Share

ตอนที่ 33

last update publish date: 2026-09-21 12:00:39

ยามโฉ่ว (ประมาณ 01.30 น.) ณ ลานหินใต้หน้าผา ป่าไผ่ท้ายหุบเขาเพลิงบรรลัยกัลป์

อีกด้านหนึ่งหลังโขดหินใหญ่เบื้องบน!

ยมทูตหมายเลข 7 ทรุดตัวลงนั่งแปะกับพื้นดิน สองมือยกขึ้นทบอก ปาดเหงื่อกาฬที่เปียกชุ่มหน้าผากขาวซีดอย่างโล่งอก

“เฮ้อออออออออ! รอดตายหวุดหวิดไปอีกหนึ่งวัน!” ยมทูตหอบหายใจรัวๆ รีบเก็บพัดเวทมนตร์เข้าเอวอย่างลนลาน

ทว่า พริบตานั้นเอง... สัมผัสวิญญาณของยมทูตพลันสะดุ้งวาบ เมื่อคลื่นรังสีสังหารระดับเก้าชั้นฟ้าและจิตคุกคามอันบ้าคลั่งของชินอ๋องกำลังควบม้าศึกทะลวงป่าใกล้เข้ามาทุกขณะ!

‘เชี่ยแล้วววววว! จิตคุกคามของพญามัจจุราชเมืองมนุษย์มาโน่นแล้ว!’ ยมทูตหมายเลข 7 ขนหัวลุกชันชี้ฟ้า หน้าซีดยิ่งกว่ากระดาษไหว้เจ้า ‘ขืนมัวอยู่ต่อให้ลมปราณอ๋องซัดกระเจิง หรือโดนจับได้ว่ายมทูตนรกแอบแทรกแซงชะตามนุษย์ ข้าโดนท่านพญายมถีบลงกระทะทองแดงรอบสองแน่! แม่หนูมะลิเอ๋ย... เจ้าปลอดภัยแล้ว ข้าขอชิ่งกลับไปนอนตีพุงที่นรกก่อนละเว้ย!’

พูดจบ ยมทูตหมายเลข 7 ก็สะบัดก้น วาร์ปมุดมิติหายวับกลับสู่นรกภูมิอย่างรวดเร็วปานฟ้าแลบ! ทิ้งไว้เพียงเสียงฝีเท้าม้าศึกที่กำลังควบกระหน่ำฝ่าพงไผ่ตามรอยมะลิมาด้วยความคลุ้มคลั่ง!

สายลมหนาวเหน็บยามดึกสงัดพัดหวีดหวิวผ่านกิ่งไผ่ เสียงใบไม้เสียดสีดังซ่าคล้ายเสียงคลื่นกระทบฝั่ง ท้องฟ้าเบื้องบนไร้แสงจันทร์ มีเพียงดวงดาวระยิบระยับที่ส่องแสงสลัวลงมากระทบคราบเขม่าควันดำ

ใต้ชะง่อนผาหินแคบๆ มะลินั่งคุดคู้กอดเข่าตัวกลมดุจก้อนแป้งต้ม สองมือยังคงกำด้ามกระทะเหล็กสีดำทมิฬไว้แน่นหนาแนบอกไม่ยอมปล่อย ร่างบางสั่นเทิ้มงันงกด้วยความหนาวเหน็บผสมผสานกับอาการช็อกสุดขีดที่เพิ่งรอดพ้นจากคมดาบมัจจุราชมาหมาดๆ

ใบหน้าน่ารักที่เคยผุดผ่อง บัดนี้มอมแมมไปด้วยคราบเขม่าดินปืนและฝุ่นดิน แก้มสองข้างเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาที่ไหลพรากเป็นทางยาว รองเท้าผ้าไหมฉีกขาดจนเห็นปลายนิ้วเท้า ชายกระโปรงฮั่นฝูพองหกเท่าขาดวิ่นจนดูเหมือนซาลาเปาโดนสุนัขแทะ

“ฮึก... ฮืออออ...” มะลิสะอึกสะอื้นจนตัวโยน ปากสั่นระริกพึมพำกับกระทะเหล็กในอ้อมอก “หม้อซุปหม่าล่าคว่ำหมดเลย... กระทะใบโปรดก็ก้นบุบ... เกือบโดนฟันคอขาดตายห่าคาป่าไผ่แล้วไหมล่ะกู... ไอ้คุณพี่ยมทูตก็หายหัวไปไหนไม่รู้... อาชูจะรอดไหมเนี่ย...”

กุบกับ! กุบกับ! กุบกับ!

ทันใดนั้นเอง! เสียงฝีเท้าม้าศึกควบกระหน่ำฝ่าพงหนามและกิ่งไผ่หักดังสะท้านป่าดุจฟ้าผ่ากลางราตรี!

รังสีสังหารและจิตคุกคามอันบ้าคลั่งปะทุเดือดจนอากาศรอบข้างแทบจับตัวเป็นน้ำแข็ง!

ฟึ่บ!

ม้าศึกขนสีดำทมิฬกระโจนข้ามเนินดินสูงชันลงมาหยุดกึกตรงหน้าลานหิน!

บนหลังม้า... ร่างสูงโปร่งสง่างามในชุดเกราะศึกสีดำขลิบทองคำของ ‘เวินเชียนฟาน’ ทะยานตัวลงจากหลังม้าอย่างไม่คิดชีวิต!

แววตาคมกริบที่เคยเยือกเย็นดุจน้ำแข็ง บัดนี้แดงก่ำด้วยความตื่นตระหนกและหวาดกลัวต่อการสูญเสียถึงขีดสุด ผมเผ้าหลุดลุ่ยจากสายรัดทองคำ เสื้อเกราะมีรอยเลือดศัตรูเปรอะเปื้อน ทว่าสายตาของพญามัจจุราชแห่งต้าซิงกลับไม่สนใจสิ่งใดในโลกอีกต่อไป... นอกจากร่างเล็กที่นั่งคุดคู้อยู่ใต้โขดหิน!

“ซูเหมย!!”

น้ำเสียงทุ้มต่ำตวาดก้องด้วยความสั่นเครืออย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในชีวิตของเขา!

เคร้ง!!

กระบี่ประจำกายเล่มงามที่สังหารศัตรูมานับหมื่น ถูกชินอ๋องเหวี่ยงทิ้งลงบนพื้นหินอย่างไร้ใยดี!

เวินเชียนฟานพุ่งตัวเข้าไปคุกเข่าลงบนพื้นดินเฉอะแฉะ โผเข้ากอดรัดร่างบางของมะลิไว้แนบอกอย่างรวดเร็วและรุนแรงปานจะกลืนกินนางเข้าไปในวิญญาณ!

หมับ!!

ท่อนแขนแกร่งทั้งสองข้างโอบรัดรอบแผ่นหลังของนางแน่นหนาจนมะลิแทบจมหายเข้าไปในแผงอกกว้าง ไออุ่นร้อนผ่าวดั่งเปลวเพลิงจากร่างกายของบุรุษหนุ่มแผ่ซ่านทะลุผ่านความหนาวเหน็บเข้าสู่ร่างของนางในทันที ทว่า... สิ่งที่ทำให้มะลิถึงกับชะงักงัน คือท่อนแขนและร่างกายของชินอ๋องที่กำลัง ‘สั่นสะท้าน’ อย่างบ้าคลั่ง!

ชินอ๋องปลดเสื้อคลุมขนจิ้งจอกหิมะสีดำตัวหนาออกจากร่างตนเอง แล้วบรรจงห่อคลุมร่างของมะลิไว้แน่นหนาถึงสองชั้น สองมือหนาอันอบอุ่นที่เปื้อนคราบเขม่าประคองแก้มมอมแมมของนางขึ้นมาอย่างทะนุถนอมราวกับนางเป็นแก้วผลึกที่พร้อมจะแตกสลาย

ริมฝีปากหยักลึกของเขาจุมพิตลงบนขมับชื้นเหงื่อและหน้าผากของนางซ้ำๆ อย่างลนลาน น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยออกมาสั่นพร่าและแหบแห้งจนแทบขาดใจ

“เจ้าปลอดภัยแล้ว... ขวัญเอ๋ยขวัญมานะ ยอดดวงใจของข้า... ข้าอยู่นี่แล้ว ข้าขอโทษ... ข้าขอโทษที่มาช้า ปล่อยให้เจ้าต้องเผชิญหน้ากับความกลัวเพียงลำพัง...”

สัมผัสอันอ่อนโยน น้ำเสียงที่เว้าวอนด้วยความรักแท้จริง และอ้อมกอดที่แนบแน่นจนได้ยินเสียงหัวใจของเขาเต้นรัวกระหน่ำดั่งกลองศึก... ทำเอากำแพงความปากเก่งของสาวโสดปี 2026 พังทลายลงในพริบตาเดียว!

โฮฮฮฮฮฮฮฮ!

มะลิระเบิดเสียงร้องไห้ออกมาลั่นป่า สองมือทิ้งด้ามกระทะเหล็กลงพื้นดิน แล้วเอื้อมไปกำสาบเสื้อเกราะของชินอ๋องไว้แน่น ซบหน้าผากมอมแมมลงกับซอกคออุ่นของเขาอย่างลืมตัว ร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวโยน

“ฮือออออ! ท่านอ๋องงงงงง! ฮือๆๆๆ! หม้อซุปหม่าล่าของฉันคว่ำหมดเลยค่ะ! น้ำแกงลวกขาฉันจนแสบไปหมด! ควันไฟก็เข้าตาจนมองไม่เห็นทาง แล้วไอ้บ้านั่นมันก็กระโดดลงมาจากต้นไม้จะเอามีดมาปาดคอฉันอีก! ฉันกลัวแทบตายเลยนะคะ ฮืออออออ!”

เวินเชียนฟานกอดกระชับร่างนางแน่นขึ้น ลูบแผ่นหลังบางเบามือ โน้มใบหน้าลงแนบชิดแก้มเนียน ปลอบประโลมด้วยความเจ็บปวดในอก

“ข้ารู้แล้ว... ข้ารู้แล้ว ข้าจะสั่งประหารพวกมันให้หมดทั้งเผ่าพันธุ์ จะไม่มีใครหน้าไหนได้แตะต้องเจ้าอีก”

“ฮึก... ละ... แล้วอาชูล่ะคะท่านอ๋อง? อาชูโดนระเบิดตายหรือยังคะ? ฮืออออ!” มะลิเงยหน้าถามทั้งน้ำตาตื่นตระหนก

ชินอ๋องยิ้มละมุนอย่างอ่อนโยน ยกนิ้วหัวแม่มือขึ้นเกลี่ยหยดน้ำตาที่แก้มป่องของนางอย่างแผ่วเบา

“สาวใช้ของเจ้าปลอดภัยดี ชางสิงพานางถอยร่นไปแนวหลังอย่างปลอดภัยแล้ว ยามนี้นางนั่งกอดห่อเกาลัดคั่วร้องไห้รอเจ้าอยู่ที่ค่ายสำรองด้านหลัง... วางใจเถิด ไม่มีใครเป็นอะไรทั้งสิ้น”

ได้ยินว่าอาชูปลอดภัยและห่อเกาลัดยังอยู่ดี มะลิก็สูดน้ำมูกดัง ฟึ้ด! พลางถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก หัวใจที่เคยเต้นระทึกด้วยความหวาดกลัวค่อยๆ ผ่อนคลายลง ความอบอุ่นจากอ้อมกอดของชินอ๋องทำให้ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายของนางกระตุกเต้นผิดจังหวะ ใบหน้าเห่อร้อนขึ้นมาวูบหนึ่งอย่างไม่อาจควบคุมได้

‘เชี่ยเอ๊ย...’ มะลิคิดในใจพลางกะพริบตาปริบๆ ‘อ้อมกอดประธานบริษัทสายเปย์นี่มันอุ่นขนาดนี้เลยเหรอวะ... กลิ่นตัวก็หอมจนใจสั่น... สาวโสดสามสิบปีอย่างกูจะหวั่นไหวกับความอ่อนโยนนี้ไม่ได้นะเว้ย!’

ทว่า... ในจังหวะนั้นเอง!

ฟึ่บ!

เงาร่างสีดำสนิทของ ‘โม่เฟิง’ ทะยานลงมาจากยอดไผ่ คุกเข่าลงบนพื้นดินห่างออกไปสิบก้าวเพื่อรายงานสถานการณ์

“เรียนท่านอ๋อง! กองกำลังแคว้นซีเหลียงด้านหน้าถูกบดขยี้ราบคาบหมดสิ้นแล้วพะยะค่ะ! และ... เอ่อ...”

สายตาของยอดองครักษ์เงาเหลือบไปเห็นร่างของ ‘หัวหน้านักฆ่าแห่งซีเหลียง’ ที่นอนหงายหลังสลบเหมือด เลือดกลบปาก ฟันหน้าหลุดร่วงสี่ซี่ กะโหลกหน้าผากยุบเป็นรอยก้นกระทะทรงกลมพอดิบพอดีเป๊ะ!

ข้างๆ ร่างนักฆ่าที่นอนสลบเหมือด... มี ‘กระทะเหล็กก้นลึกสีดำทมิฬ’ ตกอยู่ พร้อมรอยบุบเล็กน้อย!

กริบ...

โม่เฟิงกลืนน้ำลายลงคอดัง เอื้อก! สมองระดับยอดสายลับทำการถอดรหัสระดับเก้าสิบเก้าชั้นฟ้าทันที!

‘สวรรค์ชั้นฟ้า...!’ โม่เฟิงเหงื่อกาฬไหลพราก ขนหัวลุกชันชี้ฟ้า

‘จอมมารซูเหมย... สยบหัวหน้านักฆ่าระดับแปดชั้นฟ้าแห่งซีเหลียง ด้วยศัสตราวุธกระทะเหล็กในกระบวนท่าเดียวจนฟันร่วงกะโหลกยุบ! แล้วแสร้งทำเป็นตัวสั่นสะอึกสะอื้น บ่นเรื่องน้ำซุปหม่าล่าคว่ำ เพื่อให้ท่านอ๋องโผเข้ากอดปลอบขวัญและถ่ายทอดไออุ่นลมปราณให้! ช่างเป็นแผนการลวงรักและมารยาหญิงระดับสะท้านภพสะเทือนสวรรค์โดยแท้จริง!’

โม่เฟิงประสานมือคำนับไปทางมะลิด้วยความยำเกรงสูงสุดในวิญญาณ: ‘ข้าน้อยขอคารวะในความลึกล้ำของท่านจอมมารพะยะค่ะ!’

ยามเฉิน (ประมาณ 08.00 น.) ณ ภายในรถม้าพระราชทานเสริมเกราะทองคำ

แสงตะวันยามเช้าสาดส่องอบอุ่น ขบวนทัพจัดระเบียบใหม่และเคลื่อนพลออกจากแนวเทือกเขาหุบเขาเพลิง มุ่งหน้าเข้าสู่ที่ราบลุ่มใจกลางมหาทวีป

ภายในรถม้าพระราชทานที่บุผ้ากำมะหยี่หนานุ่ม บรรยากาศเงียบสงบและอบอวลไปด้วยกลิ่นยาสมุนไพรหอมกรุ่น

“โอ๊ยยยยยยย! เบาๆ ค่ะท่านอ๋อง! หลังฉันจะหักแล้วววว!”

มะลินอนคว่ำหน้าร้องโอดครวญอยู่บนเบาะนวมหนา ร่างกายระบมไปทุกตารางนิ้วจากการกลิ้งหลุนๆ ตกเนินดินสามตลบเมื่อคืน ขาเปลี้ย แขนล้า สะโพกบวมเป่งจนขยับตัวแทบไม่ไหว

เวินเชียนฟานที่นั่งคุกเข่าอยู่ข้างเบาะ บรรจงใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นผสมยาหม่องสมุนไพรสูตรวังหลวง ประคบลงบนรอยฟกช้ำที่ต้นแขนและหัวไหล่ของนางอย่างแผ่วเบาและทะนุถนอมที่สุด แววตาคมกริบเปี่ยมไปด้วยความเจ็บปวดระคนเป็นห่วง

“อดทนหน่อยนะ... ยาตลับนี้สกัดจากบัวหิมะพันปี จะช่วยคลายเส้นและลดอาการระบมของเจ้า” ชินอ๋องเอ่ยเสียงนุ่มละมุน พลางยกถ้วยชาน้ำผึ้งอุ่นขึ้นมาเป่า แล้วส่งไปจ่อริมฝีปากอิ่ม “จิบชาอุ่นๆ สักนิด จะได้สดชื่นขึ้น”

มะลิชะเง้อคอจิบน้ำชาดัง อึกๆ รสหวานละมุนช่วยให้ชุ่มคอขึ้นมาทันที

“ขอบคุณค่ะท่านอ๋อง... บริการดีระดับเฟิร์สคลาสขนาดนี้ ค่อยยังชั่วหน่อยค่ะ”

“คุณหนูสามเจ้าคะ... ฮือออออ!”

ที่มุมรถม้า ‘อาชู’ นั่งกอดขามะลิไว้แน่น น้ำตานองหน้า ตาบวมเป่งเพราะร้องไห้มาทั้งคืน

“บ่าวผิดเองเจ้าค่ะ! บ่าวน่าจะวิ่งตามคุณหนูไป ไม่น่าปล่อยให้คุณหนูต้องไปสู้รบตบมือกับนักฆ่าตัวคนเดียวเลยเจ้าค่ะ!”

“โอ๊ย อาชูเอ๋ย...” มะลิเอื้อมมือไปตบหัวสาวใช้เบาๆ “แกวิ่งตามมาก็โดนฟันคอคู่สิยะ! อยู่รอดปลอดภัยหิ้วห่อเกาลัดคั่วมาได้เนี่ยแหละ ฉลาดที่สุดแล้ว!”

เวินเชียนฟานมองมะลิด้วยความเอ็นดู เขาก้มลงช่วยจัดผ้าห่มคลุมร่างให้นางเบามือ

“การเดินทางเข้าสู่มหานครเทียนหยวนยังเหลือระยะทางอีกครึ่งวัน... ร่างกายเจ้าบอบช้ำถึงเพียงนี้ หากเจ้าไม่ไหว ข้าจะสั่งให้ขบวนหยุดพักแรมเพื่อรักษาตัวเจ้าก่อน ไม่จำเป็นต้องรีบร้อน”

พริบตาที่คำว่า ‘หยุดพักแรม’ หลุดออกมา...

มะลิที่นอนคว่ำหน้าหมดสภาพ จู่ๆ ก็เบิกตากว้างเท่าไข่ห่าน! พลังใจของนักล่าโปรโมชัน 2026 ปะทุพรวดขึ้นมาทันที!

มะลิพยายามใช้แขนยันตัวลุกขึ้นนั่ง แม้จะปวดระบมจนหน้าเบี้ยว กัดฟันกรอด สูดลมหายใจเข้าลึก เอ่ยด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยวระดับสะเทือนจักรวาล!

“ไม่ได้เด็ดขาดค่ะท่านอ๋อง! ห้ามหยุดพักเด็ดขาดค่ะ!”

มะลิชี้นิ้วขึ้นฟ้า แววตามุ่งมั่นเปล่งประกายดอลลาร์ $\$100$ ผสมจานกุ้งมังกรยักษ์

“เพื่อหมูหันจักรพรรดิบูรพา! เพื่อเป็ดปักกิ่งหมื่นลี้! และกุ้งมังกรเกาะใต้! งานบุฟเฟต์นานาชาติระดับโลกกำลังกวักมือเรียกฉันอยู่ ต่อให้หลังหัก ขาเปลี้ย หรือต้องคลานเข่าเข้าไป ฉันก็จะคลานไปฟาดอาหารให้เกลี้ยงงานให้ได้ค่ะ! สู้โว้ยยยยยยย!”

เวินเชียนฟาน: “...!!” (ยืนนิ่งค้าง ลมหายใจสะดุดกึก!)

สมองระดับมหาอัจฉริยะของพญามัจจุราชแห่งต้าซิง เกิดอาการ Short-Circuit หมุนวนประมวลผลคำพูดของนางอย่างบ้าคลั่งทันที!

‘นางบาดเจ็บระบมไปทั้งกาย... แต่นางกลับมิยอมหยุดพักแม้แต่ก้าวเดียว!’

หัวใจของชินอ๋องเต้นรัวแรงด้วยความตื้นตันและเทิดทูนบูชาในจิตวิญญาณอันแกร่งกล้าของสตรีตรงหน้า

‘คำว่า ‘หมูหันและกุ้งมังกร’ ย่อมเป็นรหัสลับแห่งชัยชนะ! นางกำลังบอกข้าว่า นางจะไม่ยอมให้บาดแผลเล็กน้อยมาขัดขวางภารกิจการสยบมหาทวีปบูรพา! ต่อให้ต้องแลกด้วยกระดูกหัก นางก็พร้อมจะเคียงข้างข้า บุกตะลุยเข้าสู่มหานครศูนย์กลางเพื่อประกาศศักดาต้าซิง! สตรีที่เด็ดเดี่ยวและไร้ความขลาดกลัวเช่นนี้... ข้า เวินเชียนฟาน จะปกป้องนางไว้ด้วยชีวิต!’

ชินอ๋องยิ้มละมุน กุมมือเรียวของมะลิไว้แน่น เอ่ยเสียงทุ้มต่ำจริงจัง

“ดี... ในเมื่อเจ้ามุ่งมั่นถึงเพียงนี้ ข้าก็จะพายอดดวงใจของข้า ก้าวเข้าสู่มหานครเทียนหยวนเพื่อสยบใต้หล้าด้วยกัน!”

มะลิ: “...หืม?” (นั่งกะพริบตาปริบๆ ลูบเอวที่ปวดแปลบ)

‘เอ้า... ตกลงกันเรื่องรีบไปกินบุฟเฟต์ ทำไมพูดจาเหมือนจะไปยกพวกตีกับใครอีกแล้ววะ? ช่างเหอะ ประธานพาไปกินก็พอ!’

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกิดใหม่ทั้งที ศพดันถูกเผาไปแล้ว!   ตอนที่ 34

    ยามเว่ย (ประมาณ 14.00 น.) ณ ลานกว้างหน้าประตูเมืองหยกขาว มหานครเทียนหยวนครืนนนนนน... ตึง! ตึง!ล้อเหล็กของรถม้าพระราชทานเสริมเกราะทองคำแท้แห่งแคว้นต้าซิง บดขยี้ลงบนแผ่นศิลาหินอ่อนสีขาวบริสุทธิ์ เสียงฝีเท้าม้าศึกเกราะทองคำนับร้อยนายก้าวเดินอย่างเป็นระเบียบ ท่ามกลางสายลมหอบใหญ่ที่พัดพาเอากลิ่นอายความยิ่งใหญ่โอ่อ่าของศูนย์กลางมหาทวีปมาปะทะขบวนเสด็จเบื้องหน้าของพวกเขา... คือกำแพงศิลาหยกขาวสูงตระหง่านเสียดฟ้า ปราการธรรมชาติที่ตั้งตระหง่านแบ่งแยกศูนย์กลางโลก ธงทิวหลากสีสันปักตราสัญลักษณ์แห่ง ‘ร้อยแคว้น’ โบกสะบัดต้านลมหนาวอย่างอหังการทว่า บรรยากาศ ณ ลานกว้างหน้าประตูเมืองในยามนี้ กลับมิได้มีความรื่นเริงสมกับเป็นงานเทศกาลระดับมหาทวีปแม้แต่น้อย!ลานหินอ่อนกว้างใหญ่คลาคล่ำไปด้วยขบวนราชทูต แม่ทัพใหญ่ และเชื้อพระวงศ์จากแคว้นมหาอำนาจต่างๆ ที่เดินทางมาถึงก่อนหน้า ทว่าสายตานับพันคู่กลับจับจ้องมายังขบวนรถม้าต้าซิงเป็นจุดเดียว... ด้วยแววตาคมกริบ ระแวดระวัง และเปี่ยมไปด้วยเจตนาลองดี!“นั่นหรือ... ขบวนของพญามัจจุราชแห่งต้าซิง เวินเชียนฟาน?

  • เกิดใหม่ทั้งที ศพดันถูกเผาไปแล้ว!   ตอนที่ 33

    ยามโฉ่ว (ประมาณ 01.30 น.) ณ ลานหินใต้หน้าผา ป่าไผ่ท้ายหุบเขาเพลิงบรรลัยกัลป์อีกด้านหนึ่งหลังโขดหินใหญ่เบื้องบน!ยมทูตหมายเลข 7 ทรุดตัวลงนั่งแปะกับพื้นดิน สองมือยกขึ้นทบอก ปาดเหงื่อกาฬที่เปียกชุ่มหน้าผากขาวซีดอย่างโล่งอก“เฮ้อออออออออ! รอดตายหวุดหวิดไปอีกหนึ่งวัน!” ยมทูตหอบหายใจรัวๆ รีบเก็บพัดเวทมนตร์เข้าเอวอย่างลนลานทว่า พริบตานั้นเอง... สัมผัสวิญญาณของยมทูตพลันสะดุ้งวาบ เมื่อคลื่นรังสีสังหารระดับเก้าชั้นฟ้าและจิตคุกคามอันบ้าคลั่งของชินอ๋องกำลังควบม้าศึกทะลวงป่าใกล้เข้ามาทุกขณะ!‘เชี่ยแล้วววววว! จิตคุกคามของพญามัจจุราชเมืองมนุษย์มาโน่นแล้ว!’ ยมทูตหมายเลข 7 ขนหัวลุกชันชี้ฟ้า หน้าซีดยิ่งกว่ากระดาษไหว้เจ้า ‘ขืนมัวอยู่ต่อให้ลมปราณอ๋องซัดกระเจิง หรือโดนจับได้ว่ายมทูตนรกแอบแทรกแซงชะตามนุษย์ ข้าโดนท่านพญายมถีบลงกระทะทองแดงรอบสองแน่! แม่หนูมะลิเอ๋ย... เจ้าปลอดภัยแล้ว ข้าขอชิ่งกลับไปนอนตีพุงที่นรกก่อนละเว้ย!’พูดจบ ยมทูตหมายเลข 7 ก็สะบัดก้น วาร์ปมุดมิติหายวับกลับสู่นรกภูมิอย่างรวดเร็วปานฟ้าแลบ! ทิ้งไว้เพียงเสียงฝ

  • เกิดใหม่ทั้งที ศพดันถูกเผาไปแล้ว!   ตอนที่ 32

    ยามเหม่า (ประมาณ 06.00 น.) ณ ลานหน้าประตูพระราชวังหลวงต้าซิง สู่ประตูเมืองหลวงแสงเงินแสงทองจับขอบฟ้า รุ่งอรุณแห่งประวัติศาสตร์สาดส่องลงมากระทบธงรบสีแดงชาดปักดิ้นทองคำลายพยัคฆ์เหินที่โบกสะบัดต้านลมหนาวกองทัพทหารม้าเกราะทองคำนับร้อยนายตั้งแถวหน้ากระดานตระหง่าน แผ่รังสีพลังยุทธ์เข้มข้นน่าเกรงขาม รถม้าพระราชทานเสริมแผ่นเกราะทองคำแท้ทั้งคันจอดเทียบอย่างโอ่อ่าสง่างามฮ่องเต้ต้าซิงในชุดมังกรเต็มยศเสด็จมาส่งขบวนด้วยพระพักตร์ซาบซึ้งระคนวิตกกังวลทว่า... พริบตาที่ประตูด้านข้างเปิดออก!ร่างหนึ่งก็ค่อยๆ ก้าวอุ้ยอ้ายออกมาสู่สายตาของธารกำนัล...กึก... ตึง... ตึง...เสียงฝีเท้าหนักแน่นแปลกประหลาด ทำเอาพื้นหินขัดเงาหน้าประตูวังแทบสะเทือน!มะลิปรากฏตัวในชุดฮั่นฝูสีชมพูกลีบบัว ‘รุ่นมหากระสอบเสบียง ขยายพอง 6 เท่า’!ชายกระโปรงและซับในถูกยัดช่องกระเป๋าสิบช่อง แขนเสื้อสี่ช่อง และรอบเอวอีกหกช่อง ส่งผลให้ร่างบางของนางพองฟูฟ่องแน่นเอี๊ยดจนดูกลมดุจซาลาเปายักษ์เดินได้! นางจำต้องเดินกางขาเตาะแตะ ส่ายไปส่ายมาดุจเพนกวินยักษ์หลงฝูง

  • เกิดใหม่ทั้งที ศพดันถูกเผาไปแล้ว!   ตอนที่ 31

    ยามสายแก่ๆ ณ ลานหน้าเรือนพักท้ายสวน วังชินอ๋องสายลมอุ่นพัดเอื่อยๆ พัดพาเอาชายเสื้อคลุมสีดำของ ‘เวินเชียนฟาน’ พลิ้วไหวเบาๆมือหนาอันอบอุ่นของชินอ๋องยังคงกุมมือเรียวของมะลิไว้แน่นหนาราวกับจะหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน แววตาคมกริบเปี่ยมล้นไปด้วยความเว้าวอน จริงจัง และลึกซึ้งดุจห้วงสมุทรไร้ก้นบึ้งเขากลั้นลมหายใจ รอคอยการตอบสนองของสตรีตรงหน้า... รอคอยหยาดน้ำตาแห่งความหวาดกลัว หรือการโผเข้าซบอกกว้างของเขาเพื่อแสวงหาที่พึ่งพิงอันปลอดภัยในยามที่มรสุมสงครามระดับมหาทวีปกำลังจะพัดถล่มทว่า...ตัดภาพมาที่สัญญาณคลื่นสมองระดับ 5G ของ ‘มะลิ’ สาวคอนเทนต์ครีเอเตอร์ปี 2026!มะลิไม่ได้ฟังคำสาบานพร้อมเอาชีวิตเข้าแลกของเขาเลยแม้แต่ครึ่งคำ!สายตาอันเฉียบไวของนักล่าโปรโมชัน มองทะลุตัวอักษรราชโองการสีทองและตราประทับมังกรห้าเล็บ... ดิ่งตรงลงไปสะดุดกึกเข้ากับ ‘บันทึกรายการพระกระยาหารรับรองร้อยแคว้น’ ที่สลักด้วยอักษรตัวจิ๋วไว้ท้ายเทียบเชิญทองคำอย่างพอดิบพอดี!‘หมูหันจักรพรรดิบูรพา...’&ls

  • เกิดใหม่ทั้งที ศพดันถูกเผาไปแล้ว!   ตอนที่ 30

    ตัดกลับมาในห้องนอน...ยมทูตหมายเลข 7 เห็นเงาร่างชุดเทานอกหน้าต่างล่าถอยหนีไป ก็ถอนหายใจยาวเฮือกใหญ่จนพุงยุบ ปาดเหงื่อกาฬที่ท่วมหน้าผาก“เฮ้ออออออ! รอดตายหวุดหวิด!” ยมทูตเก็บพัดเวทมนตร์เข้าเอว “นักฆ่ากระจอกแท้ พอเห็นเวทมนตร์นรกของข้าถึงกับตกใจวิ่งหนีป่าราบ! สบายใจละ ข้ากลับไปนอนตีพุงที่นรกดีกว่า!”พูดจบ ยมทูตหมายเลข 7 ก็สะบัดก้น วาร์ปมุดกลับเข้าตู้เสื้อผ้าหายวับไป ทิ้งไว้เพียงคราบซอสหม่าล่าบนคอมะลิที่ค่อยๆ ดับแสงลง กลับมาเป็นคราบน้ำมันพริกสีแดงธรรมดาๆ ตามเดิมยามโฉ่ว (ประมาณ 01.30 น.) ณ ลานหน้าเรือนพักท้ายสวน วังชินอ๋องสายลมราตรีพัดกรรโชกหวีดหวิว พัดพาเอาใบไม้แห้งหมุนวนเป็นเกลียว...แม้ผืนฟ้าจะมืดมิดไร้ดวงดาว ทว่าบรรยากาศรอบเรือนท้ายสวนกลับคุกรุ่นไปด้วยรังสีอำมหิตอันเยียบเย็นดุจก้นบึ้งนรกภูมิ!กึก... กึก...ร่างสูงโปร่งสง่างามของ ‘เวินเชียนฟาน’ ในชุดคลุมผ้าไหมสีดำสนิท ก้าวเดินตรวจตรารอบแนวกำแพงเรือนท้ายสวนด้วยตนเอง ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีทอดมองขึ้นไปยังกิ่งไม้ใหญ่ข้างหน้าต่างห้อ

  • เกิดใหม่ทั้งที ศพดันถูกเผาไปแล้ว!   ตอนที่ 29

    ยามซวี (ประมาณ 19.30 น.) ณ ลานหน้าเรือนพักท้ายสวน วังชินอ๋องกลิ่นหอมกรุ่นของควันเตาถ่าน เครื่องเทศหม่าล่า และน้ำกะทิหวานมัน ฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วลานเรือนท้ายสวนจนแทบแยกไม่ออกว่านี่คือตำหนักอ๋องหรือถนนคนเดินเยาวราชโบราณ!ผลพวงจากการระดมพลบอดี้การ์ดสายเปย์เมื่อบ่ายแก่ๆ...บัดนี้ ขบวนทัพนักรบเกราะทองคำนับสิบนายที่เพิ่งเดินกลับมาจากตลาดเมืองหลวง ต่างพากันวาง ‘ตะกร้าสานใบยักษ์’ ลงบนลานหินดัง ตึง! ตึง! ในตะกร้าอัดแน่นไปด้วยหมูสะเต๊ะร้อนๆ น้ำเต้าหู้ทรงเครื่อง เกาลัดคั่วหอมฉุย และเนื้อแกะย่างเสียบไม้อีกนับร้อยๆ ไม้!“ขอบคุณพี่ๆ ทุกคนมากนะคะ!” มะลิในชุดฮั่นฝูสีชมพูทรงหลวม นั่งขัดสมาธิอยู่บนตั่งไม้หน้าเรือน โบกมือทักทายเหล่าทหารอย่างร่าเริง “วางไว้ตรงนั้นแหละค่ะ! ใครหิวก็หยิบไปแทะคนละสิบไม้ยี่สิบไม้ได้เลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ!”“มิกล้าพะยะค่ะพระชายาเอก! พวกเราขอถวายการอารักขาอยู่รอบนอกพะยะค่ะ!”เหล่านักรบเกราะทองคำคุกเข่าประสานมืออย่างพร้อมเพรียง แววตาเปี่ยมล้นไปด้วยความจงรักภักดี ก่อนจะล่าถอยออกไปยืนค

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status