เข้าสู่ระบบยามโหย่ว (ประมาณ 17.30 น.) ณ โถงเสวยใหญ่ ตำหนักเก้าชั้นฟ้า มหานครเทียนหยวน
ตึงงงงงงงงง!
เสียงระฆังทองสัมฤทธิ์เก้าใบดังสะท้อนกังวานก้องไปทั่วทั้งตำหนักศิลาหยกขาวอันยิ่งใหญ่ตระการตา ลอยทะลุผ่านม่านเมฆาสีทองยามอาทิตย์อัสดง!
โถงเสวยใหญ่แห่งตำหนักเก้าชั้นฟ้าถูกสร้างขึ้นจากศิลาหยกขาวแกะสลักลวดลายเมฆาและมังกรทอง เสาหินปิดทองคำแท้ตระหง่านเสียดฟ้านับร้อยต้น โต๊ะเสวยยาวเหยียดปูลาดด้วยผ้าไหมแพรพรรณสีแดงชาด เครื่องเคลือบปิดทองคำแท้จัดวางอย่างเป็นระเบียบ กลิ่นหอมกรุ่นของอาหารหายากพันปีลอยตลบอบอวลประหนึ่งวิมานสวรรค์จุติ
ทว่า... สิ่งที่สะกดสายตาทุกคู่ในโถงจัดเลี้ยง คือ ‘ผังที่นั่งแถวหน้าสุด’!
ผลพวงจากการระเบิดคลื่นพลังสะท้อนกลับสยบยอดฝีมือหน้าประตูเมืองหยกขาวเมื่อบ่ายแก่ๆ... ส่งผลให้คณะทูตแห่งแคว้นต้าซิง ได้รับเกียรติสูงสุดให้นั่งใน "ตำแหน่งแถวหน้าสุดระดับ Super VIP" ติดกับแท่นเสวยของมหาจักรพรรดิแห่งบูรพาอย่างสง่างาม!
เชื้อพระวงศ์ แม่ทัพใหญ่ และตัวแทนจากร้อยแคว้นที่นั่งอยู่แถวหลัง ต่างพากันมองตรงมายังโต๊ะเสวยของต้าซิงด้วยสายตาครั่นคร้ามยำเกรงระคนหวาดผวา ไม่มีผู้ใดกล้าส่งเสียงกระซิบกระซาบในระยะสิบก้าวแม้แต่คนเดียว!
ทว่า... ตัดภาพมาที่มุมมองของ ‘มะลิ’!
สาวคอนเทนต์ครีเอเตอร์ปี 2026 นั่งจุ้มปุ๊กอยู่บนเบาะนวมกำมะหยี่หนานุ่ม ในชุดฮั่นฝูสีชมพูกลีบบัวรุ่นกระสอบเสบียงพองหนาหกเท่า ดวงตากลมโตเบิกกว้างขยายเท่าไข่นกกระจอกเทศสองฟองซ้อน!
วูบ!
ประกายตาสีน้ำตาลสุกใสสว่างวาบ เปล่งแสงวิบวับเป็นรูปสัญลักษณ์ดอลลาร์ $\$100$ ผสมจานกุ้งมังกรยักษ์และกองทัพหมูหันในชั่วพริบตาเดียว!
‘เชี่ยเอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!’ มะลิตะโกนกรีดร้องในใจจนเซลล์สมองแทบระเบิดเป็นสายรุ้ง
‘นี่มัน... นี่มันคือไลน์อาหารบุฟเฟต์นานาชาติระดับโลก กินฟรี พักฟรี เที่ยวฟรี แบบไม่มีอั้นชัดๆ ว้อยยยย! จัดยิ่งใหญ่กว่างานเอ็กซ์โปปี 2026 เป็นร้อยเท่า! สวรรค์ของสาวนักล่าโปรโมชันชัดๆ!’
มะลิกลืนน้ำลายลงคอดัง เอื้อก! สองมือเงื้อตะเกียบทองคำขึ้นมาเตรียมพร้อมลุยเต็มสูบ!
“พระกระยาหารจานเอกขึ้นโต๊ะ!”
เสียงขันทีหลวงขานก้อง... บริกรหลวงในชุดผ้าไหมสีทองสี่นาย ช่วยกันยกถาดทองคำแท้ขนาดยักษ์เข้ามาจัดวางลงบนโต๊ะเสวยของต้าซิงดัง ตึง!
สิ่งที่วางตระหง่านอยู่บนถาด... คือ "กุ้งมังกรสุวรรณเก้าหางนึ่งเหล้าบ๊วย"!
กุ้งมังกรยักษ์ในตำนานขนาดตัวยาวเท่าท่อนแขนบุรุษ เปลือกสีทองสว่างวาบสะท้อนแสงโคมไฟ เนื้อกุ้งสีขาวนวลแน่นเด้งดึ๋งฉ่ำไปด้วยซอสหวานมันผสมเหล้าบ๊วยหมักพันปี ส่งควันสีขาวฉุยพร้อมกลิ่นหอมหวานเย้ายวนเตะจมูกมะลิเข้าอย่างจัง!
“อู้หู้วววววววววว!” มะลิตาโตเท่าจานข้าว มือสั่นระริก เงื้อตะเกียบหมายจะจ้วงแทงเนื้อกุ้งมังกรคำโต!
หมับ...
ทว่า ก่อนที่ปลายตะเกียบของมะลิจะแตะถูกเนื้อกุ้ง... ฝ่ามือหนาอันอบอุ่นของ ‘เวินเชียนฟาน’ พลันเอื้อมมาจับรั้งข้อมือเรียวของนางไว้อย่างนุ่มนวล
มะลิชะงัก ช้อนสายตามองชินอ๋องตาปริบๆ “อ้าว... ท่านอ๋องคะ? ทำไมห้ามฉันล่ะคะ กุ้งมังกรตัวเบ้อเร่อขนาดนี้ ปล่อยให้เย็นเดี๋ยวเนื้อเหนียวนะคะ!”
เวินเชียนฟานไม่ตอบ เขายกยิ้มละมุนละไมที่มุมปาก แววตาคมกริบทอดมองนางด้วยความทะนุถนอมระดับสะท้านปฐพี
ชินอ๋องปลดถุงมือเกราะศึกสีดำทมิฬออกจากมือตนเอง วางลงบนโต๊ะอย่างไม่ถือพระองค์ ก่อนจะหยิบมีดสลักเล่มบางเนื้อเงินแท้ขึ้นมา สวมบท ‘ประธานบริษัทสายเปย์และแฟนหนุ่มแสนดี’ ลงมือแกะเปลือกกุ้งมังกรยักษ์ด้วยพระหัตถ์ของตนเองต่อหน้าธารกำนัลร้อยแคว้น!
มีดสลักกรีดผ่านเปลือกทองคำดัง กร๊อบ! เนื้อกุ้งมังกรชิ้นโตเท่ากำปั้น ขาวแน่นเด้งดึ๋ง หลุดร่อนออกมาอย่างประณีตไร้ที่ติ
ชินอ๋องบรรจงจุ่มเนื้อกุ้งลงในถ้วยซอสหวานมันเข้มข้น ก่อนจะใช้ปลายนิ้วเรียวยาวประคองเนื้อกุ้งคำโต ยื่นตรงไปจ่อริมฝีปากอิ่มของมะลิในระยะประชิด!
“อ้าปากสิ...” น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยออกมานั้น นุ่มนวล อ่อนโยน และหวานหยดย้อยจนคนทั้งโถงจัดเลี้ยงแทบหยุดหายใจ “กินเนื้อกุ้งก่อน... เจ้าเดินทางไกลมาเหน็ดเหนื่อยทั้งวัน ลำบากเจ้าแล้ว ยอดดวงใจของข้า”
เปรี้ยงงงงงงงงง!
เหมือนมีสายฟ้าฟาดใส่กะโหลกสาวโสดปี 2026!
มะลิตาค้าง ใบหน้าเห่อร้อนวาบจนแดงแจ๋ลามไปถึงใบหู! ‘เชี่ยเอ๊ยยยยยยยยยยย! ประธานบริษัทสายเปย์แกะกุ้งมังกรป้อนถึงปากต่อหน้าร้อยแคว้นแบบ 4K! ความหล่อทะลุรูขุมขนขนาดนี้ ใครมันจะไปทนไหววะ!’
งับ!
มะลิอ้าปากงับเนื้อกุ้งมังกรคำโตเข้าปากดัง กรวบ!
เนื้อกุ้งแน่นเด้งสู้ฟัน หวานฉ่ำ ละมุนลิ้น ผสานกับรสซอสหวานมันอมเปรี้ยวบ๊วย ทำเอามะลิถึงกับหลับตาพริ้ม เคี้ยวแก้มตุ่ยสองข้างพองออกดุจกระรอกกักตุนอาหาร!
“อื้มมมมมมมมม! อร่อยเหี้ยๆ เลยค่ะท่านอ๋อง!” มะลิเคี้ยวตุ้ยๆ ยิ้มแป้นตาหยี ลืมความสำรวมไปจนหมดสิ้น “เนื้อกุ้งเด้งดึ๋งในปาก หวานเจี๊ยบ ซอสก็เข้มข้น ฟินระดับสิบดาว!”
เวินเชียนฟานมองแก้มนุ่มที่พองออกของนางด้วยรอยยิ้มเอ็นดูสุดหัวใจ อ๋องหนุ่มหยิบผ้าไหมสีขาวบริสุทธิ์ บรรจงซับคราบซอสที่มุมปากอิ่มของมะลิอย่างแผ่วเบาและทะนุถนอมที่สุดในโลก...
กริบ...
ทั่วทั้งโถงเสวยเก้าชั้นฟ้าเงียบสงัดลงจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจ!
บรรดาแม่ทัพและเชื้อพระวงศ์จากร้อยแคว้นต่างพากันตาค้าง อ้าปากค้างจนแมลงวันแทบจะบินเข้าไปวางไข่! ‘พญามัจจุราชแห่งต้าซิง... ผู้สังหารคนนับหมื่นโดยไม่กะพริบตา บัดนี้กำลังนั่งแกะกุ้งมังกรป้อนสตรี และเช็ดปากให้นางด้วยความรักใคร่ถึงเพียงนี้เชียวรึ?!’
ทว่า... ณ โต๊ะเสวยของ ‘มหาจักรวรรดิศักดิ์สิทธิ์แดนประจิม’ ฝั่งตรงข้าม!
กร๊อบบบบ!
เสียงเล็บมือจิกแน่นเข้ากับเนื้อโต๊ะไม้หยกจนแตกร้าว!
‘องค์หญิงสามแห่งจักรวรรดิศักดิ์สิทธิ์แดนประจิม’ (เซวียนหยวนหลิง) หญิงสาวผู้เย่อหยิ่งเลอโฉม นั่งจ้องมองภาพหวานชื่นตรงหน้าด้วยดวงตาแดงก่ำลุกโชนไปด้วยเพลิงริษยาระดับมหาทวีป!
เซวียนหยวนหลิงหมายปองเวินเชียนฟานมาเนิ่นนาน นางส่งเทียบหมั้นหมายไปกี่ครั้งก็ถูกเขาเหวี่ยงทิ้งอย่างไร้เยื่อใย แต่วันนี้... บุรุษผู้สูงส่งดุจพญามังกร กลับไปนั่งประคบประหงม ‘นังขยะร่างพองหนาตระกูลตกอับ’ ราวกับไข่ในหิน!
“นังสารเลวบ้านนอก...” เซวียนหยวนหลิงเค้นเสียงต่ำลอดไรฟันด้วยความเกลียดชังสุดขีด “บังอาจมาแย่งชิงบุรุษของข้า... คืนนี้ ข้าจะส่งเจ้าลงนรก!”
เซวียนหยวนหลิงแอบส่งสัญญาณลับให้นางกำนัลคนสนิทข้างกาย...
นางกำนัลลอบนำ "จานขนมกุ้ยฮวาอาบผงสะกดชีพจรเหมันต์" ถือแฝงตัวปะปนกับขบวนบริกร เดินตรงดิ่งเข้าไปวางเทียบไว้บนโต๊ะเสวยตรงหน้ามะลิอย่างเงียบเชียบ!
ขนมกุ้ยฮวาสีเหลืองทองอร่าม โรยด้วยน้ำผึ้งป่าส่งกลิ่นหอมหวานละมุนเตะจมูก ถูกวางลงข้างชามกุ้งมังกร...
“เอ๊ะ? ขนมกุ้ยฮวา!”
มะลิที่เพิ่งกลืนเนื้อกุ้งมังกรคำสุดท้ายลงคอดัง อึก! กำลังรู้สึกเลี่ยนมัน พอเห็นขนมหวานหน้าตาน่ากินมาเสิร์ฟ สัญชาตญาณสายกินของคนปี 2026 ก็ทำงานฉับพลันทันที!
“กินคาวไม่กินหวานสันดานไพร่...นะคะ!” มะลิพึมพำยิ้มร่า “ของหวานตัดเลี่ยนนี่แหละ สวรรค์ของนักกิน!”
หมับ!
มะลิไม่รอช้า คว้าขนมกุ้ยฮวาสีทองชิ้นโตเข้าปากแล้วเคี้ยวคำโตดัง... ง่ำ!
เปรี๊ยะ...
ทันทีที่เนื้อขนมสัมผัสแตะถูกลิ้น... รสหวานหอมของน้ำผึ้งพลันแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นยะเยือกดั่งธารน้ำแข็งขั้วโลกในเสี้ยววินาที!
วูบบบบบบบบบบบ!
"ผงสะกดชีพจรเหมันต์โบราณ" แล่นพล่านเข้าสู่เส้นประสาทและกระแสเลือดอย่างบ้าคลั่ง!
เกล็ดน้ำแข็งที่มองไม่เห็นเริ่มเกาะกุมจากโคนลิ้นลามไปทั่วช่องปาก ลิ้นของมะลิเริ่มแข็งทื่อ ชาจนขยับไม่ได้! ริมฝีปากที่เคยแดงระเรื่อพลันซีดเผือดและกลายเป็นสีม่วงคล้ำในพริบตา!
ความเย็นยะเยือกแล่นลงสู่หลอดลมและปอด ร่างกายของมะลิแข็งเกร็ง หายใจติดขัด เส้นเลือดทั่วร่างปวดร้าวราวกับมีเข็มน้ำแข็งนับหมื่นเล่มทิ่มแทง!
“อึก...!”
มะลิตาเหลือกค้าง ขวัญหนีดีฝ่อจนวิญญาณแทบหลุดลอยออกจากร่าง!
กะโหลกของสาวออฟฟิศปี 2026 กรีดร้องลั่นด้วยความสยองขวัญระดับสิบริกเตอร์:
(เชี่ยแล้วววววววววววววววววววววววววววววววว!!)
(รอบนี้ไม่ใช่ของปลอม! พิษของจริง! ลิ้นกูชาหมดแล้วโว้ยยย! ขยับลิ้นไม่ได้เลย! ตัวกูแข็งเป๊ก หายใจไม่ออก! เส้นเลือดจะแตกแล้ว! กูจะมาขิตรอบสองเพราะขนมหวานเนี่ยนะ?! แม่จ๋าช่วยด้วยยยยยยยยยยยยยยยย!!)
“อึก... อื้ออออ... อ่อก!”
มะลิพยายามจะอ้าปากตะโกนขอความช่วยเหลือ ทว่าลิ้นที่แข็งทื่อทำได้เพียงส่งเสียงอู้อี้ในลำคอ ใบหน้าของนางบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดทรมานอย่างแท้จริง!
เคร้ง!!
มือเรียวที่ไร้เรี่ยวแรงปล่อยตะเกียบคู่ทองคำร่วงหล่นกระแทกโต๊ะหยกเสียงดังลั่น! ร่างบางในชุดพองหนาเริ่มสั่นสะท้านงันงก เกล็ดน้ำแข็งสีขาวบางเบาเริ่มจับตัวขึ้นตามไรผมและขนตาของนางอย่างน่าสะพรึงกลัว!
เวินเชียนฟานที่เห็นตะเกียบร่วง หันขวับมามอง พริบตาที่เห็นริมฝีปากสีม่วงคล้ำและเกล็ดน้ำแข็งบนใบหน้าของนาง... ลมหายใจของพญามัจจุราชสะดุดกึก หัวใจของเขาแทบจะหยุดเต้นในทันที!
“ซูเหมย!!”
ทว่า... ก่อนที่ชินอ๋องจะได้ถ่ายทอดลมปราณ!
วิ้วววววววววววววว...!!
ใต้ผ้าปูโต๊ะเสวย VIP ของต้าซิง... สัญญาณเตือนภัยระดับสีแดงกะพริบถี่รัวในระบบวิญญาณนรก!
‘เตือนภัยระดับฉุกเฉินสูงสุด! สัญญาณชีพของดวงวิญญาณหมายเลข 9999 มะลิ กำลังดิ่งลงสู่ศูนย์!’
ปัง!
บานประตูมิตินรกเปิดออกใต้โต๊ะ... ‘ยมทูตหมายเลข 7’ ในร่างทิพย์วาร์ปมุดโผล่พรวดขึ้นมาจากใต้ผ้าปูโต๊ะเสวย! ใบหน้าขาวซีดยิ่งกว่ากระดาษไหว้เจ้า เหงื่อกาฬไหลทะลักท่วมตัวแทบช็อกตายคาโต๊ะ!
‘เชี่ยแล้ววววววววววววววววววววววววววววววว!!’ ยมทูตหมายเลข 7 กรีดร้องในหัวจนเส้นเลือดวิญญาณแทบแตก
‘แม่หนูมะลิโดนวางยาพิษเหมันต์โบราณ! ลิ้นแข็งตัวแข็งใกล้จะขิตรอบสองแล้ว! ขืนนางตายตรงนี้ ข้าโดนท่านพญายมถลกหนังต้มในกระทะทองแดงเก้าแสนล้านปีแน่ๆ!’
ด้วยความลนลานจนขาดสติ ยมทูตหมายเลข 7 ควัก "น้ำแกงเพลิงโลกันตร์สกัดร้อนจัด" (สูตรแก้หนาวระดับสิบของแดนนรก) ออกมาจากกระเป๋ามิติ!
ยมทูตไม่รอช้า ใช้พลังวิญญาณอัดฉีดกรอกน้ำแกงร้อนจัดทะลวงผ่านหลอดลมเข้าสู่กระเพาะอาหารของมะลิโดยตรงทันที!
ฟู่... พรวดดดดดดดดด!
น้ำแกงเพลิงนรกอันร้อนผ่าวดั่งลาวาภูเขาไฟ ปะทะเข้ากับไอพิษเหมันต์ยะเยือกที่แช่แข็งอยู่ในกระเพาะอาหารของมะลิอย่างจัง!
เปรี๊ยะ... ตูมมมมมมมมมมมมมมม!
ปฏิกิริยาเคมีข้ามมิติระหว่าง ‘เพลิงนรก’ กับ ‘พิษเหมันต์’ ก่อให้เกิดแรงดันมหาศาลดุจระเบิดหม้อต้มไอน้ำ! น้ำแข็งที่เกาะกุมโคนลิ้นละลายหายวับไปในพริบตา ทว่าแรงอัดอากาศมหาศาลกลับตีกลับพุ่งทะยานย้อนศรขึ้นสู่ลำคอของมะลิอย่างบ้าคลั่ง!
มะลิตาเหลือก เบิกตากว้างจนแทบหลุดจากเบ้า! อาการสำลักไอควันตีตื้นขึ้นมาจนคอหอยแทบระเบิด!
มะลิอ้าปากกว้าง สำลักไอควันออกมาจากลำคอสุดแรงเกิดเสียงดังสะท้านโถง...
“ฮ่อกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!”
บรึ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!!
พริบตานั้นเอง!
มวลคลื่นไอเย็นบริสุทธิ์ระดับลบหนึ่งร้อยองศา ผสมผสานไอเวทมนตร์นรกที่ถูกบีบอัด พวยพุ่งทะลักออกจากปากของมะลิ กลายเป็น "ลำแสงไอเย็นขนาดยักษ์รูปเศียรมังกรหิมะโบราณ" พุ่งทะยานแหวกอากาศข้ามห้องโถงเสวยเก้าชั้นฟ้าไปด้วยความเร็วแสง!
ฟิ้ววววววววววววววววววววววว—!
ลำแสงมังกรหิมะพุ่งตรงดิ่งข้ามโถง... พุ่งเข้าปะทะโต๊ะเสวยของ ‘องค์หญิงสามแห่งแดนประจิม’ อย่างแม่นยำระดับไมโครมิลลิเมตร!
ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!!
เปรี๊ยะ... ชิ้งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง!!
อาหารเลิศรส จานชามทองคำ ถ้วยสุรา และโต๊ะหยกของแดนประจิม พลันถูกไอเย็นแช่แข็งกลายเป็น "ก้อนน้ำแข็งยักษ์" คาโต๊ะในเสี้ยววินาที!
และที่น่าเวทนาที่สุด... คือตัวของ ‘เซวียนหยวนหลิง’!
ชุดผ้าไหมแพรพรรณหรูหราขององค์หญิงสาม บัดนี้แข็งเป๊กจนขยับไม่ได้! ขนคิ้ว ขนตา และเส้นผมเกาะกุมไปด้วยเกล็ดหิมะขาวโพลน ปลายจมูกและริมฝีปากกลายเป็นสีม่วงคล้ำ ร่างกายแข็งทื่อสั่นสะท้านงันงก ปากสั่นพั่บๆๆๆ ปานลูกหมาตกถังน้ำแข็ง!
เซวียนหยวนหลิงกลายสภาพเป็น ‘มนุษย์หิมะจำแลง’ คาเก้าอี้เสวย อับอายขายขี้หน้าต่อหน้าธารกำนัลร้อยแคว้นจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนี!
ทั่วทั้งตำหนักเก้าชั้นฟ้าเงียบสงัดลงจนแทบได้ยินเสียงเข็มเงินตก... มีเพียงเสียงไอค่อกแค่กของมะลิที่กำลังลูบคอตัวเองปอยๆ ท่ามกลางสายตาตกตะลึงค้างของคนทั้งมหาทวีป!
ทว่า... ตัดกลับมาที่หน้าเตาถ่าน!มะลิกำลังใช้ตะเกียบคีบ ‘ซี่โครงหมูหม่าล่าย่างชิ้นโต ฉ่ำน้ำมันร้อนๆ ซอสพริกหม่าล่าหยดติ๋งๆ’ ยกขึ้นมาจ่อริมฝีปาก อ้าปากกว้างจะงับคำโต...โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!เสียงคำรามดังสนั่นระดับร้อยห้าสิบเดซิเบล พร้อมกับเงาดำยักษ์ที่พุ่งแหวกอากาศลงมาบดบังแสงอาทิตย์จนมืดมิด!“วี้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!”มะลิสะดุ้งโหยงตกใจสุดขีดจนวิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง! ขวัญหนีดีฝ่อ สองมือกระตุกสั่นระริก!และด้วยความที่ฝ่ามือของมะลิมันเยิ้มเหนียวเหนอะหนะไปด้วยน้ำมันพริกหม่าล่าและไขมันซี่โครงหมู...ฟึ่บ! พรวด!ซี่โครงหมูหม่าล่าชิ้นโตเท่าท่อนแขน ดันลื่นหลุดจากคีบตะเกียบและมือของมะลิ ลอยละลิ่วพุ่งละล่องขึ้นฟ้าด้วยความเร็วสูง!ยมทูตหมายเลข 7 ที่ซุ่มอยู่หลังต้นไม้ เห็นเสือยักษ์อ้าปากกว้างกำลังจะงับหัวมะลิ ยมทูตสติแตกเหงื่อแตกพลั่กแทบช็อกตาย!(เชี่ยแล้วววววววววววววววววววววววววว!! แม่หนูมะลิกำลังจะโดนแดกหัว!)ด้วยความลนลานจนขาดสติ ยมทูตหมายเลข 7 ยกพัดเวทมนตร์นรกขึ้นสะบัดร่ายลมพาย
ยามอู่ (ประมาณ 12.00 น.) ณ ลานประลองยุทธศาสตร์ร้อยแคว้น ตำหนักเก้าชั้นฟ้าตึงงงงงงงงงงงงง!เสียงกลองศึกทองสัมฤทธิ์เก้าใบดังกึกก้องกัมปนาทสะท้านแผ่นดิน ลอยทะลุผ่านม่านเมฆาสีทองยามเที่ยงตรง!ลานประลองยุทธศาสตร์ร้อยแคว้นสร้างขึ้นจากศิลาหยกขาวขนาดยักษ์ กว้างขวางนับพันจั้ง ล้อมรอบด้วยอัฒจันทร์หินอ่อนที่คลาคล่ำไปด้วยเชื้อพระวงศ์ แม่ทัพ และยอดฝีมือจากร้อยแคว้นนับหมื่นคน! เหนือลานประลอง มี ‘ม่านค่ายกลกระจกสะท้อนภาพเวทมนตร์’ ขนาดยักษ์ลอยเด่นอยู่กลางเวหา ฉายภาพบรรยากาศจำลองสู่สายตาคนทั้งมหาทวีปณ ซุ้มเสวย VIP สูงสุด... มหาจักรพรรดิบูรพาทรงประทับเคียงข้างมะลิ โดยมีกองทัพทหารเกราะทองคำสิบล้านนายยืนอารักขาแน่นหนาชนิดที่แม้แต่มดยังแทรกผ่านไม่ได้!เวินเชียนฟานในชุดเกราะศึกสีดำทมิฬ ยืนตระหง่านอยู่ข้างเก้าอี้ของมะลิ มือหนากุมด้ามกระบี่ประจำกาย แววตาคมกริบดุจพญาอินทรีทอดมองนางด้วยความทะนุถนอม“ยอดดวงใจของข้า...” ชินอ๋องโน้มตัวลงกระซิบข้างหูนางอย่างอ่อนโยน “การประลองด่านแรกกำลังจะเริ่มขึ้น... ข้ากับเสด็จพ่อตาตกลงกันแล้ว เจ้าแค่นั่
ยามโหย่วค่ำๆ ณ แท่นบูชาศิลาเทวะ โถงเสวยใหญ่ ตำหนักเก้าชั้นฟ้าท่ามกลางความเงียบกริบระดับจักรวาลหยุดหมุน และสายตาตกตะลึงค้างของยอดคนร้อยแคว้นนับหมื่นชีวิต...ฟึ่บ!‘เวินเชียนฟาน’ ยื่นมือหนาอันทรงพลังไปคว้าม้วนพระราชโองการทองคำแท้จากมือราชทูตต้าซิงที่กำลังคุกเข่าตัวสั่นงันงกมาถือไว้ในมือ ชินอ๋องตวัดสายตาคมกริบดุจพญาอินทรี ก้าวสืบเท้าขึ้นบันไดหยกขาวอย่างสง่างาม ก่อนจะวาดท่อนแขนแกร่งเข้า ‘รวบร่างพองหนาหกเท่าของมะลิ’ เข้ามากอดแนบอกอย่างหวงแหนและแนบแน่นต่อหน้าพระพักตร์มหาจักรพรรดิบูรพา!หมับ!มะลิที่กำลังลูบพุงอิ่มกุ้ง สะดุ้งโหยงเบาๆ ใบหน้าจมหายเข้าไปในแผงอกกว้างอุ่นจัดกลิ่นไม้กฤษณา คิ้วเรียวสวยเลิกขึ้นมองพระเอกตาปริบๆชินอ๋องเชิดใบหน้าคมคายหล่อเหลาขึ้นสบสายตากับมหาจักรพรรดิแห่งบูรพาอย่างไม่หวั่นเกรง สุรเสียงทุ้มต่ำเอ่ยรายงานหน้าตายด้วยความมั่นคงดุจขุนเขาไท่ซาน!“ทูลเสด็จพ่อตา...”เปรี๊ยะ!เหมือนมีสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางกบาลของมหาจักรพรรดิแห่งบูรพา! พระพักตร์ของมหาจักรพรรดิกึ่งเหวอกึ่งช็อก พระขนง
ยามโหย่วปลายๆ ณ แท่นบูชาศิลาเทวะ โถงเสวยใหญ่ ตำหนักเก้าชั้นฟ้า มหานครเทียนหยวนกริบ... ทั่วทั้งมหาทวีปตกอยู่ในความเงียบงันอันไร้ขอบเขต!กริ๊ง... กริ๊ง... วูบบบบบบบบบบ! ‘ป้ายหยกมังกรทองประจำพระองค์’ ที่มหาจักรพรรดิแห่งบูรพาทรงพกติดตัวไว้ตลอดสิบแปดปี พลันส่งเสียงกู่ร้องสั่นสะเทือน ตอบรับคลื่นพลังสายเลือดบริสุทธิ์ตรงหน้าอย่างบ้าคลั่ง!“ส... สายเลือดมังกรบรรพกาลเก้าเล็บบริสุทธิ์... เก้าชั้นฟ้า?!”มหาจักรพรรดิแห่งบูรพาทรงเบิกพระเนตรกว้างจนแทบหลุดจากเบ้า พระวรกายสั่นสะท้านอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในชีวิต น้ำพระเนตรเอ่อล้นทะลักไหลพรากอาบสองปราง!พระองค์ก้าวลงจากบัลลังก์ทองคำด้วยพระบาทที่สั่นเทา ก่อนจะทรง ‘ทรุดพระชานุ (คุกเข่า) ลงต่อหน้าธารกำนัลร้อยแคว้น’ ด้วยพระทัยที่แตกสลายระคนตื้นตันใจสุดขีด!ตุบ! ตุบ! ตุบ!พริบตานั้นเอง! เชื้อพระวงศ์ แม่ทัพใหญ่ ยอดฝีมือจากร้อยแคว้นนับหมื่นคน รวมถึงทหารเกราะเงินทั่วทั้งตำหนัก... ต่างพากันเข่าอ่อน ทรุดลงหมอบกราบราบไปกับพื้นดิน ตัวสั่นสะท้านดุจใบไม้ต้องพายุต่อหน้าบารมีแห่ง
ยามโหย่วปลายๆ (ประมาณ 18.00 น.) ณ โถงเสวยใหญ่ ตำหนักเก้าชั้นฟ้า มหานครเทียนหยวนความเงียบสงัดระดับป่าช้าโบราณเข้าปกคลุมทั่วทั้งโถงเสวยศิลาหยกขาว...เงียบกริบจนแทบจะได้ยินเสียงเหงื่อกาฬของบรรดาแม่ทัพร้อยแคว้นหยดลงกระทบพื้นผ้าไหม!สายตานับหมื่นคู่จับจ้องไปยังโต๊ะเสวยของ ‘มหาจักรวรรดิศักดิ์สิทธิ์แดนประจิม’ ที่บัดนี้ทั้งโต๊ะหยก อาหารเลิศรส จานชามทองคำ และร่างของ ‘เซวียนหยวนหลิง’ (องค์หญิงสามแห่งแดนประจิม) ได้กลายสภาพเป็น ‘ก้อนน้ำแข็งยักษ์’ สีฟ้าครามขาวโพลนไปเรียบร้อยแล้ว! องค์หญิงผู้เย่อหยิ่งนั่งแข็งทื่อ ขนคิ้วและเส้นผมจับตัวเป็นเกล็ดหิมะ ปากสั่นงันงกพั่บๆๆๆ ดุจตุ๊กตาหิมะจำแลงคาเก้าอี้เสวย!ทั่วทั้งโถงจัดเลี้ยง... บรรดาเชื้อพระวงศ์และยอดฝีมือระดับแปดและเก้าชั้นฟ้าต่างลอบกลืนน้ำลายลงคอดัง เอื้อก!สมองของยอดคนร้อยแคว้นเริ่มเกิดการลัดวงจร Short-Circuit ระเบิดตูมตามระดับเก้าสิบเก้าชั้นฟ้าทันที!‘สวรรค์ชั้นฟ้า...!’ แม่ทัพใหญ่แห่งมหาอาณาจักรแดนใต้เหงื่อกาฬไหลพราก ขนหัวลุกชันชี้ฟ้า ‘นางถูกล
ยามโหย่ว (ประมาณ 17.30 น.) ณ โถงเสวยใหญ่ ตำหนักเก้าชั้นฟ้า มหานครเทียนหยวนตึงงงงงงงงง!เสียงระฆังทองสัมฤทธิ์เก้าใบดังสะท้อนกังวานก้องไปทั่วทั้งตำหนักศิลาหยกขาวอันยิ่งใหญ่ตระการตา ลอยทะลุผ่านม่านเมฆาสีทองยามอาทิตย์อัสดง!โถงเสวยใหญ่แห่งตำหนักเก้าชั้นฟ้าถูกสร้างขึ้นจากศิลาหยกขาวแกะสลักลวดลายเมฆาและมังกรทอง เสาหินปิดทองคำแท้ตระหง่านเสียดฟ้านับร้อยต้น โต๊ะเสวยยาวเหยียดปูลาดด้วยผ้าไหมแพรพรรณสีแดงชาด เครื่องเคลือบปิดทองคำแท้จัดวางอย่างเป็นระเบียบ กลิ่นหอมกรุ่นของอาหารหายากพันปีลอยตลบอบอวลประหนึ่งวิมานสวรรค์จุติทว่า... สิ่งที่สะกดสายตาทุกคู่ในโถงจัดเลี้ยง คือ ‘ผังที่นั่งแถวหน้าสุด’!ผลพวงจากการระเบิดคลื่นพลังสะท้อนกลับสยบยอดฝีมือหน้าประตูเมืองหยกขาวเมื่อบ่ายแก่ๆ... ส่งผลให้คณะทูตแห่งแคว้นต้าซิง ได้รับเกียรติสูงสุดให้นั่งใน "ตำแหน่งแถวหน้าสุดระดับ Super VIP" ติดกับแท่นเสวยของมหาจักรพรรดิแห่งบูรพาอย่างสง่างาม!เชื้อพระวงศ์ แม่ทัพใหญ่ และตัวแทนจากร้อยแคว้นที่นั่งอยู่แถวหลัง ต่างพากันมองตรงมายังโต๊ะเสวยของต้าซิงด้วยสายตาครั่นคร้ามยำเกรงระ







