LOGIN“พวกเจ้าได้ยินอะไรมาเล่า”
“ได้ยินมาว่าไม่ว่าประมุขหร่วนจะทำความผิดร้ายแรงอย่างไร ไทเฮาก็ทรงปกป้องนางเสมอ”
“นางเป็นหลานสาวของสหายสนิทวัยเยาว์แน่นอนไทเฮาย่อมทรงเอ็นดูเป็นธรรมดา”
“แล้วจริงหรือไม่เจ้าคะที่คนนอกลือกัน”
“เรื่องอะไร”
“ก็เรื่องที่ว่า...ประมุขตระกูลหร่วนเป็นสตรีผู้มากรักหลายใจ ทั้งยังได้รับขนานนามว่าเป็นสตรีแพศยาอันดับหนึ่งของเมืองฉางอัน ว่ากันว่าองครักษ์สี่ทิศของนางล้วนเป็น...คนรักลับๆ”
“ข้าว่าน่าสงสัยนะเจ้าคะ ไม่เห็นหรือว่าที่นี่บ่าวไพร่ล้วนเต็มไปด้วยบุรุษและสตรีที่หน้าตางดงามหล่อเหลา ที่ดูใช้ได้หน่อยก็เป็นบ่าวชั้นเลว ที่หน้าตาหล่อเหลาก็ได้รับใช้ใกล้ชิด แม้แต่คนคุ้มกันของจวนก็เต็มไปด้วยองครักษ์ที่หน้าตาหล่อเหลาน่ามองทั้งสิ้น”
“เอาล่ะเงียบได้แล้ว พ่อบ้านมาแล้ว”
“สวีกงกง”
“พ่อบ้าน”
“ตอนนี้ประมุขกำลังพักผ่อน เชิญด้านนี้ก่อนเถิดข้าแจ้งให้องครักษ์ฉิงทราบแล้ว นางกำลังไปแจ้งท่านประมุข”
“รบกวนแล้ว”
คนเหล่านั้นเดินไปตามเรือนระเบียงของสวน ฉางเล่อถอนหายใจปิดบัญชีในมือแล้วปีนลงมาจากต้นอวี้หลาน ตอนลงมาก็เด็ดดอกอวี้หลานสีขาวติดมือมาด้วย กลิ่นหอมอ่อนๆ ทำให้คนจิตใจสงบ ถึงอย่างนั้นนางกลับรู้สึกกลัดกลุ้มอยู่บ้าง
“ดูเหมือนชื่อเสียงของหร่วนฉางเล่อ...ไม่สิ ของข้า” แล้วนางก็ถอนหายใจออกมาเสียงเบา “เอาเถิดชีวิตก็เป็นเช่นนี้ หาไม่คงไร้ซึ่งสีสัน” แล้วนางก็เดินกลับไปที่เรือนระเบียงเห็นหร่วนฉิงที่กำลังเดินมาตาม
“ประมุข ไทเฮามีรับสั่งให้สวีกงกงนำน้ำแกงบำรุงจากในวังหลวงมาเจ้าค่ะ”
“อืม ไปสิ” แล้วนางก็เดินกลับไปยังโถงชั้นในของเรือนอวี้หลาน
หลังจากสวีกงกงกลับไปแล้วหร่วนฉางเล่อจึงคล้ายเพิ่งสังเกตเห็น นอกจากคนของวังหลวงก็ไม่มีผู้ใดมาเยี่ยมเยียนนางอีก ไม่มีสหาย ไม่มีญาติสนิท
หร่วนฉิงกล่าวว่า...ญาติของนางล้วนถูกส่งไปยังหัวเมืองต่างๆ ตระกูลหร่วนสายรงอแท้ที่จริงยังคงมีสองสามสาย ทว่าเพื่อให้กิจการตระกูลหร่วนมีความเด็ดขาดและมีนางเป็นผู้สั่งการ หร่วนฉางเล่อจึงย้ายตระกูลสายรองออกจากเมืองฉางอัน เดาว่าหากจะพูดกันตามตรงคนนอกล้วนคิดว่านั่นคือการไล่ไปให้พ้นเมืองหลวงนั่นเอง...
เดิมทีหร่วนฉิงเป็นบุตรสาวนอกสมรสของนายท่านหร่วน ทว่ามารดาสูงศักดิ์เป็นถึงท่านหญิง ไม่อาจแต่งเข้าจวนคหบดี หญิงสาวเติบโตมาในวังหลวง มีไทเฮาและนางกำนัลดูแลปกป้อง หลังปักปิ่นจึงถูกรับเข้าจวนตระกูลหร่วน ทว่า...การเป็นอยู่กลับไม่ได้เป็นไปอย่างที่คนนอกคิด
นอกจวนเป็นท่านหญิงที่ไทเฮาให้ความสำคัญ ในจวนกลับเป็นบุตรสาวที่ถูกฮูหยินใหญ่รังแกลงโทษจนแทบเอาชีวิตไม่รอด หร่วนฉางเล่อลุกขึ้นเพื่อต่อต้านและวางแผนให้ร้ายฮูหยินใหญ่ในงานเลี้ยงวังหลวง กระทั่งในที่สุดหร่วนฮูหยินและบุตรสาวทั้งสามคนล้วนต้องโทษประหารชีวิต!!!
ไม่นานหลังจากนั้นนายท่านหร่วนก็เริ่มล้มป่วยและจากไป ลือกันว่าหร่วนฉางเล่อนั่นแหละที่เป็นสาเหตุ จริงเท็จไม่มีใครรู้เพราะหร่วนฉิงเองก็ยังไม่ได้เข้ามาในจวนตระกูลหร่วน คนเก่าคนแก่เองก็ถูกขายออกไป ที่ยังเหลือก็เป็นคนของไทเฮาจะให้กล่าวโทษหญิงสาวย่อมเป็นไปไม่ได้
เวลาเพียงสี่ปีหร่วนฉางเล่อกลายเป็นประมุขตระกูลใหญ่ที่มั่งคั่งและมั่นคง กำราบคนตระกูลหร่วนจนไม่มีใครกล้าล่วงเกินนาง เปลี่ยนทุกๆ อย่างให้เป็นไปตามที่นางปรารถนา ควบคุมการค้าของตระกูลกระทั่งทำให้สัมปทานใบชาและสมุนไพร รวมไปถึงร้านหมอในเมืองฉางอัน กลายเป็นกิจการที่ผูกขาดแต่เพียงผู้เดียว เรื่องนี้แม้แต่ฮ่องเต้เองก็ไม่อาจยื่นมือเข้ามาแทรกแซง
เสียงฝีเท้าดังอยู่รอบนอกหญิงสาวมองไปยังหน้าต่างที่ปิดสนิท เดินออกไปเปิดให้สายลมพัดเข้ามา ระเบียงทางเดินไม่ไกลจากหน้าต่างหร่วนหนานเพิ่งเดินผ่านไป ชายหนุ่มเห็นนางก็เดินกลับมาประสานมือคำนับ “ประมุข”
“อืม” หญิงสาวพยักหน้าให้เขา “ไม่มีอะไรไปทำสิ่งที่เจ้าต้องทำเถิด”
“ขอรับ” แล้วเขาก็เดินจากไปจริงๆ
ได้ยินมาว่า...หร่วนหนานเข้ามาในจวนหลังจากหญิงสาวขึ้นเป็นประมุข ทั้งยังเป็นคนแรกที่หร่วนฉางเล่อพาเข้ามา อายุราวๆ สิบเก้ายี่สิบใบหน้าหล่อเหลาโดดเด่น ฝีมือไม่เป็นสองรองใคร ถนัดการใช้กระบี่ยาว วิชาตัวเบาเป็นเลิศ เดิมทีเป็นนักโทษที่รอวันประหารหลังจากก่อคดีฆาตกรรมขึ้น หร่วนฉางเล่อเสียดายที่เขาฝีมือดีจึงทูลขอเขาจากไทเฮา หร่วนฉิงกล่าวว่า...ที่อีกฝ่ายยินยอมมาอยู่ตระกูลหร่วน นั่นก็เพราะสิ่งที่เขาทำไม่ได้ส่งผลเพียงเขาเท่านั้น แต่ยังมีสหายและครอบครัวที่ถูกดึงเข้ามาพัวพันและต้องโทษ หร่วนฉางเล่อเสนอให้เขามาอยู่ข้างกาย ไม่ได้ช่วยเพียงชีวิตเขาเท่านั้น แต่ยังหมายรวมถึงสหายและฮูหยินกับบุตรที่รอดพ้นจากความตายมาได้
“สรุปแล้วตั้งแต่ก่อนแต่งนางก็ชอบเกี้ยวพาคุณชายเว่ย แต่งงานแล้วนางก็ยังเกี้ยวพาเขาไม่หยุด แต่พอ...”“อะไร”“พอถูกเขาเกี้ยวบ้างนางกลับหน้าแดงหันหน้าหนีน่ะสิ!!”ทุกคนหัวเราะ “จริงหรือ!”“ได้ยินมาว่านับตั้งแต่ไม่มีประมุขตระกูลคหบดี การค้าขายก็นับว่าคึกคักยิ่งนัก แม้ไม่ร่ำรวยมั่งคั่งเหมือนเมื่อก่อน แต่ตระกูลใหญ่ในอดีตก็ตั้งโรงทานกันบ่อยครั้ง ข้าชอบบรรยากาศการค้าขายแบบนี้มากกว่าเมื่อก่อนจริงๆ ข้าชอบที่เหล่าคหบดีไม่ต้องไปพัวพันกับเหล่าขุนนาง”“นั่นสินะ เห็นการล่มสลายของตระกูลซูครั้งนั้น ข้าเศร้าใจจริงๆ”“เฮ้อ...”หร่วนฉางเล่อก็ยังกลายเป็นหัวข้อข่าวลือของผู้คนในเมืองฉางอัน แม้ตอนนี้นางแต่งงานก็ยังมีข่าวลือว่านางชอบเกี้ยวพาสามีต่อหน้าผู้อื่น บางครั้งยังมีข่าวลือให้ได้ยินอยู่บ้างว่าองครักษ์ของนางที่เหลืออีกสองคน อาจจะเป็นชู้รักของนางข่าวลือเรื่องเว่ยหรงเหยียนใช้การไม่ได้ถูกแก้ไข แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะเชื่อ เพราะมีคนรักก็ต้องมีคนไม่ชอบเป็นเรื่องธรรมดา แม้จะมีข่าวว่าหร่วนฉางเล่อตั้งครรภ์ แต่ทุกคนก็ยังสงสัยว่าเป็นบุตรขางเว่ยหรงเหยียนจริงๆ หรือกระทั่งนางคลอดบุตรชายที่หน้าตาเหมือนเว่ยหรงเหยียน ทุกคนจ
ยาก...แน่นอนไม่มีสิ่งใดง่าย แต่หากทำได้ก็จะลดปัญหาลง จะไม่มีตระกูลคหบดีที่ร่ำรวยมั่งคั่ง สวนทางกับร้านค้าเล็กๆ ที่แทบไม่มีโอกาสแข่งขัน รายได้กระจายสู่ชาวบ้าน การค้าขายไม่จับกลุ่มอยู่กับเพียงแค่ไม่กี่ตระกูลราคาสินค้าทุกอย่างสมควรให้ราชสำนักเป็นผู้ที่ควบคุม ป้องกันการฉวยโอกาสในยามที่มีสินค้าอย่างใดขาดแคลนแคว้นเก่อเก๋อ รัชสมัยฮ่องเต้จ้าวหลงปีที่หกสิบรัชทายาทถูกปลดจากตำแหน่ง องค์ชายห้าถูกเนรเทศไปยังชายแดน ไทเฮาถูกกักบริเวณให้อยู่แต่ในตำหนักไท่หยาง หลังการตรวจสอบตระกูลคหบดีแล้วพบว่าทั้งห้าตระกูลล้วนเกี่ยวพันกับอำนาจในราชสำนักทว่า...หลังการกักบริเวณ ตระกูลทั้งห้าภายใต้เงื่อนไงการจ่ายภาษีและกระจายสินค้าโดยไร้ซึ่งการผูกขาด แม้ทรัพย์สินถูกยึดเข้าท้องพระคลังจนลดลงครึ่งหนึ่ง หลังจากนั้นพวกเขากลับเป็นอิสระอย่างแท้จริง...---บทส่งท้าย---หน้าจวนตระกูลหร่วนวันนี้แขวนโคมแดงซึ่งเป็นสีแห่งความเป็นมงคล หร่วนฉางเล่อในชุดเจ้าสาวทว่าไร้ผ้าคลุมหน้า นางกับคนสนิทสองคนยืนอยู่ที่ประตูจวน ด้านหน้ามีขบวนเจ้าบ่าวที่กำลังตรงมา เสียงมโหรีบรรเลงท่ามกลางเสียงของการแสดงความยินดี เว่ยหรงเหยียนขี่ม้าสวมชุดเจ้าบ่าวยิ
นางมองหร่วนซีด้วยความสิ้นหวัง หร่วนซีกลับหลบตานาง “หากอยากให้ข้ากับหร่วนตงจากไป ท่านต้องให้พวกเขารั้งอยู่”หญิงสาวมองพวกเขาด้วยความขัดใจ “ข้าออกคำสั่ง”“ข้าไม่ฟัง” หร่วนเป่ยมองนาง“เว้นเพียงเรื่องนี้ ประมุข...ข้าก็ไม่ฟัง” หร่วนหนานเองก็ส่ายหน้า แล้วนางจะทำอย่างไรได้เล่า...ขบวนโลงศพเคลื่อนออกจากจวนตระกูลหร่วนไปบนเขา ระหว่างนี้หญิงสาวรู้ดีว่าราชสำนักกำลังเกิดระลอกคลื่นลูกใหญ่ ภายใต้ขั้วอำนาจที่กำลังหมายตาเพื่อสนับสนุนคนของตัวเองให้สามารถเป็นใหญ่ ความขัดแย้งที่ก่อตัวมานานกำลังจะถึงเวลาอิ่มตัวรัชทายาทกับองค์ชายห้าก่อเรื่องใหญ่เอาไว้ ฮ่องเต้ทรงสักกักบริเวณเพื่อลงโทษ หากสอบสวนแล้วพบว่ามีความผิด ทั้งซ่องสุมกำลังคน ทั้งเป็นต้นเหตุของความวุ่นวาย รวมไปถึงเรื่องราวการตายของคนหลายๆ คน แผนการที่ทำให้เกิดการสูญเสียบนเนินเขาสูงใต้ต้นอวี้หลานที่กลีบดอกร่วงโรยเต็มพื้น หร่วนฉางเล่อมองส่งรถม้าที่กำลังแล่นลงเขา ด้านหลังของนางมีเว่ยหรงเหยียนและหร่วนตงกับหร่วนหนานนึกถึงความผูกพัน เสียงหัวเราะ สิ่งที่เคยเผชิญหน้าด้วยกัน เคยร่วมเป็นร่วมตาย เคยนั่งล้อมวงกินหม้อไฟ ความสุขที่แสนสั้น ทว่าความผูกพันกลับไม่อาจ
“พี่ใหญ่กล่าวเสมอทุกครั้งที่พวกเราได้รับอนุญาตให้พบกัน นางกล่าวว่าท่านเป็นคนดี นางรู้สึกผิดทุกครั้งที่นางทำผิดต่อท่าน นางไม่ได้อยากให้ท่านผิดหวังในตัวนาง ประมุขหร่วนข้าขอโทษ ขอโทษที่ทำให้ท่านเจ็บปวด ขอโทษที่เป็นต้นเหตุ ข้า...”“ไม่ต้องขอโทษแล้ว ข้ารู้...ข้ารู้”นางเงยหน้าขึ้นมองโลงศพจากนั้นพลันสบตากับหร่วนซี ในใจของหญิงสาวกำลังใคร่ครวญในหลายๆ เรื่อง แท้ที่จริงแล้วมั่งคั่ง ร่ำรวย มีผู้สนับสนุน มีอำนาจมากมายอยู่เบื้องหลัง ก็ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถควบคุมหลายๆ สิ่ง เหนือจากคนตระกูลหร่วน มีนางเป็นผู้ควบคุม เหนือจากนางก็ยังมีไทเฮา เหนือจากไทเฮาก็ยังมีฮ่องเต้ แม้แต่ฮ่องเต้เองก็ยังไม่สามารถควบคุมทุกๆ ขั้วอำนาจให้อยู่ในกรอบการแก่งแย่ง อำนาจ ชื่อเสียง ความมั่งคั่ง ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นวังวนที่ทำให้ผู้คนสามารถเข่นฆ่ากันและกัน พี่น้องเองก็ไม่เว้น หร่วนฉิงพูดถูกแล้วนางไม่อาจไว้ใจผู้ใดเลยในสวนเรือนอวี้หลานหญิงสาวนั่งเหม่อมองขึ้นไปบนท้องฟ้า จากที่นี่มองไม่เห็นดวงดาวสักดวง ค่ำคืนอันมืดมิด ความเงียบที่ทำให้คนสามารถคลุ้มคลั่งได้ความเศร้าปกคลุม ความอาลัยกระเพื่อมไหวในใจที่สิ้นหวัง ตอนนั้นเองที่เสื้อคล
“ข้า...จะพาเจ้ากลับบ้าน พวกเรากลับบ้านกันเถิด” น้ำตาของนางหยดลงบนแก้มของหร่วนฉิง นางสูดจมูกรีบเช็ดออก “ข้าขอโทษทำเจ้าเลอะแล้ว” ตอนขยับยกศีรษะอีกฝ่ายขึ้นกอด นางสะอื้นออกมาราวกับจะขาดใจการทำใจจากลานั้นยากยิ่ง...เสียงฝีเท้าดังใกล้เข้ามาพร้อมกับเสียงกระซิบเรียก “ฉางเล่อ...”นางเงยหน้าขึ้นมองเมื่อใครบางคนแตะไหล่ “อาเหยียน อาฉิงนาง...จากไปแล้ว นางไปแล้ว” นางมองเขาด้วยความสิ้นหวัง “นางตายแล้ว...”นางไม่สงสัยว่าเขาเข้ามาที่นี่ได้อย่างไร ไม่อยากรู้ ตอนที่ชายหนุ่มกอดศีรษะนางแนบอก นางคล้ายได้ยินเสียงของเว่ยอวี้หลิงและจ้าวจิ่นเซวียสนทนากัน“พวกเรามาช้าไปสินะ”“ดูเหมือนการเคลื่อนไหวครั้งนี้ของรัชทายาท...”“เสด็จพ่อทรงสอบสวนเรื่องนี้ด้วยพระองค์เอง ทว่าหลังพาคนของประมุขหร่วนมาที่นี่ พระองค์กลับทรงหยุดสอบสวนโดยไม่ทราบสาเหตุ”“ไม่พ่ะย่ะค่ะย่อมมีสาเหตุ” เว่ยอวี้หลิงมองมายังหร่วนฉิงที่ยังคงมีท่าทีสิ้นหวังเศร้าสร้อย สาเหตุก็คือ...สตรีผู้นี้เดิมทีขั้วอำนาจที่มีไทเฮาและองค์ชายห้านั้นแข็งแกร่งยิ่งนัก เพราะเป็นเช่นนี้รัชทายาทจึงอยากทรงลอบสังหารหร่วนฉางเล่อ ขุมกำลังในการสร้างทรัพย์สินสนับสนุนกองกำลังขององค
“พ่ะย่ะค่ะ” เสิ่นหวังและเจ้ากรมอาญาคุกเข่าลงขั้วอำนาจเกิดความขัดแย้งเพราะหร่วนฉิง แม้มั่นใจว่านี่เป็นแผนของรัชทายาท ทว่าองค์ชายห้าเองก็จงใจส่งคนมาอยู่ข้างกายนาง แถมยังจับคนของหร่วนฉิงเอาไว้เพื่อข่มขู่ รัชทายาทจะมีหรือไม่มีสายในตำหนักไท่หยางหรือไม่ตอนนี้ไม่สำคัญ จับไม่ได้ไม่มีหลักฐานก็คือไม่มีคนของเขา ทว่าหร่วนฉิงนั้นไม่เหมือนกันมีพยาน หลักฐานครบ นางจะดิ้นรนอย่างไรก็ไม่อาจรอดพ้นอยู่ดี หร่วนฉางเล่อร้อนรนจนหัวใจเต้นรัว มือของนางสั่นเทา หัวใจดิ่งวูบด้วยความสิ้นหวัง เรื่องนี้ฮ่องเต้ทรงทราบแล้วนางจะข้อร้องอย่างไรดี...หกปีก่อน...ไทเฮายังไม่คิดจะสนับสนุนองค์ชายห้า เขาส่งหร่วนฉิงมาอยู่ข้างกายนาง ข้างกายไทเฮาก็เป็นเรื่องเข้าใจได้ ทว่าหลังจากนั้นเขาควรหยุดแต่ก็ไม่ได้ทำ ยิ่งเกิดเรื่องที่เมืองเถาหยวน นางสงสัยในตัวเขาไม่บอกเรื่องที่เกิดขึ้น ทำให้องค์ชายสามได้คุณงามความดี นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการบ่มเพาะความหวาดระแวงให้มีมากขึ้น...ในคุกลับใต้ดิน...หร่วนฉิงที่ถูกทรมานจนทั้งร่างเต็มไปด้วยเลือด ใบหน้ามองมายังหญิงสาว รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด “ประมุข...”“ปล่อยนาง...” หญิงสาวเดินเข้าไปพยาย
ถัดออกไปสามร้านเป็นร้านที่อยู่เยื้องๆ ฝั่งตรงข้ามร้านบะหมี่ อวิ๋นหลางเพ่งมองรถม้าหรูหราที่จอดอยู่ เขาคิ้วขมวดมุ่นสายตาคล้ายไม่อยากจะเชื่อ“มีอะไรหรือ” เว่ยหรงเหยียนเอ่ยถามคนสนิท วันนี้เขาออกมาเลือกซื้อพู่กันใหม่แทนอันเก่าที่ใช้มานาน นึกไม่ถึงเมื่อมองตามสายตาคนสนิท เขากลับได้เห็นรถม้าของตระกูลหร่วน
หร่วนฉิงปิดบังไม่เคยกล่าวถึงเรื่องนี้ อีกฝ่ายให้เหตุผลว่า...หญิงสาวจดจำเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้ ดังนั้นอยากรอดูปฏิกิริยาของหร่วนฉางเล่อตอนที่ได้พบเหวินเสวียน หากยังคงมีใจก็จะเล่าให้ฟัง หากไม่...ก็นับว่าเป็นเรื่องดีเพราะคนอย่างเหวินเสวียนไม่คู่ควรฟังดูเป็นความหวังดีของหร่วนฉิง ทว่าให้อย่างไรหร่วนฉาง
“แล้วนางมีท่าทีอย่างไร”“แปลกขอรับ” เว่ยอวี้หลิงเป็นคนตอบ “ลูกรู้สึกว่านางแปลกไป แต่อธิบายไม่ถูกว่าแปลกอย่างไร”“ลูกคิดว่าหลังถูกปฏิเสธในงานเลี้ยงวันนั้น แถมยังเกือบเอาชีวิตไม่รอด ในที่สุดประมุขหร่วนก็เปลี่ยนใจไม่ชอบพอคุณชายเหวินแล้ว”“หืม” เว่ยฮูหยินเลิกคิ้ว “จะเป็นไปได้อย่างไร นับตั้งแต่นางก้าวขึ
“เจ้าค่ะสมควรต้องไป เริ่มที่ประมุขซูเพราะเขาคุ้นเคยกับท่านที่สุด จากนั้นจึงเป็นประมุขตระกูลเว่ยที่มีฐานะเป็นคหบดีอันดับหนึ่ง ไล่ลงไปยังประมุขตระกูลรองลงมาอย่างตระกูลหยาง ตระกูลเสิ่น จากนั้นก็ตระกูลเหวินและตระกูลซู”“ตระกูลหร่วนเล่าอยู่ลำดับที่เท่าไหร่”“อันดับสามเจ้าค่ะ”เห็นบัญชีของตระกูลหร่วนในแต







