Beranda / รักโบราณ / เกล็ดหิมะกลางธุลีท้อ / บทที่ 8.1 ราตรีแรก พันธนาการในห้วงฝัน

Share

บทที่ 8.1 ราตรีแรก พันธนาการในห้วงฝัน

last update Terakhir Diperbarui: 2026-03-03 14:56:32

"มหาเทพ! ท่านอยู่ที่ใด!" นางตะโกนฝ่าพายุ ทว่าเสียงกลับกลืนหายไปในอากาศ

ทันใดนั้นเอง เงาร่างสูงใหญ่ก็พุ่งทะยานลงมาจากกิ่งเหมยบรรพกาล ความเร็วนั้นเหนือชั้นจนเสี่ยวเถาตั้งตัวไม่ติด ร่างบอบบางของนางถูกกระชากอย่างแรงจนแผ่นหลังกระแทกเข้ากับต้นไม้ใหญ่!

"อ๊ะ!"

นางครางด้วยความจุก ทว่าเมื่อเงยหน้าขึ้น สองตาก็ต้องเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง

บุรุษที่ตรึงร่างนางไว้กับต้นไม้คือ เฉิงหลัน ทว่าเขาไม่ใช่เทพสงครามผู้เคร่งขรึมเจ้าระเบียบอีกต่อไป อาภรณ์สีขาวหลุดลุ่ยเผยให้เห็นแผงอกแกร่ง เส้นผมสีดำสนิทสยายไปตามสายลม ดวงตาคมกริบที่เคยเย็นชาบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำดุจสัตว์ป่าที่กำลังคลุ้มคลั่ง

เขาหอบหายใจหนักหน่วง โน้มใบหน้าลงมาซุกไซ้ที่ซอกคอขาวผ่องของนางทันที!

"ดะ...เดี๋ยว! มหาเทพ! นี่ข้าเอง เสี่ยวเถา!" นางพยายามใช้สองมือเล็กๆ ดันแผงอกเขาออก แต่อีกฝ่ายกลับแข็งแกร่งดั่งภูผาหิน

เฉิงหลันไม่ฟังเสียงประท้วงใดๆ พิษอสูรฝันได้ทำลายสติสัมปชัญญะและกำแพงน้ำแข็งในใจเขาจนหมดสิ้น เหลือเพียงสัญชาตญาณดิบเถื่อนและความปรารถนาลึกล้ำ จมูกโด่งสันสูดดมกลิ่นหอมหวานของดอกท้อที่แผ่ออกมาจากกายเนื้อของนางราวกับคนเสพติด

"หอมเหลือเกิน" เสียงทุ้มต่ำแหบพร่ากระซิบชิดใบหู ทำเอาเสี่ยวเถาขนลุกซู่ไปทั้งร่าง "ข้าหิวกระหาย ร้อนรุ่มแทบเจียนตาย เจ้าคือโอสถของข้า"

"อื้อ!"

ยังไม่ทันที่นางจะได้อ้าปากเถียง ริมฝีปากหยักลึกก็บดขยี้ลงมาอย่างรุนแรงและเอาแต่ใจ!

มันไม่ใช่จุมพิตที่อ่อนหวานนุ่มนวล แต่เป็นการกลืนกินที่เต็มไปด้วยความโหยหาและเร่าร้อนดุดัน เฉิงหลันสอดมือหนาเข้าท้ายทอย ล็อกใบหน้าจิ้มลิ้มไม่ให้หนีไปไหน เรียวลิ้นร้อนชื้นสอดแทรกเข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำภายในอย่างตะกละตะกลาม ราวกับคนรอนแรมในทะเลทรายที่เพิ่งค้นพบโอเอซิส

เสี่ยวเถาเบิกตาค้าง ร่างกายที่เคยกระโดดโลดเต้นเป็นม้าดีดกะโหลกบัดนี้อ่อนระทวยไร้เรี่ยวแรง นางสั่นสะท้านไปกับสัมผัสที่แปลกใหม่และอันตราย

และในวินาทีที่รสจูบเริ่มลึกล้ำ ความเจ็บปวดสายหนึ่งก็แล่นแปลบขึ้นที่หัวไหล่ขวาของนาง

มันร้อนผ่าวราวกับถูกนาบด้วยเหล็กเผาไฟ เสี่ยวเถาน้ำตาคลอเบ้า นางรับรู้ได้ทันทีว่า 'อักขระอสูร' เส้นแรกกำลังถ่ายทอดจากร่างของมหาเทพลงมาสลักอยู่บนผิวเนื้อของนางผ่านการเชื่อมต่ออันลึกซึ้งนี้ พิษร้ายกำลังถูกดูดซับออกไปทีละน้อย แลกกับรสหวานที่นางต้องถูกเขากลืนกิน

ในโลกแห่งความเป็นจริง เขาอาจจะมองนางเป็นเพียงธุลีท้อที่ไร้ค่า ทว่าในห้วงฝันที่ถูกจองจำนี้ มหาเทพผู้เยือกเย็นกลับโอบกอดนางไว้แน่นปานจะหลอมรวมเป็นร่างเดียว และปรารถนาเพียงรสสัมผัสจากนางผู้เดียวเท่านั้น

ริมฝีปากหยักลึกบดเบียดคลึงเคล้าอย่างเอาแต่ใจ รสชาติของบุรุษผู้สูงส่งที่บัดนี้เจือไปด้วยความขมปร่าของไอมารและกลิ่นคาวเลือดจางๆ ไหลทะลักเข้ามาในโพรงปากของเสี่ยวเถา สติสัมปชัญญะของนางแตกกระเจิงเมื่อเรียวลิ้นร้อนชื้นเกี่ยวตวัด ดูดกลืนหยาดน้ำหวานและลมหายใจของนางไปจนสิ้น

"อื้อ... อึก..."

นางพยายามประท้วง สองมือเล็กกำสาบเสื้อสีขาวที่หลุดลุ่ยของเขาไว้แน่น ขยำจนยับย่น ทว่าแทนที่เขาจะผละออก วงแขนแกร่งกลับยิ่งรัดเอวบางของนางให้แนบชิดกับแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม ความเย็นเยียบจากผิวกายของมหาเทพ ตัดกับความร้อนรุ่มดั่งไฟนรกจากจุมพิตของเขาอย่างสิ้นเชิง มันคือความขัดแย้งที่ทำให้ร่างกายของนางสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่อยู่

ในขณะที่รสจูบทวีความลึกล้ำและดุดันขึ้น ความเจ็บปวดที่หัวไหล่ขวาก็ยิ่งทวีความรุนแรงตามไปด้วย

เสียงราวกับเหล็กเผาไฟนาบลงบนเนื้อสดๆ ดังสะท้อนในโสตประสาท เสี่ยวเถากรีดร้องในลำคอ น้ำตาหยดใสทะลักล้นออกจากหางตา นางสัมผัสได้ถึงอักขระอสูรที่กำลังค่อยๆ กรีดลากเส้นสาย ลงหลักปักฐานบนผิวเนื้อเนียนละเอียดของนาง มันคืบคลานดั่งเถาวัลย์พิษที่สูบเอาความบริสุทธิ์ของธาตุไม้ในกายแกนเซียนของนางไป เพื่อแลกกับการดึงเอาไอหมอกสีดำมืดมิดออกจากร่างของบุรุษตรงหน้า

เฉิงหลันในสภาวะคลุ้มคลั่งรับรู้ได้ถึงหยาดน้ำตาที่เค็มปร่า สัญชาตญาณดิบเถื่อนของเขาสะดุดลงเล็กน้อย ทว่าความหิวกระหายที่จะรอดชีวิตและสัญชาตญาณการครอบครองกลับมีมากกว่า เขายอมถอนริมฝีปากออกเพียงเสี้ยววินาที เพื่อให้คนตัวเล็กได้หอบเอาอากาศเข้าปอด ก่อนจะเปลี่ยนเป้าหมาย ซุกหน้าลงกับลาดไหล่ที่กำลังถูกพิษแผดเผาของนาง

"อ๊ะ! มหาเทพ... ข้าเจ็บ..." นางครางเสียงสั่น เผยอริมฝีปากหอบหายใจอย่างน่าสงสาร

เฉิงหลันไม่ได้ตอบรับคำวิงวอนนั้น เขาฝังคมเขี้ยวลงบนรอยอักขระที่เพิ่งก่อตัวขึ้นใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่ใช่เพื่อกัดกินให้แหลกเหลว แต่เป็นการเชื่อมต่อปราณเซียนเพื่อถ่ายเทพิษระลอกสุดท้ายของค่ำคืนนี้เข้าสู่นางโดยตรง ปลายลิ้นร้อนลากไล้ซับหยาดเลือดสีแดงสดที่ซึมออกมาจากรอยเขี้ยวอย่างตะกละตะกลาม ราวกับกำลังลิ้มรสโอสถสวรรค์ที่ล้ำค่าที่สุด

ทุกครั้งที่เขาดูดกลืน ร่างของเสี่ยวเถาก็ยิ่งอ่อนระทวย เรี่ยวแรงที่เคยใช้ดิ้นรนเหือดหายไปจนสิ้น สองมือที่เคยผลักไส บัดนี้กลับเปลี่ยนเป็นสอดประสานเข้ากับกลุ่มผมสีดำสนิทของเขา เล็บเล็กๆ จิกเกร็งลงบนหนังศีรษะเพื่อระบายความเจ็บปวดที่แผดเผาอยู่ตรงหัวไหล่

...เขาไม่รู้ตัว...เขากำลังทรมาน... เสี่ยวเถาพยายามบอกตัวเองเพื่อไม่ให้เกลียดชังบุรุษที่กำลังย่ำยีความบริสุทธิ์ของนาง นางหลับตาลง ปล่อยให้น้ำตาไหลรินอาบแก้ม ยอมจำนนต่อพันธนาการของราชสีห์คลุ้มคลั่ง ปล่อยให้พลังธาตุไม้จาก 'หัวใจบรรพกาล' ที่ซ่อนอยู่ในส่วนลึกของดวงจิต แผ่ซ่านออกมาชำระล้างความปวดร้าวให้เขาทีละน้อย

ในที่สุด พายุหิมะสีเลือดในห้วงฝันที่เคยโหมกระหน่ำอย่างเกรี้ยวกราด ก็ค่อยๆ อ่อนกำลังลง ท้องฟ้าที่เคยมืดมิดเริ่มทอประกายแสงสีเงินจางๆ อักขระเส้นแรกสลักเสร็จสมบูรณ์ พร้อมกับไอหมอกพิษในกายของมหาเทพสงครามที่สงบราบคาบลงชั่วคราว

ร่างสูงใหญ่ของเฉิงหลันหยุดสั่นสะท้าน ความบ้าคลั่งในดวงตาสีแดงก่ำมลายหายไป เหลือเพียงความเหนื่อยล้าที่เกาะกุม เขาทรุดฮวบลง ทิ้งน้ำหนักตัวทั้งหมดโถมทับลงบนร่างบอบบางของเสี่ยวเถา ใบหน้าหล่อเหลาซบลงกับซอกคอหอมหวานของนาง ลมหายใจที่เคยร้อนระอุกลับมาสม่ำเสมอและผ่อนคลาย ราวกับเด็กหลงทางที่ได้กลับมาสู่อ้อมกอดที่ปลอดภัยที่สุด

เสี่ยวเถานอนหอบหายใจรวยรินอยู่ใต้ร่างของเขา แขนเล็กๆ โอบกอดแผ่นหลังกว้างนั้นไว้โดยไม่รู้ตัว นางรับรู้ถึงจังหวะหัวใจของเขาที่เต้นสอดคล้องกับนาง...

ความเจ็บปวดที่ไหล่ขวายังคงเต้นตุบๆ ตอกย้ำว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียงฝันตื่นหนึ่ง แต่มันคือความเป็นจริงที่นางต้องแบกรับ นี่เป็นเพียงราตรีแรกเท่านั้น นางยังต้องทนให้เขากลืนกินเช่นนี้ไปอีกถึงยี่สิบเอ็ดราตรี

"ท่านติดค้างข้าครั้งใหญ่แล้วนะ...ตาหน้าหิน"

เสียงหวานพึมพำแผ่วเบาเจือเสียงสะอื้น ก่อนที่ความเหนื่อยล้าจะดึงสติสัมปชัญญะของนางให้จมดิ่งลงสู่ความมืดมิด พร้อมๆ กับโลกจำลองในห้วงฝันที่แตกสลายไป เพื่อนำพาทั้งสองกลับคืนสู่แสงอรุณแห่งโลกความเป็นจริง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เกล็ดหิมะกลางธุลีท้อ    บทที่ 9.1 ราตรีที่ 2 สัญชาตญาณดิบเถื่อน

    เมื่อดวงจันทร์ลอยเด่นเหนือยอดเขาเหมยสวรรค์ บรรยากาศในตำหนักเพียวเสวี่ยกงก็กลับมาหนาวเหน็บและหนักอึ้งอีกครั้ง พิษอสูรฝันกลืนจิตที่ถูกระงับไว้ในตอนกลางวัน เริ่มปะทุขึ้นมาตามวัฏจักรของมันเสี่ยวเถาในชุดสีชมพูตัวเก่งที่ซักจนสะอาดสะอ้าน ก้าวเดินเข้ามาในห้องบรรทมอย่างเงียบเชียบ นางลอบมองใบหน้าหล่อเหลาของมหาเทพเฉิงหลันที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียงหยก คิ้วเข้มของเขาขมวดแน่น เหงื่อเย็นเยียบผุดซึมเต็มหน้าผาก เส้นเลือดสีดำเริ่มลามขึ้นมาตามลำคออีกครั้ง"กลางวันหน้าตึงใส่ข้า กลางคืนกลับมานอนหมดสภาพ ท่านนี่มันภาระของธุลีท้อจริงๆ เลยนะเจ้าคะ" นางพึมพำเบาๆ พลางถอนหายใจแม้ปากจะบ่น แต่มือน้อยๆ กลับเอื้อมไปหยิบผ้าชุบน้ำอุ่นมาซับหน้าให้เขาอย่างเบามือ ทว่าทันทีที่ปลายนิ้วของนางสัมผัสโดนผิวแก้มที่เย็นเฉียบ ร่างสูงใหญ่ก็กระตุกเกร็ง พลังเวทสีดำเริ่มแผ่ซ่านออกมาจนอากาศในห้องบิดเบี้ยว"เวลาหมดแล้วสินะ..." เสี่ยวเถากลืนน้ำลาย รวบรวมความกล้าแล้วปีนขึ้นไปบนเตียงหยกนางพยายามขยับแขนขวาที่ยังคงปวดหนึบจากรอยอักขระเส้นแรกอย่างระมัดระวัง สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกพลังจากหัวใจบรรพกาล ทาบสองมือลงบนแผ่นอกกว้าง แล้วร่ายอาค

  • เกล็ดหิมะกลางธุลีท้อ    บทที่ 8.2 ราตรีแรก พันธนาการในห้วงฝัน

    แสงอรุณแรกแห่งวันใหม่สาดส่องผ่านบานหน้าต่างตำหนักเพียวเสวี่ยกง กระทบเปลือกตาของบุรุษผู้หลับใหลมหาเทพเฉิงหลันค่อยๆ ลืมตาขึ้น สิ่งแรกที่เขาสัมผัสได้คือความเบาสบายในจุดตันเถียน ความเจ็บปวดเจียนตายจากพิษอสูรฝันบรรพกาลเมื่อคืนมลายหายไปกว่าครึ่ง ทว่าสิ่งที่หลงเหลืออยู่กลับเป็น 'รสหวาน' จางๆ ที่ติดอยู่ที่ปลายลิ้น และความรู้สึกโหยหาบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ในอกเขายันตัวลุกขึ้นนั่ง พลันสายตาก็ปะทะเข้ากับร่างเล็กๆ ในชุดสีชมพูที่นอนฟุบสลบไสลอยู่ข้างเตียงหยก"เสี่ยวเถา?"เฉิงหลันขมวดคิ้วมุ่น ยัยม้าดีดกะโหลกผู้นี้เข้ามาในห้องบรรทมของเขาตั้งแต่เมื่อใด? ทว่าเมื่อเพ่งมองชัดๆ เขากลับต้องชะงัก ใบหน้าจิ้มลิ้มที่เคยกวนประสาทเขาบัดนี้ซีดเผือด เหงื่อเม็ดเล็กผุดซึมตามกรอบหน้า แต่ที่สะดุดตาที่สุดคือ ริมฝีปากอวบอิ่มของนาง มันทั้งแดงช้ำและเจ่อบวม ราวกับเพิ่งถูกบดขยี้มาอย่างหนักหน่วง!หัวใจของเกล็ดหิมะผู้สูงส่งกระตุกวูบอย่างประหลาด เขาเอื้อมมือหมายจะปลุกนาง ทว่าเสียงฝีเท้าของเซียนรับใช้และเทพโอสถก็ดังขึ้นเสียก่อน"มหาเทพ! ทรงฟื้นแล้ว!" เซียนรับใช้รีบกรูเข้ามาพร้อมกับถาดหยกที่มีถ้วยยาโอสถควันฉุยสองถ้วย"เกิดอะไร

  • เกล็ดหิมะกลางธุลีท้อ    บทที่ 8.1 ราตรีแรก พันธนาการในห้วงฝัน

    "มหาเทพ! ท่านอยู่ที่ใด!" นางตะโกนฝ่าพายุ ทว่าเสียงกลับกลืนหายไปในอากาศทันใดนั้นเอง เงาร่างสูงใหญ่ก็พุ่งทะยานลงมาจากกิ่งเหมยบรรพกาล ความเร็วนั้นเหนือชั้นจนเสี่ยวเถาตั้งตัวไม่ติด ร่างบอบบางของนางถูกกระชากอย่างแรงจนแผ่นหลังกระแทกเข้ากับต้นไม้ใหญ่!"อ๊ะ!"นางครางด้วยความจุก ทว่าเมื่อเงยหน้าขึ้น สองตาก็ต้องเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึงบุรุษที่ตรึงร่างนางไว้กับต้นไม้คือ เฉิงหลัน ทว่าเขาไม่ใช่เทพสงครามผู้เคร่งขรึมเจ้าระเบียบอีกต่อไป อาภรณ์สีขาวหลุดลุ่ยเผยให้เห็นแผงอกแกร่ง เส้นผมสีดำสนิทสยายไปตามสายลม ดวงตาคมกริบที่เคยเย็นชาบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำดุจสัตว์ป่าที่กำลังคลุ้มคลั่งเขาหอบหายใจหนักหน่วง โน้มใบหน้าลงมาซุกไซ้ที่ซอกคอขาวผ่องของนางทันที!"ดะ...เดี๋ยว! มหาเทพ! นี่ข้าเอง เสี่ยวเถา!" นางพยายามใช้สองมือเล็กๆ ดันแผงอกเขาออก แต่อีกฝ่ายกลับแข็งแกร่งดั่งภูผาหินเฉิงหลันไม่ฟังเสียงประท้วงใดๆ พิษอสูรฝันได้ทำลายสติสัมปชัญญะและกำแพงน้ำแข็งในใจเขาจนหมดสิ้น เหลือเพียงสัญชาตญาณดิบเถื่อนและความปรารถนาลึกล้ำ จมูกโด่งสันสูดดมกลิ่นหอมหวานของดอกท้อที่แผ่ออกมาจากกายเนื้อของนางราวกับคนเสพติด"หอมเหลือเกิ

  • เกล็ดหิมะกลางธุลีท้อ    บทที่ 7.2 บัญชาแห่งเทพมารดร

    เสียงทรงอำนาจและแหบพร่าดังก้องมาจากหน้าประตู เหล่าเทพชั้นสูงต่างแหวกทางและคุกเข่าลงทำความเคารพอย่างพร้อมเพรียง เมื่อร่างของท่านย่าเทพมารดรจินหมู่ มารดาแห่งเทพชั้นฟ้าก้าวเดินเข้ามาท่านย่าจินหมู่คือเทพสตรีที่อาวุโสที่สุดในสวรรค์ แม้เส้นผมจะขาวโพลน แต่ดวงตากลับเฉียบคมและทรงพลัง นางเดินตรงไปที่เตียงหยก ปรายตามองรอยอักขระพิษบนร่างเฉิงหลันเพียงแวบเดียว ก่อนจะพยักหน้า"เทพโอสถพูดถูก พิษนี้ไม่มียาถอน" ท่านย่าจินหมู่เอ่ยเสียงเรียบ "แต่มิใช่ว่าจะไม่มี 'ผู้รักษาสมดุล' ที่สามารถชำระล้างมันได้""ผู้รักษาสมดุลหรือพ่ะย่ะค่ะ? ใครกันที่มีตบะแก่กล้าพอจะรับพิษบรรพกาลแทนมหาเทพได้โดยไม่ตายเสียก่อน?" เทพโอสถถามอย่างตื่นเต้นท่านย่าจินหมู่ไม่ตอบคำถามนั้น ทว่าสายตาเฉียบคมของนางกลับตวัดวูบฝ่าฝูงชน ไปหยุดอยู่ที่มุมห้อง... ตรงที่สตรีร่างเล็กในชุดสีชมพูเปื้อนเลือดดำกำลังยืนกอดอสูรดอกท้อตัวสั่นงันงกอยู่"เสี่ยวเถา...ก้าวออกมานี่"เสี่ยวเถาสะดุ้งเฮือก นางชี้หน้าตัวเองอย่างงงๆ "ขะ... ข้าหรือเจ้าคะท่านย่า?""ใช่ เจ้าคือกุญแจเพียงดอกเดียว" ท่านย่าจินหมู่ประกาศก้องด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด "เทพธิดาจากสวนท้อผู้นี้ มีแกนเซีย

  • เกล็ดหิมะกลางธุลีท้อ    บทที่ 7.1 : บัญชาแห่งเทพมารดร

    ร่างของราชันย์อสูรพองออกและระเบิดตูม กลายเป็นเข็มหมอกสีดำสนิทนับพันเล่ม พุ่งทะลวงฝ่ากำแพงน้ำแข็งของเฉิงหลันเข้ามาทุกทิศทาง มันคือ 'พิษอสูรฝันกลืนจิต' คำสาปบรรพกาลที่ไร้ซึ่งยารักษา!เฉิงหลันตวัดกระบี่ปัดป้องด้วยความเร็วสูงสุด ทว่ามีเข็มหมอกเพียงเล่มเดียวที่รอดพ้นคมกระบี่...มันพุ่งเสียบเข้าที่หัวไหล่ขวาของเขาอย่างจัง!ฉึก!"อึก!" เฉิงหลันกัดฟันกรอด คิ้วเข้มกระตุกเข้าหากัน พิษร้ายนั้นไม่ได้สร้างบาดแผลทางกาย แต่มันแทรกซึมผ่านเกราะเงิน ทะลวงเข้าสู่เส้นชีพจรและแกนเซียนโดยตรง ความเจ็บปวดราวกับถูกไฟนรกแผดเผาแล่นปราดไปทั่วร่างแม้จะถูกพิษ แต่มหาเทพสงครามหาได้ทรุดลงไม่ เขากัดข่มความเจ็บปวด รวบรวมตบะเฮือกสุดท้ายฟาดฟันกระบี่หานเหมย ปลดปล่อยพลัง 'ศูนย์องศาสัมบูรณ์' แช่แข็งรอยแยกมิติและปิดผนึกแดนกลืนดาราได้อย่างสมบูรณ์แบบเมื่อการศึกสงบลง แสงอรุณแรกเริ่มสาดส่องลงมา ทว่าร่างสูงสง่าที่ยืนตระหง่านอยู่บนกองซากศพอสูรกลับโซเซเล็กน้อยเฉิงหลันใช้กระบี่ยันพื้นดินไว้เพื่อพยุงตัว เขากระอักโลหิตสีดำสนิทออกมาคำโต หยดเลือดเปื้อนอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์จนดูน่ากลัว พิษอสูรฝันเริ่มกัดกินสติสัมปชัญญะของเขาอย่างบ้าคลั่ง

  • เกล็ดหิมะกลางธุลีท้อ    บทที่ 6 : หุบเหวกลืนดารา

    เขามองปลายนิ้วตัวเองด้วยความสับสน...เหตุใดสัมผัสจากธุลีท้อนางนี้ ถึงมีอิทธิพลต่อจิตวิญญาณของเขาถึงเพียงนี้ทว่ายังไม่ทันที่มหาเทพจะได้หาคำตอบให้หัวใจตนเอง ท้องฟ้าเหนือตำหนักเพียวเสวี่ยกงพลันปรากฏแสงสีชาดสาดส่อง ระฆังสวรรค์ดังกังวานสิบสองกริ่ง สัญญาณแห่งวิกฤตการณ์ขั้นสูงสุด!มหาเทพเฉิงหลันผุดลุกขึ้น แววตาสับสนเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความดุดันและเด็ดขาดแห่งเทพสงครามทันที"เกิดเรื่องอันใดขึ้น!" เขาตวาดถามเซียนรับใช้ที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา"เรียนมหาเทพ! ผนึกที่ 'แดนหุบเหวกลืนดารา' แตกออกแล้วพ่ะย่ะค่ะ! ราชันย์อสูรบรรพกาลกำลังนำทัพทะลวงขึ้นมา มหาเทพองค์อื่นๆ ขอให้ท่านรีบนำทัพสวรรค์ไปยับยั้งด่วนที่สุด!"หุบเหวกลืนดารา... สถานที่ที่มืดมิดและเต็มไปด้วยมลพิษอสูรที่ร้ายกาจที่สุดในสามภพ!เฉิงหลันสะบัดชายเสื้อ เกราะสงครามสีเงินยวงปรากฏขึ้นทาบทับสรีระสูงใหญ่ เขากลายร่างเป็นแสงสีขาวพุ่งทะยานขึ้นสู่ห้วงเวหา หายลับไปในความมืดมิดของรัตติกาลทันที โดยทิ้งกล่องขนมที่ว่างเปล่าไว้บนโต๊ะหยก****************เช้าวันรุ่งขึ้น ณ วังหิมะโปรย"เมื่อวานข้าอาจจะเล่นผิดบทไปหน่อย วันนี้ข้าจะกลับมาเป็นตัวเองแล้ว! กำแพ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status