Share

ตอนที่ 34

last update publish date: 2026-09-22 12:00:48

ยามเว่ย (ประมาณ 14.00 น.) ณ ลานกว้างหน้าประตูเมืองหยกขาว มหานครเทียนหยวน

ครืนนนนนน... ตึง! ตึง!

ล้อเหล็กของรถม้าพระราชทานเสริมเกราะทองคำแท้แห่งแคว้นต้าซิง บดขยี้ลงบนแผ่นศิลาหินอ่อนสีขาวบริสุทธิ์ เสียงฝีเท้าม้าศึกเกราะทองคำนับร้อยนายก้าวเดินอย่างเป็นระเบียบ ท่ามกลางสายลมหอบใหญ่ที่พัดพาเอากลิ่นอายความยิ่งใหญ่โอ่อ่าของศูนย์กลางมหาทวีปมาปะทะขบวนเสด็จ

เบื้องหน้าของพวกเขา... คือกำแพงศิลาหยกขาวสูงตระหง่านเสียดฟ้า ปราการธรรมชาติที่ตั้งตระหง่านแบ่งแยกศูนย์กลางโลก ธงทิวหลากสีสันปักตราสัญลักษณ์แห่ง ‘ร้อยแคว้น’ โบกสะบัดต้านลมหนาวอย่างอหังการ

ทว่า บรรยากาศ ณ ลานกว้างหน้าประตูเมืองในยามนี้ กลับมิได้มีความรื่นเริงสมกับเป็นงานเทศกาลระดับมหาทวีปแม้แต่น้อย!

ลานหินอ่อนกว้างใหญ่คลาคล่ำไปด้วยขบวนราชทูต แม่ทัพใหญ่ และเชื้อพระวงศ์จากแคว้นมหาอำนาจต่างๆ ที่เดินทางมาถึงก่อนหน้า ทว่าสายตานับพันคู่กลับจับจ้องมายังขบวนรถม้าต้าซิงเป็นจุดเดียว... ด้วยแววตาคมกริบ ระแวดระวัง และเปี่ยมไปด้วยเจตนาลองดี!

“นั่นหรือ... ขบวนของพญามัจจุราชแห่งต้าซิง เวินเชียนฟาน?”

เสียงกระซิบกระซาบของแม่ทัพร่างยักษ์แห่ง ‘มหาอาณาจักรแดนใต้’ ดังขึ้นอย่างดูแคลน สายตาจ้องเขม็งไปยังตราสัญลักษณ์พยัคฆ์เหิน

“ได้ยินว่าแคว้นต้าซิงเพิ่งสยบเป่ยเยี่ยนได้ในการประลองสามด่าน... ซ้ำยังมีข่าวลือว่ามีสตรีลึกลับนามซูเหมย สยบยอดฝีมือค่ายกลและพิษสังหารด้วยมือเปล่า”

ข้างๆ กันคือ ‘แม่ทัพใหญ่แห่งจักรวรรดิศักดิ์สิทธิ์แดนประจิม’ ในชุดเกราะเงินแวววาว ผู้มีแววตาหยิ่งผยอง เขากระตุกยิ้มเย็นชา ยกมือลูบด้ามกระบี่วิเศษข้างเอว

“ข่าวลือของพวกแคว้นบ้านนอกคอกนา จะเชื่อถืออันใดได้... วันนี้เป็นวันแรกที่ร้อยแคว้นมาชุมนุม หากไม่สั่งสอนให้ต้าซิงรู้สำนึกถึงความต่างชั้น พวกมันคงคิดว่าตนเองยิ่งใหญ่คับใต้หล้า!”

สิ้นเสียงคำราม...

วูบบบบบบบบบบบ!!

คลื่นพลังลมปราณระดับแปดและเก้าชั้นฟ้าจากยอดฝีมือร้อยแคว้นนับสิบนาย พลันระเบิดพวยพุ่งออกมาพร้อมกันดั่งคลื่นยักษ์สึนามิซัดถล่มชายฝั่ง!

อากาศรอบลานประตูเมืองหยกขาวบิดเบี้ยวจนมองเห็นเป็นระลอกคลื่นความร้อน คลื่นลมปราณสะกดข่มอันหนักหน่วงดุจภูผาทับถม โถมซัดเข้าใส่ขบวนทหารเกราะทองคำของต้าซิงโดยตรง หมายจะกดดันให้ม้าศึกคุกเข่า และบังคับให้ทหารต้าซิงเข่าทรุดอับอายขายขี้หน้าต่อหน้าธารกำนัลทั้งมหาทวีป!

“อึก...!”

ทหารม้าเกราะทองคำแถวหน้าเริ่มหายใจติดขัด กล้ามเนื้อขาสั่นเกร็ง เส้นเลือดปูดโปน พลทหารบางนายถึงกับหน้าซีดเผือด แข้งขาอ่อนแรงจนแทบจะยันตัวไม่อยู่!

ภายในรถม้าพระราชทาน...

แววตาของ ‘เวินเชียนฟาน’ พลันมืดครึ้มลงดั่งท้องฟ้าก่อนพายุคลั่ง!

มือหนาของชินอ๋องกำด้ามกระบี่ประจำกายแน่นจนข้อนิ้วลั่นสะท้าน จิตสังหารและคลื่นปราณเก้าชั้นฟ้าอันเยือกเย็นดั่งก้นบึ้งนรกภูมิปะทุเดือดรอบกาย อุณหภูมิในรถม้าลดฮวบลงสู่จุดเยือกแข็ง!

‘พวกสุนัขร้อยแคว้น... กล้าดียังไงมาปล่อยคลื่นปราณคุกคามยอดดวงใจของข้า!’ ชินอ๋องเค้นเสียงต่ำในลำคอ แววตาลุกโชนด้วยเพลิงโทสะระดับล้างพิภพ ‘หากพวกเจ้าอยากลองดี ข้า เวินเชียนฟาน จะสะบั้นคอพวกเจ้าให้เหี้ยนหน้าประตูเมืองเดี๋ยวนี้!’

ในจังหวะที่พญามัจจุราชกำลังจะดีดตัวพุ่งทะยานออกไปบดขยี้ศัตรูนั้นเอง...

ปัง!

บานประตูรถม้าพระราชทานกลับถูกฝ่ามือเล็กๆ ผลักเปิดออกอย่างแรงเสียก่อน!

“โอ๊ยยยยยยย! เมื่อยโว้ยยยยยยย!”

เสียงแจ๋วๆ กวนประสาทดังลั่นทะลวงผ่านคลื่นลมปราณสะกดข่มออกมา!

ร่างหนึ่งในชุดฮั่นฝูสีชมพูกลีบบัว ‘รุ่นมหากระสอบเสบียง ขยายพอง 6 เท่า’ ค่อยๆ ก้าวเตาะแตะออกมาจากประตูรถม้า... ชายกระโปรงที่ยัดช่องกระเป๋าซ่อนไว้แน่นเอี๊ยดส่งผลให้ร่างของนางดูกลมฟูฟ่องดุจซาลาเปายักษ์เดินได้

มะลิในสภาพขอบตาคล้ำเล็กน้อย ใบหน้ายังคงมีร่องรอยความเพลียจากการเดินทางข้ามวันข้ามคืน พยายามก้าวขาลงบันไดรถม้า...

ทว่า... ความเป็นจริงของสังขารคนยุค 2026 มันช่างโหดร้าย!

กล้ามเนื้อต้นขา สะโพก และแผ่นหลังของมะลิที่เพิ่งกลิ้งตกเนินดินสามตลบเมื่อคืน บวกกับอาการเมารถม้าอย่างรุนแรง พลันออกฤทธิ์ประท้วงอย่างกะทันหัน!

พริบตาที่ปลายเท้าแตะลงบนบันไดขั้นสุดท้าย...

กึก!ยวบ!

“เฮ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!”

หัวเข่าของมะลิพลันอ่อนยวบยาบราวกับเส้นก๋วยเตี๋ยวต้มสุก! ขาสองข้างสั่นพั่บๆๆๆ ปานเจ้าเข้า ร่างทั้งร่างเสียหลักทรุดฮวบ เซถลาหน้าคว่ำพุ่งตรงไปยังพื้นหินอ่อนอย่างน่าเวทนา!

ด้วยสัญชาตญาณเอาชีวิตรอดไม่ให้หน้าแหก มะลิจึงจำต้องย่อตัวลงต่ำ กางแขนสองข้างออกเพื่อทรงตัว สองขาสั่นกระตุกเกร็งดั่งคนกำลังเต้นระบำฮาวาย!

ทว่า... ภาพที่ปรากฏสู่สายตาของยอดฝีมือร้อยแคว้นเบื้องล่างนั้นไซร้!

“...!!”

ดวงตาของแม่ทัพแดนใต้และผู้แทนจักรวรรดิแดนประจิมเบิกกว้างจนแทบถลนหลุดจากเบ้า!

ลมหายใจของยอดฝีมือระดับเก้าชั้นฟ้าสะดุดกึก ร่างกายแข็งทื่อดุจถูกสาป!

‘สวรรค์ชั้นฟ้า...!’ แม่ทัพแดนใต้เหงื่อกาฬไหลพรากเปียกชุ่มแผ่นหลัง สมองถอดรหัสอย่างสะพรึงกลัวขั้นสูงสุด

‘นางย่อตัวลงต่ำอย่างมั่นคง... ปลายเท้าหยั่งรากลึกดั่งขุนเขาไท่ซาน สองแขนกางออกรับคลื่นพลัง... นี่มันคือ ‘ท่าม้าดรรชนีสะกดปฐพี’ ในตำนานบรรพกาลที่สาบสูญไปแล้วไม่ใช่รึ?! ท่าทางที่ขาสั่นกระตุกนั้น มิใช่ความหวาดกลัว... แต่มันคือการสั่นสะเทือนของคลื่นพลังปราณระดับสูงสุดที่กำลังรวบรวมคลื่นพลังสะท้อนกลับ!’

“ระวังตัวด้วย! นางกำลังตั้งท่ารับมือและเตรียมปลดปล่อยพลังทำลายล้าง!” ยอดฝีมือร้อยแคว้นต่างพากันตะโกนเตือนลั่น รีบเกร็งลมปราณรับมือจ้าละหวั่นจนหน้าดำหน้าแดง!

ขณะที่มะลิกำลังจะหน้าทิ่มพื้นดิน: ‘แม่จ๋าช่วยด้วยยยย! ขากูเปลี้ยหมดแล้วว้อยยยย! หน้ากูจะแหกคาพื้นหยกขาวไหมเนี่ยยย!’

หมับ!!

ทว่า ก่อนที่ปลายจมูกของมะลิจะแตะถูกพื้นหินอ่อนเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด...

ท่อนแขนแกร่งอันทรงพลังในชุดเกราะศึกสีดำทมิฬ พลันสอดวาดเข้ามาช้อนประคองเอวบางของนางไว้อย่างมั่นคงและนุ่มนวลที่สุดในโลก!

ฟึ่บ...

แผ่นหลังของมะลิเอนพิงแนบชิดกับแผงอกกว้างอันอบอุ่นดั่งเปลวเพลิง กลิ่นกายบุรุษผสมผสานไม้กฤษณาและชาหอมกรุ่นที่คุ้นเคยโชยเข้าแตะจมูกนางอย่างจัง ลมหายใจอุ่นจัดรินรดลงบนขมับชื้นเหงื่อ

เวินเชียนฟานรวบร่างพองหนาของนางเข้ามาไว้ในอ้อมอกอย่างทะนุถนอม มือหนาอันอบอุ่นเลื่อนลงไปกุมมือเรียวเล็กของมะลิไว้ ก่อนจะ ‘สอดประสานนิ้วมือทั้งห้า’ เข้ากับนิ้วมือของนางอย่างแนบแน่น แนบชิดจนไร้ช่องว่างให้อากาศผ่าน!

เปรี๊ยะ... อุ่นวาบ...

กระแสลมปราณบริสุทธิ์สายหนึ่งที่อบอุ่นดุจธารน้ำแร่ธรรมชาติ ถูกถ่ายทอดผ่านฝ่ามือที่สอดประสาน แล่นพล่านเข้าสู่เส้นชีพจรทั่วร่างของมะลิในเสี้ยววินาที อาการปวดระบมที่สะโพกและหัวเข่าที่สั่นเทิ้มพลันคลายตัวลงอย่างน่าอัศจรรย์ใจ!

เวินเชียนฟานโน้มใบหน้าคมคายหล่อเหลาดุจเทพสวรรค์ลงมาประชิดข้างใบหูเล็กที่เริ่มแดงแจ๋ น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยออกมากระซิบนั้น นุ่มนวล อ่อนโยน และแฝงความหนักแน่นดุจคำสาบานแห่งชีวิต

“จับมือข้าไว้แน่นๆ...”

ชินอ๋องกระชับนิ้วมือที่สอดประสานแน่นขึ้น แววตาคมกริบทอดมองนางด้วยความรักลึกซึ้งเกินพรรณนา

“ตราบใดที่เจ้าก้าวเดินเคียงข้างข้า... ไม่มีผู้ใดในใต้หล้ากล้าทำร้ายเจ้าได้ ยอดดวงใจของข้า”

เปรี้ยงงงงง!

เหมือนมีประกายไฟระเบิดในหัวใจของสาวโสดปี 2026!

มะลิที่หายจากอาการวิงเวียน เงยหน้าขึ้นสบเข้ากับดวงตาคมกริบระยะประชิดแบบ 4K... สัมผัสไออุ่นจากฝ่ามือหนาที่กุมนางไว้แน่นหนา และแววตาที่พร้อมจะทำลายล้างคนทั้งโลกเพื่อปกป้องนาง ทำเอาก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายกระตุกเต้นรัวกระหน่ำดั่งกลองศึก!

ตึก... ตัก... ตึก... ตัก...!

ใบหน้าของมะลิเห่อร้อนวาบจนแดงแจ๋ลามไปถึงลำคอ หัวใจเต้นผิดจังหวะจนแทบจะลืมหายใจ

‘เชี่ยเอ๊ย...’ มะลิคิดในใจ สติแทบหลุดลอย ‘ประธานบริษัทสายเปย์เล่นซีนโรแมนติกกลางถนนแบบนี้... ใครมันจะไปทนไหววะ หล่อจนใจเจ็บขนาดนี้ สาวโสดอย่างกูจะละลายคาอกแล้วนะเว้ย!’

และในจังหวะนั้นเอง...

เมื่อไออุ่นลมปราณของชินอ๋องช่วยคลายความเจ็บปวดจนหมดสิ้น มะลิจึงสูดหายใจเข้าปอดลึกสุดกำลังดัง...

เฮือกกกกกกกกกกกก!!

มะลิเหยียดตัวตรงขึ้นอย่างสง่างาม ฉีกยิ้มแป้นฟันขาวด้วยความสดชื่นเต็มคาราเบล!

ทว่า... จังหวะนรกแตกแห่งชะตากรรม!

จังหวะที่มะลิสูดลมหายใจและยืดตัวขึ้นอย่างกะทันหัน คลื่นลมปราณสะกดข่มมหาศาลของร้อยแคว้นที่กำลังโถมซัดเข้ามา ดันพุ่งเข้าปะทะกับ ‘พรดวงแข็งขั้นสูงสุด + ม่านไอวิญญาณนรกที่ยมทูตหมายเลข 7 เคยร่ายเคลือบไว้’ ในร่างของนางอย่างจัง!!

เปรี๊ยะ... บึ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!!

เกิดเสียงระเบิดกึกก้องกัมปนาทสะท้านฟ้าดิน!

คลื่นพลังสะท้อนกลับอันบ้าคลั่งไร้รูป พลันระเบิดย้อนศรออกจากร่างของมะลิ พุ่งทะยานซัดกลับไปใส่บรรดายอดฝีมือร้อยแคว้นดั่งคลื่นยักษ์ตีกลับ!

ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!!

“อั่ก...!”

“พรวดดดดดด!”

เสียงกระอักลมหายใจดังระงมไปทั่วลานประตูเมืองหยกขาว!

แม่ทัพใหญ่แห่งมหาอาณาจักรแดนใต้ และผู้แทนจักรวรรดิศักดิ์สิทธิ์แดนประจิม ถึงกับหน้าซีดเผือด เลือดลมในกายตีกลับอย่างรุนแรงจนเลือดซึมมุมปาก! ร่างกายสูงใหญ่เซถอยหลังไปคนละสามก้าวจนพื้นหินอ่อนแตกร้าว! ขุนนางและยอดฝีมือที่พลังยุทธ์ต่ำกว่าถึงกับทรุดเข่าลงกระแทกพื้น หอบหายใจรวยรินด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด!

“พ... พลังสะท้อนกลับอันใดกันเนี่ย?!”

“นาง... นางเพียงแค่สูดหายใจเข้าลึกครั้งเดียว ก็สลายคลื่นพลังร่วมของร้อยแคว้นจนพังพินาศเชียวรึ?!”

“บารมีสะท้านฟ้า... นางคือจอมมารซูเหมยผู้ไร้เทียมทานโดยแท้จริง!”

ความเงียบกริบระดับสุสานโบราณเข้าปกคลุมลานประตูเมืองหยกขาวอีกครั้ง... ธงทิวร้อยแคว้นลู่ลงด้วยความยำเกรง ไม่มีผู้ใดกล้าแม้แต่จะส่งเสียงหายใจแรงแม้แต่คนเดียว!

ท่ามกลางสายตาตกตะลึงค้างของคนทั้งมหาทวีป...

เวินเชียนฟานยังคงสอดประสานนิ้วมือ กุมมือเรียวของมะลิไว้แน่นหนา ร่างสูงสง่างามในชุดเกราะศึกสีดำก้าวเดินเคียงคู่พานางก้าวข้ามผ่านประตูเมืองหยกขาวเข้าไปอย่างช้าๆ สง่างาม โอ่อ่า ดุจพญามังกรทมิฬเคียงคู่พญาหงส์เพลิงผู้ครองพิภพ!

บนยอดหอคอยสูงเสียดฟ้าข้างประตูเมือง...

‘เยี่ยหาน’ ยอดองครักษ์เงามือหนึ่งแห่งมหาจักรวรรดิบูรพา แอบซุ่มมองภาพเหตุการณ์ทั้งหมดผ่านรอยแยกของหลังคาหินอ่อน...

ดวงตาคมกริบดั่งพญาเหยี่ยวของยอดสายลับ บัดนี้เอ่อล้นไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความปลาบปลื้มใจ! น้ำตาอุ่นๆ ไหลพรากอาบสองแก้ม มือขวายกขึ้นทบอก ทรุดเข่าลงข้างหนึ่งคำนับไปทางร่างของมะลิด้วยความศรัทธาสูงสุดในวิญญาณ!

‘สวรรค์ชั้นฟ้า... บรรพกษัตริย์แห่งบูรพาโปรดทรงเป็นพยาน!’ เยี่ยหานสะอื้นไห้ในใจด้วยความตื้นตัน ‘องค์หญิงเก้า... แม้ต้องเผชิญหน้ากับคลื่นพลังสะกดข่มของร้อยแคว้น พระองค์ก็ยังคงกุมมือเคียงคู่คนรัก ยืนหยัดอย่างสง่างาม และสยบใต้หล้าได้ในลมหายใจเดียว! ช่างทรงบารมีและสง่างามสมเป็นสายเลือดมังกรบรรพกาลโดยแท้จริง!’

ทว่า... ตัดภาพลงมาที่พญาหงส์เพลิงผู้กอบกู้พิภพ!

ขณะที่ทุกคนกำลังซาบซึ้งและหวาดผวาในบารมีอันยิ่งใหญ่...

มะลิที่เดินกุมมือชินอ๋องก้าวผ่านธรณีประตูเมืองเข้ามา จู่ๆ จมูกของนางก็เริ่มกระตุกฟุดฟิด!

ฟุดฟิด... ฟุดฟิด!

กลิ่นหอมกรุ่นของเนื้อแกะย่างเตาถ่าน กลิ่นกุ้งเผา และกลิ่นน้ำซุปตุ๋นโสมพันปีจากตำหนักจัดเลี้ยง ลอยมาแตะจมูกสาวคอนเทนต์ครีเอเตอร์ปี 2026 เข้าอย่างจัง!

โครกคราก... จ๊อกกกกกกกกก!

เสียงกระเพาะอาหารของมะลิส่งเสียงประท้วงคำรามลั่นประหนึ่งฟ้าร้องกลางวันแสกๆ!

มะลิหันขวับไปมองชินอ๋อง ตากลมโตเบิกกว้างเป็นประกายเงินดอลลาร์ $\$100$ ผสมจานกุ้งมังกรยักษ์ทันที นางกระตุกมือที่กุมไว้แล้วกระซิบถามเสียงแจ๋วตัดอารมณ์ความขรึมจนหมดสิ้น!

“ท่านอ๋องคะ! ซุ้มหมูหันกับกุ้งมังกรอยู่อีกไกลไหมคะเนี่ย? กลิ่นอาหารมันลอยมาเตะจมูกฉันจนน้ำลายสอ ท้องร้องจ๊อกๆ แสบไส้ไปหมดแล้วค่ะ! รีบเดินเร็วๆ สิคะ เดี๋ยวคนอื่นแย่งหมด!”

เวินเชียนฟาน: “...” (มุมปากกระตุกเบาๆ ก่อนจะหลุดยิ้มละมุนด้วยความเอ็นดูสุดหัวใจ)

“ตามใจเจ้า... ข้าจะพาเจ้าไปกินเดี๋ยวนี้”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกิดใหม่ทั้งที ศพดันถูกเผาไปแล้ว!   ตอนที่ 34

    ยามเว่ย (ประมาณ 14.00 น.) ณ ลานกว้างหน้าประตูเมืองหยกขาว มหานครเทียนหยวนครืนนนนนน... ตึง! ตึง!ล้อเหล็กของรถม้าพระราชทานเสริมเกราะทองคำแท้แห่งแคว้นต้าซิง บดขยี้ลงบนแผ่นศิลาหินอ่อนสีขาวบริสุทธิ์ เสียงฝีเท้าม้าศึกเกราะทองคำนับร้อยนายก้าวเดินอย่างเป็นระเบียบ ท่ามกลางสายลมหอบใหญ่ที่พัดพาเอากลิ่นอายความยิ่งใหญ่โอ่อ่าของศูนย์กลางมหาทวีปมาปะทะขบวนเสด็จเบื้องหน้าของพวกเขา... คือกำแพงศิลาหยกขาวสูงตระหง่านเสียดฟ้า ปราการธรรมชาติที่ตั้งตระหง่านแบ่งแยกศูนย์กลางโลก ธงทิวหลากสีสันปักตราสัญลักษณ์แห่ง ‘ร้อยแคว้น’ โบกสะบัดต้านลมหนาวอย่างอหังการทว่า บรรยากาศ ณ ลานกว้างหน้าประตูเมืองในยามนี้ กลับมิได้มีความรื่นเริงสมกับเป็นงานเทศกาลระดับมหาทวีปแม้แต่น้อย!ลานหินอ่อนกว้างใหญ่คลาคล่ำไปด้วยขบวนราชทูต แม่ทัพใหญ่ และเชื้อพระวงศ์จากแคว้นมหาอำนาจต่างๆ ที่เดินทางมาถึงก่อนหน้า ทว่าสายตานับพันคู่กลับจับจ้องมายังขบวนรถม้าต้าซิงเป็นจุดเดียว... ด้วยแววตาคมกริบ ระแวดระวัง และเปี่ยมไปด้วยเจตนาลองดี!“นั่นหรือ... ขบวนของพญามัจจุราชแห่งต้าซิง เวินเชียนฟาน?

  • เกิดใหม่ทั้งที ศพดันถูกเผาไปแล้ว!   ตอนที่ 33

    ยามโฉ่ว (ประมาณ 01.30 น.) ณ ลานหินใต้หน้าผา ป่าไผ่ท้ายหุบเขาเพลิงบรรลัยกัลป์อีกด้านหนึ่งหลังโขดหินใหญ่เบื้องบน!ยมทูตหมายเลข 7 ทรุดตัวลงนั่งแปะกับพื้นดิน สองมือยกขึ้นทบอก ปาดเหงื่อกาฬที่เปียกชุ่มหน้าผากขาวซีดอย่างโล่งอก“เฮ้อออออออออ! รอดตายหวุดหวิดไปอีกหนึ่งวัน!” ยมทูตหอบหายใจรัวๆ รีบเก็บพัดเวทมนตร์เข้าเอวอย่างลนลานทว่า พริบตานั้นเอง... สัมผัสวิญญาณของยมทูตพลันสะดุ้งวาบ เมื่อคลื่นรังสีสังหารระดับเก้าชั้นฟ้าและจิตคุกคามอันบ้าคลั่งของชินอ๋องกำลังควบม้าศึกทะลวงป่าใกล้เข้ามาทุกขณะ!‘เชี่ยแล้วววววว! จิตคุกคามของพญามัจจุราชเมืองมนุษย์มาโน่นแล้ว!’ ยมทูตหมายเลข 7 ขนหัวลุกชันชี้ฟ้า หน้าซีดยิ่งกว่ากระดาษไหว้เจ้า ‘ขืนมัวอยู่ต่อให้ลมปราณอ๋องซัดกระเจิง หรือโดนจับได้ว่ายมทูตนรกแอบแทรกแซงชะตามนุษย์ ข้าโดนท่านพญายมถีบลงกระทะทองแดงรอบสองแน่! แม่หนูมะลิเอ๋ย... เจ้าปลอดภัยแล้ว ข้าขอชิ่งกลับไปนอนตีพุงที่นรกก่อนละเว้ย!’พูดจบ ยมทูตหมายเลข 7 ก็สะบัดก้น วาร์ปมุดมิติหายวับกลับสู่นรกภูมิอย่างรวดเร็วปานฟ้าแลบ! ทิ้งไว้เพียงเสียงฝ

  • เกิดใหม่ทั้งที ศพดันถูกเผาไปแล้ว!   ตอนที่ 32

    ยามเหม่า (ประมาณ 06.00 น.) ณ ลานหน้าประตูพระราชวังหลวงต้าซิง สู่ประตูเมืองหลวงแสงเงินแสงทองจับขอบฟ้า รุ่งอรุณแห่งประวัติศาสตร์สาดส่องลงมากระทบธงรบสีแดงชาดปักดิ้นทองคำลายพยัคฆ์เหินที่โบกสะบัดต้านลมหนาวกองทัพทหารม้าเกราะทองคำนับร้อยนายตั้งแถวหน้ากระดานตระหง่าน แผ่รังสีพลังยุทธ์เข้มข้นน่าเกรงขาม รถม้าพระราชทานเสริมแผ่นเกราะทองคำแท้ทั้งคันจอดเทียบอย่างโอ่อ่าสง่างามฮ่องเต้ต้าซิงในชุดมังกรเต็มยศเสด็จมาส่งขบวนด้วยพระพักตร์ซาบซึ้งระคนวิตกกังวลทว่า... พริบตาที่ประตูด้านข้างเปิดออก!ร่างหนึ่งก็ค่อยๆ ก้าวอุ้ยอ้ายออกมาสู่สายตาของธารกำนัล...กึก... ตึง... ตึง...เสียงฝีเท้าหนักแน่นแปลกประหลาด ทำเอาพื้นหินขัดเงาหน้าประตูวังแทบสะเทือน!มะลิปรากฏตัวในชุดฮั่นฝูสีชมพูกลีบบัว ‘รุ่นมหากระสอบเสบียง ขยายพอง 6 เท่า’!ชายกระโปรงและซับในถูกยัดช่องกระเป๋าสิบช่อง แขนเสื้อสี่ช่อง และรอบเอวอีกหกช่อง ส่งผลให้ร่างบางของนางพองฟูฟ่องแน่นเอี๊ยดจนดูกลมดุจซาลาเปายักษ์เดินได้! นางจำต้องเดินกางขาเตาะแตะ ส่ายไปส่ายมาดุจเพนกวินยักษ์หลงฝูง

  • เกิดใหม่ทั้งที ศพดันถูกเผาไปแล้ว!   ตอนที่ 31

    ยามสายแก่ๆ ณ ลานหน้าเรือนพักท้ายสวน วังชินอ๋องสายลมอุ่นพัดเอื่อยๆ พัดพาเอาชายเสื้อคลุมสีดำของ ‘เวินเชียนฟาน’ พลิ้วไหวเบาๆมือหนาอันอบอุ่นของชินอ๋องยังคงกุมมือเรียวของมะลิไว้แน่นหนาราวกับจะหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน แววตาคมกริบเปี่ยมล้นไปด้วยความเว้าวอน จริงจัง และลึกซึ้งดุจห้วงสมุทรไร้ก้นบึ้งเขากลั้นลมหายใจ รอคอยการตอบสนองของสตรีตรงหน้า... รอคอยหยาดน้ำตาแห่งความหวาดกลัว หรือการโผเข้าซบอกกว้างของเขาเพื่อแสวงหาที่พึ่งพิงอันปลอดภัยในยามที่มรสุมสงครามระดับมหาทวีปกำลังจะพัดถล่มทว่า...ตัดภาพมาที่สัญญาณคลื่นสมองระดับ 5G ของ ‘มะลิ’ สาวคอนเทนต์ครีเอเตอร์ปี 2026!มะลิไม่ได้ฟังคำสาบานพร้อมเอาชีวิตเข้าแลกของเขาเลยแม้แต่ครึ่งคำ!สายตาอันเฉียบไวของนักล่าโปรโมชัน มองทะลุตัวอักษรราชโองการสีทองและตราประทับมังกรห้าเล็บ... ดิ่งตรงลงไปสะดุดกึกเข้ากับ ‘บันทึกรายการพระกระยาหารรับรองร้อยแคว้น’ ที่สลักด้วยอักษรตัวจิ๋วไว้ท้ายเทียบเชิญทองคำอย่างพอดิบพอดี!‘หมูหันจักรพรรดิบูรพา...’&ls

  • เกิดใหม่ทั้งที ศพดันถูกเผาไปแล้ว!   ตอนที่ 30

    ตัดกลับมาในห้องนอน...ยมทูตหมายเลข 7 เห็นเงาร่างชุดเทานอกหน้าต่างล่าถอยหนีไป ก็ถอนหายใจยาวเฮือกใหญ่จนพุงยุบ ปาดเหงื่อกาฬที่ท่วมหน้าผาก“เฮ้ออออออ! รอดตายหวุดหวิด!” ยมทูตเก็บพัดเวทมนตร์เข้าเอว “นักฆ่ากระจอกแท้ พอเห็นเวทมนตร์นรกของข้าถึงกับตกใจวิ่งหนีป่าราบ! สบายใจละ ข้ากลับไปนอนตีพุงที่นรกดีกว่า!”พูดจบ ยมทูตหมายเลข 7 ก็สะบัดก้น วาร์ปมุดกลับเข้าตู้เสื้อผ้าหายวับไป ทิ้งไว้เพียงคราบซอสหม่าล่าบนคอมะลิที่ค่อยๆ ดับแสงลง กลับมาเป็นคราบน้ำมันพริกสีแดงธรรมดาๆ ตามเดิมยามโฉ่ว (ประมาณ 01.30 น.) ณ ลานหน้าเรือนพักท้ายสวน วังชินอ๋องสายลมราตรีพัดกรรโชกหวีดหวิว พัดพาเอาใบไม้แห้งหมุนวนเป็นเกลียว...แม้ผืนฟ้าจะมืดมิดไร้ดวงดาว ทว่าบรรยากาศรอบเรือนท้ายสวนกลับคุกรุ่นไปด้วยรังสีอำมหิตอันเยียบเย็นดุจก้นบึ้งนรกภูมิ!กึก... กึก...ร่างสูงโปร่งสง่างามของ ‘เวินเชียนฟาน’ ในชุดคลุมผ้าไหมสีดำสนิท ก้าวเดินตรวจตรารอบแนวกำแพงเรือนท้ายสวนด้วยตนเอง ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีทอดมองขึ้นไปยังกิ่งไม้ใหญ่ข้างหน้าต่างห้อ

  • เกิดใหม่ทั้งที ศพดันถูกเผาไปแล้ว!   ตอนที่ 29

    ยามซวี (ประมาณ 19.30 น.) ณ ลานหน้าเรือนพักท้ายสวน วังชินอ๋องกลิ่นหอมกรุ่นของควันเตาถ่าน เครื่องเทศหม่าล่า และน้ำกะทิหวานมัน ฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วลานเรือนท้ายสวนจนแทบแยกไม่ออกว่านี่คือตำหนักอ๋องหรือถนนคนเดินเยาวราชโบราณ!ผลพวงจากการระดมพลบอดี้การ์ดสายเปย์เมื่อบ่ายแก่ๆ...บัดนี้ ขบวนทัพนักรบเกราะทองคำนับสิบนายที่เพิ่งเดินกลับมาจากตลาดเมืองหลวง ต่างพากันวาง ‘ตะกร้าสานใบยักษ์’ ลงบนลานหินดัง ตึง! ตึง! ในตะกร้าอัดแน่นไปด้วยหมูสะเต๊ะร้อนๆ น้ำเต้าหู้ทรงเครื่อง เกาลัดคั่วหอมฉุย และเนื้อแกะย่างเสียบไม้อีกนับร้อยๆ ไม้!“ขอบคุณพี่ๆ ทุกคนมากนะคะ!” มะลิในชุดฮั่นฝูสีชมพูทรงหลวม นั่งขัดสมาธิอยู่บนตั่งไม้หน้าเรือน โบกมือทักทายเหล่าทหารอย่างร่าเริง “วางไว้ตรงนั้นแหละค่ะ! ใครหิวก็หยิบไปแทะคนละสิบไม้ยี่สิบไม้ได้เลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ!”“มิกล้าพะยะค่ะพระชายาเอก! พวกเราขอถวายการอารักขาอยู่รอบนอกพะยะค่ะ!”เหล่านักรบเกราะทองคำคุกเข่าประสานมืออย่างพร้อมเพรียง แววตาเปี่ยมล้นไปด้วยความจงรักภักดี ก่อนจะล่าถอยออกไปยืนค

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status