LOGINหลังจากกลับมาสกุลหยวนได้สามสัปดาห์แล้ว ฉู่อวี่หนิงก็เริ่มที่จะวางกลยุทธ์การฝึกซ้อมและการต่อสู้ให้กับสำนักคุ้มภัยสกุลหยวนให้รัดกุมขึ้น เนื่องด้วยโจรป่าที่เริ่มออกอาละวาดส่วนหนึ่งที่เป็นโจรจริงก็อันตรายพอตัว อีกส่วนเป็นคนของหลี่โม่เทียนที่ว่าจ้างมาเพื่อสร้างผลงาน
แต่นางจะไม่มีวันให้เกิดขึ้น สร้างผลงานปลอม ๆ และสร้างความหวาดหวั่นให้ผู้คนเพื่อความก้าวหน้า หากยังมีนางและคนของสำนักคุ้มภัยสกุลหยวนอยู่เรื่องนี้คงไม่ง่ายนัก
ในระหว่างที่อธิบายแผนการฝึกซ้อม ก็มีคนบ่าวในเรือนรีบวิ่งมารายงานแก่ฮูหยินน้อยกับเรื่องที่น่ายินดี
“เรียนฮูหยินน้อย บัดนี้ขบวนเกี้ยวฉลองตำแหน่งจอหงวนได้เดินทางมาถึงหนานอันแล้ว เป็นนายน้อยของเราที่ได้ตำแหน่งจอหงวน ท่านรีบออกมาต้อนรับเถิด ขบวนกำลังจะถึงหน้าเรือนแล้ว”
เวลาผ่านไปเกือบเดือนในที่สุดหยวนไป๋เยี่ยนก็เดินทางกลับมาพร้อมกับความสำเร็จ นางรีบออกไปต้อนรับผู้เป็นสามี เช่นเดียวกันกับหยวนเฮ่อหลานและโจวมู่หลันที่รีบออกไปยืนรอรับบุตรชายที่หน้าสกุลหยวนด้วยความภาคภูมิใจ
เกี้ยวขนาดแปดคนหามที่ยิ่งใหญ่พร้อมกับขบวนมโหรีได้หยุดลงที่หน้าสำนักคุ้มกันภัย จากนั้นผู้ที่อยู่ในเกี้ยวก็เดินลงมาด้วยชุดขุนนางที่ปักลวดลายตามระดับขั้นที่ได้รับตำแหน่ง เดินอย่างสง่าผ่าเผยเข้ามาคุกเข่าคารวะบิดามารดา
“คารวะท่านพ่อท่านแม่” น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความสุขุมนุ่มนวล พยุงร่างที่คุกเข่าของตนเองยืนขึ้นยืดอกอีกอย่างภาคภูมิ ไม่ลืมที่จะมองไปที่ภรรยาของตนแล้วยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยเพื่อเป็นการทักทาย
“ข้าสอบได้ตำแหน่งจอหงวนและเข้ารับราชการในวังได้สำเร็จแล้ว ทั้งนี้เป็นเพราะท่านพ่อท่านแม่และฮูหยินช่วยสนับสนุน” เขาไม่ลืมที่จะกล่าวถึงภรรยา
“ดีแล้ว ดีแล้ว” โจวมู่หลันเข้าไปสวมกอดบุตรชายกลั้นน้ำตาแห่งความปลื้มปีติเอาไว้ไม่ให้โดนชุดขุนนาง รู้สึกภาคภูมิใจและตื้นตันเป็นอย่างมาก
“เพราะเครื่องรางที่แม่หาให้เจ้าแท้ ๆ จึงได้สอบผ่านเช่นนี้”
“โธ่ ฮูหยิน เป็นเพราะลูกเรามีความสามารถต่างหากเล่า อ่านตำราตั้งแต่เช้าจนดึกทุกวัน เวลากินแทบไม่ได้กิน เวลาจะนอนแถมไม่ได้นอน หากสอบไม่ได้ก็แปลกแล้ว” ผู้เป็นสามีพูดขัดภรรยาของตนทำให้หยวนฮูหยินมองค้อนก่อนที่จะจับแขนบุตรชายให้เข้าไปนั่งพักในเรือน
ฉู่อวี่หนิงรีบเอาขนมและน้ำชามาต้อนรับสามี ไม่ลืมที่จะให้บ่าวรับใช้จัดหาอาหารและที่พักให้แก่ขบวนเกี้ยวที่มาส่งเพื่อเป็นการแสดงน้ำใจและความใจกว้างของสกุลหยวน ทุกอย่างหยวนไป๋เยี่ยนรับรู้และซาบซึ้งกับสิ่งที่นางทำ
“ลำบากเจ้าแล้วฮูหยิน”
“มันเป็นหน้าที่ของข้า ท่านพี่สอบผ่านข้าก็ยินดีด้วย” นางกล่าวด้วยความยินดี ในอนาคตตำแหน่งฮูหยินเสนาบดีก็ย่อมตกเป็นของนาง เมื่อถึงตอนนั้นอำนาจทุกอย่างก็ยิ่งจะเพิ่มพูน
แต่นางจะไม่รอให้โชคชะตาพาไปถึงตอนนั้น ในเมื่อตอนนี้หลี่โม่เทียนยังคงรั้งตำแหน่งนายกองอยู่ ตนก็จะขัดขวางทุกวิถีทางไม่ให้เขาเลื่อนขั้นเป็นรองแม่ทัพได้สำเร็จ หรือหากจะต้องเป็นไปตามชะตานั้นจริง ๆ นางก็จะขัดขวางเท่าที่จะทำได้
“เอาเถอะ กลับมาถึงเหนื่อย ๆ เจ้าไปพักผ่อนก่อนเถิด เมื่อถึงเวลาอาหารค่อยออกมาพูดคุยกันอีกครั้ง” เมื่อเห็นบุตรชายและสะใภ้พูดคุยกันดี หยวนฮูหยินก็เปิดโอกาสให้ทั้งคู่ได้อยู่ด้วยกันลำพังตามประสาสามีภรรยา
ฉู่อวี่หนิงให้คนเตรียมน้ำให้สามีอาบและเตรียมเสื้อผ้าเอาไว้ให้ หยวนไป๋เยี่ยนอาบน้ำและเปลี่ยนชุดอยู่ในชุดธรรมดาและถอดชุดขุนนางแขวนเอาไว้ มองด้วยความภาคภูมิใจ จากนั้นก็หันไปหาภรรยาที่กำลังยกน้ำชาและของว่างมาวางในห้อง
“พวกเจ้าออกไปก่อน” เขาสั่งให้สาวใช้ที่ติดตามนางออกไปจากห้อง
เมื่อประตูปิดลงก็เดินเข้าไปหาภรรยา ฉู่อวี่หนิงถอยหลังไปหนึ่งก้าว จากนั้นก็ยิ้มให้สามีที่ดูจะมีท่าทีเปลี่ยนไปหลังจากที่สอบผ่านจอหงวนแล้ว
“ท่านพี่มีธุระอันใดจะพูดเป็นการส่วนตัวกับข้า” นางกล่าวถาม ทำเป็นไม่รู้เรื่องว่าที่ให้คนรับใช้ออกไปนั้นเพราะเขาอยากอยู่กับนางตามลำพัง เหตุผลก็คงเป็นคำสัญญาที่นางเคยให้ไว้
“ข้าจะทวงสัญญา”
“สัญญาอันใดกันเจ้าคะ” ฮูหยินน้อยวัยสิบหกย่างสิบเจ็ดหันหลังมองไปทางอื่นเพื่อหลบสายตา
“เจ้าจะให้สิ่งที่ข้าอยากได้ สิ่งที่ข้าอยากได้ในตอนนี้คือการเป็นสามีภรรยากับเจ้าอย่างครบถ้วน” วาจานั้นกล่าวขึ้นจากด้านหลัง จากนั้นร่างสูงใหญ่ก็เดินเข้ามายืนอยู่ใกล้ ๆ จนรู้สึกได้ถึงลมหายใจที่รดรินอยู่ที่ต้นคอด้านหลังของนาง
แต่เพราะว่ารู้ตัวว่าอาจจะอยู่ได้อีกไม่นาน ไม่อยากให้เกิดความรักขึ้นระหว่างคนทั้งคู่ นางจึงเบี่ยงตัวหลบออกไป
“ตอนที่แต่งงานกัน เราทั้งคู่ก็ตกลงกันเป็นอย่างดีแล้ว ตลอดเวลาที่ผ่านมาข้าดูแลท่านตามหน้าที่ของภรรยา แต่หาได้รู้สึกรักใคร่ท่านไม่ ท่านเองก็ไม่ได้รักใคร่ในตัวข้า ทุกอย่างที่ท่านกำลังรู้สึกในตอนนี้เป็นเพียงความผูกพันเพราะความชิดใกล้เท่านั้น” น้ำเสียงและวาจาที่กล่าวออกมาทำให้เขาใจหาย ไม่เข้าใจว่าเหตุใดนางจึงยังคงใจแข็งกับตนเช่นนี้ ไม่ใช่ว่าที่ผ่านมานางเองก็มีใจให้เขาหรอกหรือถึงได้ดูแลเป็นอย่างดี
“ฉู่อวี่หนิง เพราะเหตุใดเจ้าจึงเย็นชากับข้าถึงเพียงนี้” ประโยคนั้นถามออกมาตรงไปตรงมา แววตาฉายแววเสียใจ ใจฉู่อวี่หนิงเองก็ทำตัวไม่ถูก ตลอดเวลาที่แต่งงานกันมา ใครจะรู้เล่าว่าบุรุษผู้เย็นชาจะมีใจให้นางในภายหลัง
“เพราะเรายังไม่ได้รักกัน ข้าให้เวลาท่านนานหนึ่งปีตั้งแต่ที่เราหมั้นหมายจนกระทั่งแต่งงานให้ท่านได้ศึกษาตำราอย่างเต็มที่ มาถึงตอนนี้ข้าจะขอให้ท่านให้เวลาท่านอีกหนึ่งปีเช่นกัน” นางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ้อนวอน หากตัดรอนไปตอนนี้คงผิดใจกัน สู้หว่านล้อมด้วยถ้อยคำที่ดียืดเวลาออกไปอีกปีน่าจะดีกว่า
“ไม่มีพูดเหตุผลใดที่ข้าจะต้องให้เวลาเจ้า ในเมื่อเราแต่งงานกันแล้ว เจ้าก็เป็นภรรยาข้า สิทธิ์ของสามีในตัวภรรยานั้นก็มี เจ้าจะบ่ายเบี่ยงไม่ยอมร่วมหอด้วยเหตุผลที่ว่าเรายังไม่ได้รักกันอย่างลึกซึ้งเพียงเท่านั้นเองหรือ ช่างเลือดเย็นนักฮูหยิน ข้าไม่คิดเลยว่าจะมีสตรีที่เลือดเย็นและใจดำอย่างเจ้าอยู่ในใต้หล้า” น้ำเสียงนั้นกล่าวตัดพ้อ
“หากท่านต้องการความสำราญจะรับอนุข้าก็จะไม่ขัดขวาง” ประโยคนั้นยิ่งตอกย้ำความโทสะที่เกิดขึ้นในใจของผู้เป็นสามี อย่าว่าแต่อนุเลยบุรุษเช่นเขาไม่ได้สนใจสตรีนางใดง่าย ๆ
ตลอดเวลาที่ผ่านมาสิ่งที่นางทำดีกับเขานั้นเป็นที่ประจักษ์ หัวใจที่เย็นชาค่อย ๆ ละลายภูเขาน้ำแข็งลงไปจนก่อเกิดความรู้สึกดี ๆ ให้แก่นาง แต่สุดท้ายนางกลับไม่เชื่อมั่นในความรักที่เขามีให้ จะโทษใครได้ในเมื่อตอนนั้นก็เป็นเขาเองที่ออกตัวตั้งแต่แรกว่าไม่ได้มีใจให้แก่นาง และการแต่งงานก็เป็นไปตามข้อตกลง จะว่าไปแล้วเรื่องนี้นางก็ไม่ผิดเลยแม้แต่น้อย
“หากเจ้าไม่เต็มใจร่วมหอ ข้าก็จะไม่ฝืนใจ ข้าจะรอจนถึงวันที่เจ้าพร้อม” พูดจบก็เดินออกจากห้องไปด้วยท่าทีที่ปั้นปึ่ง
ฉู่อวี่หนิงได้แต่ถอนหายใจออกมาด้วยความกลัดกลุ้ม ที่ผ่านมานางคิดแต่เรื่องแก้แค้นหลี่โม่เทียนเท่านั้น ที่ปฏิบัติต่อเขาทั้งหมดก็แค่ทำตามหน้าที่ภรรยาที่ดี เรื่องความรักยังไม่กล้าที่จะคิดในตอนนี้และไม่อยากให้เขาต้องเสียใจภายหลัง
************************
“เจ้ารู้สิ่งใดเกี่ยวกับเรื่องนี้” น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยกระตือรือร้นอยากจะรู้ถึงสิ่งที่ฉู่อวี่หนิงกล่าวถึงเหตุการณ์ปราบกบฏที่ซีโจวนั้นเป็นสิ่งที่ตนเองก็สงสัยอยู่ไม่น้อยในตอนนั้นเองก็มีทหารสองนายเดินตรงมาหาทั้งคู่ ทำการคารวะแม่ทัพมู่ตงด้วยใบหน้าที่เคร่งขรึม“เรียนท่านแม่ทัพ สำนักคุ้มกันภัยของสกุลหยวนอยู่ข้างหน้าขอรับ” หนึ่งในสองคนนั้นรายงานหลังจากที่ไปสอบถามเส้นทางมาแล้ว“ข้ารู้แล้ว นี่คือภรรยาของใต้เท้าหยวน นางกำลังนำทางข้าไปที่สกุลหยวน” ประโยคนั้นบอกเป็นนัยว่าไม่ให้ทั้งสองกล่าวอะไรที่ไม่ควรออกไปต่อหน้านาง เพราะไม่รู้ว่าฉู่อวี่หนิงผู้นี้เป็นคนเช่นไร“คารวะหยวนฮูหยิน” นายทหารทั้งสองกล่าวอย่างพร้อมเพรียงพร้อมทั้งทำการคารวะนางตามธรรมเนียม“เชิญท่านแม่ทัพทางนี้ สิ่งที่ท่านอยากรู้เมื่อถึงสกุลหยวนค่อยหาที่เงียบสงบพูดกันเป็นการส่วนตัวจะดีกว่า” หยวนฮูหยินน้อยผายมือเชิญให้แม่ทัพมู่ตงเดินไปพร้อมกับนางอีกครั้ง“ได้” เขากล่าวแล้วส่งสัญญาณให้ทหารคนสนิททั้งสองติดตามไปฉู่อวี่หนิงเริ่มก้าวเดิน ริมฝีปากเผยรอยยิ้มน้อย ๆ ที่เจ้าเล่ห์ออกมา ไม่ต้องรออาศัยอำนาจของสามีในการดำเนินการ นางจะใช้มู่ตงในการที่
หลายเดือนต่อมา ขบวนทหารที่กำลังเดินทางไปเฉลิมฉลองต้อนรับตำแหน่งรองแม่ทัพคนใหม่กำลังควบม้าผ่านเมืองหนานอันเพื่อไปยังเมืองอี้โจว ผู้ที่ได้รับตำแหน่งรองแม่ทัพก็เป็นไปตามคาด นั่นก็คือนายกองหลี่โม่เทียนที่ผ่านการสอบส่วนหนึ่งก็คือฝีมืออีกส่วนก็คือการสนับสนุน จากสกุลจางที่ติดสินบนกับเจ้าหน้าที่คุมสอบพร้อมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้อง ให้เขาสอบได้คะแนนระดับสูง ประกอบกับความดีความชอบในช่วงเวลาที่ผ่านมาจึงทำให้ได้รับตำแหน่งรองแม่ทัพได้อย่างง่ายดายขบวนทหารที่จะไปร่วมต้อนรับและแสดงความยินดีให้กับรองแม่ทัพหลี่กำลังจะเคลื่อนไปที่อี้โจว ท่ามกลางสายตาที่สนใจของชาวเมืองหนานอันที่พบเห็น“ไม่อยากเชื่อเลยว่านายกองหลี่ผู้นั้นจะก้าวหน้าได้เป็นถึงรองแม่ทัพในเวลาอันรวดเร็ว” เสี่ยวชิ่งที่ยืนมองดูทหารที่กำลังควบม้าผ่านกลางเมืองกล่าวขึ้นอย่างชื่นชม ในขณะที่ฉู่อวี่หนิงมีใบหน้าที่เรียบไม่ได้ยินดีอะไรผ่านมาสองปีแล้วหลังจากที่นางหวนกลับมาอยู่ในร่างของตนเมื่อยังวัยเยาว์ ปีนี้นางก็อายุสิบเจ็ดแล้ว นางมีเวลาอีกแค่สองปีกว่าจะถึงกำหนดชะตาที่นางจะต้องถูกเขาสังหาร รวมไปถึงเสี่ยวชิ่งที่กำลังยืนชื่นชมโดยไม่รู้เรื่อง“หลายเดือนก่อน
ในขณะที่กำลังจะเดินทางกลับไปยังจวนอำเภออี้โจว ระหว่างทางฉู่อวี่หนิงก็เห็นทางการมาติดป้ายประกาศเกียรติคุณ เพื่อให้ชาวบ้านในเมืองเกิดได้ล่วงรู้ว่ามีคนของอี้โจวได้ทำคุณงามความดีไว้แก่แคว้นฉี ด้วยความอยากรู้อยากเห็น นางจึงเข้าไปอ่านประกาศของทางการด้วยความอยากรู้ว่าพลเมืองอี้โจวผู้ใดสร้างคุณงามความดีเอาไว้ ใบหน้างามซีดเผือด มือกำแน่นจนเล็บจิกเข้าไปที่ฝ่ามือ รู้สึกถึงหัวใจที่ได้แรงด้วยความคับแค้นใจ ประกาศที่ติดตรงหน้าเป็นการสร้างผลงานของหลี่โม่เทียน ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเขาจะวางแผนให้ตนเองได้รับความดีความชอบด้วยการแลกกับชีวิตของผู้บริสุทธิ์ประกาศแจ้งว่าผลงานของหลี่โม่เทียนคือการปราบปรามกบฏที่หมู่บ้านตรงแถบชายแดนตะวันตก ฉู่อวี่หนิงยิ่งอ่านแล้วก็รู้สึกยิ่งโกรธแค้นหลี่โม่เทียน ขึ้นมาอีกหลายเท่า พร้อมกันนั้นก็รู้สึกผิด หากนางไม่ได้ขัดขวางแผนการสร้างผลงานเรื่องจับโจรป่า ชาวบ้านที่อยู่แถบชายแดนตะวันตกก็คงไม่ตกเป็นเครื่องมือของบุรุษโฉดชั่วผู้นั้นหลี่โม่เทียนสังหารคนในหมู่บ้านไปถึงเจ็ดคน อ้างว่าทั้งเจ็ดเป็นพวกที่ก่อกบฏ พอจับได้ก็ขัดขืนจึงทำให้มีการต่อสู้เกิดขึ้นจนต้องจับตาย จากนั้นก็ค้นเจออาวุธใ
สำนักคุ้มกันภัยสกุลหยวนทำการคุ้มกันสินค้าจากเมืองหนานอันไปยังเมืองต่าง ๆ ได้อย่างราบรื่น กลยุทธ์ที่ใช้ป้องกันโจรที่เข้ามาปล้นชิงทรัพย์นั้นเต็มไปด้วยความเด็ดขาดและแยบยล ทำให้จับโจรป่าส่งทางการได้สำเร็จอยู่หลายครั้งคนของหลี่โม่เทียนที่แสร้งทำเป็นโจรป่าก็ไม่กล้าที่จะลงมือเมื่อเห็นว่าเป็นสำนักคุ้มกันภัยของสกุลหยวน แผนการที่จะสร้างผลงานของหลี่โม่เทียนด้วยการปราบโจรป่าจึงไม่สำเร็จ ทว่าเขากลับใช้วิธีที่เหี้ยมโหดมากขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ฉู่อวี่หนิงมั่นใจว่าสกุลจางไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแผนการชั่วนั่นก็คือการที่กุข่าวลือเรื่องกบฏ แล้วทำทีว่ากำลังสืบหาเพื่อที่จะปราบปราม ซึ่งบัดนี้ก็ยังไม่รู้ว่าสุดท้ายแล้วแผนการนั้นจะเป็นอย่างไร เพราะมันเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นในชาติที่แล้ว“การที่ข้าเปลี่ยนแปลงเหตุการณ์หลักที่เกิดขึ้น ชะตาของหลี่โม่เทียนก็เปลี่ยนไปตาม แต่สุดท้ายก็ยังต้องลงเอยด้วยผลลัพธ์เช่นเดิม หากเป็นเช่นนี้เขาจะต้องได้เป็นรองแม่ทัพในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้อย่างแน่นอน นี่ข้าจะแก้ไขอะไรไม่ได้เลยหรือ หากเป็นเช่นนั้นสวรรค์ส่งข้ามาให้ได้รับความเจ็บปวดอีกครั้งหรืออย่างไร” น้ำเสียงนั้นพึมพำออกมาด้วย
มื้ออาหารค่ำมีความตึงเครียดระหว่างสองสามีภรรยาอย่างเห็นได้ชัด หยวนเฮ่อหลานและโจวมู่หลันสังเกตเห็นแต่ก็ไม่ได้กล่าวถามอันใด เรื่องของสามีภรรยาให้ไปพูดคุยกันเองเป็นการส่วนตัว“กว่าจะสอบได้เป็นจอหงวนต้องผ่านความยากลำบากมานานนับปี พวกเราภาคภูมิใจในตัวเจ้า ในที่สุดสกุลหยวนก็มีคนที่ตอบได้เป็นขุนนางกับเขาเสียที ไม่ผิดหวัง ไม่ผิดหวัง” ผู้เป็นบิดากล่าวด้วยความปลาบปลื้ม แม้ก่อนหน้านี้อยากจะให้บุตรชายรับช่วงดูแลสำนักคุ้มภัยต่อจากตนก็ตาม แต่เมื่อเห็นว่าประสบความสำเร็จก็อดที่จะยินดีไม่ได้“จอหงวนก็ได้เป็นแล้ว หลังจากนี้ไม่ต้องเอาแต่หมกมุ่นอยู่แต่กับม้วนตำรา ไม่นานแม่ก็คงจะได้อุ้มหลานแล้วสินะ” ผู้เป็นมารดากล่าวถึงการมีทายาท มือที่ถือตะเกียบนั้นชะงักแทบจะทันที ราวกับว่ามารดาแตะเกล็ดย้อนของเขาเข้าให้แล้ว“ท่านพ่อท่านแม่ ข้าอิ่มแล้ว อยากพักผ่อน” มือหนาวางตะเกียบลงบนชามข้าวที่พร่องไปเพียงครึ่ง จากนั้นก็สะบัดชายผ้าลุกเดินออกจากโต๊ะอาหารค่ำไป ด้วยท่าทีที่ดูมีความในใจ เมื่อเห็นเช่นนั้นผู้เป็นภรรยาจะกินต่อได้อย่างไร“ท่านพ่อท่านแม่ ข้าอิ่มแล้ว ขอตัวไปดูท่านพี่นะเจ้าคะ” นางกล่าวอย่างสุภาพแล้วจึงลุกขึ้นตามสาม
หลังจากกลับมาสกุลหยวนได้สามสัปดาห์แล้ว ฉู่อวี่หนิงก็เริ่มที่จะวางกลยุทธ์การฝึกซ้อมและการต่อสู้ให้กับสำนักคุ้มภัยสกุลหยวนให้รัดกุมขึ้น เนื่องด้วยโจรป่าที่เริ่มออกอาละวาดส่วนหนึ่งที่เป็นโจรจริงก็อันตรายพอตัว อีกส่วนเป็นคนของหลี่โม่เทียนที่ว่าจ้างมาเพื่อสร้างผลงานแต่นางจะไม่มีวันให้เกิดขึ้น สร้างผลงานปลอม ๆ และสร้างความหวาดหวั่นให้ผู้คนเพื่อความก้าวหน้า หากยังมีนางและคนของสำนักคุ้มภัยสกุลหยวนอยู่เรื่องนี้คงไม่ง่ายนักในระหว่างที่อธิบายแผนการฝึกซ้อม ก็มีคนบ่าวในเรือนรีบวิ่งมารายงานแก่ฮูหยินน้อยกับเรื่องที่น่ายินดี“เรียนฮูหยินน้อย บัดนี้ขบวนเกี้ยวฉลองตำแหน่งจอหงวนได้เดินทางมาถึงหนานอันแล้ว เป็นนายน้อยของเราที่ได้ตำแหน่งจอหงวน ท่านรีบออกมาต้อนรับเถิด ขบวนกำลังจะถึงหน้าเรือนแล้ว”เวลาผ่านไปเกือบเดือนในที่สุดหยวนไป๋เยี่ยนก็เดินทางกลับมาพร้อมกับความสำเร็จ นางรีบออกไปต้อนรับผู้เป็นสามี เช่นเดียวกันกับหยวนเฮ่อหลานและโจวมู่หลันที่รีบออกไปยืนรอรับบุตรชายที่หน้าสกุลหยวนด้วยความภาคภูมิใจเกี้ยวขนาดแปดคนหามที่ยิ่งใหญ่พร้อมกับขบวนมโหรีได้หยุดลงที่หน้าสำนักคุ้มกันภัย จากนั้นผู้ที่อยู่ในเกี้ยวก็เดินลง







