Masuk"เจ้า ข้าหมายถึงเจ้ามาจากตระกูลใด หน้าที่การงานหล่ะ รับราชการอยู่หน่วยงานไหน หรือเป็นพ่อค้า ถ้าอย่างนั้นเปิดร้านอะไรมีห้องแถวกี่คูหา"" ข้าไม่ได้เป็นขุนนางสังกัดหน่วยไหน แล้วก็ไม่ใช่พ่อค้า ไม่มีคูหาสักห้อง "" พี่ใหญ่ข้าเป็นโจร"เมิ่งสือโพล่งออกมา" อืมที่แท้ก็เป็นโจร ห๊ะ อะไรนะ"รุ่ยเจี้ยนหัวถามด้วยน้ำเสียงตกใจ รุ่ยซุนอีกับรุ่ยจื้อเฉียงก็มีสีหน้าตื่นตระหนก หมิงซุ่ยวิ่งเข้ามาตบหัวเมิ่งสือ" ข้าบอกแล้วไง ว่าอย่าไปเที่ยวประกาศบอกใครว่าพี่ใหญ่เป็นโจร เจ้านี่ทำไมไม่รู้จักจำ"รุ่ยเจี้ยนหัวยกมือชี้หน้า" เจ้า เจ้าบังคับนางใช่ไหม เจ้าจับนางไปแล้วก็"" อย่าคิดอะไรเพ้อเจ้อ ข้ากับนางรักกัน ถึงได้มีอากัง อีกอย่าง ไม่ว่าเรื่องของข้ากับนางจะเป็นอย่างไร พวกท่านคนตระกูลรุ่ยก็ไม่มีสิทธิ์มายุ่ง นางตัดขาดกับพวกท่านแล้ว"" จื้อเฉียง พาพ่อแม่ของเจ้ากลับไปได้แล้ว ไม่ส่งนะ"ลู่อวิ๋นโจวหันไปบอกแล้วเดินเข้าเรือนรุ่ยจื้อเฉียง รุ่ยเจี้ยนหัว รุ่ยซุนอีถูกปล่อยทิ้งให้ยืนอยู่ตรงนั้น บ่าวรับใช้ที่ผ่านไปมา มองดูด้วยสายตาแปลกๆ บางคนก็กระซิบกระซาบ" ท่านพ่อท่านแม่กลับกันเถอะ ในเมื่อนางไม่ยอมรับเราก็ปล่อยนางไป"รุ่ยจื
อู๋ลั่วจ้องมองรุ่ยจื้อเฉียงเขม็ง ที่แท้ก็พี่ชายที่นางตัดขาดไปแล้วนี่เอง เขาจำได้ว่านางเคยเล่าเรื่องครอบครัวของนางที่ตัดขาดไปแล้วให้ฟัง รุ่ยจื้อเฉียงเห็นดวงตาแดงกร่ำของชายตรงหน้าคล้ายดวงตาของปีศาจ เขาถึงกับผงะก้าวถอยหลัง ลู่อวิ๋นโจวกำลังจะเดินผ่าน เขาคว้าแขนไว้" อวิ๋นโจว เจ้าไม่มีอะไรจะพูดกับข้ารึ"" ไม่มี"ลู่อวิ๋นโจวพูดสั้นๆแล้วปัดแขนเขาออก" นางพักอยู่ที่จวนของเจ้าใช่ไหม"ลู่อวิ๋นโจวหยุดเดิน"ในเมื่อนางตัดขาดกับเจ้าไปแล้ว ก็อย่าได้มาวุ่นวายกับนางอีก"วันต่อมาหยางเหม่ยเยว่พึ่งกล่อมจื้อกังหลับ บ่าวรับใช้ก็เดินเข้ามา" คุณหนูหยาง มีคนจากตระกูลรุ่ยมาขอพบขอรับ"ลู่อวิ๋นโจวเดินมาได้ยินพอดี" ให้ข้าไล่พวกเขาไปไหม"นางส่ายหน้า" ในเมื่อมาแล้ว ก็ให้พวกเขาเข้ามาเถอะ"นางก็อยากรู้เหมือนกัน ว่าพวกเขาต้องการอะไรศาลากลางน้ำ รุ่ยซุนอีหยิบขนมออกจากตระกร้า เลื่อนมาตรงหน้านาง" เยว่เอ๋อ แม่ทำขนมกุ้ยฮวามาให้ ยังมีขนมอำพันดอกท้อด้วย เจ้าชิมดูสิ ถ้าเจ้าชอบวันหลังแม่จะทำมาให้อีก"นางมองขนมตรงหน้าด้วยสายตาเรียบเฉย" พอแม่ของเจ้ารู้ว่าเจ้ากลับมาเมืองหลวง ก็ตื่นแต่เช้า ลงมือทำขนมพวกนี้ให้เจ้าด้วยตัวเอง"
จวนตระกูลลู่" ท่านอ๋อง เหตุใดท่านไม่กลับไปพักที่ตำหนักของท่าน"" ข้าอยู่ที่นี่สะดวกกว่า มีอะไรจะได้ปรึกษาหารือได้ทันท่วงที"ลู่อวิ๋นโจวจ้องมองหนานซื่อด้วยสายตาไม่พอใจ ก่อนจะยิ้มออกมา" ท่านจะอยู่ก็ได้ แต่ต้องจ่ายค่าที่พักและบริการ ทั้งอาหารและค่าบ่าวรับใช้"หนานซื่อตวัดสายตามอง" เจ้าว่าอะไรนะ"" อยู่ที่จวนข้าได้ แต่ต้องจ่ายเงิน"" แล้วคนอื่นเล่า เจ้าคิดเงินกับพวกเขาไหม"" เยว่เอ๋อกับลูกของนางย่อมมีสิทธิพิเศษ ข้าให้นางกับลูกอยู่ฟรีกินฟรีได้ตลอดชีวิต ส่วนเจ้างูดำนั่น ถือว่าเป็นพี่เลี้ยงของลูกนาง หมอเทวดาซู เป็นอาจารย์ของนาง สตรีพวกนั้นเป็นศิษย์น้องร่วมสำนักของนาง ส่วนพวกอดีตโจรพวกนั้น คนหนึ่งเป็นพ่อแท้ๆของลูกนาง อีกสามคน นางนับถือเป็นพี่ชายข้ายกเว้นให้เป็นกรณีพิเศษ"ลู่อวิ๋นโจวยื่นหน้าไปใกล้หนานซื่อแล้วยิ้ม"แต่ท่านไม่เหมือนกัน ท่านเป็นถึงอ๋อง เงินทองก็มีเยอะแยะ ตำหนักของตัวเองก็มีแต่ไม่อยู่ ในเมื่ออยากอยู่ที่นี่ ก็ต้องจ่ายเงิน"" เจ้า ได้ ข้าจะให้คนเอาเงินมาให้"รุ่งเช้าหยางเหม่ยเยว่ปลอมตัวเข้าวังไปกับหนานซื่อ มีซูจงกับซู่มู่จื่ออีกคนเข้าไปสังเกตุการณ์ ส่วนคนอื่นๆรออยู่ที่จวนหนิงฟาง
อู๋ลั่วอุ้มจื้อกังเดินเข้ามา เห็นลู่อวิ๋นโจวกับอี้ซวนนั่งอยู่ใกล้หยางเหม่ยเยว่ก็ไม่พอใจ เด็กน้อยเห็นหน้าแม่ก็คึกคักดิ้นดุ๊กดิ๊ก ร้องอืออาทักทาย หยางเหม่ยเยว่ยื่นมือไปรับลูกชายมาอุ้ม หอมแก้มป่องๆฟอดใหญ่ อี้ซวนมองดูลูกชายดวงตาเป็นประกาย" ข้าขออุ้มเขาหน่อยได้ไหม"" ไม่ได้ "งูดำรีบพูดขึ้น" เจ้ามีสิทธิ์อะไรมาบอกว่าไม่ได้ นั่นลูกชายข้า ข้าเป็นพ่อของเขา เป็นคนทำให้เขาเกิดมา"" แต่ข้าเป็นพ่อที่เลี้ยงดูเขาตั้งแต่อยู่ในท้องตั้งแต่ที่เขาลืมตาขึ้นมา คนที่เขาเห็นหน้าคนแรกก็คือข้า ข้าต่างหากที่เป็นพ่อของเขา ข้าอุ้มเห่กล่อมให้เขานอนหลับ ยามขับถ่ายข้าก็เป็นคนทำความสะอาด ยามเขาร้องไห้โยเยข้าก็เป็นคนปลอบ แล้วเจ้าเล่า เจ้าเอาแต่พร่ำบอกว่าเจ้าเป็นพ่อของเขา เจ้าทำอะไรให้เขาบ้าง"อี้ซวนนิ่งค้าง เขาเถียงไม่ออก อู๋ลั่วพูดถูกเขาไม่เคยดูแลหรือทำอะไรให้ลูกชายเลยเขามัวแต่ดูแลไป๋อิงลู่หลังกินอาหารเช้าเสร็จก็ออกเดินทางต่อหยางเหม่ยเยว่เห็นว่าอีกไม่ไกลก็จะเข้าเขตหมู่บ้านกลางป่า ไม่อยากให้คนเห็นงูบินจนแตกตื่น จึงเดินไปกับทุกคน อู๋ลั่วใช้ผ้าผูกจื้อกังติดกับตัวเอง เด็กน้อยเลี้ยงง่ายไม่ร้องไม่กวน หลับไปเป็นพักๆตื่น
หยางเหม่ยเยว่ให้นมจื้อกังเสร็จก็เดินออกมาจากหลังต้นไม้ เห็นอี้ซวนเดินเข้ามาหาก็แปลกใจ" เยว่เอ๋อ ลูกกินนมหลับไปแล้วเหรอ"นางพยักหน้า เขามองดูบุตรชายตัวอวบอ้วน นอนหลับปุ๋ยอยู่ในอ้อมแขนของนาง " ให้ข้าช่วยอุ้มเขานะ"" ไม่ต้อง "อี้ซวนหน้าเศร้า"" เขาพึ่งหลับ ถ้าเปลี่ยนมือเดี๋ยวจะตื่น"ยังไม่ทันจะได้พูดอะไรต่อ ลู่อวิ๋นโจวก็เดินมาอีกคน เขามองอี้ซวนอย่างไม่พอใจ ไปแล้วทำไมถึงยังกลับมาอีก โลกกว้างใหญ่ขนาดนี้ ทำไมถึงต้องเหวี่ยงให้มาเจอกันอีกก็ไม่รู้" เยว่เอ๋อ ต่อไปนี้ไม่ว่าเจ้าจะไปที่ไหนข้าก็จะไปกับเจ้าด้วย ไม่มีสิ่งใดมาแยกเราจากกันได้อีก เราจะอยู่พร้อมหน้าพ่อแม่ลูก ข้าตัดสินใจแล้ว จะไปเมืองหลวงกับเจ้า รอเจ้าทำภารกิจเสร็จ ข้าจะพาเจ้ากับลูกไปใช้ชีวิตด้วยกัน"" จะพานางไป ถามข้ารึยัง"อู๋ลั่วเดินเข้ามาโอบกอดนาง" เจ้ามันเป็นแค่สัตว์เลี้ยงของนาง มีสิทธิ์อะไรมาโอบกอดนาง เอามือออกจากนางเดี๋ยวนี้"" ข้าเป็นคู่ของนาง เราทำพันธสัญญากันแล้ว ชาตินี้ทั้งชาติจนกว่าจะตายจาก ข้ากับนางไม่มีวันแยกจากกัน"หนานซื่อได้ยินก็ตกใจ รีบเดินเข้าไปหานางอีกคน" เยว่เอ๋อ ไม่จริงใช่ไหม"" เขาพูดเรื่องจริง"ลู่อวิ๋นโจวกับ
หมิงซุ่ยนั่งกินผลไม้ไปก็มองอี้ซวนไป " พี่ใหญ่ ท่านไม่กินจริงเหรอ งั้นข้ากินหมดนะ"อี้ซวนไม่ตอบ นั่งพิงต้นไม้เหม่อลอย เงาดำวูบใหญ่ผ่านเหนือหัว หมิงซุ่ยแหงนหน้าขึ้นมอง ปล่อยผลไม้ที่ปากคาบอยู่หล่นตุ๊บ เขารีบลุกขึ้นยืนด้วยความดีใจชี้มือบอก" พี่ใหญ่ นั่น นั่นมันเจ้างูดำบินได้ บนหลังมันมีคนนั่งอยู่ด้วย ต้องเป็นเยว่เอ๋อแน่ มันโฉบลงใกล้ๆแถวนี้ สงสัยจะพาเยว่เอ๋อมาเที่ยวเล่น"อี้ซวนผุดลุกขึ้นอย่างไวเสียงฝีเท้าวิ่งตรงมา ทุกคนหันไปดู " เยว่เอ๋อ"หมิงซุ่ยร้องเรียกเสียงดังด้วยความดีใจดวงตาของอู๋ลั่วที่มีแสงสีทอง เปลี่ยนกลับมาเป็นปกติ หางงูที่เตรียมจู่โจมก็เปลี่ยนมาเป็นขาคนแทนหยางเหม่ยเยว่นั่งฟังหมิงซุ่ยเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง ด้วยสีหน้าเรียบเฉย นางเหลือบมองอี้ซวน ใบหน้าของเขายังคงเศร้าโศกอยู่แต่ก็จ้องมองนางไม่วางตา " แล้วพวกท่านจะทำอย่างไรต่อ หรือว่าจะไปทุ่งหญ้า"" ไม่รู้ "หมิงซุ่ยส่ายหน้าตอบสั้นๆ" จริงสิ แล้วทำไมเจ้าถึงได้มาอยู่ในป่าหล่ะพาอากังมาเที่ยวเล่นเหรอ"เขามองหลานชายตัวน้อย ที่หลับอยู่ในอ้อมแขนของหยางเหม่ยเยว่" ไม่ใช่หรอก พวกข้ากำลังจะไปเมืองหลวงหน่ะ"" ไปเมืองหลวงทำไม"อี้ซวน
" อวิ๋นโจว อวิ๋นโจว"เสียงเรียกทำให้เขาได้สติ" เหม่ออะไรอยู่ มานั่งตรงนี้สิจะได้กินข้าวกัน"รุ่ยจื้อเฉียงกวักมือเรียก"นี่ก็เย็นมากแล้ว ทุกคนกินข้าวกันเถอะ เยว่เอ๋อเจ้าเดินทางมาไกลคงหิวแล้วใช่ไหม แม่ให้คนเตรียมอาหารไว้รอเจ้าเยอะแยะเลยเดี๋ยวเรากินไปคุยไปดีไหม"รุ่ยซุนอีเดินไปจับจูงหยางเหม่ยเยว่ไปที
" ใช่ ข้าขี้เกียจแสร้งทำเป็นดีกับเจ้าเต็มทนแล้ว ข้าเกียจขี้หน้าเจ้า เกียจตั้งแต่วันแรกที่รู้ว่าเจ้าจะกลับมาตระกูลรุ่ย แต่ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะมาแย่งทุกอย่างไปจากข้าหรอกนะเพราะข้ารู้ว่าเจ้าทำไม่ได้หรอก เจ้าว่าทะเลสาปที่นี่ลึกไหม"หยางเหม่ยเยว่รู้สึกถึงลางสังหรณ์ไม่ดีรุ่ยรั่วฉีแสยะยิ้ม" ถ้าข้ากับเจ้าต
นางกวาดสายตามองดูทุกคนอีกครั้งด้วยแววตาผิดหวัง ทั้งบิดามารดา พี่ชาย คนรักที่กำลังจะแต่งงานกัน ในเมื่อทุกคนคิดว่าที่นางหายไปเป็นเพียงการเรียกร้องความสนใจก็ช่างเถอะ อยากคิดอย่างไรก็แล้วแต่ถึงนางอธิบายไปยังไงก็ไม่มีใครเชื่ออยู่ดีเพราะนางในสายตาของทุกคน ไม่ว่าจะพูดอะไรหรือทำอะไรก็ผิดไปหมดอยู่แล้ว นางเห
หยางเหม่ยเยว่เบนหน้าออกไปมองนอกหน้าต่างรถม้า ตลอดทางนางไม่ได้พูดอะไรสักคำ จนกระทั่งมาถึงโรงเตี๊ยมหยุนไหลผู้คนคึกคักเป็นพิเศษ คงเพราะที่โรงเตี๊ยมมีคณะละครสัตว์มาทำการแสดง ลู่อวิ๋นโจวเดินนำเข้าไปข้างใน เดินไปนั่งโต๊ะด้านหน้าติดเวที มองเห็นการแสดงชัดเจน" ว้าว พี่อวิ๋นโจวนั่งตรงนี้มองเห็นการแสดงชัดเลย







