LOGINยามโหย่วค่ำๆ ณ แท่นบูชาศิลาเทวะ โถงเสวยใหญ่ ตำหนักเก้าชั้นฟ้า
ท่ามกลางความเงียบกริบระดับจักรวาลหยุดหมุน และสายตาตกตะลึงค้างของยอดคนร้อยแคว้นนับหมื่นชีวิต...
ฟึ่บ!
‘เวินเชียนฟาน’ ยื่นมือหนาอันทรงพลังไปคว้าม้วนพระราชโองการทองคำแท้จากมือราชทูตต้าซิงที่กำลังคุกเข่าตัวสั่นงันงกมาถือไว้ในมือ ชินอ๋องตวัดสายตาคมกริบดุจพญาอินทรี ก้าวสืบเท้าขึ้นบันไดหยกขาวอย่างสง่างาม ก่อนจะวาดท่อนแขนแกร่งเข้า ‘รวบร่างพองหนาหกเท่าของมะลิ’ เข้ามากอดแนบอกอย่างหวงแหนและแนบแน่นต่อหน้าพระพักตร์มหาจักรพรรดิบูรพา!
หมับ!
มะลิที่กำลังลูบพุงอิ่มกุ้ง สะดุ้งโหยงเบาๆ ใบหน้าจมหายเข้าไปในแผงอกกว้างอุ่นจัดกลิ่นไม้กฤษณา คิ้วเรียวสวยเลิกขึ้นมองพระเอกตาปริบๆ
ชินอ๋องเชิดใบหน้าคมคายหล่อเหลาขึ้นสบสายตากับมหาจักรพรรดิแห่งบูรพาอย่างไม่หวั่นเกรง สุรเสียงทุ้มต่ำเอ่ยรายงานหน้าตายด้วยความมั่นคงดุจขุนเขาไท่ซาน!
“ทูลเสด็จพ่อตา...”
เปรี๊ยะ!
เหมือนมีสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางกบาลของมหาจักรพรรดิแห่งบูรพา! พระพักตร์ของมหาจักรพรรดิกึ่งเหวอกึ่งช็อก พระขนงกระตุกยิกๆ เส้นเลือดที่ขมับเต้นตึ๊บๆ ดั่งภูเขาไฟใกล้ระเบิด!
เวินเชียนฟานยังคงรายงานต่อด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไร้ร่องรอยความสะทกสะท้าน
“ตามที่เสด็จพี่ของข้ามีพระราชโองการสถาปนานางเป็น ‘พระชายาเอกแห่งวังชินอ๋อง’ ถูกต้องตามกฎมณเฑียรบาล และตัวข้า เวินเชียนฟาน... ก็ถูกส่งมาเป็น ‘ของแถมกำนัลและราชบุตรเขยบรรณาการ’ มอบใส่พานให้พระองค์ใช้งานตามพระทัยแล้ว... ตามธรรมเนียมสองแคว้น พระองค์ย่อมไม่อาจพรากภรรยาไปจากอ้อมอกข้าได้อีกพะยะค่ะ!”
“ก... กบฏ! ไอ้เด็กเมื่อวานซืนหน้ามึน!!”
มหาจักรพรรดิแห่งบูรพาทรงปรี๊ดแตกขั้นสุดยอด! พระหัตถ์สั่นระริกชี้หน้าชินอ๋อง พระเนตรลุกโชนไปด้วยเพลิงพิโรธระดับเผาผลาญมหาทวีป สุรเสียงตวาดลั่นจนกระเบื้องหลังคาที่เหลือสะเทือนกราว!
“ใครเป็นพ่อตาเจ้า?! ใครอนุญาตให้เจ้าเรียกข้าว่าพ่อตาห๊ะ! เจ้าคิดว่าพระราชโองการแถมเขยดับไฟแค้นของต้าซิง จะมาชุบมือเปิบพรากลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนที่ข้าตามหามาสิบแปดปีไปได้ง่ายๆ รึ?!”
มหาจักรพรรดิทรงก้าวลงมา จ้องเขม็งไปยังท่อนแขนของชินอ๋องที่กอดมะลิไว้แน่น แทบจะชักกระบี่มังกรออกมาฟันแขนลูกเขยให้ขาดสะบั้น!
“ปล่อยมือจากลูกสาวข้าเดี๋ยวนี้! นางคือองค์หญิงเก้าแห่งมหาจักรวรรดิตะวันออก ผู้มีสายเลือดมังกรบรรพกาลบริสุทธิ์เก้าชั้นฟ้า! ฐานะสูงส่งเทียมฟ้า มีหรือจะยอมให้พญามัจจุราชหน้าเลือดอย่างเจ้ามาชุบมือเปิบเป็นของแถมกำนัล!”
เวินเชียนฟานมิเพียงไม่ปล่อย กลับยิ่งกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นอีกหนึ่งนิ้ว แววตาคมกริบสบตากับพ่อตาอย่างดื้อดึง “ทูลฝ่าบาท... ข้ากับนางผ่านความเป็นความตายมาด้วยกัน และข้าเป็นของแถมที่ฮ่องเต้ต้าซิงพระราชทานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ข้าจะไม่มีวันปล่อยมือนางเด็ดขาด!”
“เจ้า... หน็อยยยย!” มหาจักรพรรดิกัดพระทนต์กรอด ลมออกพระกรรณ (หู) ปานกาต้มน้ำเดือด!
ทว่า ท่ามกลางสายตาของยอดฝีมือร้อยแคว้นที่กำลังลุ้นระทึกจนแทบหยุดหายใจ... มหาจักรพรรดิบูรพาทรงสะกดกลั้นโทสะ แค่นเสียงฮึ่มในลำคอ ประกาศเงื่อนไขสินสอดสะท้านภพก้องโถงจัดเลี้ยง!
“ได้! ในเมื่อเจ้าหน้าหนาอ้างพระราชโองการแถมเขย... ข้าก็จะมีเงื่อนไขสินสอดให้เจ้า!”
มหาจักรพรรดิตวาดสุรเสียงทรงอำนาจ “หากเจ้าอยากเป็นราชบุตรเขยของข้าอย่างสมเกียรติ... ใน ‘งานประลองยอดคนร้อยแคว้น’ วันพรุ่งนี้ เจ้าจักต้องนำชัยชนะอันดับหนึ่งมาเป็นสินสอดสู่ขอลูกสาวข้าให้จงได้! หากเจ้าพ่ายแพ้แม้แต่ด่านเดียว... ข้าจะริบตัวลูกสาวข้าคืน และสั่งเนรเทศเจ้ากลับต้าซิงไปผ่าฟืนเดี๋ยวนี้!!”
กริบ... คนทั้งโถงจัดเลี้ยงต่างสูดลมหายใจเฮือกใหญ่!
ทว่า... ตัดภาพมาที่มุมมองของ ‘มะลิ’!
สาวคอนเทนต์ครีเอเตอร์ปี 2026 ที่ซุกหน้าอยู่ในอ้อมอกอุ่นของชินอ๋อง แอบชะเง้อหน้าขึ้นมา เอื้อมมือไปสะกิดสาบเสื้อเกราะของชินอ๋องเบาๆ แล้วกระซิบเสียงหวานกวนประสาท
“ดีลค่ะท่านอ๋อง... พรุ่งนี้ฟาดให้ชนะให้ได้นะคะ สู้เขานะคะประธานบริษัท!”
เวินเชียนฟานก้มมองนาง แววตาอ่อนโยนลงวูบหนึ่ง “เจ้าเชื่อมั่นในตัวข้ารึ?”
“แน่นอนสิคะ!” มะลิยิ้มแป้น กระซิบตอบอย่างหน้ามึน “ถ้าคุณพี่ชนะ... เราสองคนก็จะได้กินฟรีบุฟเฟต์สองมหาทวีปแบบถูกกฎหมายตลอดชีพไงคะ! คุ้มกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว ลุยเลยค่ะ!”
เวินเชียนฟาน: “...” (มุมปากกระตุกเบาๆ ก่อนจะแอบยิ้มเอ็นดูในอก)
ยามเฉิน (ประมาณ 08.00 น.) ณ ตำหนักรับรองเก้าชั้นฟ้า (ห้องเสวยส่วนตัวของมะลิ)
แสงตะวันยามเช้าสาดส่องอบอุ่นผ่านหน้าต่างบานใหญ่...
ทว่า บรรยากาศภายในห้องเสวยส่วนตัวของมะลิในเช้าวันนี้ กลับร้อนระอุและคุกรุ่นไปด้วยกระแสคลื่นจิตสังหารสายเปย์ระดับมหาทวีป!
ตึง! ตึง! ตึง! ตึง!
เสียงขบวนขันทีและนางกำนัลหลวงนับร้อยนาย ก้าวเดินแบกโต๊ะเสวยทองคำขนาดยักษ์เข้ามาจัดวางเรียงรายยาวเหยียดเต็มห้องโถง! บนโต๊ะอัดแน่นไปด้วย “โต๊ะเสวยหนึ่งร้อยจานทองคำ” ที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นตลบอบอวลประหนึ่งวิมานสวรรค์จุติ!
มีทั้ง ซุปรังนกหิมะเก้าชั้นฟ้า, เป๋าฮื้อพันปีตุ๋นโสมคน, ผลไม้ทิพย์โบราณรสหวานฉ่ำ, และเนื้อกวางดาวนึ่งเกลือทะเลลึก!
มหาจักรพรรดิแห่งบูรพาทรงสวมชุดมังกรทองคำเต็มยศ ประทับนั่งลงบนเก้าอี้ทองคำฝั่งซ้ายของมะลิ พระพักตร์ที่เคยดุดันน่าเกรงขามต่อหน้าร้อยแคว้น บัดนี้กลับระบายไปด้วยรอยยิ้มหวานหยดย้อย ละมุนละไม อ่อนโยนจนน่าขนลุกขนชัน!
“เหมยเอ๋อร์... ลูกรักของพ่อ!” สุรเสียงของมหาจักรพรรดินุ่มนวลประหนึ่งสายน้ำผึ้ง พระหัตถ์ทรงถือช้อนทองคำ บรรจงตักซุปรังนกหิมะอุ่นๆ ยื่นไปจ่อริมฝีปากมะลิ “กินนี่สิลูก... สิบแปดปีที่ผ่านมาเจ้าต้องตกระกำลำบากกินข้าวต้มก้นหม้อแห้งกรัง พ่อเจ็บปวดหัวใจยิ่งนัก วันนี้พ่อสั่งห้องเครื่องทำอาหารบำรุงหนึ่งร้อยจานทองคำมาประเคนให้เจ้าถึงเตียง! กินเยอะๆ นะลูกรัก พ่อจะชดเชยให้เจ้าทั้งหมด!”
มะลิตาโตเท่าไข่ห่าน อ้าปากจะงับช้อนซุปรังนก: “อู้หู้ววววววววววว! ขอบคุณค่ะคุณพ่—”
หมับ!
ทว่า ก่อนที่ปลายช้อนของมหาจักรพรรดิจะได้แตะถูกริมฝีปากของมะลิ...
ฝ่ามือหนาอันอบอุ่นของ ‘เวินเชียนฟาน’ พลันเอื้อมมาดึงไหล่บางของมะลิให้เบี่ยงตัวหลบได้อย่างนุ่มนวลและเฉียบคม!
ชินอ๋องในชุดลำลองผ้าไหมสีน้ำเงินครามเข้ม ถอดเสื้อเกราะศึกออกจนหมด เผยให้เห็นเรือนร่างสูงโปร่งสง่างามและกลิ่นอายไม้กฤษณาหอมฉุย เขานั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งขวาของมะลิ ในมือขวาถือมีดเงินแท้เล่มบาง ส่วนมือซ้ายถือ “ก้ามปูยักษ์ธารน้ำแข็ง” ตัวโตเท่าท่อนแขน!
กร๊อบบบบ!
มีดเงินกรีดผ่านเปลือกปูอย่างเชี่ยวชาญ เนื้อปูสีขาวนวลแน่นเด้งดึ๋งชิ้นโต หลุดร่อนออกมาอย่างประณีตไร้ที่ติ ชินอ๋องจุ่มเนื้อปูลงในถ้วยน้ำจิ้มบ๊วยเปรี้ยวหวานเข้มข้น ก่อนจะยื่นไปจ่อริมฝีปากอิ่มของมะลิในระยะประชิดแบบ 4K!
เวินเชียนฟานสบพระเนตรกับพ่อตาเขม็ง แววตาคมกริบปะทะกับรังสีมังกรจนอากาศสั่นสะเทือน ก่อนที่ชินอ๋องจะเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ นุ่มนวล ชวนให้ใจละลาย
“ยอดดวงใจของข้า...” ชินอ๋องกระซิบข้างหูนางอย่างทะนุถนอม “เจ้าชอบกินเนื้อปู... อ้าปากสิ ข้าแกะเนื้อปูให้เจ้าหมดแล้ว ซุปหวานเลี่ยนพวกนั้นกินมากไปจะไม่สบายท้อง กินเนื้อปูของข้าดีกว่า”
มหาจักรพรรดิบูรพาพระพักตร์กระตุกกึก! วางช้อนทองคำกระแทกโต๊ะดัง เคร้ง!
“เวินเชียนฟาน! เจ้าบังอาจมาตัดหน้าข้าเชียวรึ! ข้าเป็นพ่อแท้ๆ ของนางนะ!”
เวินเชียนฟานยกยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น “ทูลเสด็จพ่อตา... ข้าเป็นสามีที่ถูกต้องตามกฎหมาย และข้าดูแลปรนนิบัติปากท้องของนางมาตลอดทางย่อมรู้ใจนางดีกว่าพะยะค่ะ”
“เจ้าหนุ่มหน้ามึน! เจ้ายังมิได้ผ่านการประลองสินสอดเลยนะเว้ย!”
“แต่พระราชโองการส่งตัวของแถมมีผลบังคับใช้แล้วพะยะค่ะ”
ตัดภาพมาที่ตรงกลาง... ระหว่างพ่อตาสายเปย์กับลูกเขยคลั่งรัก!
มะลินั่งจุ้มปุ๊กอยู่ตรงกลาง กะพริบตาปริบๆ มองซ้ายที มองขวาที...
อึก!
มะลิอ้าปากงับเนื้อปูยักษ์จากมือชินอ๋องเข้าปากดัง ง่ำ! เคี้ยวเนื้อปูเด้งดึ๋งหวานฉ่ำเต็มสองแก้ม จากนั้นก็หันไปอ้าปากงับช้อนซุปรังนกทองคำจากมือมหาจักรพรรดิเข้าปากดัง จ๊วบ! ซดน้ำซุปหวานละมุนลื่นคอ!
แก้มป่องสองข้างของมะลิพองตุ่ยออกดุจกระรอกกักตุนลูกโอ๊กในฤดูหนาว มะลิเคี้ยวอาหารตุ้ยๆ หลับตาพริ้ม โยกหัวไปมาอย่างมีความสุขจนเซลล์สมองแทบระเบิดเป็นสายรุ้งเจ็ดสี!
(เชี่ยเอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!)
มะลิตะโกนกรีดร้องในใจด้วยความฟินระดับขึ้นสวรรค์ชั้นเก้าสิบเก้า!
(นี่มันคือสรวงสวรรค์ของสาวโสดปี 2026 ชัดๆ ว้อยยยยย! ข้างซ้ายมีมหาจักรพรรดิผู้ครองมหาทวีปคอยป้อนซุปหูฉลามรังนก ข้างขวามีประธานบริษัทอ๋องหล่อรวยลากดินคอยนั่งแกะปูยักษ์ป้อนถึงปาก! เกิดมาสองชาติเพิ่งเคยได้สัมผัสชีวิต Super VIP ขนาดนี้! ชีวิตคอมพลีทแล้วโว้ยยย! ตีกันเลยค่ะ ตีกันแย่งกันป้อนหนูเลยค่ะ! หนูอ้าปากรอรับได้ทั้งวันยันสว่างเลยค่ะคุณพี่คุณพ่อ!)
“อร่อยทั้งสองอย่างเลยค่ะ!” มะลิเคี้ยวตุ้ยๆ ยิ้มแป้นตาหยี ปากมันเยิ้ม “ป้อนต่อเลยค่ะ ไม่ต้องหยุด!”
พ่อตากับลูกเขยสบตากันอีกครั้ง คราวนี้ทั้งสองพร้อมใจกันระดมคีบเนื้อเป๋าฮื้อและแกะกุ้งมังกรประเคนใส่ปากมะลิรัวๆ ปานพายุหมุน!
ยามซื่อ (ประมาณ 10.00 น.) ณ ศาลาลับนอกลานประลอง ตำหนักเก้าชั้นฟ้า
ท่ามกลางความสุขสำราญของมะลิ...
ณ ศาลาลับหลังแนวป่าไผ่ บรรยากาศกลับเย็นยะเยือกและเต็มไปด้วยกลิ่นอายความเคียดแค้นชิงชัง!
“ฮัดเชิ่วววววววววว! ฟึ่ด!”
ร่างของ ‘เซวียนหยวนหลิง’ (องค์หญิงสามแห่งจักรวรรดิศักดิ์สิทธิ์แดนประจิม) นั่งสั่นงันงกพั่บๆ อยู่บนเก้าอี้หิน โดยมีผ้าห่มขนสัตว์หนาเตอะคลุมร่างไว้ถึงสี่ชั้น!
สภาพขององค์หญิงผู้เคยเย่อหยิ่งเลอโฉม บัดนี้ดูมิได้ต่างจากลูกหมาตกถังน้ำแข็ง ปลายจมูกและริมฝีปากยังคงเป็นสีม่วงคล้ำ ขอบตาดำคล้ำ ขนคิ้วยังมีเกล็ดหิมะละลายไม่หมดจากการโดนมะลิพ่นไอเย็นแช่แข็งเมื่อคืนวาน!
“นัง... นังสารเลวซูเหมย... ฟึ่ด!” เซวียนหยวนหลิงขบกรามแน่นจนฟันแทบแตก แค้นจัดจนแทบจะกระอักเลือด “มันทำให้ข้าต้องกลายสภาพเป็นตัวตลกมนุษย์หิมะต่อหน้าร้อยแคว้น! ซ้ำวันนี้... มันยังกลายสภาพเป็นองค์หญิงเก้าแห่งบูรพา ได้รับการประคบประหงมจากเวินเชียนฟานต่อหน้าข้าอีก!”
“องค์หญิงสามโปรดวางพระทัย...”
เสียงทุ้มต่ำเย็นเยียบดังขึ้นจากมุมมืด... ร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะศึกสีเลือดนกของ ‘แม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นซีเหลียง’ ก้าวออกมา แววตาดุดันอำมหิตดุจหมาป่ากระหายเลือด ข้างกายคือ ‘ยอดกระบี่เทวะแห่งแดนประจิม’ ศิษย์พี่ใหญ่ขององค์หญิงสาม
“แคว้นซีเหลียงของเรา แค้นฝังหุ่นกับนังซูเหมยมาตั้งแต่ที่หุบเขาเพลิงบรรลัยกัลป์แล้ว...” แม่ทัพซีเหลียงเค้นเสียงลอดไรฟัน “หัวหน้านักฆ่ามือหนึ่งของเรา ถูกนังแพศยานั่นใช้กระทะเหล็กฟาดจนฟันร่วงกะโหลกยุบสลบเหมือด อับอายขายขี้หน้าจนแทบแทรกแผ่นดินหนี!”
ยอดกระบี่เทวะแห่งแดนประจิมลูบด้ามกระบี่วิเศษข้างเอว แสยะยิ้มเลือดเย็น
“ข้าใช้เส้นสายกรรมการกลางของแดนประจิม ปรับเปลี่ยนรูปแบบการแข่งขันด่านแรกของงานประลองยอดคนร้อยแคว้นในยามเที่ยงนี้ ให้กลายเป็น ‘ด่านค่ายกลป่าอสูรบรรพกาล’ เรียบร้อยแล้ว!”
เซวียนหยวนหลิงตาลุกวาวด้วยประกายเพลิงพิษ “ด่านป่าอสูรบรรพกาลรึ?!”
“ถูกต้อง!” ยอดกระบี่เทวะกระซิบเสียงเหี้ยม “พวกเราแอบส่งยอดฝีมือลอบเข้าไปทำลายผนึกค่ายกลชั้นในสุด ปลุก ‘พยัคฆ์ทมิฬเก้าหาง’ สัตว์อสูรระดับตำนานบรรพกาลที่ดุร้ายที่สุดให้ตื่นจากหลับใหล! เมื่อการประลองเริ่มขึ้น เราจะล่อให้เวินเชียนฟานแยกตัวไปอีกทาง แล้วปล่อยให้พยัคฆ์ทมิฬพุ่งเข้าขย้ำฉีกร่างนังซูเหมยให้แหลกละเอียดเป็นเศษเนื้อคากรงเล็บ!”
เซวียนหยวนหลิงหัวเราะร่าอย่างบ้าคลั่ง “ดี! ข้าจะรอดูจุดจบอันน่าเวทนาของนังตัวดี!”
ยามอู่ (ประมาณ 12.00 น.) ณ ลานประลองยุทธศาสตร์ร้อยแคว้น ตำหนักเก้าชั้นฟ้าตึงงงงงงงงงงงงง!เสียงกลองศึกทองสัมฤทธิ์เก้าใบดังกึกก้องกัมปนาทสะท้านแผ่นดิน ลอยทะลุผ่านม่านเมฆาสีทองยามเที่ยงตรง!ลานประลองยุทธศาสตร์ร้อยแคว้นสร้างขึ้นจากศิลาหยกขาวขนาดยักษ์ กว้างขวางนับพันจั้ง ล้อมรอบด้วยอัฒจันทร์หินอ่อนที่คลาคล่ำไปด้วยเชื้อพระวงศ์ แม่ทัพ และยอดฝีมือจากร้อยแคว้นนับหมื่นคน! เหนือลานประลอง มี ‘ม่านค่ายกลกระจกสะท้อนภาพเวทมนตร์’ ขนาดยักษ์ลอยเด่นอยู่กลางเวหา ฉายภาพบรรยากาศจำลองสู่สายตาคนทั้งมหาทวีปณ ซุ้มเสวย VIP สูงสุด... มหาจักรพรรดิบูรพาทรงประทับเคียงข้างมะลิ โดยมีกองทัพทหารเกราะทองคำสิบล้านนายยืนอารักขาแน่นหนาชนิดที่แม้แต่มดยังแทรกผ่านไม่ได้!เวินเชียนฟานในชุดเกราะศึกสีดำทมิฬ ยืนตระหง่านอยู่ข้างเก้าอี้ของมะลิ มือหนากุมด้ามกระบี่ประจำกาย แววตาคมกริบดุจพญาอินทรีทอดมองนางด้วยความทะนุถนอม“ยอดดวงใจของข้า...” ชินอ๋องโน้มตัวลงกระซิบข้างหูนางอย่างอ่อนโยน “การประลองด่านแรกกำลังจะเริ่มขึ้น... ข้ากับเสด็จพ่อตาตกลงกันแล้ว เจ้าแค่นั่
ยามโหย่วค่ำๆ ณ แท่นบูชาศิลาเทวะ โถงเสวยใหญ่ ตำหนักเก้าชั้นฟ้าท่ามกลางความเงียบกริบระดับจักรวาลหยุดหมุน และสายตาตกตะลึงค้างของยอดคนร้อยแคว้นนับหมื่นชีวิต...ฟึ่บ!‘เวินเชียนฟาน’ ยื่นมือหนาอันทรงพลังไปคว้าม้วนพระราชโองการทองคำแท้จากมือราชทูตต้าซิงที่กำลังคุกเข่าตัวสั่นงันงกมาถือไว้ในมือ ชินอ๋องตวัดสายตาคมกริบดุจพญาอินทรี ก้าวสืบเท้าขึ้นบันไดหยกขาวอย่างสง่างาม ก่อนจะวาดท่อนแขนแกร่งเข้า ‘รวบร่างพองหนาหกเท่าของมะลิ’ เข้ามากอดแนบอกอย่างหวงแหนและแนบแน่นต่อหน้าพระพักตร์มหาจักรพรรดิบูรพา!หมับ!มะลิที่กำลังลูบพุงอิ่มกุ้ง สะดุ้งโหยงเบาๆ ใบหน้าจมหายเข้าไปในแผงอกกว้างอุ่นจัดกลิ่นไม้กฤษณา คิ้วเรียวสวยเลิกขึ้นมองพระเอกตาปริบๆชินอ๋องเชิดใบหน้าคมคายหล่อเหลาขึ้นสบสายตากับมหาจักรพรรดิแห่งบูรพาอย่างไม่หวั่นเกรง สุรเสียงทุ้มต่ำเอ่ยรายงานหน้าตายด้วยความมั่นคงดุจขุนเขาไท่ซาน!“ทูลเสด็จพ่อตา...”เปรี๊ยะ!เหมือนมีสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางกบาลของมหาจักรพรรดิแห่งบูรพา! พระพักตร์ของมหาจักรพรรดิกึ่งเหวอกึ่งช็อก พระขนง
ยามโหย่วปลายๆ ณ แท่นบูชาศิลาเทวะ โถงเสวยใหญ่ ตำหนักเก้าชั้นฟ้า มหานครเทียนหยวนกริบ... ทั่วทั้งมหาทวีปตกอยู่ในความเงียบงันอันไร้ขอบเขต!กริ๊ง... กริ๊ง... วูบบบบบบบบบบ! ‘ป้ายหยกมังกรทองประจำพระองค์’ ที่มหาจักรพรรดิแห่งบูรพาทรงพกติดตัวไว้ตลอดสิบแปดปี พลันส่งเสียงกู่ร้องสั่นสะเทือน ตอบรับคลื่นพลังสายเลือดบริสุทธิ์ตรงหน้าอย่างบ้าคลั่ง!“ส... สายเลือดมังกรบรรพกาลเก้าเล็บบริสุทธิ์... เก้าชั้นฟ้า?!”มหาจักรพรรดิแห่งบูรพาทรงเบิกพระเนตรกว้างจนแทบหลุดจากเบ้า พระวรกายสั่นสะท้านอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในชีวิต น้ำพระเนตรเอ่อล้นทะลักไหลพรากอาบสองปราง!พระองค์ก้าวลงจากบัลลังก์ทองคำด้วยพระบาทที่สั่นเทา ก่อนจะทรง ‘ทรุดพระชานุ (คุกเข่า) ลงต่อหน้าธารกำนัลร้อยแคว้น’ ด้วยพระทัยที่แตกสลายระคนตื้นตันใจสุดขีด!ตุบ! ตุบ! ตุบ!พริบตานั้นเอง! เชื้อพระวงศ์ แม่ทัพใหญ่ ยอดฝีมือจากร้อยแคว้นนับหมื่นคน รวมถึงทหารเกราะเงินทั่วทั้งตำหนัก... ต่างพากันเข่าอ่อน ทรุดลงหมอบกราบราบไปกับพื้นดิน ตัวสั่นสะท้านดุจใบไม้ต้องพายุต่อหน้าบารมีแห่ง
ยามโหย่วปลายๆ (ประมาณ 18.00 น.) ณ โถงเสวยใหญ่ ตำหนักเก้าชั้นฟ้า มหานครเทียนหยวนความเงียบสงัดระดับป่าช้าโบราณเข้าปกคลุมทั่วทั้งโถงเสวยศิลาหยกขาว...เงียบกริบจนแทบจะได้ยินเสียงเหงื่อกาฬของบรรดาแม่ทัพร้อยแคว้นหยดลงกระทบพื้นผ้าไหม!สายตานับหมื่นคู่จับจ้องไปยังโต๊ะเสวยของ ‘มหาจักรวรรดิศักดิ์สิทธิ์แดนประจิม’ ที่บัดนี้ทั้งโต๊ะหยก อาหารเลิศรส จานชามทองคำ และร่างของ ‘เซวียนหยวนหลิง’ (องค์หญิงสามแห่งแดนประจิม) ได้กลายสภาพเป็น ‘ก้อนน้ำแข็งยักษ์’ สีฟ้าครามขาวโพลนไปเรียบร้อยแล้ว! องค์หญิงผู้เย่อหยิ่งนั่งแข็งทื่อ ขนคิ้วและเส้นผมจับตัวเป็นเกล็ดหิมะ ปากสั่นงันงกพั่บๆๆๆ ดุจตุ๊กตาหิมะจำแลงคาเก้าอี้เสวย!ทั่วทั้งโถงจัดเลี้ยง... บรรดาเชื้อพระวงศ์และยอดฝีมือระดับแปดและเก้าชั้นฟ้าต่างลอบกลืนน้ำลายลงคอดัง เอื้อก!สมองของยอดคนร้อยแคว้นเริ่มเกิดการลัดวงจร Short-Circuit ระเบิดตูมตามระดับเก้าสิบเก้าชั้นฟ้าทันที!‘สวรรค์ชั้นฟ้า...!’ แม่ทัพใหญ่แห่งมหาอาณาจักรแดนใต้เหงื่อกาฬไหลพราก ขนหัวลุกชันชี้ฟ้า ‘นางถูกล
ยามโหย่ว (ประมาณ 17.30 น.) ณ โถงเสวยใหญ่ ตำหนักเก้าชั้นฟ้า มหานครเทียนหยวนตึงงงงงงงงง!เสียงระฆังทองสัมฤทธิ์เก้าใบดังสะท้อนกังวานก้องไปทั่วทั้งตำหนักศิลาหยกขาวอันยิ่งใหญ่ตระการตา ลอยทะลุผ่านม่านเมฆาสีทองยามอาทิตย์อัสดง!โถงเสวยใหญ่แห่งตำหนักเก้าชั้นฟ้าถูกสร้างขึ้นจากศิลาหยกขาวแกะสลักลวดลายเมฆาและมังกรทอง เสาหินปิดทองคำแท้ตระหง่านเสียดฟ้านับร้อยต้น โต๊ะเสวยยาวเหยียดปูลาดด้วยผ้าไหมแพรพรรณสีแดงชาด เครื่องเคลือบปิดทองคำแท้จัดวางอย่างเป็นระเบียบ กลิ่นหอมกรุ่นของอาหารหายากพันปีลอยตลบอบอวลประหนึ่งวิมานสวรรค์จุติทว่า... สิ่งที่สะกดสายตาทุกคู่ในโถงจัดเลี้ยง คือ ‘ผังที่นั่งแถวหน้าสุด’!ผลพวงจากการระเบิดคลื่นพลังสะท้อนกลับสยบยอดฝีมือหน้าประตูเมืองหยกขาวเมื่อบ่ายแก่ๆ... ส่งผลให้คณะทูตแห่งแคว้นต้าซิง ได้รับเกียรติสูงสุดให้นั่งใน "ตำแหน่งแถวหน้าสุดระดับ Super VIP" ติดกับแท่นเสวยของมหาจักรพรรดิแห่งบูรพาอย่างสง่างาม!เชื้อพระวงศ์ แม่ทัพใหญ่ และตัวแทนจากร้อยแคว้นที่นั่งอยู่แถวหลัง ต่างพากันมองตรงมายังโต๊ะเสวยของต้าซิงด้วยสายตาครั่นคร้ามยำเกรงระ
ยามเว่ย (ประมาณ 14.00 น.) ณ ลานกว้างหน้าประตูเมืองหยกขาว มหานครเทียนหยวนครืนนนนนน... ตึง! ตึง!ล้อเหล็กของรถม้าพระราชทานเสริมเกราะทองคำแท้แห่งแคว้นต้าซิง บดขยี้ลงบนแผ่นศิลาหินอ่อนสีขาวบริสุทธิ์ เสียงฝีเท้าม้าศึกเกราะทองคำนับร้อยนายก้าวเดินอย่างเป็นระเบียบ ท่ามกลางสายลมหอบใหญ่ที่พัดพาเอากลิ่นอายความยิ่งใหญ่โอ่อ่าของศูนย์กลางมหาทวีปมาปะทะขบวนเสด็จเบื้องหน้าของพวกเขา... คือกำแพงศิลาหยกขาวสูงตระหง่านเสียดฟ้า ปราการธรรมชาติที่ตั้งตระหง่านแบ่งแยกศูนย์กลางโลก ธงทิวหลากสีสันปักตราสัญลักษณ์แห่ง ‘ร้อยแคว้น’ โบกสะบัดต้านลมหนาวอย่างอหังการทว่า บรรยากาศ ณ ลานกว้างหน้าประตูเมืองในยามนี้ กลับมิได้มีความรื่นเริงสมกับเป็นงานเทศกาลระดับมหาทวีปแม้แต่น้อย!ลานหินอ่อนกว้างใหญ่คลาคล่ำไปด้วยขบวนราชทูต แม่ทัพใหญ่ และเชื้อพระวงศ์จากแคว้นมหาอำนาจต่างๆ ที่เดินทางมาถึงก่อนหน้า ทว่าสายตานับพันคู่กลับจับจ้องมายังขบวนรถม้าต้าซิงเป็นจุดเดียว... ด้วยแววตาคมกริบ ระแวดระวัง และเปี่ยมไปด้วยเจตนาลองดี!“นั่นหรือ... ขบวนของพญามัจจุราชแห่งต้าซิง เวินเชียนฟาน?







