Beranda / รักโบราณ / เกล็ดหิมะกลางธุลีท้อ / บทที่ 6 : หุบเหวกลืนดารา

Share

บทที่ 6 : หุบเหวกลืนดารา

last update Terakhir Diperbarui: 2026-03-02 13:53:44

เขามองปลายนิ้วตัวเองด้วยความสับสน...เหตุใดสัมผัสจากธุลีท้อนางนี้ ถึงมีอิทธิพลต่อจิตวิญญาณของเขาถึงเพียงนี้

ทว่ายังไม่ทันที่มหาเทพจะได้หาคำตอบให้หัวใจตนเอง ท้องฟ้าเหนือตำหนักเพียวเสวี่ยกงพลันปรากฏแสงสีชาดสาดส่อง ระฆังสวรรค์ดังกังวานสิบสองกริ่ง สัญญาณแห่งวิกฤตการณ์ขั้นสูงสุด!

มหาเทพเฉิงหลันผุดลุกขึ้น แววตาสับสนเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความดุดันและเด็ดขาดแห่งเทพสงครามทันที

"เกิดเรื่องอันใดขึ้น!" เขาตวาดถามเซียนรับใช้ที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา

"เรียนมหาเทพ! ผนึกที่ 'แดนหุบเหวกลืนดารา' แตกออกแล้วพ่ะย่ะค่ะ! ราชันย์อสูรบรรพกาลกำลังนำทัพทะลวงขึ้นมา มหาเทพองค์อื่นๆ ขอให้ท่านรีบนำทัพสวรรค์ไปยับยั้งด่วนที่สุด!"

หุบเหวกลืนดารา... สถานที่ที่มืดมิดและเต็มไปด้วยมลพิษอสูรที่ร้ายกาจที่สุดในสามภพ!

เฉิงหลันสะบัดชายเสื้อ เกราะสงครามสีเงินยวงปรากฏขึ้นทาบทับสรีระสูงใหญ่ เขากลายร่างเป็นแสงสีขาวพุ่งทะยานขึ้นสู่ห้วงเวหา หายลับไปในความมืดมิดของรัตติกาลทันที โดยทิ้งกล่องขนมที่ว่างเปล่าไว้บนโต๊ะหยก

****************

เช้าวันรุ่งขึ้น ณ วังหิมะโปรย

"เมื่อวานข้าอาจจะเล่นผิดบทไปหน่อย วันนี้ข้าจะกลับมาเป็นตัวเองแล้ว! กำแพงน้ำแข็งของท่าน ข้าจะพังมันด้วยวิธีของข้าเอง!"

เสี่ยวเถาก้าวฉับๆ เข้ามาในเขตตำหนักด้วยสีหน้ามุ่งมั่น นางสลัดชุดกุลสตรีทิ้งไปแล้ว กลับมาสวมชุดสีชมพูพองลมทะมัดทะแมงเช่นเดิม ในมือถือไม้กวาดเซียนตั้งใจจะมากวาดลานหิมะเอาหน้าเสียหน่อย

ทว่าเมื่อมาถึงหน้าประตู นางกลับพบเพียงเซียนรับใช้ที่ยืนหน้าดำคร่ำเครียด

"อ้าว ท่านปิงอวี๋ มหาเทพหน้าหิน...เอ้ย มหาเทพเฉิงหลันเล่าเจ้าคะ ข้ามาทำภารกิจด่านเคราะห์!" เสี่ยวเถาชะโงกหน้ามองหา

"กลับไปเถิดแม่นางเสี่ยวเถา มหาเทพไม่อยู่แล้ว" เซียนรับใช้ถอนหายใจ "เมื่อคืนเกิดเหตุร้ายที่หุบเหวกลืนดารา มหาเทพเร่งนำทัพออกไปปราบมารตั้งแต่ยามจื่อ  การศึกครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก กว่าจะเสด็จกลับคงอีกหลายราตรี"

"หุบเหวกลืนดารา?" เสี่ยวเถาขมวดคิ้ว แม้นางจะไม่ค่อยตั้งใจเรียน แต่นางก็รู้ว่าสถานที่นั้นอันตรายเพียงใด ท้องร่องที่กลืนกินแสงสว่างและตบะเซียน จู่ๆ หัวใจดวงน้อยก็กระตุกวูบด้วยความกังวลอย่างประหลาด

นางเดินไหล่ลู่เข้าไปในศาลาเหมยชมจันทร์อย่างเหม่อลอย สายตาพลันสะดุดเข้ากับ 'กล่องไม้หอม' ของตนเองที่วางอยู่มุมโต๊ะ

เสี่ยวเถาเดินเข้าไปใกล้เพื่อจะเก็บมันกลับ ทว่าเมื่อเปิดฝาออก... ดวงตากลมโตก็เบิกกว้าง

ว่างเปล่า...ขนมกุยช่ายสวรรค์ไส้กลีบท้อของนาง... หายไปหมดเกลี้ยง!

ตาหน้าหินที่บอกว่าเกลียดของหวาน...แอบกินขนมของข้าจนหมดเลยงั้นหรือ?!

มุมปากที่เคยตกลงพลันยกขึ้นเป็นรอยยิ้มกว้าง แก้มยุ้ยขึ้นสีแดงระเรื่อ ความหงอยเหงาเมื่อวานมลายหายไปสิ้น เสี่ยวเถากอดกล่องไม้เปล่าไว้แนบอก รู้สึกเหมือนกำแพงน้ำแข็งที่สูงตระหง่าน... เริ่มมีรอยร้าวเล็กๆ ให้เห็นแล้ว

"รีบกลับมานะเจ้าคะมหาเทพ... ข้าจะรอทำขนมให้ท่านกินอีก" นางพึมพำกับสายลมแผ่วเบา

แดนหุบเหวกลืนดารา ดินแดนที่ถูกลบเลือนจากแสงสว่าง ท้องฟ้าเบื้องบนถูกฉีกกระชากออกเป็นรอยแยกขนาดมหึมา พายุหมุนสีดำทมิฬดูดกลืนทุกสรรพสิ่งแม้กระทั่งดวงดาวเบื้องบน เสียงคำรามของเผ่ามารอสูรนับแสนดังกึกก้องปานจะถล่มสามภพให้ราบคาบ

ทว่า ท่ามกลางทะเลหมอกพิษและกองทัพมารที่มืดมิดดุจนรกอเวจี กลับมีแสงสว่างสีเงินยวงเพียงหนึ่งเดียวที่พุ่งทะยานลงมาดั่งดาวตก!

ตูม!!

ร่างสูงสง่าในเกราะสีเงินประทับลงบนพื้นดิน แรงกระแทกนั้นแฝงไปด้วยไอเย็นยะเยือกขั้นสุดยอด แช่แข็งอสูรนับพันที่ดาหน้าเข้ามาให้กลายเป็นประติมากรรมน้ำแข็งในชั่วพริบตา ก่อนจะแตกสลายกลายเป็นธุลีผงเพียงแค่เขาสะบัดชายเสื้อ

มหาเทพเฉิงหลัน ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้ารอยแยกมิติ นัยน์ตาสีรัตติกาลคมกริบไร้ซึ่งความหวาดกลัวหรือปรานีใดๆ ผมสีดำสนิทปลิวสะบัดตามแรงลมเกรี้ยวกราด ในมือขวากระชับ 'กระบี่หานเหมย' อาวุธเทวะที่แผ่รังสีสังหารจนมิติรอบข้างบิดเบี้ยว

"เฉิงหลัน! เจ้าคิดว่าจะหยุดข้าผู้นี้ได้ด้วยตัวคนเดียวงั้นรึ!"

เสียงแหบพร่าดุจฟ้าผ่าดังออกมาจากรอยแยก ราชันย์อสูรบรรพกาล ปรากฏกายขึ้น ร่างของมันสูงใหญ่ดั่งภูเขา มีหกกรและดวงตาสีเลือดสิบสองดวง ไอหมอกสีดำมืดมิดพวยพุ่งออกจากร่าง กัดกร่อนทุกสิ่งที่สัมผัส

"ต่อให้มีเจ้าอีกหมื่นตัว ข้าก็จะฝังพวกเจ้าไว้ใต้กองหิมะของข้า" น้ำเสียงของเฉิงหลันเย็นชาดุจน้ำแข็ง

ราชันย์อสูรคำรามลั่น กวัดแกว่งง้าวศิลาโลหิตฟาดฟันลงมาหมายจะผ่าร่างมหาเทพให้ขาดสะบั้น พลังทำลายล้างมหาศาลทำให้แผ่นดินแยกออกเป็นสาย

ทว่าเฉิงหลันเพียงพลิกข้อมือเบาๆ กระบี่หานเหมยก็ตวัดขึ้นรับการโจมตี

เคร้ง!!!

คลื่นกระแทกจากการปะทะกวาดล้างกองทัพมารรอบข้างจนปลิวว่อน เฉิงหลันไม่รอให้ศัตรูตั้งตัว เขากระโดดเหยียบอากาศ พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าด้วยความเร็วที่ตาทิพย์ยังมองไม่ทัน

"เพลงกระบี่เหมันต์ผลาญดารา... พิรุณเยือกแข็ง!"

สิ้นคำราม พลังเวทสีขาวบริสุทธิ์ระเบิดออกจากร่างมหาเทพสงคราม ท้องฟ้าที่มืดมิดพลันแปรสภาพเป็นพายุหิมะคลั่ง เกล็ดหิมะนับล้านเกาะตัวเป็นปราณกระบี่แหลมคม พุ่งตกลงมาดั่งห่าฝนทะลวงร่างราชันย์อสูรและกองทัพมารอย่างไร้ปรานี

"อ๊ากกก!" ราชันย์อสูรกรีดร้องเมื่อปราณน้ำแข็งกรีดลึกถึงกระดูก มันรู้ตัวแล้วว่าไม่อาจต้านทานพลังระดับมหาเทพผู้ไร้พ่ายได้

ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตาย ดวงตาสีเลือดทั้งสิบสองดวงของมันเบิกกว้างด้วยความเคียดแค้น มันตัดสินใจเผาผลาญแกนวิญญาณของตนเอง ระเบิดพลังเฮือกสุดท้าย!

"หากข้าต้องตาย... มหาเทพสงครามอย่างเจ้า ก็ต้องตกนรกขุมเดียวกับข้า!"

*ยามจื่อ (เวลาเที่ยงคืน)

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เกล็ดหิมะกลางธุลีท้อ    บทที่ 9.1 ราตรีที่ 2 สัญชาตญาณดิบเถื่อน

    เมื่อดวงจันทร์ลอยเด่นเหนือยอดเขาเหมยสวรรค์ บรรยากาศในตำหนักเพียวเสวี่ยกงก็กลับมาหนาวเหน็บและหนักอึ้งอีกครั้ง พิษอสูรฝันกลืนจิตที่ถูกระงับไว้ในตอนกลางวัน เริ่มปะทุขึ้นมาตามวัฏจักรของมันเสี่ยวเถาในชุดสีชมพูตัวเก่งที่ซักจนสะอาดสะอ้าน ก้าวเดินเข้ามาในห้องบรรทมอย่างเงียบเชียบ นางลอบมองใบหน้าหล่อเหลาของมหาเทพเฉิงหลันที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียงหยก คิ้วเข้มของเขาขมวดแน่น เหงื่อเย็นเยียบผุดซึมเต็มหน้าผาก เส้นเลือดสีดำเริ่มลามขึ้นมาตามลำคออีกครั้ง"กลางวันหน้าตึงใส่ข้า กลางคืนกลับมานอนหมดสภาพ ท่านนี่มันภาระของธุลีท้อจริงๆ เลยนะเจ้าคะ" นางพึมพำเบาๆ พลางถอนหายใจแม้ปากจะบ่น แต่มือน้อยๆ กลับเอื้อมไปหยิบผ้าชุบน้ำอุ่นมาซับหน้าให้เขาอย่างเบามือ ทว่าทันทีที่ปลายนิ้วของนางสัมผัสโดนผิวแก้มที่เย็นเฉียบ ร่างสูงใหญ่ก็กระตุกเกร็ง พลังเวทสีดำเริ่มแผ่ซ่านออกมาจนอากาศในห้องบิดเบี้ยว"เวลาหมดแล้วสินะ..." เสี่ยวเถากลืนน้ำลาย รวบรวมความกล้าแล้วปีนขึ้นไปบนเตียงหยกนางพยายามขยับแขนขวาที่ยังคงปวดหนึบจากรอยอักขระเส้นแรกอย่างระมัดระวัง สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกพลังจากหัวใจบรรพกาล ทาบสองมือลงบนแผ่นอกกว้าง แล้วร่ายอาค

  • เกล็ดหิมะกลางธุลีท้อ    บทที่ 8.2 ราตรีแรก พันธนาการในห้วงฝัน

    แสงอรุณแรกแห่งวันใหม่สาดส่องผ่านบานหน้าต่างตำหนักเพียวเสวี่ยกง กระทบเปลือกตาของบุรุษผู้หลับใหลมหาเทพเฉิงหลันค่อยๆ ลืมตาขึ้น สิ่งแรกที่เขาสัมผัสได้คือความเบาสบายในจุดตันเถียน ความเจ็บปวดเจียนตายจากพิษอสูรฝันบรรพกาลเมื่อคืนมลายหายไปกว่าครึ่ง ทว่าสิ่งที่หลงเหลืออยู่กลับเป็น 'รสหวาน' จางๆ ที่ติดอยู่ที่ปลายลิ้น และความรู้สึกโหยหาบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ในอกเขายันตัวลุกขึ้นนั่ง พลันสายตาก็ปะทะเข้ากับร่างเล็กๆ ในชุดสีชมพูที่นอนฟุบสลบไสลอยู่ข้างเตียงหยก"เสี่ยวเถา?"เฉิงหลันขมวดคิ้วมุ่น ยัยม้าดีดกะโหลกผู้นี้เข้ามาในห้องบรรทมของเขาตั้งแต่เมื่อใด? ทว่าเมื่อเพ่งมองชัดๆ เขากลับต้องชะงัก ใบหน้าจิ้มลิ้มที่เคยกวนประสาทเขาบัดนี้ซีดเผือด เหงื่อเม็ดเล็กผุดซึมตามกรอบหน้า แต่ที่สะดุดตาที่สุดคือ ริมฝีปากอวบอิ่มของนาง มันทั้งแดงช้ำและเจ่อบวม ราวกับเพิ่งถูกบดขยี้มาอย่างหนักหน่วง!หัวใจของเกล็ดหิมะผู้สูงส่งกระตุกวูบอย่างประหลาด เขาเอื้อมมือหมายจะปลุกนาง ทว่าเสียงฝีเท้าของเซียนรับใช้และเทพโอสถก็ดังขึ้นเสียก่อน"มหาเทพ! ทรงฟื้นแล้ว!" เซียนรับใช้รีบกรูเข้ามาพร้อมกับถาดหยกที่มีถ้วยยาโอสถควันฉุยสองถ้วย"เกิดอะไร

  • เกล็ดหิมะกลางธุลีท้อ    บทที่ 8.1 ราตรีแรก พันธนาการในห้วงฝัน

    "มหาเทพ! ท่านอยู่ที่ใด!" นางตะโกนฝ่าพายุ ทว่าเสียงกลับกลืนหายไปในอากาศทันใดนั้นเอง เงาร่างสูงใหญ่ก็พุ่งทะยานลงมาจากกิ่งเหมยบรรพกาล ความเร็วนั้นเหนือชั้นจนเสี่ยวเถาตั้งตัวไม่ติด ร่างบอบบางของนางถูกกระชากอย่างแรงจนแผ่นหลังกระแทกเข้ากับต้นไม้ใหญ่!"อ๊ะ!"นางครางด้วยความจุก ทว่าเมื่อเงยหน้าขึ้น สองตาก็ต้องเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึงบุรุษที่ตรึงร่างนางไว้กับต้นไม้คือ เฉิงหลัน ทว่าเขาไม่ใช่เทพสงครามผู้เคร่งขรึมเจ้าระเบียบอีกต่อไป อาภรณ์สีขาวหลุดลุ่ยเผยให้เห็นแผงอกแกร่ง เส้นผมสีดำสนิทสยายไปตามสายลม ดวงตาคมกริบที่เคยเย็นชาบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำดุจสัตว์ป่าที่กำลังคลุ้มคลั่งเขาหอบหายใจหนักหน่วง โน้มใบหน้าลงมาซุกไซ้ที่ซอกคอขาวผ่องของนางทันที!"ดะ...เดี๋ยว! มหาเทพ! นี่ข้าเอง เสี่ยวเถา!" นางพยายามใช้สองมือเล็กๆ ดันแผงอกเขาออก แต่อีกฝ่ายกลับแข็งแกร่งดั่งภูผาหินเฉิงหลันไม่ฟังเสียงประท้วงใดๆ พิษอสูรฝันได้ทำลายสติสัมปชัญญะและกำแพงน้ำแข็งในใจเขาจนหมดสิ้น เหลือเพียงสัญชาตญาณดิบเถื่อนและความปรารถนาลึกล้ำ จมูกโด่งสันสูดดมกลิ่นหอมหวานของดอกท้อที่แผ่ออกมาจากกายเนื้อของนางราวกับคนเสพติด"หอมเหลือเกิ

  • เกล็ดหิมะกลางธุลีท้อ    บทที่ 7.2 บัญชาแห่งเทพมารดร

    เสียงทรงอำนาจและแหบพร่าดังก้องมาจากหน้าประตู เหล่าเทพชั้นสูงต่างแหวกทางและคุกเข่าลงทำความเคารพอย่างพร้อมเพรียง เมื่อร่างของท่านย่าเทพมารดรจินหมู่ มารดาแห่งเทพชั้นฟ้าก้าวเดินเข้ามาท่านย่าจินหมู่คือเทพสตรีที่อาวุโสที่สุดในสวรรค์ แม้เส้นผมจะขาวโพลน แต่ดวงตากลับเฉียบคมและทรงพลัง นางเดินตรงไปที่เตียงหยก ปรายตามองรอยอักขระพิษบนร่างเฉิงหลันเพียงแวบเดียว ก่อนจะพยักหน้า"เทพโอสถพูดถูก พิษนี้ไม่มียาถอน" ท่านย่าจินหมู่เอ่ยเสียงเรียบ "แต่มิใช่ว่าจะไม่มี 'ผู้รักษาสมดุล' ที่สามารถชำระล้างมันได้""ผู้รักษาสมดุลหรือพ่ะย่ะค่ะ? ใครกันที่มีตบะแก่กล้าพอจะรับพิษบรรพกาลแทนมหาเทพได้โดยไม่ตายเสียก่อน?" เทพโอสถถามอย่างตื่นเต้นท่านย่าจินหมู่ไม่ตอบคำถามนั้น ทว่าสายตาเฉียบคมของนางกลับตวัดวูบฝ่าฝูงชน ไปหยุดอยู่ที่มุมห้อง... ตรงที่สตรีร่างเล็กในชุดสีชมพูเปื้อนเลือดดำกำลังยืนกอดอสูรดอกท้อตัวสั่นงันงกอยู่"เสี่ยวเถา...ก้าวออกมานี่"เสี่ยวเถาสะดุ้งเฮือก นางชี้หน้าตัวเองอย่างงงๆ "ขะ... ข้าหรือเจ้าคะท่านย่า?""ใช่ เจ้าคือกุญแจเพียงดอกเดียว" ท่านย่าจินหมู่ประกาศก้องด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด "เทพธิดาจากสวนท้อผู้นี้ มีแกนเซีย

  • เกล็ดหิมะกลางธุลีท้อ    บทที่ 7.1 : บัญชาแห่งเทพมารดร

    ร่างของราชันย์อสูรพองออกและระเบิดตูม กลายเป็นเข็มหมอกสีดำสนิทนับพันเล่ม พุ่งทะลวงฝ่ากำแพงน้ำแข็งของเฉิงหลันเข้ามาทุกทิศทาง มันคือ 'พิษอสูรฝันกลืนจิต' คำสาปบรรพกาลที่ไร้ซึ่งยารักษา!เฉิงหลันตวัดกระบี่ปัดป้องด้วยความเร็วสูงสุด ทว่ามีเข็มหมอกเพียงเล่มเดียวที่รอดพ้นคมกระบี่...มันพุ่งเสียบเข้าที่หัวไหล่ขวาของเขาอย่างจัง!ฉึก!"อึก!" เฉิงหลันกัดฟันกรอด คิ้วเข้มกระตุกเข้าหากัน พิษร้ายนั้นไม่ได้สร้างบาดแผลทางกาย แต่มันแทรกซึมผ่านเกราะเงิน ทะลวงเข้าสู่เส้นชีพจรและแกนเซียนโดยตรง ความเจ็บปวดราวกับถูกไฟนรกแผดเผาแล่นปราดไปทั่วร่างแม้จะถูกพิษ แต่มหาเทพสงครามหาได้ทรุดลงไม่ เขากัดข่มความเจ็บปวด รวบรวมตบะเฮือกสุดท้ายฟาดฟันกระบี่หานเหมย ปลดปล่อยพลัง 'ศูนย์องศาสัมบูรณ์' แช่แข็งรอยแยกมิติและปิดผนึกแดนกลืนดาราได้อย่างสมบูรณ์แบบเมื่อการศึกสงบลง แสงอรุณแรกเริ่มสาดส่องลงมา ทว่าร่างสูงสง่าที่ยืนตระหง่านอยู่บนกองซากศพอสูรกลับโซเซเล็กน้อยเฉิงหลันใช้กระบี่ยันพื้นดินไว้เพื่อพยุงตัว เขากระอักโลหิตสีดำสนิทออกมาคำโต หยดเลือดเปื้อนอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์จนดูน่ากลัว พิษอสูรฝันเริ่มกัดกินสติสัมปชัญญะของเขาอย่างบ้าคลั่ง

  • เกล็ดหิมะกลางธุลีท้อ    บทที่ 6 : หุบเหวกลืนดารา

    เขามองปลายนิ้วตัวเองด้วยความสับสน...เหตุใดสัมผัสจากธุลีท้อนางนี้ ถึงมีอิทธิพลต่อจิตวิญญาณของเขาถึงเพียงนี้ทว่ายังไม่ทันที่มหาเทพจะได้หาคำตอบให้หัวใจตนเอง ท้องฟ้าเหนือตำหนักเพียวเสวี่ยกงพลันปรากฏแสงสีชาดสาดส่อง ระฆังสวรรค์ดังกังวานสิบสองกริ่ง สัญญาณแห่งวิกฤตการณ์ขั้นสูงสุด!มหาเทพเฉิงหลันผุดลุกขึ้น แววตาสับสนเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความดุดันและเด็ดขาดแห่งเทพสงครามทันที"เกิดเรื่องอันใดขึ้น!" เขาตวาดถามเซียนรับใช้ที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา"เรียนมหาเทพ! ผนึกที่ 'แดนหุบเหวกลืนดารา' แตกออกแล้วพ่ะย่ะค่ะ! ราชันย์อสูรบรรพกาลกำลังนำทัพทะลวงขึ้นมา มหาเทพองค์อื่นๆ ขอให้ท่านรีบนำทัพสวรรค์ไปยับยั้งด่วนที่สุด!"หุบเหวกลืนดารา... สถานที่ที่มืดมิดและเต็มไปด้วยมลพิษอสูรที่ร้ายกาจที่สุดในสามภพ!เฉิงหลันสะบัดชายเสื้อ เกราะสงครามสีเงินยวงปรากฏขึ้นทาบทับสรีระสูงใหญ่ เขากลายร่างเป็นแสงสีขาวพุ่งทะยานขึ้นสู่ห้วงเวหา หายลับไปในความมืดมิดของรัตติกาลทันที โดยทิ้งกล่องขนมที่ว่างเปล่าไว้บนโต๊ะหยก****************เช้าวันรุ่งขึ้น ณ วังหิมะโปรย"เมื่อวานข้าอาจจะเล่นผิดบทไปหน่อย วันนี้ข้าจะกลับมาเป็นตัวเองแล้ว! กำแพ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status