาส่งยิ้มกว้างๆ ให้เขาเหมือนเดิม"พี่ภีมคะ... รอนานไหม?" เสียงใสๆ ที่คุ้นเคยดังขึ้นจากทางด้านหลังภีมหันกลับไปมองและแทบจะหยุดหายใจ มีนาในชุดมินิเดรสสีพาสเทลน่ารัก ผมม้าที่เคยปรกหน้าถูกรวบขึ้นครึ่งศีรษะเผยใบหน้าจิ้มลิ้มที่แต่งแต้มเครื่องสำอางบางๆ ดูสะอาดตาและมีเสน่ห์จนเขาไม่อาจละสายตาได้"ไม่

  • เกมรักวิศวะร้าย   บทที่ 26: เมื่อ "ของตาย" กลายเป็น "ของหวง"

    บรรยากาศยามเย็นหลังเลิกเรียนที่ห้องสมุดคณะวิศวกรรมศาสตร์เงียบสงบ มีเพียงเสียงพลิกหน้ากระดาษและเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ มีนานั่งจดสรุปวิชาการคำนวณโครงสร้างอยู่ที่โต๊ะมุมอับสายตา เธอพยายามจดจ่อกับเนื้อหาตรงหน้าเพื่อไม่ให้ความคิดฟุ้งซ่านลอยไปหา "ใครบางคน" ที่เธอเพิ่งประกาศตัดใจไปเมื่อวาน[POV: มีนา – ท้องฟ้าที่เริ่มสดใสด้วยตัวเอง]มีนาวางปากกาลงแล้วบิดขี้เกียจเบาๆ ความรู้สึกหนักอึ้งในอกที่เคยแบกไว้ตลอดสี่ปีเริ่มเบาบางลงอย่างน่าประหลาด เมื่อเธอไม่ต้องคอยชะเง้อคอมองว่าพี่ภีมจะเดินผ่านไปทางไหน หรือไม่ต้องคอยปั้นหน้ายิ้มเพื่อให้เขาหันมามอง"มันก็ไม่ได้แย่นี่นา... การอยู่แบบไม่มีพี่น่ะ" เธอคิดพลางอมยิ้มบางๆแต่แล้วกลิ่นน้ำหอมแนว Woody ที่แสนคุ้นเคยก็ลอยมาแตะจมูก พร้อมกับเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามที่ถูกเลื่อนออกช้าๆ มีนาชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาคนมาใหม่ภีม ในชุดนักศึกษาที่พับแขนเสื้อขึ้นอย่างลามกใจ จ้องมองเธอด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก บนโต๊ะของเขามีแก้วชานมไข่มุกเจ้าดังที่เธอเคยบ่นว่าอยากกินแต่ไม่เคยได้กินเพราะเขาไม่เคยพาไปภีมพยายามทำสีหน้าให้ปกติที่สุด ทั้งที่ข้างในใจสั่นรัวอย่างกั

  • เกมรักวิศวะร้าย   บทที่ 25: แรงเหวี่ยงของความเฉยชา

    บรรยากาศที่ลานเกียร์ในบ่ายวันอังคารดูจะระอุไปด้วยไอร้อนของแดดเมืองไทย ทว่าความร้อนนั้นกลับเทียบไม่ได้กับความอึดอัดที่แผ่ซ่านอยู่รอบโต๊ะหินอ่อนประจำกลุ่มวิศวะโยธา นลินในลุคคุณหนูที่ดูสะอาดสะอ้านนั่งทบทวนบทเรียนอยู่ข้างๆ มีนา โดยมีบอดี้การ์ดร่างยักษ์ยืนคุมเชิงอยู่ห่างๆ พอประมาณเพื่อไม่ให้รบกวนความเป็นส่วนตัว แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้ใครบางคนไม่สามารถบุกจู่โจมเข้ามาได้ง่ายๆมีนาก้มหน้าจดเลคเชอร์ด้วยจังหวะที่สม่ำเสมอ เธอไม่ได้เหลือบมองนาฬิกาเพื่อรอเวลาที่ ภีม จะเดินผ่านเหมือนที่เคยทำมาตลอดมา ความเจ็บปวดจากการถูกปัดมือทิ้งในวันนั้น และความละอายใจที่เกือบจะทำลายเพื่อนรักเพราะความหลงผิด มันกลายเป็นบทเรียนราคาแพงที่ซึมลึกเข้าสู่กระดูกดำ'ถ้าการรักพี่มันทำให้ฉันกลายเป็นคนเลว... ฉันก็ควรเลิกรัก' มีนาคิดพลางเม้มปากแน่น เธอรู้สึกได้ถึงสายตาของใครบางคนที่จ้องมองมาจากทางเดินตึก แต่เธอก็เลือกที่จะไม่เงยหน้าขึ้นไปมอง เพราะรู้ดีว่าถ้าสบตาเพียงนิด กำแพงความเข้มแข็งที่พยายามสร้างขึ้นอาจพังทลายลง[POV: ภีม – ช่องว่างที่ตะโกนก้อง]ภีมยืนกำสายกระเป๋าเป้อยู่ตรงหัวมุมตึก สายตาของเขาจดจ้องไปที่ร่างเล็กของมีนาที่

  • เกมรักวิศวะร้าย   บทที่ 24: รัศมีที่เอื้อมไม่ถึง

    แสงแดดจัดจ้าในยามเช้าสาดส่องลงบนพื้นถนนยางมะตอยหน้าคณะวิศวกรรมศาสตร์ บรรยากาศที่เคยดูธรรมดาในทุกวันจันทร์กลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเมื่อขบวนรถยุโรปคันหรูสีดำขลับประทับตราโลโก้สีทองอันเป็นเอกลักษณ์ของตระกูล วรโชติโภคิน เลี้ยวเข้ามาจอดนิ่งสนิทหน้าอาคารเรียน นิสิตหลายร้อยคนที่กำลังเดินเข้าตึกต่างหยุดชะงัก สายตาทุกคู่จับจ้องไปยังชายฉกรรจ์ในชุดสูทสากลสีดำสี่คนที่ก้าวลงมาประจำตำแหน่งรอบตัวรถอย่างรวดเร็วและเป็นระเบียบทันทีที่ประตูรถถูกเปิดออก ร่างระหงของ นลิน ก้าวลงมาพร้อมกับ ภีม พี่ชายที่แต่งกายด้วยชุดนักศึกษาเนี้ยบกริบทว่าแผ่ซ่านไปด้วยรังสีความดุดันและปกป้อง นลินในวันนี้ดูเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน ผิวพรรณที่เคยซีดเซียวบัดนี้ดูผุดผ่องไร้ที่ติภายใต้การดูแลอย่างดี เธอสวมชุดนักศึกษาที่ตัดเย็บด้วยเนื้อผ้าชั้นดี เครื่องประดับเพชรเม็ดเล็กบนใบหูส่งประกายวับวาวล้อแสงแดด และที่สำคัญที่สุดคือ "แววตา" ของเธอที่ไม่ได้มีความหวาดกลัวหรือเศร้าสร้อยหลงเหลืออยู่เลย[POV: เตโช]ห่างออกไปหลังเสาต้นใหญ่หน้าคณะ เตโช ยืนกำหมัดแน่นจนเล็บแทบจิกเข้าเนื้อ สภาพของอดีตเฮดว้ากปี 4 ผู้ยิ่งใหญ่ในตอนนี้ดูทรุดโทรมลงอย่างเ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status