Share

ตอนที่ 31

last update publish date: 2026-09-19 12:00:11

ยามสายแก่ๆ ณ ลานหน้าเรือนพักท้ายสวน วังชินอ๋อง

สายลมอุ่นพัดเอื่อยๆ พัดพาเอาชายเสื้อคลุมสีดำของ ‘เวินเชียนฟาน’ พลิ้วไหวเบาๆ

มือหนาอันอบอุ่นของชินอ๋องยังคงกุมมือเรียวของมะลิไว้แน่นหนาราวกับจะหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน แววตาคมกริบเปี่ยมล้นไปด้วยความเว้าวอน จริงจัง และลึกซึ้งดุจห้วงสมุทรไร้ก้นบึ้ง

เขากลั้นลมหายใจ รอคอยการตอบสนองของสตรีตรงหน้า... รอคอยหยาดน้ำตาแห่งความหวาดกลัว หรือการโผเข้าซบอกกว้างของเขาเพื่อแสวงหาที่พึ่งพิงอันปลอดภัยในยามที่มรสุมสงครามระดับมหาทวีปกำลังจะพัดถล่ม

ทว่า...

ตัดภาพมาที่สัญญาณคลื่นสมองระดับ 5G ของ ‘มะลิ’ สาวคอนเทนต์ครีเอเตอร์ปี 2026!

มะลิไม่ได้ฟังคำสาบานพร้อมเอาชีวิตเข้าแลกของเขาเลยแม้แต่ครึ่งคำ!

สายตาอันเฉียบไวของนักล่าโปรโมชัน มองทะลุตัวอักษรราชโองการสีทองและตราประทับมังกรห้าเล็บ... ดิ่งตรงลงไปสะดุดกึกเข้ากับ ‘บันทึกรายการพระกระยาหารรับรองร้อยแคว้น’ ที่สลักด้วยอักษรตัวจิ๋วไว้ท้ายเทียบเชิญทองคำอย่างพอดิบพอดี!

‘หมูหันจักรพรรดิบูรพา...’

‘เป็ดปักกิ่งหมื่นลี้...’

‘กุ้งมังกรเกาะใต้เนื้อเด้งหวานฉ่ำ...’

‘กวางหิมะแดนเหนือย่างเตาถ่าน...’

‘ปูยักษ์ธารน้ำแข็งนึ่งเหล้าบ๊วย...’

‘และขนมหวานจากร้อยแคว้นนับพันชนิด!’

วูบ!

ประกายตาของมะลิพลันขยายกว้างเท่าไข่ห่านสองฟองซ้อน! ประกายตาสีน้ำตาลสุกใสสว่างวาบ เปล่งแสงวิบวับเป็นรูปสัญลักษณ์ดอลลาร์ $\$100$ ผสมจานกุ้งมังกรยักษ์และกองทัพหมูหันในชั่วพริบตาเดียว!

‘เชี่ยเอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!’

มะลิตะโกนกรีดร้องในใจจนกะโหลกแทบระเบิดเป็นสายรุ้ง!

‘นี่มัน... นี่มันคืองานมหกรรมอาหารนานาชาติระดับโลก กินฟรี เที่ยวฟรี พักฟรี มีบอดี้การ์ดเกราะทองคำคุ้มกันรอบโลกชัดๆ ว้อยยยย! จัดยิ่งใหญ่กว่างานเอ็กซ์โปปี 2026 ซะอีก!’

หมับ!

มะลิดึงมือออกจากอุ้งมืออุ่นของชินอ๋องอย่างรวดเร็ว ก่อนจะยกสองมือขึ้นตบโต๊ะหินอ่อนข้างหน้าดังสนั่น!

ปังงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง!!

จานใส่เนื้อแกะย่างและถ้วยชากระดอนลอยขึ้นจากโต๊ะเกือบครึ่งคืบ!

อาชูที่กำลังนั่งพัดวีอยู่ข้างๆ สะดุ้งโหยงจนพัดขนนกหลุดมือ ก้นจ้ำเบ้าลงไปนั่งกับพื้นดิน

มะลิยันกายลุกขึ้นยืนบนเก้าอี้หินอ่อน เท้าสะเอว ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ชินอ๋อง แล้วตะโกนลั่นสวนด้วยน้ำเสียงมั่นหน้าเกินร้อยระดับร้อยยี่สิบเดซิเบล!

“ไปค่ะท่านอ๋อง! ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลงแล้วค่ะ! รีบสั่งคนไปเก็บกระเป๋าด่วนจี๋เลยค่ะ!”

มะลิชี้นิ้วสั่งการหน้าตาเฉย รอยยิ้มแป้นแล้นฉีกกว้างจนปากแทบถึงรูหู

“ทัวร์กินฟรี พักโรงแรมห้าดาวฟรี มีคนคุ้มกันพรีเมียมรอบโลกแบบนี้ ใครปฏิเสธก็โง่ดักดานเป็นควายเผือกแล้วค่ะ! กุ้งมังกรเกาะใต้กับหมูหันจักรพรรดิกำลังกวักมือเรียกฉันอยู่! ฉันจะไปฟาดบุฟเฟต์บูรพาให้เกลี้ยงแผ่นดินจนมหาจักรพรรดิต้องร้องไห้เลยคอยดู!”

กริบ...

ลานเรือนท้ายสวนตกอยู่ในความเงียบงัน... มีเพียงเสียงใบไม้แห้งที่ปลิวร่วงลงแตะโต๊ะหินอ่อน

เวินเชียนฟานลืมตาขึ้นช้าๆ ร่างสูงสง่ายืนนิ่งค้างไปห้าวินาทีเต็มๆ... ดวงตาคมกริบเบิกกว้าง จ้องมองรอยยิ้มแป้นแล้น แววตามุ่งมั่นเป็นประกาย และท่าทางอันห้าวหาญเกินมนุษย์ของสตรีตรงหน้า

และแล้ว... สมองระดับมหาอัจฉริยะของพญามัจจุราชแห่งต้าซิง ก็เกิดอาการลัดวงจร Short-Circuit หมุนวนประมวลผลคำพูดของนางอย่างบ้าคลั่ง!

‘นางมิได้หวาดกลัวต่อแสนยานุภาพมหาจักรวรรดิตะวันออกเลยแม้แต่น้อย...!’

เวินเชียนฟานสูดลมหายใจเข้าลึก ความเจ็บปวดกังวลในอกพลันมลายหายไป สิ้นสุดลงด้วยกระแสความซาบซึ้งและอบอุ่นที่เอ่อล้นทะลักคับอก!

หัวใจของชินอ๋องเต้นรัวแรงจนแทบทะลุเกราะอก!

‘สวรรค์ชั้นฟ้า... ช่างเป็นสตรีที่กล้าหาญเด็ดเดี่ยวและไร้ความขลาดกลัวโดยแท้จริง!’

เวินเชียนฟานจ้องมองมะลิด้วยแววตาคลั่งรักระดับเก้าสิบเก้าชั้นฟ้า

‘คำว่า ‘ทัวร์กินฟรี’ ย่อมเป็นรหัสลับสงครามที่นางใช้เย้ยหยันมหาจักรวรรดิบูรพาว่าเปรียบเสมือนอาหารในจานของนาง! และคำว่า ‘ฟาดให้เกลี้ยงแผ่นดิน’... ย่อมหมายถึงความพร้อมที่จะเคียงบ่าเคียงไหล่ไปกับข้า บุกตะลุยเข้าสู่แดนศัตรูเพื่อสยบใต้หล้าไปด้วยกัน! สตรีที่พร้อมเผชิญหน้ากับความตายร่วมกับข้าด้วยรอยยิ้มเช่นนี้... ข้า เวินเชียนฟาน จะหาได้จากที่ใดอีกในโลกใบนี้!’

ชินอ๋องยิ้มละมุน ก้าวเข้าไปกุมมือมะลิอีกครั้ง เอ่ยเสียงทุ้มต่ำสะท้านวิญญาณ

“ดี... ในเมื่อเจ้าพร้อมเคียงข้างข้า ข้าก็จะพายอดดวงใจของข้า... ไปบดขยี้แผ่นดินบูรพาด้วยกัน!”

มะลิ: “...หืม?” (ยืนกะพริบตาปริบๆ เกาหัวแกรกๆ)

‘เอ้า... ไปกินบุฟเฟต์ฟรีเฉยๆ ทำไมพูดเหมือนจะไปจุดไฟเผาบ้านเขาอีกล่ะวะ? ช่างเหอะ อ๋องเปย์ให้ก็พอ!’

ยามเที่ยง (ประมาณ 12.00 น.) ณ ห้องนอนเรือนพักท้ายสวน วังชินอ๋อง

“อาชู! ดึงสายวัดให้ตึงๆ สิยะ!”

มะลิในชุดซับในสีขาวบางเบายืนกางแขนออกสองข้าง บัญชาการสาวใช้คนสนิทอย่างขึงขัง

“งานนี้เราต้องเตรียมคอลเลกชันใหม่เพื่อความพร้อมระดับจักรวาล! ตัดชุดฮั่นฝู ‘รุ่นมหากระสอบเสบียง ขยายพอง 6 เท่า!’ เพิ่มกระเป๋าซ่อนใต้ซับในกระโปรงสิบช่อง แขนเสื้อสี่ช่อง แล้วก็รอบเอวอีกหกช่อง! ฉันจะขนกุ้งมังกรกับขนมหวานจากร้อยแคว้นกลับมาถมวังอ๋องให้ดู!”

“จ... เจ้าค่ะคุณหนูสาม!” อาชูตอบเสียงสั่น มือไม้สั่นระริกขณะจับสายวัดตัวผ้าไหมสีแดงทาบเข้ากับเอวของมะลิ

ด้วยความตื่นเต้นและประหม่า อาชูทำสายวัดหลุดมือ ร่วงลงไปกองกับพื้นดัง ฟึ่บ!

“ว้าย! บ่าวขออภัยเจ้าค่ะคุณหนู บ่าวมือลื่น...”

“ข้าช่วยเอง...”

สุรเสียงทุ้มต่ำทรงเสน่ห์ดังขึ้นจากธรณีประตูห้องนอน!

มะลิและอาชูสะดุ้งพร้อมกัน หันขวับไปมอง...

ร่างสูงโปร่งสง่างามของ ‘เวินเชียนฟาน’ ในชุดลำลองผ้าไหมสีน้ำเงินคราม ก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามาในห้องนอนอย่างเงียบเชียบ ใบหน้าคมคายหล่อเหลาไร้ที่ติดุจภาพวาดสวรรค์ แววตาคมกริบจับจ้องมาที่มะลิอย่างไม่วางตา

“ท... ท่านอ๋อง!” อาชูหน้าซีด รีบคุกเข่าลงกับพื้น

“ออกไปรอข้างนอก” เวินเชียนฟานสั่งการเสียงเรียบ ทว่าทรงอำนาจ

“เพคะ!” อาชูรีบก้มหน้าก้มตา ลุกขึ้นแล้วโกยอ้าววิ่งหนีออกจากห้องนอนไปอย่างรวดเร็ว ปิดประตูห้องดัง ปัง! ทิ้งให้นายสาวอยู่กับพญามัจจุราชตามลำพัง!

มะลิ: “อ้าว... ไอ้เด็กนี่ ทิ้งกูเฉย!”

ยังไม่ทันที่มะลิจะได้เอ่ยปากบ่น... เสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงก็ก้าวเข้ามาประชิดเบื้องหลังของนางอย่างรวดเร็ว!

กลิ่นกายบุรุษอันทรงเสน่ห์ ผสมผสานกลิ่นใบชาหอมกรุ่นและไม้กฤษณาชั้นดี ลอยโชยมาแตะจมูกมะลิอย่างจังจนลมหายใจของนางสะดุดกึก!

ก้มลงเก็บสายวัดตัวผ้าไหมสีแดงขึ้นมา... เวินเชียนฟานขยับร่างสูงใหญ่เข้ามาซ้อนแผ่นหลังของมะลิในระยะประชิดชนิดที่ว่าแทบไม่มีช่องว่างให้อากาศผ่าน!

แขนแกร่งทั้งสองข้างของชินอ๋องวาดโอบผ่านเอวบางของมะลิจากด้านหลัง เพื่อดึงสายวัดตัวทาบเข้ากับรอบเอวคอดกิ่ว...

หมับ...

สัมผัสจากท่อนแขนหนาและไอความร้อนจากแผงอกกว้างที่แนบชิดแผ่นหลัง ทำเอามะลิที่ปกติจะกวนโอ๊ยและปากเก่ง ถึงกับตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาปเป็นก้อนหิน!

ลมหายใจอุ่นจัดของเวินเชียนฟาน รินรดลงบนซอกคอขาวเนียนตรงกกหูด้านซ้ายของมะลิ... ตรงจุดที่เคยเปื้อนคราบซอสหม่าล่าเป๊ะๆ!

ขนอ่อนตามลำคอของมะลิลุกชันวาบ เลือดลมในกายแล่นพล่านขึ้นสู่ใบหน้าอย่างรวดเร็วปานติดจรวด!

ตึก... ตัก... ตึก... ตัก...!

เสียงหัวใจของมะลิเต้นกระหน่ำรัวเร็วปานกลองศึกสะท้านปฐพี แรงจนนางกลัวเหลือเกินว่าบุรุษร่างสูงที่แนบชิดอยู่ข้างหลังจะได้ยิน!

‘เชี่ยเอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!’ มะลิตะโกนกรีดร้องในใจ สติสาวโสดปี 2026 เริ่มแตกกระเจิง

‘ทำไมประธานบริษัทอ๋องต้องเอาหน้าเข้ามาใกล้ขนาดนี้วะ! ระยะประชิดแบบ 4K ชัดระดับรูขุมขนแบบนี้ กลิ่นตัวก็หอมจนใจสั่น... สาวโสดที่ไม่เคยโดนผู้ชายจับมือมาสามสิบปีอย่างกู จะหัวใจวายตายคาชุดนอนไม่ได้นะเว้ย!’

เวินเชียนฟานค่อยๆ ดึงสายวัดกระชับเข้ากับเอวบางของนางอย่างแผ่วเบา... สัมผัสความนุ่มนิ่มและกลิ่นหอมละมุนดุจดอกมะลิแรกแย้มจากร่างบาง ทำเอาดวงตาคมกริบของชินอ๋องเชื่อมหวานจนแทบจะหยดเป็นน้ำผึ้ง

เขากระชับสายวัดตัวเข้าหาตัวเบาๆ ร่างของมะลิจึงเอนถอยหลังไปพิงแนบชิดกับอกกว้างของเขาโดยปริยาย

เวินเชียนฟานโน้มใบหน้าคมสันลง กระซิบข้างใบหูเล็กที่กำลังแดงแจ๋ด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ นุ่มนวล และละมุนละไมหยดย้อย...

“ไม่ว่าเจ้าจะใส่ชุดใด... หรือตัวเจ้าจะหนาขึ้นเพียงใด...”

ปลายนิ้วเรียวยาวของชินอ๋องเกลี่ยผ่านสายวัดแตะถูกเอวบางเบาๆ

“ในสายตาของข้า... เจ้าก็งดงาม น่ารัก และน่าทะนุถนอมที่สุดเสมอ ยอดดวงใจของข้า”

เปรี้ยงงงงงงงงง!

เหมือนมีสายฟ้าฟาดลงกลางกบาลของมะลิ!

ใบหน้าของมะลิเห่อร้อนจัดจนแทบจะทอดไข่สุก ลามไปถึงใบหูและลำคอจนกลายเป็นสีแดงก่ำดั่งลูกตำลึงสุก! หัวใจเต้นผิดจังหวะจนควบคุมไม่อยู่

ด้วยความเขินอายขั้นวิกฤต มะลิจึงรีบแกล้งยกมือกุมท้องแล้วกระแอมไอแก้เขินเสียงดังลั่น!

“ค่อก! แค่กๆๆ! อะ... อะแฮ่ม! ท... ท่านอ๋องคะ!” มะลิเอี้ยวคอกลับไปมอง ยิ้มแหยๆ ตาเลิ่กลั่ก “ด... ดึงสายวัดหลวมๆ หน่อยค่ะ! เผื่อไว้สักหกนิ้วเลยค่ะ! เดี๋ยวเวลาฉันไปฟาดหมูหันจักรพรรดิกับกุ้งมังกรแล้ว... มันจะติดพุงจนหายใจไม่ออกนะคะ!”

เวินเชียนฟานชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหลุดหัวเราะในลำคอเบาๆ ด้วยความเอ็นดูอย่างหาที่สุดมิได้

“หึๆ... ตามใจเจ้า”

ชินอ๋องคลายสายวัดออกอย่างนุ่มนวล รอยยิ้มละมุนละไมระบายเต็มใบหน้าคมสัน ยิ่งเห็นนางเขินอายจนหน้าแดงก่ำ หัวใจของพญามัจจุราชก็ยิ่งตกเป็นทาสรักของนางจนถอนตัวไม่ขึ้น!

ยามบ่าย (ประมาณ 14.30 น.) ณ ลานหน้าเรือนพักท้ายสวน

ตึง! ตึง! โครมมมมมมม!

เสียงหีบไม้และตะกร้าสานขนาดยักษ์จำนวนสี่ใบ ถูกยกขึ้นวางกระแทกลงบนเกวียนเทียมม้าศึกอย่างหนักหน่วง!

มะลิในชุดฮั่นฝูตัวโคร่ง ยืนกอดอกชี้นิ้วสั่งการทหารเกราะทองคำนับสิบนายด้วยความขึงขัง

“ระวังหน่อยค่ะพี่ชาย! ในหีบนั้นสำคัญมากนะ! อย่าให้แตกเด็ดขาด!”

ข้างๆ เกวียน... ‘โม่เฟิง’ และ ‘ชางสิง’ สองยอดองครักษ์เงายืนมองสัมภาระยุทธศาสตร์ของมะลิด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เหงื่อกาฬไหลพรากเปียกชุ่มแผ่นหลัง!

โม่เฟิงแอบชะโงกหน้ามองสิ่งที่อยู่ในหีบไม้ที่เปิดแง้มอยู่...

สิ่งที่อยู่ในหีบ:

ขวดโหลเปล่าเนื้อหนานับสิบใบ (มะลิเตรียมไว้สำหรับดองผักและใส่น้ำซุปบุฟเฟต์กลับบ้าน)

กระดาษไขทนน้ำมันนับร้อยแผ่น (เตรียมไว้ห่อหมูหันและเป็ดปักกิ่งไม่ให้เลอะกระเป๋าเสื้อ)

พลั่วขุดดินด้ามสั้น (เผื่อไว้แซะของกินหรือขุดเผือกขุดมันข้างทาง)

และ กระทะเหล็กก้นลึกสีดำทมิฬใบโปรด ที่มะลิยืนกรานว่าต้องแบกไปด้วย!

โม่เฟิงกลืนน้ำลายลงคอดัง เอื้อก! หันมาสบตากับชางสิงด้วยสายตาสยองขวัญปนทึ่งจัด!

สมองยอดองครักษ์เงาทำการถอดรหัสระดับเก้าสิบเก้าชั้นฟ้าทันที!

‘สวรรค์ชั้นฟ้า...!’ โม่เฟิงกระซิบเสียงสั่นระริก ‘กระดาษไขทนน้ำมันนับร้อยแผ่น... ย่อมมิใช่กระดาษธรรมดา! แต่มันคือ ‘กระดาษลงยันต์สะกดเวทมนตร์’ ชั้นสูงที่ทนทานต่อเปลวเพลิงและพิษมาร!’

ชางสิงพยักหน้ารัวๆ ตาค้าง ‘ถูกต้อง! แล้วขวดโหลสุญญากาศนั่นเล่า... ย่อมถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้ ‘เก็บกักวิญญาณ’ หรือใช้สกัดหยดพิษสังหารของยอดฝีมือร้อยแคว้นอย่างแน่นอน!’

‘และสิ่งที่น่ากลัวที่สุด...’ โม่เฟิงจ้องมองกระทะเหล็กสีดำทมิฬด้วยความยำเกรงสูงสุด ‘กระทะเหล็กสีดำทะมึนไร้ร่องรอยนั่น... ย่อมเป็น ‘ศัสตราวุธโลหิตเก้าชั้นฟ้า’ ประจำกายของจอมมารซูเหมย ที่นางเคยใช้สยบศัตรูและสะท้อนพลังปราณมานับครั้งไม่ถ้วน!’

เวินเชียนฟานที่ยืนเอามือไพล่หลังคุมขบวนอยู่ข้างๆ พยักหน้าอย่างสุขุมล้ำลึก แววตาคมกริบมองมะลิด้วยความภาคภูมิใจ

“ชางสิง...” ชินอ๋องเอ่ยเสียงต่ำดุดัน “จัดกองกำลังทหารม้าเกราะทองคำหนึ่งกองร้อย คุ้มกันเกวียนสัมภาระคลังแสงของนางเป็นกรณีพิเศษ! ห้ามผู้ใดแตะต้องศัสตราวุธกระทะเหล็กของนางเด็ดขาด... หากมีสิ่งใดเสียหาย ข้าจะตัดหัวพวกเจ้า!”

“น้อมรับพระบัญชาพะยะค่ะท่านอ๋อง!” ชางสิงและทหารเกราะทองคำคุกเข่ารับคำสั่งเสียงกึกก้อง!

มะลิที่กำลังยืนแทะเกาลัดคั่ว: “...หืม?” (ยืนกะพริบตาปริบๆ)

‘เอ้า... แค่หิ้วกระทะเหล็กกับขวดโหลไปใส่กับข้าว ถึงกับต้องส่งกองทัพมาเฝ้ากระทะกูเลยเหรอวะ? วังอ๋องนี่บริการดีจนน่ากลัวจริงๆ!’

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกิดใหม่ทั้งที ศพดันถูกเผาไปแล้ว!   ตอนที่ 34

    ยามเว่ย (ประมาณ 14.00 น.) ณ ลานกว้างหน้าประตูเมืองหยกขาว มหานครเทียนหยวนครืนนนนนน... ตึง! ตึง!ล้อเหล็กของรถม้าพระราชทานเสริมเกราะทองคำแท้แห่งแคว้นต้าซิง บดขยี้ลงบนแผ่นศิลาหินอ่อนสีขาวบริสุทธิ์ เสียงฝีเท้าม้าศึกเกราะทองคำนับร้อยนายก้าวเดินอย่างเป็นระเบียบ ท่ามกลางสายลมหอบใหญ่ที่พัดพาเอากลิ่นอายความยิ่งใหญ่โอ่อ่าของศูนย์กลางมหาทวีปมาปะทะขบวนเสด็จเบื้องหน้าของพวกเขา... คือกำแพงศิลาหยกขาวสูงตระหง่านเสียดฟ้า ปราการธรรมชาติที่ตั้งตระหง่านแบ่งแยกศูนย์กลางโลก ธงทิวหลากสีสันปักตราสัญลักษณ์แห่ง ‘ร้อยแคว้น’ โบกสะบัดต้านลมหนาวอย่างอหังการทว่า บรรยากาศ ณ ลานกว้างหน้าประตูเมืองในยามนี้ กลับมิได้มีความรื่นเริงสมกับเป็นงานเทศกาลระดับมหาทวีปแม้แต่น้อย!ลานหินอ่อนกว้างใหญ่คลาคล่ำไปด้วยขบวนราชทูต แม่ทัพใหญ่ และเชื้อพระวงศ์จากแคว้นมหาอำนาจต่างๆ ที่เดินทางมาถึงก่อนหน้า ทว่าสายตานับพันคู่กลับจับจ้องมายังขบวนรถม้าต้าซิงเป็นจุดเดียว... ด้วยแววตาคมกริบ ระแวดระวัง และเปี่ยมไปด้วยเจตนาลองดี!“นั่นหรือ... ขบวนของพญามัจจุราชแห่งต้าซิง เวินเชียนฟาน?

  • เกิดใหม่ทั้งที ศพดันถูกเผาไปแล้ว!   ตอนที่ 33

    ยามโฉ่ว (ประมาณ 01.30 น.) ณ ลานหินใต้หน้าผา ป่าไผ่ท้ายหุบเขาเพลิงบรรลัยกัลป์อีกด้านหนึ่งหลังโขดหินใหญ่เบื้องบน!ยมทูตหมายเลข 7 ทรุดตัวลงนั่งแปะกับพื้นดิน สองมือยกขึ้นทบอก ปาดเหงื่อกาฬที่เปียกชุ่มหน้าผากขาวซีดอย่างโล่งอก“เฮ้อออออออออ! รอดตายหวุดหวิดไปอีกหนึ่งวัน!” ยมทูตหอบหายใจรัวๆ รีบเก็บพัดเวทมนตร์เข้าเอวอย่างลนลานทว่า พริบตานั้นเอง... สัมผัสวิญญาณของยมทูตพลันสะดุ้งวาบ เมื่อคลื่นรังสีสังหารระดับเก้าชั้นฟ้าและจิตคุกคามอันบ้าคลั่งของชินอ๋องกำลังควบม้าศึกทะลวงป่าใกล้เข้ามาทุกขณะ!‘เชี่ยแล้วววววว! จิตคุกคามของพญามัจจุราชเมืองมนุษย์มาโน่นแล้ว!’ ยมทูตหมายเลข 7 ขนหัวลุกชันชี้ฟ้า หน้าซีดยิ่งกว่ากระดาษไหว้เจ้า ‘ขืนมัวอยู่ต่อให้ลมปราณอ๋องซัดกระเจิง หรือโดนจับได้ว่ายมทูตนรกแอบแทรกแซงชะตามนุษย์ ข้าโดนท่านพญายมถีบลงกระทะทองแดงรอบสองแน่! แม่หนูมะลิเอ๋ย... เจ้าปลอดภัยแล้ว ข้าขอชิ่งกลับไปนอนตีพุงที่นรกก่อนละเว้ย!’พูดจบ ยมทูตหมายเลข 7 ก็สะบัดก้น วาร์ปมุดมิติหายวับกลับสู่นรกภูมิอย่างรวดเร็วปานฟ้าแลบ! ทิ้งไว้เพียงเสียงฝ

  • เกิดใหม่ทั้งที ศพดันถูกเผาไปแล้ว!   ตอนที่ 32

    ยามเหม่า (ประมาณ 06.00 น.) ณ ลานหน้าประตูพระราชวังหลวงต้าซิง สู่ประตูเมืองหลวงแสงเงินแสงทองจับขอบฟ้า รุ่งอรุณแห่งประวัติศาสตร์สาดส่องลงมากระทบธงรบสีแดงชาดปักดิ้นทองคำลายพยัคฆ์เหินที่โบกสะบัดต้านลมหนาวกองทัพทหารม้าเกราะทองคำนับร้อยนายตั้งแถวหน้ากระดานตระหง่าน แผ่รังสีพลังยุทธ์เข้มข้นน่าเกรงขาม รถม้าพระราชทานเสริมแผ่นเกราะทองคำแท้ทั้งคันจอดเทียบอย่างโอ่อ่าสง่างามฮ่องเต้ต้าซิงในชุดมังกรเต็มยศเสด็จมาส่งขบวนด้วยพระพักตร์ซาบซึ้งระคนวิตกกังวลทว่า... พริบตาที่ประตูด้านข้างเปิดออก!ร่างหนึ่งก็ค่อยๆ ก้าวอุ้ยอ้ายออกมาสู่สายตาของธารกำนัล...กึก... ตึง... ตึง...เสียงฝีเท้าหนักแน่นแปลกประหลาด ทำเอาพื้นหินขัดเงาหน้าประตูวังแทบสะเทือน!มะลิปรากฏตัวในชุดฮั่นฝูสีชมพูกลีบบัว ‘รุ่นมหากระสอบเสบียง ขยายพอง 6 เท่า’!ชายกระโปรงและซับในถูกยัดช่องกระเป๋าสิบช่อง แขนเสื้อสี่ช่อง และรอบเอวอีกหกช่อง ส่งผลให้ร่างบางของนางพองฟูฟ่องแน่นเอี๊ยดจนดูกลมดุจซาลาเปายักษ์เดินได้! นางจำต้องเดินกางขาเตาะแตะ ส่ายไปส่ายมาดุจเพนกวินยักษ์หลงฝูง

  • เกิดใหม่ทั้งที ศพดันถูกเผาไปแล้ว!   ตอนที่ 31

    ยามสายแก่ๆ ณ ลานหน้าเรือนพักท้ายสวน วังชินอ๋องสายลมอุ่นพัดเอื่อยๆ พัดพาเอาชายเสื้อคลุมสีดำของ ‘เวินเชียนฟาน’ พลิ้วไหวเบาๆมือหนาอันอบอุ่นของชินอ๋องยังคงกุมมือเรียวของมะลิไว้แน่นหนาราวกับจะหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน แววตาคมกริบเปี่ยมล้นไปด้วยความเว้าวอน จริงจัง และลึกซึ้งดุจห้วงสมุทรไร้ก้นบึ้งเขากลั้นลมหายใจ รอคอยการตอบสนองของสตรีตรงหน้า... รอคอยหยาดน้ำตาแห่งความหวาดกลัว หรือการโผเข้าซบอกกว้างของเขาเพื่อแสวงหาที่พึ่งพิงอันปลอดภัยในยามที่มรสุมสงครามระดับมหาทวีปกำลังจะพัดถล่มทว่า...ตัดภาพมาที่สัญญาณคลื่นสมองระดับ 5G ของ ‘มะลิ’ สาวคอนเทนต์ครีเอเตอร์ปี 2026!มะลิไม่ได้ฟังคำสาบานพร้อมเอาชีวิตเข้าแลกของเขาเลยแม้แต่ครึ่งคำ!สายตาอันเฉียบไวของนักล่าโปรโมชัน มองทะลุตัวอักษรราชโองการสีทองและตราประทับมังกรห้าเล็บ... ดิ่งตรงลงไปสะดุดกึกเข้ากับ ‘บันทึกรายการพระกระยาหารรับรองร้อยแคว้น’ ที่สลักด้วยอักษรตัวจิ๋วไว้ท้ายเทียบเชิญทองคำอย่างพอดิบพอดี!‘หมูหันจักรพรรดิบูรพา...’&ls

  • เกิดใหม่ทั้งที ศพดันถูกเผาไปแล้ว!   ตอนที่ 30

    ตัดกลับมาในห้องนอน...ยมทูตหมายเลข 7 เห็นเงาร่างชุดเทานอกหน้าต่างล่าถอยหนีไป ก็ถอนหายใจยาวเฮือกใหญ่จนพุงยุบ ปาดเหงื่อกาฬที่ท่วมหน้าผาก“เฮ้ออออออ! รอดตายหวุดหวิด!” ยมทูตเก็บพัดเวทมนตร์เข้าเอว “นักฆ่ากระจอกแท้ พอเห็นเวทมนตร์นรกของข้าถึงกับตกใจวิ่งหนีป่าราบ! สบายใจละ ข้ากลับไปนอนตีพุงที่นรกดีกว่า!”พูดจบ ยมทูตหมายเลข 7 ก็สะบัดก้น วาร์ปมุดกลับเข้าตู้เสื้อผ้าหายวับไป ทิ้งไว้เพียงคราบซอสหม่าล่าบนคอมะลิที่ค่อยๆ ดับแสงลง กลับมาเป็นคราบน้ำมันพริกสีแดงธรรมดาๆ ตามเดิมยามโฉ่ว (ประมาณ 01.30 น.) ณ ลานหน้าเรือนพักท้ายสวน วังชินอ๋องสายลมราตรีพัดกรรโชกหวีดหวิว พัดพาเอาใบไม้แห้งหมุนวนเป็นเกลียว...แม้ผืนฟ้าจะมืดมิดไร้ดวงดาว ทว่าบรรยากาศรอบเรือนท้ายสวนกลับคุกรุ่นไปด้วยรังสีอำมหิตอันเยียบเย็นดุจก้นบึ้งนรกภูมิ!กึก... กึก...ร่างสูงโปร่งสง่างามของ ‘เวินเชียนฟาน’ ในชุดคลุมผ้าไหมสีดำสนิท ก้าวเดินตรวจตรารอบแนวกำแพงเรือนท้ายสวนด้วยตนเอง ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีทอดมองขึ้นไปยังกิ่งไม้ใหญ่ข้างหน้าต่างห้อ

  • เกิดใหม่ทั้งที ศพดันถูกเผาไปแล้ว!   ตอนที่ 29

    ยามซวี (ประมาณ 19.30 น.) ณ ลานหน้าเรือนพักท้ายสวน วังชินอ๋องกลิ่นหอมกรุ่นของควันเตาถ่าน เครื่องเทศหม่าล่า และน้ำกะทิหวานมัน ฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วลานเรือนท้ายสวนจนแทบแยกไม่ออกว่านี่คือตำหนักอ๋องหรือถนนคนเดินเยาวราชโบราณ!ผลพวงจากการระดมพลบอดี้การ์ดสายเปย์เมื่อบ่ายแก่ๆ...บัดนี้ ขบวนทัพนักรบเกราะทองคำนับสิบนายที่เพิ่งเดินกลับมาจากตลาดเมืองหลวง ต่างพากันวาง ‘ตะกร้าสานใบยักษ์’ ลงบนลานหินดัง ตึง! ตึง! ในตะกร้าอัดแน่นไปด้วยหมูสะเต๊ะร้อนๆ น้ำเต้าหู้ทรงเครื่อง เกาลัดคั่วหอมฉุย และเนื้อแกะย่างเสียบไม้อีกนับร้อยๆ ไม้!“ขอบคุณพี่ๆ ทุกคนมากนะคะ!” มะลิในชุดฮั่นฝูสีชมพูทรงหลวม นั่งขัดสมาธิอยู่บนตั่งไม้หน้าเรือน โบกมือทักทายเหล่าทหารอย่างร่าเริง “วางไว้ตรงนั้นแหละค่ะ! ใครหิวก็หยิบไปแทะคนละสิบไม้ยี่สิบไม้ได้เลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ!”“มิกล้าพะยะค่ะพระชายาเอก! พวกเราขอถวายการอารักขาอยู่รอบนอกพะยะค่ะ!”เหล่านักรบเกราะทองคำคุกเข่าประสานมืออย่างพร้อมเพรียง แววตาเปี่ยมล้นไปด้วยความจงรักภักดี ก่อนจะล่าถอยออกไปยืนค

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status