LOGINท่ามกลางวิกฤตการณ์ทางการเงินที่ถาโถมเข้าใส่ตระกูลของเตโชราวกับพายุบ้า บริษัทบริหารสินทรัพย์ที่เคยรุ่งเรืองกลับสั่นคลอนจนถึงรากฐานเมื่อถูกอำนาจของตระกูล วรโชติโภคิน สั่งระงับธุรกรรมทุกอย่าง ภายในห้องทำงานของพ่อเตโช บัดนี้เหลือเพียงควันบุหรี่จางๆ และความเงียบงันที่น่าอึดอัด แต่ความเงียบนั้นก็ถูกทำลายลงด้วยการปรากฏตัวของหญิงสาวที่ดูเพียบพร้อมไปทุกระเบียดนิ้ว
พิมมาดา หรือ พิม ทายาทเพียงคนเดียวของ เจ้าสัวชูชัย เดินเข้ามาด้วยท่วงท่าที่สง่างามราวกับนางพญา เธอคือไพ่ใบสุดท้ายที่พ่อของเตโชดึงมาเพื่อกอบกู้สถานะที่กำลังจะล่มสลาย โดยมีข้อตกลงลับๆ คือ "การเกี่ยวดองของสองตระกูล"
บ่ายวันนั้นที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ แสงแดดรำไรส่องกระทบโถงทางเดินกว้าง นลินในชุดนักศึกษาที่เนี้ยบกริบเดินเคียงข้างมากับมีนา ทั้งคู่กำลังคุยเรื่องโปรเจกต์ที่ต้องส่งในสัปดาห์หน้า แต่แล้วฝีเท้าของนลินก็ต้องชะงักลงเมื่อสายตาปะทะเข้ากับภาพที่อยู่เบื้องหน้า
ที่ม้านั่งหินอ่อนใต้ต้นจามจุรีใหญ่ เตโช กำลังยืนอยู่กับผู้หญิงสาวสวยแปลกหน้าคนหนึ่ง ผู้หญิงคนนั้นดู "แพง" ตั้งแต่หัวจดเท้า ชุดเดรสแบรนด์เนมที่เธอสวมใส่ขับเน้นรูปร่างเพรียวบาง ใบหน้าที่แต่งแต้มมาอย่างประณีตดูไร้ที่ติ และที่สำคัญ... เธอกำลังควงแขนเตโชไว้อย่างเปิดเผย
"ผู้หญิงคนนั้นคือใคร?" คำถามนี้ผุดขึ้นมาในใจนลินทันที หัวใจของเธอที่เคยคิดว่าด้านชาไปแล้วกลับกระตุกวูบอย่างแรง ความรู้สึกร้อนผ่าวแล่นขึ้นมาจุกที่ลำคออย่างหาสาเหตุไม่ได้
"นั่นใครน่ะลิน? สวยมากเลยนะนั่น" มีนาอุทานออกมาเบาๆ อย่างลืมตัว
นลินเม้มปากแน่น เธอพยายามปรับสีหน้าให้เรียบเฉยที่สุด กระชับเอกสารในอ้อมกอดแน่นจนมันยับย่น "ไม่รู้สิมีนา... คงเป็นคนสำคัญของเขาล่ะมั้ง"
เตโชรู้สึกเหมือนถูกไฟเผาเมื่อเห็นนลินเดินเข้ามาในรัศมีสายตา เขาพยายามจะชักแขนออกจากการเกาะกุมของพิมมาดา แต่หญิงสาวกลับยิ่งกระชับวงแขนแน่นขึ้น พร้อมกับส่งยิ้มหวานที่ดูเหมือนจงใจแสดงความเป็นเจ้าของ
"เตโชคะ... เย็นนี้พิมนัดคุณพ่อไว้แล้วนะคะ เรื่องสัญญาเงินกู้ที่เราจะเซ็นกันหลังงานหมั้น" พิมมาดาเอ่ยเสียงใส แววตาของเธอนั้นเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ
เตโชไม่ได้ฟังสิ่งที่พิมมาดาพูดเลยแม้แต่น้อย สายตาของเขาจ้องมองเพียงแค่นลินที่ยืนอยู่ห่างออกไปไม่กี่เมตร เขาเห็นแววตาสั่นไหวเพียงเสี้ยววินาทีของเธอก่อนที่มันจะแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาเหมือนเดิม
"อย่าเข้าใจผิดนะลิน... พี่ถูกบังคับ" เขาอยากจะตะโกนบอกเธอแบบนั้น แต่มันไม่มีประโยชน์เลยในเมื่อเขายังต้องยอมให้ผู้หญิงคนนี้เดินเคียงข้างเพื่อรักษาลมหายใจของบริษัทพ่อไว้
นลินตัดสินใจเดินผ่านคนทั้งคู่ไปราวกับเป็นธาตุอากาศ แต่พิมมาดากลับเป็นฝ่ายหยุดเดินและหันมาทางนลินด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตร... แต่แฝงไปด้วยคมมีด
"ขอโทษนะคะ... คุณคือคุณนลิน วรโชติโภคิน ใช่ไหมคะ?" พิมมาดาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "พิมเห็นเตโชพูดถึงอยู่บ่อยๆ ในฐานะ... เอ่อ คนรู้จักน่ะค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะค พิมมาดาค่ะ 'ว่าที่คู่หมั้น' ของเตโช"
คำว่า 'ว่าที่คู่หมั้น' ดังก้องอยู่ในหูของนลินราวกับเสียงระเบิด ความเจ็บปวดที่พยายามซ่อนไว้เกือบจะหลุดรอดออกมาทางแววตา นลินสูดลมหายใจลึก เชิดหน้าขึ้นอย่างสง่างามในฐานะคุณหนูตระกูลใหญ่
"ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะคุณพิมมาดา" นลินตอบเสียงเรียบ นิ่ง และเย็นเยียบ "ยินดีด้วยนะคะที่คุณได้ 'สิ่งนั้น' ไปครอบครอง... สำหรับลิน อะไรที่ทิ้งไปแล้ว ลินไม่เคยนึกเสียดายค่ะ"
นลินปรายสายตามองเตโชเป็นครั้งสุดท้าย สายตาที่เต็มไปด้วยความดูถูกและตัดพ้อที่แทรกซึมอยู่ใต้กำแพงน้ำแข็ง ก่อนจะเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย
ทันทีที่เดินพ้นมุมตึกมายังห้องน้ำที่ไร้ผู้คน นลินทิ้งตัวพิงประตูห้องน้ำอย่างหมดแรง มือบางสั่นเทาจนต้องกำขอบอ่างล้างหน้าไว้แน่น น้ำตาที่เธอกลั้นไว้พรั่งพรูออกมาอย่างห้ามไม่ได้
"ทำไมต้องเจ็บขนาดนี้... ในเมื่อเราตัดขาดกับเขาไปแล้วไม่ใช่เหรอ" เธอถามตัวเองซ้ำๆ
ภาพพิมมาดาที่ยืนเคียงคู่กับเตโชดูช่างเหมาะสมกันเหลือเกิน ทั้งฐานะ สังคม และความเหมาะสม มันย้ำเตือนให้นลินรู้ว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมาที่เธออยู่กับเขาในฐานะสินค้าขัดดอก มันคือความอัปยศที่ไม่มีวันลบเลือน และตอนนี้เขากำลังจะได้เริ่มต้นใหม่กับคนที่ 'คู่ควร'
"ลิน... เป็นอะไรหรือเปล่า?" เสียงมีนาดังขึ้นที่หน้าประตูด้วยความเป็นห่วง
นลินรีบปาดน้ำตา สูดลมหายใจเข้าลึกๆ อีกครั้ง เธอเปิดก๊อกน้ำลูบหน้าเพื่อล้างร่องรอยความอ่อนแอ "ไม่เป็นไรมีนา... แค่ฝุ่นเข้าตาน่ะ ไปเรียนเถอะ"
เตโชมองตามแผ่นหลังของนลินที่หายลับไป หัวใจของเขาเหมือนถูกกระชากออกจากร่าง คำพูดที่ว่า 'ทิ้งไปแล้วไม่นึกเสียดาย' ของเธอ มันเจ็บยิ่งกว่าถูกภีมชกเป็นร้อยเท่า เขาเพิ่งรู้ว่าบทลงโทษของการเป็นหมาโบ้ที่เลวที่สุด คือการเห็นคนที่รักเดินจากไปพร้อมกับความเข้าใจผิดที่เขาไม่สามารถอธิบายได้ในตอนนี้
"เตโชคะ... ไปกันเถอะค่ะ รพิมอยากไปดูแบบชุดหมั้นแล้ว" พิมมาดาเอ่ยพลางดึงแขนเขา
"ไปคนเดียวเถอะพิม" เตโชสะบัดแขนออกอย่างแรง ครั้งนี้เขาไม่สนว่าพ่อจะล้มละลายหรือไม "ผมทำหน้าที่ 'ตุ๊กตาหน้ารถ' ให้พิมพอแล้ว... ส่วนเรื่องหมั้น อย่าหวังว่ามันจะเกิดขึ้นจริง"
เตโชทิ้งพิมมาดายืนหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธจัดไว้ตรงนั้น เขาต้องหาทางคุยกับนลินให้ได้ ต่อให้ต้องบุกคฤหาสน์วรโชติโภคินหรือต้องถูกภีมฆ่าตาย เขาก็จะไม่ยอมให้เธอเข้าใจผิดแบบนี้เด็ดขาด
ท่ามกลางวิกฤตการณ์ทางการเงินที่ถาโถมเข้าใส่ตระกูลของเตโชราวกับพายุบ้า บริษัทบริหารสินทรัพย์ที่เคยรุ่งเรืองกลับสั่นคลอนจนถึงรากฐานเมื่อถูกอำนาจของตระกูล วรโชติโภคิน สั่งระงับธุรกรรมทุกอย่าง ภายในห้องทำงานของพ่อเตโช บัดนี้เหลือเพียงควันบุหรี่จางๆ และความเงียบงันที่น่าอึดอัด แต่ความเงียบนั้นก็ถูกทำลายลงด้วยการปรากฏตัวของหญิงสาวที่ดูเพียบพร้อมไปทุกระเบียดนิ้วพิมมาดา หรือ พิม ทายาทเพียงคนเดียวของ เจ้าสัวชูชัย เดินเข้ามาด้วยท่วงท่าที่สง่างามราวกับนางพญา เธอคือไพ่ใบสุดท้ายที่พ่อของเตโชดึงมาเพื่อกอบกู้สถานะที่กำลังจะล่มสลาย โดยมีข้อตกลงลับๆ คือ "การเกี่ยวดองของสองตระกูล"[POV: นลิน – ความนิ่งเฉยที่ซ่อนความบ้าคลั่ง]บ่ายวันนั้นที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ แสงแดดรำไรส่องกระทบโถงทางเดินกว้าง นลินในชุดนักศึกษาที่เนี้ยบกริบเดินเคียงข้างมากับมีนา ทั้งคู่กำลังคุยเรื่องโปรเจกต์ที่ต้องส่งในสัปดาห์หน้า แต่แล้วฝีเท้าของนลินก็ต้องชะงักลงเมื่อสายตาปะทะเข้ากับภาพที่อยู่เบื้องหน้าที่ม้านั่งหินอ่อนใต้ต้นจามจุรีใหญ่ เตโช กำลังยืนอยู่กับผู้หญิงสาวสวยแปลกหน้าคนหนึ่ง ผู้หญิงคนนั้นดู "แพง" ตั้งแต่หัวจดเท้า ชุดเดรสแบรนด
บรรยากาศภายในโรงอาหารคณะวิศวกรรมศาสตร์ช่วงพักเที่ยงเต็มไปด้วยเสียงจอแจ แต่ทว่าโต๊ะหินอ่อนที่นลินและมีนานั่งอยู่กลับดูเป็นจุดสนใจเป็นพิเศษ ไม่ใช่เพียงเพราะความสวยระดับดาวคณะของทั้งคู่ แต่เป็นเพราะการปรากฏตัวของ "เอก" รุ่นพี่ปี 4 ภาคเครื่องกลที่ขึ้นชื่อเรื่องความเจ้าชู้และโปรไฟล์ที่เพอร์เฟกต์จนน่าสงสัยเอกเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มทรงเสน่ห์ ในมือถือถุงขนมราคาแพงและเอกสารสรุปบทเรียนที่ดูเป็นระเบียบ เขาจงใจวางมันลงตรงหน้าหญิงสาวทั้งสองคนด้วยท่าทางที่ดูเป็นสุภาพบุรุษที่สุด"พี่เห็นว่าช่วงนี้ทั้งนลินและมีนาเรียนหนัก เลยเอาของอร่อยมาบำรุงครับ" เอกเอ่ยเสียงนุ่ม แววตาจดจ้องที่ใบหน้าสวยของนลินอย่างสื่อความหมาย "โดยเฉพาะนลิน... ถ้าติดขัดเรื่องโครงสร้างเครื่องกลส่วนไหน ปรึกษาพี่ได้ตลอดนะ พี่เต็มใจช่วยเสมอ""ขอบคุณค่ะพี่เอก แต่ลินมีคนช่วยดูให้แล้วค่ะ" นลินตอบสั้นๆ ตัดบทอย่างเย็นชาตามสไตล์คุณหนูวรโชติโภคินที่เริ่มวางตัวสูงส่งเอกไม่ได้ดูสลด เขายังคงยิ้มรับก่อนจะหันไปทางมีนาที่นั่งอยู่ข้างๆ "ส่วนน้องมีนา... เรื่องโปรเจกต์โยธาที่ติดขัดอยู่ พี่มีตัวอย่างงานวิจัยที่หาอ่านยากมากอยู่ที่ห้อง... เอ้ย อยู่ที่โน
เย็นวันศุกร์ที่ห้างสรรพสินค้าหรูใจกลางเมือง บรรยากาศอบอวลไปด้วยแสงไฟระยิบระยับ ผู้คนพลุกพล่านตามประสาเลิกงาน แต่สำหรับ ภีม วันนี้คือวันที่สำคัญกว่าการปิดโปรเจกต์ใดๆ เขาเดินวนเวียนอยู่หน้าร้านอาหารอิตาเลียนชื่อดังในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนเสื้อขึ้นอย่างลามกใจ กางเกงสแล็คสีดำเนี้ยบกริบ แววตาคมคายคอยชำเลืองมองนาฬิกาข้อมือราคาแพงทุกๆ สองนาทีภีมพรูลมหายใจออกมาเบาๆ เขาไม่เคยรู้สึกประหม่าขนาดนี้มาก่อน แม้แต่ตอนพรีเซนต์งานหน้าคณบดีเขายังนิ่งได้มากกว่านี้ มือหนาแอบลูบหน้าท้องตัวเองเบาๆ เพราะความรู้สึก "มวนท้อง" ที่แปลกประหลาด"แค่เดทกับมีนา... ทำไมต้องตื่นเต้นขนาดนี้วะภีม" เขาตำหนิตัวเองในใจ แต่ภาพใบหน้าหวานของรุ่นน้องที่เริ่มวางตัวห่างเหินจากเขาในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา กลับทำให้เขาอยากจะทำทุกอย่างให้เธอกลับมาส่งยิ้มกว้างๆ ให้เขาเหมือนเดิม"พี่ภีมคะ... รอนานไหม?" เสียงใสๆ ที่คุ้นเคยดังขึ้นจากทางด้านหลังภีมหันกลับไปมองและแทบจะหยุดหายใจ มีนาในชุดมินิเดรสสีพาสเทลน่ารัก ผมม้าที่เคยปรกหน้าถูกรวบขึ้นครึ่งศีรษะเผยใบหน้าจิ้มลิ้มที่แต่งแต้มเครื่องสำอางบางๆ ดูสะอาดตาและมีเสน่ห์จนเขาไม่อาจละสายตาได้"ไม่
บรรยากาศยามเย็นหลังเลิกเรียนที่ห้องสมุดคณะวิศวกรรมศาสตร์เงียบสงบ มีเพียงเสียงพลิกหน้ากระดาษและเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ มีนานั่งจดสรุปวิชาการคำนวณโครงสร้างอยู่ที่โต๊ะมุมอับสายตา เธอพยายามจดจ่อกับเนื้อหาตรงหน้าเพื่อไม่ให้ความคิดฟุ้งซ่านลอยไปหา "ใครบางคน" ที่เธอเพิ่งประกาศตัดใจไปเมื่อวาน[POV: มีนา – ท้องฟ้าที่เริ่มสดใสด้วยตัวเอง]มีนาวางปากกาลงแล้วบิดขี้เกียจเบาๆ ความรู้สึกหนักอึ้งในอกที่เคยแบกไว้ตลอดสี่ปีเริ่มเบาบางลงอย่างน่าประหลาด เมื่อเธอไม่ต้องคอยชะเง้อคอมองว่าพี่ภีมจะเดินผ่านไปทางไหน หรือไม่ต้องคอยปั้นหน้ายิ้มเพื่อให้เขาหันมามอง"มันก็ไม่ได้แย่นี่นา... การอยู่แบบไม่มีพี่น่ะ" เธอคิดพลางอมยิ้มบางๆแต่แล้วกลิ่นน้ำหอมแนว Woody ที่แสนคุ้นเคยก็ลอยมาแตะจมูก พร้อมกับเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามที่ถูกเลื่อนออกช้าๆ มีนาชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาคนมาใหม่ภีม ในชุดนักศึกษาที่พับแขนเสื้อขึ้นอย่างลามกใจ จ้องมองเธอด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก บนโต๊ะของเขามีแก้วชานมไข่มุกเจ้าดังที่เธอเคยบ่นว่าอยากกินแต่ไม่เคยได้กินเพราะเขาไม่เคยพาไปภีมพยายามทำสีหน้าให้ปกติที่สุด ทั้งที่ข้างในใจสั่นรัวอย่างกั
บรรยากาศที่ลานเกียร์ในบ่ายวันอังคารดูจะระอุไปด้วยไอร้อนของแดดเมืองไทย ทว่าความร้อนนั้นกลับเทียบไม่ได้กับความอึดอัดที่แผ่ซ่านอยู่รอบโต๊ะหินอ่อนประจำกลุ่มวิศวะโยธา นลินในลุคคุณหนูที่ดูสะอาดสะอ้านนั่งทบทวนบทเรียนอยู่ข้างๆ มีนา โดยมีบอดี้การ์ดร่างยักษ์ยืนคุมเชิงอยู่ห่างๆ พอประมาณเพื่อไม่ให้รบกวนความเป็นส่วนตัว แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้ใครบางคนไม่สามารถบุกจู่โจมเข้ามาได้ง่ายๆมีนาก้มหน้าจดเลคเชอร์ด้วยจังหวะที่สม่ำเสมอ เธอไม่ได้เหลือบมองนาฬิกาเพื่อรอเวลาที่ ภีม จะเดินผ่านเหมือนที่เคยทำมาตลอดมา ความเจ็บปวดจากการถูกปัดมือทิ้งในวันนั้น และความละอายใจที่เกือบจะทำลายเพื่อนรักเพราะความหลงผิด มันกลายเป็นบทเรียนราคาแพงที่ซึมลึกเข้าสู่กระดูกดำ'ถ้าการรักพี่มันทำให้ฉันกลายเป็นคนเลว... ฉันก็ควรเลิกรัก' มีนาคิดพลางเม้มปากแน่น เธอรู้สึกได้ถึงสายตาของใครบางคนที่จ้องมองมาจากทางเดินตึก แต่เธอก็เลือกที่จะไม่เงยหน้าขึ้นไปมอง เพราะรู้ดีว่าถ้าสบตาเพียงนิด กำแพงความเข้มแข็งที่พยายามสร้างขึ้นอาจพังทลายลง[POV: ภีม – ช่องว่างที่ตะโกนก้อง]ภีมยืนกำสายกระเป๋าเป้อยู่ตรงหัวมุมตึก สายตาของเขาจดจ้องไปที่ร่างเล็กของมีนาที่
แสงแดดจัดจ้าในยามเช้าสาดส่องลงบนพื้นถนนยางมะตอยหน้าคณะวิศวกรรมศาสตร์ บรรยากาศที่เคยดูธรรมดาในทุกวันจันทร์กลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเมื่อขบวนรถยุโรปคันหรูสีดำขลับประทับตราโลโก้สีทองอันเป็นเอกลักษณ์ของตระกูล วรโชติโภคิน เลี้ยวเข้ามาจอดนิ่งสนิทหน้าอาคารเรียน นิสิตหลายร้อยคนที่กำลังเดินเข้าตึกต่างหยุดชะงัก สายตาทุกคู่จับจ้องไปยังชายฉกรรจ์ในชุดสูทสากลสีดำสี่คนที่ก้าวลงมาประจำตำแหน่งรอบตัวรถอย่างรวดเร็วและเป็นระเบียบทันทีที่ประตูรถถูกเปิดออก ร่างระหงของ นลิน ก้าวลงมาพร้อมกับ ภีม พี่ชายที่แต่งกายด้วยชุดนักศึกษาเนี้ยบกริบทว่าแผ่ซ่านไปด้วยรังสีความดุดันและปกป้อง นลินในวันนี้ดูเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน ผิวพรรณที่เคยซีดเซียวบัดนี้ดูผุดผ่องไร้ที่ติภายใต้การดูแลอย่างดี เธอสวมชุดนักศึกษาที่ตัดเย็บด้วยเนื้อผ้าชั้นดี เครื่องประดับเพชรเม็ดเล็กบนใบหูส่งประกายวับวาวล้อแสงแดด และที่สำคัญที่สุดคือ "แววตา" ของเธอที่ไม่ได้มีความหวาดกลัวหรือเศร้าสร้อยหลงเหลืออยู่เลย[POV: เตโช]ห่างออกไปหลังเสาต้นใหญ่หน้าคณะ เตโช ยืนกำหมัดแน่นจนเล็บแทบจิกเข้าเนื้อ สภาพของอดีตเฮดว้ากปี 4 ผู้ยิ่งใหญ่ในตอนนี้ดูทรุดโทรมลงอย่างเ





![4P ฮาเร็มของเลวาริน [เรย์xคริสxดีแลนxแทนคุณ]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

