Share

ตอนที่ 32

last update publish date: 2026-09-20 12:00:42

ยามเหม่า (ประมาณ 06.00 น.) ณ ลานหน้าประตูพระราชวังหลวงต้าซิง สู่ประตูเมืองหลวง

แสงเงินแสงทองจับขอบฟ้า รุ่งอรุณแห่งประวัติศาสตร์สาดส่องลงมากระทบธงรบสีแดงชาดปักดิ้นทองคำลายพยัคฆ์เหินที่โบกสะบัดต้านลมหนาว

กองทัพทหารม้าเกราะทองคำนับร้อยนายตั้งแถวหน้ากระดานตระหง่าน แผ่รังสีพลังยุทธ์เข้มข้นน่าเกรงขาม รถม้าพระราชทานเสริมแผ่นเกราะทองคำแท้ทั้งคันจอดเทียบอย่างโอ่อ่าสง่างาม

ฮ่องเต้ต้าซิงในชุดมังกรเต็มยศเสด็จมาส่งขบวนด้วยพระพักตร์ซาบซึ้งระคนวิตกกังวล

ทว่า... พริบตาที่ประตูด้านข้างเปิดออก!

ร่างหนึ่งก็ค่อยๆ ก้าวอุ้ยอ้ายออกมาสู่สายตาของธารกำนัล...

กึก... ตึง... ตึง...

เสียงฝีเท้าหนักแน่นแปลกประหลาด ทำเอาพื้นหินขัดเงาหน้าประตูวังแทบสะเทือน!

มะลิปรากฏตัวในชุดฮั่นฝูสีชมพูกลีบบัว ‘รุ่นมหากระสอบเสบียง ขยายพอง 6 เท่า’!

ชายกระโปรงและซับในถูกยัดช่องกระเป๋าสิบช่อง แขนเสื้อสี่ช่อง และรอบเอวอีกหกช่อง ส่งผลให้ร่างบางของนางพองฟูฟ่องแน่นเอี๊ยดจนดูกลมดุจซาลาเปายักษ์เดินได้! นางจำต้องเดินกางขาเตาะแตะ ส่ายไปส่ายมาดุจเพนกวินยักษ์หลงฝูง

“คุณหนูสามเจ้าคะ... เดินไหวหรือไม่เจ้าคะ?” อาชูที่เดินตามหลังกระซิบถามเสียงสั่น

“ไหวสิยะ!” มะลิสูดหายใจฟึดฟัด “เพื่อเป็ดปักกิ่งหมื่นลี้กับกุ้งมังกรเกาะใต้ หนักแค่นี้จิ๊บๆ ว้อย!”

ขุนนางเฒ่าบางคนแอบกระซิบซุบซิบ: “สวรรค์... เหตุใดอนุซูจึงแต่งกายพองหนาพิลึกกึกกือปานนั้น?”

ทว่า ยังไม่ทันที่ใครจะได้วิพากษ์วิจารณ์ต่อ...

ร่างสูงโปร่งสง่างามของ ‘เวินเชียนฟาน’ ในชุดเกราะศึกสีดำทมิฬขลิบทองคำ ก้าวฉับๆ ตรงเข้ามาหามะลิต่อหน้าธารกำนัลและพระพักตร์ฮ่องเต้!

ใบหน้าคมคายหล่อเหลาดุจเทพสวรรค์จุติ ทว่าแววตาคมกริบที่เคยมืดมนเย็นชา บัดนี้กลับทอดมองนางด้วยความทะนุถนอมและหวงแหนระดับสะท้านปฐพี

หมับ...

มือหนาอันอบอุ่นของชินอ๋องเอื้อมไปประคองจับมือเรียวของมะลิไว้อย่างแผ่วเบา

“ค่อยๆ ก้าว...” น้ำเสียงทุ้มต่ำนุ่มนวลชวนให้คนฟังใจละลาย “ทางลาดชัน เกราะอ่อนของเจ้าหนักอึ้งเพียงนี้ หากสะดุดล้มจะเจ็บตัวเอาได้”

มะลิชะงัก ช้อนสายตามองใบหน้าหล่อระยะประชิด หัวใจกระตุกเต้นผิดจังหวะไปหนึ่งเคาะ

“อะ... ขอบคุณค่ะท่านอ๋อง หนักกระเป๋า เอ๊ย หนักชุดนิดหน่อยค่ะ!”

เวินเชียนฟานยิ้มละมุน ประคองพยุงร่างพองหนาของนางขึ้นสู่รถม้าพระราชทานอย่างไม่ถือพระองค์ ท่ามกลางสายตาตะลึงค้างของคนทั้งเมืองหลวง!

ภายในรถม้าบุผ้ากำมะหยี่หนานุ่ม กว้างขวางและเงียบสงบ

มะลินั่งลงปุ๊บ ชายกระโปรงพอง 6 เท่าก็เบียดแน่นเอี๊ยดจนขยับตัวแทบไม่ได้ นางนั่งหลังตรงแหน็ว กะพริบตาปริบๆ หายใจพะงาบๆ

เวินเชียนฟานก้าวตามขึ้นมานั่งลงเคียงข้างอย่างเป็นธรรมชาติ กลิ่นกายบุรุษผสมไม้กฤษณาและชาหอมกรุ่นโชยมาแตะจมูกนางอีกครั้ง

ชินอ๋องก้มลง ช่วยจัดชายกระโปรงหนาเตอะให้นางอย่างทะนุถนอม ปัดเศษด้ายออกให้เบามือ

“อึดอัดหรือไม่?” อ๋องหนุ่มเอ่ยถามพลางหยิบ ‘ผลผิงกั่ว’ (แอปเปิล) สีแดงสด และ ‘องุ่นเชื่อมแช่เย็น’ จากกระติกน้ำแข็งขึ้นมา

ชินอ๋องหยิบมีดสลักเล่มบาง บรรจงปอกเปลือกแอปเปิลเป็นชิ้นพอดีคำ แล้วใช้ปลายนิ้วคีบส่งไปจ่อริมฝีปากอิ่มของมะลิด้วยตนเอง

“อ้าปากสิ... กินนี่รองท้องก่อน เดินทางไกลหลายวัน เจ้าต้องดูแลตัวเองให้ดี ยอดดวงใจของข้า”

เปรี้ยงงงง!

เหมือนสายฟ้าฟาดใส่สมองสาวโสดปี 2026!

มะลิตาโตเท่าไข่ห่าน หน้าเห่อร้อนวาบจนแดงแจ๋ลามไปถึงใบหู

‘เชี่ยเอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยยย!!’ มะลิกรีดร้องในใจ สติแทบหลุด ‘ประธานบริษัทสายเปย์ปอกผลไม้ป้อนถึงปากขนาดนี้ ใครจะกล้าปฏิเสธวะ!’

งับ!

มะลิอ้าปากงับผลไม้จากนิ้วเรียวยาวของเขา เคี้ยวแก้มตุ่ยดัง กรวบ! รสหวานฉ่ำแผ่ซ่านในปาก

“อื้มมม! หวานกรอบมากเลยค่ะท่านอ๋อง!” มะลิเคี้ยวตุ้ยๆ ยิ้มแป้นฟันขาว ลืมความอึดอัดของชุดไปจนหมดสิ้น

เวินเชียนฟานมองแก้มนุ่มที่พองออกเวลาเคี้ยวของนางด้วยรอยยิ้มละมุนละไม เขายกนิ้วหัวแม่มือขึ้นเกลี่ยหยดน้ำเชื่อมที่มุมปากนางเบาๆ

“กินเยอะๆ... ตราบใดที่มีข้าอยู่ เจ้าจะไม่มีวันอดอยากเด็ดขาด”

ยามไฮ่ (ประมาณ 21.30 น.) ณ ค่ายพักแรมกลางหุบเขาพรมแดน (หุบเขาเพลิงบรรลัยกัลป์)

สามวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว...

ขบวนทัพเคลื่อนเข้าสู่เทือกเขาพรมแดนอันสูงชัน ท้องฟ้ายามราตรีมืดมิดไร้แสงจันทร์ สายลมกรรโชกหวีดหวิวผ่านซอกผาหินแหลมคม

เนื่องจากภูมิประเทศทุรกันดาร ขบวนจึงต้องตั้งค่ายพักแรมชั่วคราวกลางร่องหุบเขา

ชินอ๋องนำหน่วยองครักษ์ออกไปลาดตระเวนตรวจแนวกองกำลังรอบนอก

ในกระโจมพัก อาชูที่เหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางหัวถึงหมอนก็นอนหลับปุ๋ยกรนฟี้ด้วยความเพลีย

ขณะที่มะลิ... ซึ่งนอนไม่หลับเพราะกระเพาะเริ่มส่งเสียงประท้วง!

“โอ๊ยยยยย หิวรอบดึกชะมัด!”

มะลิแอบย่องออกจากกระโจมหลัก ปล่อยให้อาชูนอนพัก เดินเตาะแตะมาข้างแนวโขดหิน จุดเตาถ่านไฟเล็กๆ แล้วตั้ง ‘กระทะเหล็กก้นลึกสีดำทมิฬใบโปรด’ ที่นางหอบหิ้วมาจากวังอ๋อง!

นางตักน้ำใส่กระทะ ควักก้อนซุปหม่าล่าเข้มข้นที่เตรียมไว้หย่อนลงไป กลิ่นเครื่องเทศเผ็ดร้อนและพริกหม่าล่าหอมฉุยเริ่มเดือดปุดๆ

“ซดน้ำซุปหม่าล่าร้อนๆ ท่ามกลางลมหนาวนี่แหละ สวรรค์ของคนยุค 2026 ว้อยยย!” มะลิถือตะเกียบเต้นดุ๊กดิ๊ก

ทว่า... ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง!

วิ้ววววววววววววววววววววววววว—!

ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!!

ท้องฟ้ายามราตรีพลันสว่างวาบดุจกลางวันแสกๆ!

เสียงระเบิดดินประสิวดังกึกก้องกัมปนาทจนแผ่นดินสะเทือนเลื่อนลั่น! หน้าผาสองฝั่งหุบเขาปรากฏลูกไฟนับร้อยลูกพุ่งตกลงมาดั่งห่าฝนดาวตก!

“ศัตรูลอบโจมตี! ระวังธนูเพลิง! มีข้าศึกลอบถล่มค่าย!!” เสียงทหารเกราะทองคำตะโกนก้องลั่นหุบเขาด้วยความตื่นตระหนก

เปลวเพลิงลุกพรึ่บลามทุ่ง ม้าศึกกรีดร้องตื่นตระหนก ค่ายพักแรมแตกกระเจิงในพริบตาเดียว!

“คุณหนูสามมมมมมมมมมมมมมมม!!”

เสียงอาชูที่ตกใจตื่นกรีดร้องลั่นกระโจม วิ่งเตลิดออกมาด้วยความลนลาน ทว่า ‘ชางสิง’ พุ่งเข้าคว้าคอเสื้ออาชูไว้ได้ทันท่วงที ลากตัวสาวใช้เข้าสู่แนวคุ้มกันของทหารเกราะทองคำเพื่อพาถอยร่นไปทางจุดนัดพบด้านหลังอย่างเร่งด่วน!

ขณะที่อีกฟากหนึ่ง...

ตูมมมมมมม!

สะเก็ดระเบิดลูกหนึ่งตกลงข้างโขดหิน แรงอัดกระแทกทำเอาหม้อซุปหม่าล่าของมะลิคว่ำคะมำ!

น้ำแกงร้อนจัดกระเด็นลวกเฉียดหน้าแข้งของมะลิไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด!

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!”

มะลิกรีดร้องสุดเสียง ขวัญหนีดีฝ่อจนวิญญาณแทบหลุดจากร่าง!

กลิ่นควันไฟและเขม่าดินปืนตลบอบอวลจนนางสำลักไอค่อกแค่ก หูอื้อตาลาย น้ำตาไหลพรากด้วยความกลัวตายจริงๆ! รอบกายมีแต่ลูกธนูเพลิงปักลงพื้นดินดัง ฉึก! ฉึก!

“แม่จ๋าช่วยด้วยยยยยย! นี่มันระเบิดของจริงนี่หว่า! อาชูอยู่ไหนวะเนี่ยยยย! กูยังไม่ได้กินกุ้งมังกรเลยนะเว้ยยย!”

ด้วยความลนลาน สัญชาตญาณเอาชีวิตรอดสั่งการฉับพลัน มะลิรีบก้มลงคว้าเอา ‘ด้ามกระทะเหล็กก้นลึกสีดำทมิฬ’ ขึ้นมากอดแนบอกไว้แน่นหนา แล้วสับตีนแตกวิ่งหนีตายขาขวิด!

แต่เพราะชุดฮั่นฝูพอง 6 เท่าที่หนักอึ้ง มะลิจึงวิ่งเตาะแตะอุ้ยอ้าย ท่ามกลางความโกลาหลของไฟป่า ฝุ่นควัน และการถอยร่นของกองทัพ มะลิวิ่งเตลิดเปิดเปิงหลงทิศ ห่างออกจากแนวค่ายและแยกจากอาชู ดิ่งลึกเข้าไปในแนวป่าทึบท้ายหุบเขาเพียงลำพัง!

ยามจื่อ (ประมาณ 23.30 น.) ณ ท้ายป่าไผ่ ซอกหินผาลาดชัน

แฮ่ก... แฮ่ก... แฮ่ก...

เสียงหอบหายใจรวยรินดั่งคนจะขาดใจ

มะลิวิ่งเตลิดลึกเข้ามาในป่าไผ่จนขาแทบหลุด เหงื่อกาฬไหลทะลักท่วมตัวเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเขม่าควันดำปี๋ ใบหน้าน่ารักมอมแมมคลุกฝุ่น รองเท้าผ้าไหมฉีกขาดจนเจ็บระบม

ทว่า... เคราะห์ซ้ำกรรมซัด!

กึก! ฟึ่บ!

“กรี๊ดดดดด!”

เท้าของมะลิไปสะดุดเข้ากับรากไม้ใหญ่ นางถลาล้มไปข้างหน้า...

และเพราะชายกระโปรงฮั่นฝูที่ยัดกระเป๋าซ่อนไว้หนาเตอะถึง 6 เท่า ทำให้ชายผ้าอันหนาเตอะ ดันพุ่งเข้าไป ‘ติดคาอยู่ในซอกหินผาแคบๆ’ พอดิบพอดีเป๊ะ!

“โอ๊ยยยยย! อะไรวะเนี่ย!” มะลิตาเหลือก ดึงกระโปรงสุดแรงเกิด แต่ผ้าไหมหนาแน่นมันติดแน่นเอี๊ยดยิ่งกว่าลิ่มตอกไม้ “หลุดสิวะ! ไอ้กระโปรงเฮงซวย! จะมาติดอะไรตอนนี้!”

ฟิ้วววววว... ตึง!

กิ่งไผ่ด้านบนสะบัดไหว... เงาร่างทะมึนของบุรุษร่างยักษ์ในชุดรัดกุมสีเลือดนกกระโดดลงมาจากต้นไม้ ขวางทางเบื้องหน้านางไว้!

ในมือของมันกวัดแกว่ง ‘ดาบวงเดือน’ คมกริบสะท้อนแสงไฟ แววตาเหี้ยมเกรียมอำมหิตดั่งอสูรร้าย บนแผ่นอกเสื้อปักลายหมาป่าสีชาดอันเป็นตราสัญลักษณ์ของดินแดนทมิฬ

มันคือ ‘หัวหน้านักฆ่าแห่งแคว้นซีเหลียง’!

“หึๆๆ... อนุซูเหมยแห่งต้าซิง” หัวหน้านักฆ่าแสยะยิ้มเลือดเย็น “นึกว่าจะแน่สักเพียงใด ที่แท้ก็เป็นแค่ลูกไก่ในกำมือ! ชินอ๋องกำลังติดพันศึกด้านหน้า ไม่มีใครมาช่วยเจ้าได้หรอก... ส่งหัวเจ้ามาสังเวยแคว้นซีเหลียงเสียเถิด!”

วูบ!

ดาบวงเดือนเงื้อขึ้นฟ้า ประกายดาบเย็นเยียบเล็งตรงลงมาหมายจะบั่นคอนางให้ขาดสะบั้นในดาบเดียว!

มะลิตาเหลือกค้าง หัวใจหยุดเต้นไปสามวินาที! วินาทีเฉียดตายของแท้ไม่มีสแตนด์อิน!

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด! อย่าฆ่ากู๊ววววววววววววว! ไอ้คุณพี่ยมทูตหมายเลข 7 ออกมาช่วยกูเดี๋ยวนี้เว้ยยยยยยยย!!”

มะลิแหกปากร้องลั่นป่า สติสัมปชัญญะแตกกระเจิง สองมือที่กำ ‘ด้ามกระทะเหล็กสีดำทมิฬ’ แน่น เหวี่ยงสะบัดกระทะเหล็กมั่วซั่วไปข้างหลังแบบถวายชีวิตเพื่อหวังจะบังคมดาบ!

ทว่า... จังหวะนรกแตกประสานเวทมนตร์!

วิ้วววววววววววววว...!!

หลังโขดหินใกล้ๆ... ยมทูตหมายเลข 7 วาร์ปโผล่พรวดออกมา ใบหน้าขาวซีด เหงื่อแตกพลั่กแทบช็อกตาย!

‘เชี่ยแล้ววววววววววววววววววววววววววว!! แม่หนูมะลิกำลังจะโดนปาดคอ!’ ยมทูตหมายเลข 7 ตะโกนลั่นในหัว ‘ขืนนางตายตรงนี้ ข้าโดนต้มในกระทะทองแดงเก้าแสนล้านปีแน่ๆ!’

ยมทูตหมายเลข 7 ไม่รอช้า ยกพัดเวทมนตร์นรกขึ้นสะบัด อัดลมปราณอารักขาวิญญาณขั้นสูงสุด พุ่งตรงไปกระแทกหนุนหลัง ‘ด้ามกระทะเหล็ก’ ของมะลิส่งแรงเต็มสูบ 100%!

ฟึ่บ! วูบบบบบบบบ!

กระทะเหล็กสีดำที่มะลิเหวี่ยงมั่วๆ พลันมีกระแสลมปราณนรกหนุนส่งอย่างบ้าคลั่ง ความเร็วและพลังเหวี่ยงพุ่งทะยานดุจดาวตก!

ก้นกระทะเหล็กหนาเตอะ เหวี่ยงฟาดเข้าแสกหน้าของหัวหน้านักฆ่าซีเหลียงเต็มเหนี่ยว!

ผัวะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะ!!

เสียงกระทะเหล็กกระทบกระดูกกะโหลกดังกึกก้องกัมปนาทสะท้านป่าไผ่!

ฟันหน้าของหัวหน้านักฆ่าร่วงกราวหลุดจากปากสี่ซี่ซ้อน! เลือดกำเดาพุ่งกระฉูดเป็นสายน้ำพุ! ดวงตาของยอดนักฆ่าเหลือกถลนขึ้นฟ้า สลบเหมือดกลางอากาศ ร่างยักษ์หงายหลังตึงกระแทกพื้นดินดัง โครม! แน่นิ่งไร้สติไปทันที!

และด้วยแรงเหวี่ยงอันมหาศาลระดับช้างสารสิบล้อ...

แควกกกกกกกกกกกกกก!!

ชายกระโปรงฮั่นฝูที่ติดคาซอกหินผา ถูกแรงกระชากจนฉีกขาดกระจุย ร่างของมะลิจึงหลุดออกจากพันธนาการ กลิ้งหลุนๆ หน้าคว่ำตกเนินดินลาดชันลงไปสามตลบ!

ตุบ! ตุบ! แอ้ก!

ร่างของมะลิกลิ้งไปนอนแหมะคลุกฝุ่นมอมแมมอยู่ใต้ลานหินแคบๆ ชายกระโปรงขาดวิ่น กระทะเหล็กหล่นทับพุงดัง ตึ้ก!

มะลินอนตาค้าง หอบหายใจรวยริน น้ำตาไหลพรากอาบคราบเขม่าควัน... รอดตายมาได้แบบสะบักสะบอม หัวหกก้นขวิดที่สุดในชีวิต!

มือสั่นๆ ยังคงลูบก้นกระทะเหล็กคู่ชีพเบาๆ พลางพึมพำเสียงแหบแห้ง: “กระทะใบโปรดเอ๋ย... ชาตินี้กูจะไม่ยอมปล่อยมึงหลุดมือเด็ดขาดเลยว้อย...”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกิดใหม่ทั้งที ศพดันถูกเผาไปแล้ว!   ตอนที่ 34

    ยามเว่ย (ประมาณ 14.00 น.) ณ ลานกว้างหน้าประตูเมืองหยกขาว มหานครเทียนหยวนครืนนนนนน... ตึง! ตึง!ล้อเหล็กของรถม้าพระราชทานเสริมเกราะทองคำแท้แห่งแคว้นต้าซิง บดขยี้ลงบนแผ่นศิลาหินอ่อนสีขาวบริสุทธิ์ เสียงฝีเท้าม้าศึกเกราะทองคำนับร้อยนายก้าวเดินอย่างเป็นระเบียบ ท่ามกลางสายลมหอบใหญ่ที่พัดพาเอากลิ่นอายความยิ่งใหญ่โอ่อ่าของศูนย์กลางมหาทวีปมาปะทะขบวนเสด็จเบื้องหน้าของพวกเขา... คือกำแพงศิลาหยกขาวสูงตระหง่านเสียดฟ้า ปราการธรรมชาติที่ตั้งตระหง่านแบ่งแยกศูนย์กลางโลก ธงทิวหลากสีสันปักตราสัญลักษณ์แห่ง ‘ร้อยแคว้น’ โบกสะบัดต้านลมหนาวอย่างอหังการทว่า บรรยากาศ ณ ลานกว้างหน้าประตูเมืองในยามนี้ กลับมิได้มีความรื่นเริงสมกับเป็นงานเทศกาลระดับมหาทวีปแม้แต่น้อย!ลานหินอ่อนกว้างใหญ่คลาคล่ำไปด้วยขบวนราชทูต แม่ทัพใหญ่ และเชื้อพระวงศ์จากแคว้นมหาอำนาจต่างๆ ที่เดินทางมาถึงก่อนหน้า ทว่าสายตานับพันคู่กลับจับจ้องมายังขบวนรถม้าต้าซิงเป็นจุดเดียว... ด้วยแววตาคมกริบ ระแวดระวัง และเปี่ยมไปด้วยเจตนาลองดี!“นั่นหรือ... ขบวนของพญามัจจุราชแห่งต้าซิง เวินเชียนฟาน?

  • เกิดใหม่ทั้งที ศพดันถูกเผาไปแล้ว!   ตอนที่ 33

    ยามโฉ่ว (ประมาณ 01.30 น.) ณ ลานหินใต้หน้าผา ป่าไผ่ท้ายหุบเขาเพลิงบรรลัยกัลป์อีกด้านหนึ่งหลังโขดหินใหญ่เบื้องบน!ยมทูตหมายเลข 7 ทรุดตัวลงนั่งแปะกับพื้นดิน สองมือยกขึ้นทบอก ปาดเหงื่อกาฬที่เปียกชุ่มหน้าผากขาวซีดอย่างโล่งอก“เฮ้อออออออออ! รอดตายหวุดหวิดไปอีกหนึ่งวัน!” ยมทูตหอบหายใจรัวๆ รีบเก็บพัดเวทมนตร์เข้าเอวอย่างลนลานทว่า พริบตานั้นเอง... สัมผัสวิญญาณของยมทูตพลันสะดุ้งวาบ เมื่อคลื่นรังสีสังหารระดับเก้าชั้นฟ้าและจิตคุกคามอันบ้าคลั่งของชินอ๋องกำลังควบม้าศึกทะลวงป่าใกล้เข้ามาทุกขณะ!‘เชี่ยแล้วววววว! จิตคุกคามของพญามัจจุราชเมืองมนุษย์มาโน่นแล้ว!’ ยมทูตหมายเลข 7 ขนหัวลุกชันชี้ฟ้า หน้าซีดยิ่งกว่ากระดาษไหว้เจ้า ‘ขืนมัวอยู่ต่อให้ลมปราณอ๋องซัดกระเจิง หรือโดนจับได้ว่ายมทูตนรกแอบแทรกแซงชะตามนุษย์ ข้าโดนท่านพญายมถีบลงกระทะทองแดงรอบสองแน่! แม่หนูมะลิเอ๋ย... เจ้าปลอดภัยแล้ว ข้าขอชิ่งกลับไปนอนตีพุงที่นรกก่อนละเว้ย!’พูดจบ ยมทูตหมายเลข 7 ก็สะบัดก้น วาร์ปมุดมิติหายวับกลับสู่นรกภูมิอย่างรวดเร็วปานฟ้าแลบ! ทิ้งไว้เพียงเสียงฝ

  • เกิดใหม่ทั้งที ศพดันถูกเผาไปแล้ว!   ตอนที่ 32

    ยามเหม่า (ประมาณ 06.00 น.) ณ ลานหน้าประตูพระราชวังหลวงต้าซิง สู่ประตูเมืองหลวงแสงเงินแสงทองจับขอบฟ้า รุ่งอรุณแห่งประวัติศาสตร์สาดส่องลงมากระทบธงรบสีแดงชาดปักดิ้นทองคำลายพยัคฆ์เหินที่โบกสะบัดต้านลมหนาวกองทัพทหารม้าเกราะทองคำนับร้อยนายตั้งแถวหน้ากระดานตระหง่าน แผ่รังสีพลังยุทธ์เข้มข้นน่าเกรงขาม รถม้าพระราชทานเสริมแผ่นเกราะทองคำแท้ทั้งคันจอดเทียบอย่างโอ่อ่าสง่างามฮ่องเต้ต้าซิงในชุดมังกรเต็มยศเสด็จมาส่งขบวนด้วยพระพักตร์ซาบซึ้งระคนวิตกกังวลทว่า... พริบตาที่ประตูด้านข้างเปิดออก!ร่างหนึ่งก็ค่อยๆ ก้าวอุ้ยอ้ายออกมาสู่สายตาของธารกำนัล...กึก... ตึง... ตึง...เสียงฝีเท้าหนักแน่นแปลกประหลาด ทำเอาพื้นหินขัดเงาหน้าประตูวังแทบสะเทือน!มะลิปรากฏตัวในชุดฮั่นฝูสีชมพูกลีบบัว ‘รุ่นมหากระสอบเสบียง ขยายพอง 6 เท่า’!ชายกระโปรงและซับในถูกยัดช่องกระเป๋าสิบช่อง แขนเสื้อสี่ช่อง และรอบเอวอีกหกช่อง ส่งผลให้ร่างบางของนางพองฟูฟ่องแน่นเอี๊ยดจนดูกลมดุจซาลาเปายักษ์เดินได้! นางจำต้องเดินกางขาเตาะแตะ ส่ายไปส่ายมาดุจเพนกวินยักษ์หลงฝูง

  • เกิดใหม่ทั้งที ศพดันถูกเผาไปแล้ว!   ตอนที่ 31

    ยามสายแก่ๆ ณ ลานหน้าเรือนพักท้ายสวน วังชินอ๋องสายลมอุ่นพัดเอื่อยๆ พัดพาเอาชายเสื้อคลุมสีดำของ ‘เวินเชียนฟาน’ พลิ้วไหวเบาๆมือหนาอันอบอุ่นของชินอ๋องยังคงกุมมือเรียวของมะลิไว้แน่นหนาราวกับจะหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน แววตาคมกริบเปี่ยมล้นไปด้วยความเว้าวอน จริงจัง และลึกซึ้งดุจห้วงสมุทรไร้ก้นบึ้งเขากลั้นลมหายใจ รอคอยการตอบสนองของสตรีตรงหน้า... รอคอยหยาดน้ำตาแห่งความหวาดกลัว หรือการโผเข้าซบอกกว้างของเขาเพื่อแสวงหาที่พึ่งพิงอันปลอดภัยในยามที่มรสุมสงครามระดับมหาทวีปกำลังจะพัดถล่มทว่า...ตัดภาพมาที่สัญญาณคลื่นสมองระดับ 5G ของ ‘มะลิ’ สาวคอนเทนต์ครีเอเตอร์ปี 2026!มะลิไม่ได้ฟังคำสาบานพร้อมเอาชีวิตเข้าแลกของเขาเลยแม้แต่ครึ่งคำ!สายตาอันเฉียบไวของนักล่าโปรโมชัน มองทะลุตัวอักษรราชโองการสีทองและตราประทับมังกรห้าเล็บ... ดิ่งตรงลงไปสะดุดกึกเข้ากับ ‘บันทึกรายการพระกระยาหารรับรองร้อยแคว้น’ ที่สลักด้วยอักษรตัวจิ๋วไว้ท้ายเทียบเชิญทองคำอย่างพอดิบพอดี!‘หมูหันจักรพรรดิบูรพา...’&ls

  • เกิดใหม่ทั้งที ศพดันถูกเผาไปแล้ว!   ตอนที่ 30

    ตัดกลับมาในห้องนอน...ยมทูตหมายเลข 7 เห็นเงาร่างชุดเทานอกหน้าต่างล่าถอยหนีไป ก็ถอนหายใจยาวเฮือกใหญ่จนพุงยุบ ปาดเหงื่อกาฬที่ท่วมหน้าผาก“เฮ้ออออออ! รอดตายหวุดหวิด!” ยมทูตเก็บพัดเวทมนตร์เข้าเอว “นักฆ่ากระจอกแท้ พอเห็นเวทมนตร์นรกของข้าถึงกับตกใจวิ่งหนีป่าราบ! สบายใจละ ข้ากลับไปนอนตีพุงที่นรกดีกว่า!”พูดจบ ยมทูตหมายเลข 7 ก็สะบัดก้น วาร์ปมุดกลับเข้าตู้เสื้อผ้าหายวับไป ทิ้งไว้เพียงคราบซอสหม่าล่าบนคอมะลิที่ค่อยๆ ดับแสงลง กลับมาเป็นคราบน้ำมันพริกสีแดงธรรมดาๆ ตามเดิมยามโฉ่ว (ประมาณ 01.30 น.) ณ ลานหน้าเรือนพักท้ายสวน วังชินอ๋องสายลมราตรีพัดกรรโชกหวีดหวิว พัดพาเอาใบไม้แห้งหมุนวนเป็นเกลียว...แม้ผืนฟ้าจะมืดมิดไร้ดวงดาว ทว่าบรรยากาศรอบเรือนท้ายสวนกลับคุกรุ่นไปด้วยรังสีอำมหิตอันเยียบเย็นดุจก้นบึ้งนรกภูมิ!กึก... กึก...ร่างสูงโปร่งสง่างามของ ‘เวินเชียนฟาน’ ในชุดคลุมผ้าไหมสีดำสนิท ก้าวเดินตรวจตรารอบแนวกำแพงเรือนท้ายสวนด้วยตนเอง ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีทอดมองขึ้นไปยังกิ่งไม้ใหญ่ข้างหน้าต่างห้อ

  • เกิดใหม่ทั้งที ศพดันถูกเผาไปแล้ว!   ตอนที่ 29

    ยามซวี (ประมาณ 19.30 น.) ณ ลานหน้าเรือนพักท้ายสวน วังชินอ๋องกลิ่นหอมกรุ่นของควันเตาถ่าน เครื่องเทศหม่าล่า และน้ำกะทิหวานมัน ฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วลานเรือนท้ายสวนจนแทบแยกไม่ออกว่านี่คือตำหนักอ๋องหรือถนนคนเดินเยาวราชโบราณ!ผลพวงจากการระดมพลบอดี้การ์ดสายเปย์เมื่อบ่ายแก่ๆ...บัดนี้ ขบวนทัพนักรบเกราะทองคำนับสิบนายที่เพิ่งเดินกลับมาจากตลาดเมืองหลวง ต่างพากันวาง ‘ตะกร้าสานใบยักษ์’ ลงบนลานหินดัง ตึง! ตึง! ในตะกร้าอัดแน่นไปด้วยหมูสะเต๊ะร้อนๆ น้ำเต้าหู้ทรงเครื่อง เกาลัดคั่วหอมฉุย และเนื้อแกะย่างเสียบไม้อีกนับร้อยๆ ไม้!“ขอบคุณพี่ๆ ทุกคนมากนะคะ!” มะลิในชุดฮั่นฝูสีชมพูทรงหลวม นั่งขัดสมาธิอยู่บนตั่งไม้หน้าเรือน โบกมือทักทายเหล่าทหารอย่างร่าเริง “วางไว้ตรงนั้นแหละค่ะ! ใครหิวก็หยิบไปแทะคนละสิบไม้ยี่สิบไม้ได้เลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ!”“มิกล้าพะยะค่ะพระชายาเอก! พวกเราขอถวายการอารักขาอยู่รอบนอกพะยะค่ะ!”เหล่านักรบเกราะทองคำคุกเข่าประสานมืออย่างพร้อมเพรียง แววตาเปี่ยมล้นไปด้วยความจงรักภักดี ก่อนจะล่าถอยออกไปยืนค

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status