LOGIN" ข้าไม่ใช่คนเผ่าเหมียว"ซ่งเหลียนรีบปฏิเสธ" เจ้าไม่ใช่ แต่สามีของเจ้าใช่"ซ่งเหลียนแววตาวูบไหว" อย่าปฏิเสธ ข้าให้คนไปสืบมาแล้ว เมื่อหลายปีก่อน เจ้าแต่งงานกับคนเผ่าเหมียววิชาหนอนกู่ก็เรียนรู้มาจากครอบครัวสามีเจ้า"" ท่านอ๋อง ท่านให้คนตามสืบเรื่องข้า ใช่ ข้ายอมรับ สามีข้าเป็นคนเผ่าเหมียว แล้วยังไงจะพิสูจน์อะไรได้ว่าข้าเป็นคนเลี้ยงหนอนกู่"ซ่งเหลียนเชิดหน้าตอบ หยางเหม่ยเยว่มองหน้าจงเป่า จงเป่าหยิบขวดที่ใส่หนอนกู่ออกมาเท ซ่งเหลียนกับรุ่ยรั่วฉีหน้าซีดเผือด ยังไม่ทันตอบสนอง หยางเหม่ยเยว่ก็เดินเข้าไปจุดไฟ พรึ่บ นางท่องคาถาตามที่เรียนมา รุ่ยรั่วฉีร้อนรุ่มเหมือนถูกไฟเผานอนดิ้นทุรนทุรายกรีดร้อง" กรี๊ดดด ร้อน ร้อน ท่านแม่ช่วยข้าด้วยร้อน"" เสียนเฟยท่านเป็นอะไร ฉีฉี"" ฉีฉี"รุ่ยซุนอี ซ่งเหลียน รุ่ยเจี้ยนหัว รุ่ยจื้อเฉียงต่างพากันตกใจ เข้าไปรุมล้อมรุ่ยรั่วฉี หนอนถูกเผาจนมอดไหม้ รุ่ยรั่วฉีกระอักเลือดสีดำออกมากองโต พรวด แล้วชักกระตุกตาเหลือกหมดสติไป ทุกคนตกใจผงะถอยหนี " นี่คือพิธีสะท้อนกลับเผาไฟหนอนกู่พร้อมคาถา พลังจะสะท้อนกลับไปยังผู้ควบคุม "นางมองซ่งเหลียนที่ตกตะลึงหน้าซีดเผือด" ทีนี้ยอมรั
หยางเหม่ยเยว่ลงมือปรุงยา มีหนิงฟางเป็นผู้ช่วย ก่อนจะถือถ้วยยาออกมา ซูจงฝังเข็มปิดกลั้นทางหนอนกู่ ไม่ให้เดินไปทั่ว โชคดีที่มีอู๋ลั่ว เขาใช้วิชาเร้นกายพาฮ่องเต้มาที่นี่แล้วแปลงกายเป็นฮ่องเต้ ไปอยู่ที่ห้องทรงอักษร" ยามาแล้วเจ้าค่ะอาจารย์"" ให้ข้าช่วยป้อนฝ่าบาทเอง"เต๋อเฟยรับถ้วยยามา ตักป้อนเข้าปากฮ่องเต้ที่นอนหมดสติอยู่บนเตียง แต่ยาไหลย้อนออกมา หนานซื่อเข้าไปบีบปากให้อ้าออก แล้วเอาถ้วยยากรอกใส่ปาก ไม่ถึงเค่อฮ่องเต้ก็ได้สติสำรอกออกมา เป็นสีดำสนิทส่งกลิ่นเหม็นเน่า ที่น่าตกใจคือมีหนอนออกมาด้วย เต๋อเฟยถอยหนีไปยืนกอดกันกับโจวมามา" นั่นหนอนกู่ มันออกมาแล้วใช่ไหม"เซียวจิ้งชี้ไปที่หนอนบนพื้น" อืม ใช่ มันออกมาจากพระวรกายของฝ่าบาทแล้ว"ซูจงตอบ" มันยังไม่ตายนี่"หวังหยวนชักดาบออกมาฟันฉับ หนอนขาดครึ่ง แต่มันก็ยังคลานไปได้ต่อ เขาเงื้อดาบอีก หยางเหม่ยเยว่ร้องห้าม" หยุด มันฆ่าไม่ตายด้วยคมดาบหรอก "นางหยิบขวดใบเล็กออกมา" ข้าทำเอง"จงเป่าเดินเข้ามาหยิบขวดจากมือนาง จับหนอนใส่ลงไป" แล้วทำอย่างไรมันถึงจะตาย"หวังหยวนถามขึ้นมา" อีกไม่นาน เดี๋ยวเจ้าก็รู้เอง"เต๋อเฟยเดินเข้าไปดูฮ่องเต้ใกล้ๆ" ฝ่าบาทท
หนานซื่อจ้องมองเงาในน้ำก็ตกใจจนเกือบแสดงพิรุธออกมา เงาของฮ่องเต้ใบหน้าไม่มีลูกตา เขาขยี้ตามองอีกที คราวนี้มีตาแต่บิดเบี้ยวราวภูตผีปีศาจ เขาผงะก้าวถอยหลังไปสองก้าว" เป็นอะไรไป"" ปะเปล่า เปล่าพะย่ะค่ะ"" เจ้าบอกว่ามีเรื่องอยากปรึกษาข้า เรื่องอะไรว่ามา"" เสด็จพ่อ พระวรกายท่านผ่ายผอมลงทุกวัน ใต้ตาก็หมองคล้ำ ท่านสังเกตุตัวเองหรือไม่"" ข้ารู้ แต่เพราะช่วงพักหลังมานี้ข้านอนไม่ค่อยหลับ ยังเบื่ออาหาร ก็เลยผอมลง"" หมอหลวงมาตรวจดูอาการแล้ว"" ตรวจแล้ว พวกเขาบอกว่าข้าทำงานหนักให้พักผ่อนมากๆ ข้าเลยให้องค์รัชทายาทจัดการเรื่องราชกิจแทน"" บางโรคหมอหลวงอาจตรวจไม่พบ ไม่งั้นลองให้หมอจากข้างนอก"ฮ่องเต้ยกมือห้าม" ไม่ต้อง ข้ารู้ตัวดีว่าข้าไม่ได้เป็นอะไร หมอหลวงแต่ละคนล้วนฝีมือเก่งกาจ หากข้าเป็นอะไรจริงพวกเขาก็คงตรวจเจอแล้ว ไม่มีอะไรหรอก ข้าแก่แล้วย่อมผอมลงบ้างเป็นธรรมดา"" เสด็จพ่อ ขาของลูกถูกตัดเส้นเอ็นขาดหมอหลวงทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่มีทางรักษา แต่แล้วยังไงหล่ะ ตอนนี้ลูกก็กลับมาเดินได้เพราะหมอเทวดาจู เสด็จพ่อไม่ลอง"" พอแล้ว นี่ใช่ไหมเรื่องที่เจ้าบอกว่าอยากปรึกษาข้าเป็นการส่วนตัว ถ้าเ
"เจ้า ข้าหมายถึงเจ้ามาจากตระกูลใด หน้าที่การงานหล่ะ รับราชการอยู่หน่วยงานไหน หรือเป็นพ่อค้า ถ้าอย่างนั้นเปิดร้านอะไรมีห้องแถวกี่คูหา"" ข้าไม่ได้เป็นขุนนางสังกัดหน่วยไหน แล้วก็ไม่ใช่พ่อค้า ไม่มีคูหาสักห้อง "" พี่ใหญ่ข้าเป็นโจร"เมิ่งสือโพล่งออกมา" อืมที่แท้ก็เป็นโจร ห๊ะ อะไรนะ"รุ่ยเจี้ยนหัวถามด้วยน้ำเสียงตกใจ รุ่ยซุนอีกับรุ่ยจื้อเฉียงก็มีสีหน้าตื่นตระหนก หมิงซุ่ยวิ่งเข้ามาตบหัวเมิ่งสือ" ข้าบอกแล้วไง ว่าอย่าไปเที่ยวประกาศบอกใครว่าพี่ใหญ่เป็นโจร เจ้านี่ทำไมไม่รู้จักจำ"รุ่ยเจี้ยนหัวยกมือชี้หน้า" เจ้า เจ้าบังคับนางใช่ไหม เจ้าจับนางไปแล้วก็"" อย่าคิดอะไรเพ้อเจ้อ ข้ากับนางรักกัน ถึงได้มีอากัง อีกอย่าง ไม่ว่าเรื่องของข้ากับนางจะเป็นอย่างไร พวกท่านคนตระกูลรุ่ยก็ไม่มีสิทธิ์มายุ่ง นางตัดขาดกับพวกท่านแล้ว"" จื้อเฉียง พาพ่อแม่ของเจ้ากลับไปได้แล้ว ไม่ส่งนะ"ลู่อวิ๋นโจวหันไปบอกแล้วเดินเข้าเรือนรุ่ยจื้อเฉียง รุ่ยเจี้ยนหัว รุ่ยซุนอีถูกปล่อยทิ้งให้ยืนอยู่ตรงนั้น บ่าวรับใช้ที่ผ่านไปมา มองดูด้วยสายตาแปลกๆ บางคนก็กระซิบกระซาบ" ท่านพ่อท่านแม่กลับกันเถอะ ในเมื่อนางไม่ยอมรับเราก็ปล่อยนางไป"รุ่ยจื
อู๋ลั่วจ้องมองรุ่ยจื้อเฉียงเขม็ง ที่แท้ก็พี่ชายที่นางตัดขาดไปแล้วนี่เอง เขาจำได้ว่านางเคยเล่าเรื่องครอบครัวของนางที่ตัดขาดไปแล้วให้ฟัง รุ่ยจื้อเฉียงเห็นดวงตาแดงกร่ำของชายตรงหน้าคล้ายดวงตาของปีศาจ เขาถึงกับผงะก้าวถอยหลัง ลู่อวิ๋นโจวกำลังจะเดินผ่าน เขาคว้าแขนไว้" อวิ๋นโจว เจ้าไม่มีอะไรจะพูดกับข้ารึ"" ไม่มี"ลู่อวิ๋นโจวพูดสั้นๆแล้วปัดแขนเขาออก" นางพักอยู่ที่จวนของเจ้าใช่ไหม"ลู่อวิ๋นโจวหยุดเดิน"ในเมื่อนางตัดขาดกับเจ้าไปแล้ว ก็อย่าได้มาวุ่นวายกับนางอีก"วันต่อมาหยางเหม่ยเยว่พึ่งกล่อมจื้อกังหลับ บ่าวรับใช้ก็เดินเข้ามา" คุณหนูหยาง มีคนจากตระกูลรุ่ยมาขอพบขอรับ"ลู่อวิ๋นโจวเดินมาได้ยินพอดี" ให้ข้าไล่พวกเขาไปไหม"นางส่ายหน้า" ในเมื่อมาแล้ว ก็ให้พวกเขาเข้ามาเถอะ"นางก็อยากรู้เหมือนกัน ว่าพวกเขาต้องการอะไรศาลากลางน้ำ รุ่ยซุนอีหยิบขนมออกจากตระกร้า เลื่อนมาตรงหน้านาง" เยว่เอ๋อ แม่ทำขนมกุ้ยฮวามาให้ ยังมีขนมอำพันดอกท้อด้วย เจ้าชิมดูสิ ถ้าเจ้าชอบวันหลังแม่จะทำมาให้อีก"นางมองขนมตรงหน้าด้วยสายตาเรียบเฉย" พอแม่ของเจ้ารู้ว่าเจ้ากลับมาเมืองหลวง ก็ตื่นแต่เช้า ลงมือทำขนมพวกนี้ให้เจ้าด้วยตัวเอง"
จวนตระกูลลู่" ท่านอ๋อง เหตุใดท่านไม่กลับไปพักที่ตำหนักของท่าน"" ข้าอยู่ที่นี่สะดวกกว่า มีอะไรจะได้ปรึกษาหารือได้ทันท่วงที"ลู่อวิ๋นโจวจ้องมองหนานซื่อด้วยสายตาไม่พอใจ ก่อนจะยิ้มออกมา" ท่านจะอยู่ก็ได้ แต่ต้องจ่ายค่าที่พักและบริการ ทั้งอาหารและค่าบ่าวรับใช้"หนานซื่อตวัดสายตามอง" เจ้าว่าอะไรนะ"" อยู่ที่จวนข้าได้ แต่ต้องจ่ายเงิน"" แล้วคนอื่นเล่า เจ้าคิดเงินกับพวกเขาไหม"" เยว่เอ๋อกับลูกของนางย่อมมีสิทธิพิเศษ ข้าให้นางกับลูกอยู่ฟรีกินฟรีได้ตลอดชีวิต ส่วนเจ้างูดำนั่น ถือว่าเป็นพี่เลี้ยงของลูกนาง หมอเทวดาซู เป็นอาจารย์ของนาง สตรีพวกนั้นเป็นศิษย์น้องร่วมสำนักของนาง ส่วนพวกอดีตโจรพวกนั้น คนหนึ่งเป็นพ่อแท้ๆของลูกนาง อีกสามคน นางนับถือเป็นพี่ชายข้ายกเว้นให้เป็นกรณีพิเศษ"ลู่อวิ๋นโจวยื่นหน้าไปใกล้หนานซื่อแล้วยิ้ม"แต่ท่านไม่เหมือนกัน ท่านเป็นถึงอ๋อง เงินทองก็มีเยอะแยะ ตำหนักของตัวเองก็มีแต่ไม่อยู่ ในเมื่ออยากอยู่ที่นี่ ก็ต้องจ่ายเงิน"" เจ้า ได้ ข้าจะให้คนเอาเงินมาให้"รุ่งเช้าหยางเหม่ยเยว่ปลอมตัวเข้าวังไปกับหนานซื่อ มีซูจงกับซู่มู่จื่ออีกคนเข้าไปสังเกตุการณ์ ส่วนคนอื่นๆรออยู่ที่จวนหนิงฟาง
" เอาหล่ะๆ พอแล้ว กินข้าวกันเถอะ "รุ่ยเจี้ยนหัวตัดบท หลังกินข้าวเสร็จหยางเหม่ยเยว่กลับไปเปลี่ยนชุด พอเดินมาที่หน้าประตูจวนก็เห็นลู่อวิ๋นโจวอยู่บนรถม้ากำลังยื่นมือมารับรุ่ยรั่วฉีขึ้นไป เขาหันมามองเห็นนางพอดีจึงยื่นมือมารอรับนาง นางไม่สนใจปีนขึ้นรถม้าไปเอง ในรถม้ามีแต่เสียงพูดคุยของรุ่ยรั่วฉีกับรุ
หยางเหม่ยเยว่กอดชุดแต่งงานด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม อีก7วันนางจะแต่งงานกับลู่อวิ๋นโจวระหว่างเดินกลับห้องพักผ่านสวนทางทิศตะวันตก สายตาก็เหลือบไปเห็นลู่อวิ๋นโจวยืนหันหลังอยู่ นางค่อยๆเดินเข้าไปใกล้เขากำลังจะอ้าปากทักก็หยุดชะงัก เมื่อได้ยินบทสนทนาของเขากับคนสนิท" คุณชาย ในเมื่อท่านรักคุณหนูรั่วฉีเหตุใดถึงต้
" อวิ๋นโจว อวิ๋นโจว"เสียงเรียกทำให้เขาได้สติ" เหม่ออะไรอยู่ มานั่งตรงนี้สิจะได้กินข้าวกัน"รุ่ยจื้อเฉียงกวักมือเรียก"นี่ก็เย็นมากแล้ว ทุกคนกินข้าวกันเถอะ เยว่เอ๋อเจ้าเดินทางมาไกลคงหิวแล้วใช่ไหม แม่ให้คนเตรียมอาหารไว้รอเจ้าเยอะแยะเลยเดี๋ยวเรากินไปคุยไปดีไหม"รุ่ยซุนอีเดินไปจับจูงหยางเหม่ยเยว่ไปที
" ใช่ ข้าขี้เกียจแสร้งทำเป็นดีกับเจ้าเต็มทนแล้ว ข้าเกียจขี้หน้าเจ้า เกียจตั้งแต่วันแรกที่รู้ว่าเจ้าจะกลับมาตระกูลรุ่ย แต่ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะมาแย่งทุกอย่างไปจากข้าหรอกนะเพราะข้ารู้ว่าเจ้าทำไม่ได้หรอก เจ้าว่าทะเลสาปที่นี่ลึกไหม"หยางเหม่ยเยว่รู้สึกถึงลางสังหรณ์ไม่ดีรุ่ยรั่วฉีแสยะยิ้ม" ถ้าข้ากับเจ้าต







