Beranda / รักโบราณ / เกล็ดหิมะกลางธุลีท้อ / บทที่ 5 : ธุลีท้อเช่นข้า ช่างไม่เจียมตัว

Share

บทที่ 5 : ธุลีท้อเช่นข้า ช่างไม่เจียมตัว

last update Terakhir Diperbarui: 2026-03-01 16:46:40

เสี่ยวเถาแทบอยากจะเอาหัวโขกต้นเหมย! ขาแพลงบ้าบออะไร ข้ากำลังเดินนวยนาดแบบกุลสตรีต่างหากเล่า!

นางสูดลมหายใจเข้าลึก ปั้นยิ้มหวานที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วค่อยๆ เดิน (ที่พยายามให้ดูชดช้อย) เข้าไปในศาลา

"คารวะมหาเทพเฉิงหลัน คารวะเทพธิดาไป๋เหลียนเจ้าค่ะ" น้ำเสียงของนางถูกดัดให้เล็กและนุ่มนวลจนแทบจะเป็นเสียงกระซิบ "ข้า...ข้าทำขนมมาถวายเจ้าค่ะ เผื่อมหาเทพจะทานคู่กับน้ำชา"

เฉิงหลันมองท่าทางบิดไปบิดมาและน้ำเสียงที่ดัดจนผิดธรรมชาติของนางแล้วรู้สึกขนลุกพิลึก ปกตินางต้องวิ่งตึงตังเข้ามาโวยวายแล้วมิใช่หรือ? เหตุใดวันนี้ถึงทำตัวราวกับถูกผีสางเข้าสิง

เทพธิดาไป๋เหลียนปรายตามองกล่องขนมในมือเสี่ยวเถาด้วยสายตาเรียบนิ่ง ทว่าแฝงความดูแคลนอย่างปิดไม่มิด นางใช้แขนเสื้อปิดบังริมฝีปากพลางหัวเราะเบาๆ

"ที่แท้ก็เซียนรับใช้จากป่าเหมยนี่เอง...ขอบใจในความหวังดีของเจ้านะ แต่ขนมพื้นๆ เช่นนี้ คงไม่เหมาะกับกระเพาะเซียนของมหาเทพหรอก อีกอย่าง...ของหวานจำพวกนี้มีแต่จะทำให้ตบะมัวหมอง สตรีที่มหาเทพจะเลือกรับของขวัญด้วย ย่อมต้องเป็นผู้ที่เข้าใจวิถีแห่งความบริสุทธิ์เท่านั้น"

คำพูดที่ดูเหมือนจะนุ่มนวลแต่กรีดลึกไปถึงกระดูกดำ ทำเอาเสี่ยวเถาหน้าชา

นางหันไปมองเฉิงหลัน หวังลึกๆ ว่าเขาจะพูดอะไรสักคำเพื่อรักษาน้ำใจนางบ้าง ทว่ามหาเทพเพียงแค่นั่งนิ่ง ใบหน้าหล่อเหลาเย็นชาดุจรูปสลักน้ำแข็ง ไม่ได้แสดงท่าทีปกป้องหรือปฏิเสธคำพูดของไป๋เหลียนเลยแม้แต่น้อย สำหรับเขา... การต่อปากต่อคำของสตรีเป็นเรื่องน่ารำคาญที่เขาไม่อยากลดตัวลงไปยุ่ง

ความเงียบของเขาเปรียบเสมือนคมมีดที่กรีดลงบนความพยายามทั้งหมดของเสี่ยวเถา

ไหล่ที่เคยตั้งตรงอย่างมั่นใจลู่ลงเล็กน้อย รอยยิ้มที่ดัดแปลงมาพังทลายลงเหลือเพียงแววตาจืดจาง เสี่ยวเถาวางกล่องขนมลงบนโต๊ะข้างๆ อย่างแผ่วเบา ไม่ได้กระแทกกระทั้นเหมือนเคย

"เทพธิดาไป๋เหลียนกล่าวถูกต้องแล้วเจ้าค่ะ ธุลีท้อเช่นข้า...ช่างไม่เจียมตัวเอาเสียเลย" เสี่ยวเถาก้มหน้านิดๆ น้ำเสียงกลับมาเป็นปกติ ทว่าแฝงความสั่นเครือบางเบา "รบกวนเวลาของพวกท่านแล้ว ข้าน้อยขอตัว"

นางไม่ได้รอคำอนุญาต ร่างเล็กหันหลังก้าวเดินออกไปจากศาลาอย่างรวดเร็ว ไม่ได้พยายามเดินนวยนาดอีกต่อไป ทิ้งไว้เพียงกล่องขนมที่ถูกลืมและบรรยากาศที่เปลี่ยนไปอย่างประหลาด

เฉิงหลันมองแผ่นหลังเล็กๆ ที่ค่อยๆ หายไปในดงหิมะ จู่ๆ เขาก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ ท่าทางหงอยเหงาของนางเมื่อครู่ ช่างขัดตาเขายิ่งกว่าตอนที่นางวิ่งทำลายข้าวของเสียอีก

ไป๋เหลียนรินชาเพิ่มพลางเอ่ยยิ้มๆ "เซียนน้อยผู้นี้ช่างไม่รู้ธรรมเนียม มหาเทพ ดื่มชาเถิดเจ้าค่ะ"

เฉิงหลันยกจอกชาของไป๋เหลียนขึ้นจรดริมฝีปาก... ทว่ารสชาติของชาบัวหิมะชั้นเลิศที่เทพธิดาปรุงอย่างประณีต กลับจืดชืดและไร้ซึ่งความอบอุ่นที่สามารถเยียวยาจิตใจเขาได้... ต่างจากชาหน้าตาธรรมดาของยัยม้าดีดกะโหลกคนนั้นอย่างสิ้นเชิง

ดวงตาคมกริบเลื่อนไปมองกล่องขนมไม้หอมที่วางอยู่มุมโต๊ะอย่างเงียบงัน...

กาลเวลาล่วงเลยจนรัตติกาลมาเยือน ตำหนักเพียวเสวี่ยกงกลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง เทพธิดาไป๋เหลียนลากลับไปนานแล้ว ทิ้งไว้เพียงกลิ่นกำยานดอกบัวจางๆ ที่เฉิงหลันสั่งให้เซียนรับใช้ปัดเป่าออกไปจนสิ้น เพราะมันทำให้เขารู้สึกอึดอัดอย่างประหลาด

มหาเทพในอาภรณ์หลวมสบายสีขาวพิสุทธิ์ ทรุดตัวลงนั่งเบื้องหน้าโต๊ะหยกตัวเดิม นัยน์ตาสีรัตติกาลจดจ้องไปยัง 'กล่องไม้หอม' ที่ถูกทิ้งไว้มุมโต๊ะ

‘ธุลีท้อเช่นข้า... ช่างไม่เจียมตัวเอาเสียเลย’

น้ำเสียงสั่นเครือและแววตาหงอยเหงาของสตรีม้าดีดกะโหลกผู้นั้นยังคงวนเวียนอยู่ในหัว เฉิงหลันขมวดคิ้ว มือหนาเอื้อมไปเปิดฝากล่องไม้นั้นออกอย่างเงียบเชียบ

ภายในปรากฏ 'ขนมกุยช่ายสวรรค์ไส้กลีบท้อ' ที่ถูกปั้นเป็นรูปดอกท้อสีชมพูอ่อนอย่างประณีตบรรจง แม้รูปร่างหน้าตาจะดูขัดแย้งกันแปลกๆ ตามนิสัยคนทำ ทว่ากลิ่นหอมหวานที่ลอยแตะจมูกกลับกระตุ้นความรู้สึกบางอย่างในอกให้สั่นไหว

ด้วยความพลั้งเผลอ หรืออาจเพราะความปรารถนาลึกๆ ที่ซ่อนเร้น มหาเทพผู้ตัดขาดกิเลสและปฏิเสธของหวานมาทั้งชีวิต กลับหยิบขนมชิ้นเล็กนั้นขึ้นจรดริมฝีปาก...และกัดลงไป

สัมผัสแรกคือความนุ่มละมุน ตามด้วยรสหวานอมเปรี้ยวที่ตัดกับความกลมกล่อมอย่างลงตัว ทว่าสิ่งที่ทำให้มหาเทพเบิกตากว้างหาใช่รสชาติ แต่เป็นความอบอุ่นขุมหนึ่งที่ไหลเวียนเข้าสู่จุดตันเถียน มันชำระล้างความตึงเครียดและเยียวยาแกนเซียนที่หนาวเหน็บของเขาให้รู้สึกผ่อนคลายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

เฉิงหลันเผลอกินขนมชิ้นที่สอง และชิ้นที่สามจนหมดกล่องโดยไม่รู้ตัว

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เกล็ดหิมะกลางธุลีท้อ    บทที่ 9.1 ราตรีที่ 2 สัญชาตญาณดิบเถื่อน

    เมื่อดวงจันทร์ลอยเด่นเหนือยอดเขาเหมยสวรรค์ บรรยากาศในตำหนักเพียวเสวี่ยกงก็กลับมาหนาวเหน็บและหนักอึ้งอีกครั้ง พิษอสูรฝันกลืนจิตที่ถูกระงับไว้ในตอนกลางวัน เริ่มปะทุขึ้นมาตามวัฏจักรของมันเสี่ยวเถาในชุดสีชมพูตัวเก่งที่ซักจนสะอาดสะอ้าน ก้าวเดินเข้ามาในห้องบรรทมอย่างเงียบเชียบ นางลอบมองใบหน้าหล่อเหลาของมหาเทพเฉิงหลันที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียงหยก คิ้วเข้มของเขาขมวดแน่น เหงื่อเย็นเยียบผุดซึมเต็มหน้าผาก เส้นเลือดสีดำเริ่มลามขึ้นมาตามลำคออีกครั้ง"กลางวันหน้าตึงใส่ข้า กลางคืนกลับมานอนหมดสภาพ ท่านนี่มันภาระของธุลีท้อจริงๆ เลยนะเจ้าคะ" นางพึมพำเบาๆ พลางถอนหายใจแม้ปากจะบ่น แต่มือน้อยๆ กลับเอื้อมไปหยิบผ้าชุบน้ำอุ่นมาซับหน้าให้เขาอย่างเบามือ ทว่าทันทีที่ปลายนิ้วของนางสัมผัสโดนผิวแก้มที่เย็นเฉียบ ร่างสูงใหญ่ก็กระตุกเกร็ง พลังเวทสีดำเริ่มแผ่ซ่านออกมาจนอากาศในห้องบิดเบี้ยว"เวลาหมดแล้วสินะ..." เสี่ยวเถากลืนน้ำลาย รวบรวมความกล้าแล้วปีนขึ้นไปบนเตียงหยกนางพยายามขยับแขนขวาที่ยังคงปวดหนึบจากรอยอักขระเส้นแรกอย่างระมัดระวัง สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกพลังจากหัวใจบรรพกาล ทาบสองมือลงบนแผ่นอกกว้าง แล้วร่ายอาค

  • เกล็ดหิมะกลางธุลีท้อ    บทที่ 8.2 ราตรีแรก พันธนาการในห้วงฝัน

    แสงอรุณแรกแห่งวันใหม่สาดส่องผ่านบานหน้าต่างตำหนักเพียวเสวี่ยกง กระทบเปลือกตาของบุรุษผู้หลับใหลมหาเทพเฉิงหลันค่อยๆ ลืมตาขึ้น สิ่งแรกที่เขาสัมผัสได้คือความเบาสบายในจุดตันเถียน ความเจ็บปวดเจียนตายจากพิษอสูรฝันบรรพกาลเมื่อคืนมลายหายไปกว่าครึ่ง ทว่าสิ่งที่หลงเหลืออยู่กลับเป็น 'รสหวาน' จางๆ ที่ติดอยู่ที่ปลายลิ้น และความรู้สึกโหยหาบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ในอกเขายันตัวลุกขึ้นนั่ง พลันสายตาก็ปะทะเข้ากับร่างเล็กๆ ในชุดสีชมพูที่นอนฟุบสลบไสลอยู่ข้างเตียงหยก"เสี่ยวเถา?"เฉิงหลันขมวดคิ้วมุ่น ยัยม้าดีดกะโหลกผู้นี้เข้ามาในห้องบรรทมของเขาตั้งแต่เมื่อใด? ทว่าเมื่อเพ่งมองชัดๆ เขากลับต้องชะงัก ใบหน้าจิ้มลิ้มที่เคยกวนประสาทเขาบัดนี้ซีดเผือด เหงื่อเม็ดเล็กผุดซึมตามกรอบหน้า แต่ที่สะดุดตาที่สุดคือ ริมฝีปากอวบอิ่มของนาง มันทั้งแดงช้ำและเจ่อบวม ราวกับเพิ่งถูกบดขยี้มาอย่างหนักหน่วง!หัวใจของเกล็ดหิมะผู้สูงส่งกระตุกวูบอย่างประหลาด เขาเอื้อมมือหมายจะปลุกนาง ทว่าเสียงฝีเท้าของเซียนรับใช้และเทพโอสถก็ดังขึ้นเสียก่อน"มหาเทพ! ทรงฟื้นแล้ว!" เซียนรับใช้รีบกรูเข้ามาพร้อมกับถาดหยกที่มีถ้วยยาโอสถควันฉุยสองถ้วย"เกิดอะไร

  • เกล็ดหิมะกลางธุลีท้อ    บทที่ 8.1 ราตรีแรก พันธนาการในห้วงฝัน

    "มหาเทพ! ท่านอยู่ที่ใด!" นางตะโกนฝ่าพายุ ทว่าเสียงกลับกลืนหายไปในอากาศทันใดนั้นเอง เงาร่างสูงใหญ่ก็พุ่งทะยานลงมาจากกิ่งเหมยบรรพกาล ความเร็วนั้นเหนือชั้นจนเสี่ยวเถาตั้งตัวไม่ติด ร่างบอบบางของนางถูกกระชากอย่างแรงจนแผ่นหลังกระแทกเข้ากับต้นไม้ใหญ่!"อ๊ะ!"นางครางด้วยความจุก ทว่าเมื่อเงยหน้าขึ้น สองตาก็ต้องเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึงบุรุษที่ตรึงร่างนางไว้กับต้นไม้คือ เฉิงหลัน ทว่าเขาไม่ใช่เทพสงครามผู้เคร่งขรึมเจ้าระเบียบอีกต่อไป อาภรณ์สีขาวหลุดลุ่ยเผยให้เห็นแผงอกแกร่ง เส้นผมสีดำสนิทสยายไปตามสายลม ดวงตาคมกริบที่เคยเย็นชาบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำดุจสัตว์ป่าที่กำลังคลุ้มคลั่งเขาหอบหายใจหนักหน่วง โน้มใบหน้าลงมาซุกไซ้ที่ซอกคอขาวผ่องของนางทันที!"ดะ...เดี๋ยว! มหาเทพ! นี่ข้าเอง เสี่ยวเถา!" นางพยายามใช้สองมือเล็กๆ ดันแผงอกเขาออก แต่อีกฝ่ายกลับแข็งแกร่งดั่งภูผาหินเฉิงหลันไม่ฟังเสียงประท้วงใดๆ พิษอสูรฝันได้ทำลายสติสัมปชัญญะและกำแพงน้ำแข็งในใจเขาจนหมดสิ้น เหลือเพียงสัญชาตญาณดิบเถื่อนและความปรารถนาลึกล้ำ จมูกโด่งสันสูดดมกลิ่นหอมหวานของดอกท้อที่แผ่ออกมาจากกายเนื้อของนางราวกับคนเสพติด"หอมเหลือเกิ

  • เกล็ดหิมะกลางธุลีท้อ    บทที่ 7.2 บัญชาแห่งเทพมารดร

    เสียงทรงอำนาจและแหบพร่าดังก้องมาจากหน้าประตู เหล่าเทพชั้นสูงต่างแหวกทางและคุกเข่าลงทำความเคารพอย่างพร้อมเพรียง เมื่อร่างของท่านย่าเทพมารดรจินหมู่ มารดาแห่งเทพชั้นฟ้าก้าวเดินเข้ามาท่านย่าจินหมู่คือเทพสตรีที่อาวุโสที่สุดในสวรรค์ แม้เส้นผมจะขาวโพลน แต่ดวงตากลับเฉียบคมและทรงพลัง นางเดินตรงไปที่เตียงหยก ปรายตามองรอยอักขระพิษบนร่างเฉิงหลันเพียงแวบเดียว ก่อนจะพยักหน้า"เทพโอสถพูดถูก พิษนี้ไม่มียาถอน" ท่านย่าจินหมู่เอ่ยเสียงเรียบ "แต่มิใช่ว่าจะไม่มี 'ผู้รักษาสมดุล' ที่สามารถชำระล้างมันได้""ผู้รักษาสมดุลหรือพ่ะย่ะค่ะ? ใครกันที่มีตบะแก่กล้าพอจะรับพิษบรรพกาลแทนมหาเทพได้โดยไม่ตายเสียก่อน?" เทพโอสถถามอย่างตื่นเต้นท่านย่าจินหมู่ไม่ตอบคำถามนั้น ทว่าสายตาเฉียบคมของนางกลับตวัดวูบฝ่าฝูงชน ไปหยุดอยู่ที่มุมห้อง... ตรงที่สตรีร่างเล็กในชุดสีชมพูเปื้อนเลือดดำกำลังยืนกอดอสูรดอกท้อตัวสั่นงันงกอยู่"เสี่ยวเถา...ก้าวออกมานี่"เสี่ยวเถาสะดุ้งเฮือก นางชี้หน้าตัวเองอย่างงงๆ "ขะ... ข้าหรือเจ้าคะท่านย่า?""ใช่ เจ้าคือกุญแจเพียงดอกเดียว" ท่านย่าจินหมู่ประกาศก้องด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด "เทพธิดาจากสวนท้อผู้นี้ มีแกนเซีย

  • เกล็ดหิมะกลางธุลีท้อ    บทที่ 7.1 : บัญชาแห่งเทพมารดร

    ร่างของราชันย์อสูรพองออกและระเบิดตูม กลายเป็นเข็มหมอกสีดำสนิทนับพันเล่ม พุ่งทะลวงฝ่ากำแพงน้ำแข็งของเฉิงหลันเข้ามาทุกทิศทาง มันคือ 'พิษอสูรฝันกลืนจิต' คำสาปบรรพกาลที่ไร้ซึ่งยารักษา!เฉิงหลันตวัดกระบี่ปัดป้องด้วยความเร็วสูงสุด ทว่ามีเข็มหมอกเพียงเล่มเดียวที่รอดพ้นคมกระบี่...มันพุ่งเสียบเข้าที่หัวไหล่ขวาของเขาอย่างจัง!ฉึก!"อึก!" เฉิงหลันกัดฟันกรอด คิ้วเข้มกระตุกเข้าหากัน พิษร้ายนั้นไม่ได้สร้างบาดแผลทางกาย แต่มันแทรกซึมผ่านเกราะเงิน ทะลวงเข้าสู่เส้นชีพจรและแกนเซียนโดยตรง ความเจ็บปวดราวกับถูกไฟนรกแผดเผาแล่นปราดไปทั่วร่างแม้จะถูกพิษ แต่มหาเทพสงครามหาได้ทรุดลงไม่ เขากัดข่มความเจ็บปวด รวบรวมตบะเฮือกสุดท้ายฟาดฟันกระบี่หานเหมย ปลดปล่อยพลัง 'ศูนย์องศาสัมบูรณ์' แช่แข็งรอยแยกมิติและปิดผนึกแดนกลืนดาราได้อย่างสมบูรณ์แบบเมื่อการศึกสงบลง แสงอรุณแรกเริ่มสาดส่องลงมา ทว่าร่างสูงสง่าที่ยืนตระหง่านอยู่บนกองซากศพอสูรกลับโซเซเล็กน้อยเฉิงหลันใช้กระบี่ยันพื้นดินไว้เพื่อพยุงตัว เขากระอักโลหิตสีดำสนิทออกมาคำโต หยดเลือดเปื้อนอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์จนดูน่ากลัว พิษอสูรฝันเริ่มกัดกินสติสัมปชัญญะของเขาอย่างบ้าคลั่ง

  • เกล็ดหิมะกลางธุลีท้อ    บทที่ 6 : หุบเหวกลืนดารา

    เขามองปลายนิ้วตัวเองด้วยความสับสน...เหตุใดสัมผัสจากธุลีท้อนางนี้ ถึงมีอิทธิพลต่อจิตวิญญาณของเขาถึงเพียงนี้ทว่ายังไม่ทันที่มหาเทพจะได้หาคำตอบให้หัวใจตนเอง ท้องฟ้าเหนือตำหนักเพียวเสวี่ยกงพลันปรากฏแสงสีชาดสาดส่อง ระฆังสวรรค์ดังกังวานสิบสองกริ่ง สัญญาณแห่งวิกฤตการณ์ขั้นสูงสุด!มหาเทพเฉิงหลันผุดลุกขึ้น แววตาสับสนเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความดุดันและเด็ดขาดแห่งเทพสงครามทันที"เกิดเรื่องอันใดขึ้น!" เขาตวาดถามเซียนรับใช้ที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา"เรียนมหาเทพ! ผนึกที่ 'แดนหุบเหวกลืนดารา' แตกออกแล้วพ่ะย่ะค่ะ! ราชันย์อสูรบรรพกาลกำลังนำทัพทะลวงขึ้นมา มหาเทพองค์อื่นๆ ขอให้ท่านรีบนำทัพสวรรค์ไปยับยั้งด่วนที่สุด!"หุบเหวกลืนดารา... สถานที่ที่มืดมิดและเต็มไปด้วยมลพิษอสูรที่ร้ายกาจที่สุดในสามภพ!เฉิงหลันสะบัดชายเสื้อ เกราะสงครามสีเงินยวงปรากฏขึ้นทาบทับสรีระสูงใหญ่ เขากลายร่างเป็นแสงสีขาวพุ่งทะยานขึ้นสู่ห้วงเวหา หายลับไปในความมืดมิดของรัตติกาลทันที โดยทิ้งกล่องขนมที่ว่างเปล่าไว้บนโต๊ะหยก****************เช้าวันรุ่งขึ้น ณ วังหิมะโปรย"เมื่อวานข้าอาจจะเล่นผิดบทไปหน่อย วันนี้ข้าจะกลับมาเป็นตัวเองแล้ว! กำแพ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status