Share

ตอนที่ 46

last update publish date: 2026-10-07 12:00:56

ยามโฉ่ว (ประมาณ 02.30 น. กลางดึกสงัด) ณ เหนือม่านเมฆาเก้าชั้นฟ้า สู่ แดนเซียนเบื้องบน

ท่ามกลางความเงียบสงัดยามราตรีของแดนมนุษย์...

ทว่า ณ ห้วงมิติเบื้องบนเหนือม่านเมฆาสูงสุด ปรากฏการณ์อันน่าสะพรึงกลัวกลับระเบิดขึ้น!

คลื่นพลังสายเลือดมังกรทองบรรพกาลเก้าเล็บที่ปะทุขึ้นตอนมะลิแตะศิลาเทวะ... ผสานรวมเข้ากับไอควันเวทมนตร์จาก ‘กระทะทองคำมังกรแท้’ และกลิ่นเครื่องเทศฉุนกึกของ ‘หม้อไฟหม่าล่าพริกสิบเม็ด’ ที่เผาผลาญตลอดการประลองรอบชิง... มันมิได้สลายหายไปธรรมดา!

วูบบบบบบบบบบบ! ตูมมมมมมมมมมมม!

คลื่นพลังความร้อนและกลิ่นอายอันพิสดาร (กลิ่นหม่าล่าผสมไอเทวะ) ได้พวยพุ่งทะลวงผ่าน ‘ม่านพลังกั้นภพ’ พุ่งตรงขึ้นสู่ ‘แดนเซียนเบื้องบน’ อย่างรุนแรง!

กริ๊งงงงงงงงงง! กริ๊งงงงงงงงงง!

‘หอระฆังเตือนภัยสวรรค์’ บนวิมานเซียนเก้าชั้นฟ้า พลันสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น ส่งเสียงกรีดร้องก้องกังวานไปทั่วแดนเทพ!

บนตำหนักเซียนสีขาวบริสุทธิ์เหนือมวลเมฆา... ร่างสูงส่งในชุดคลุมสีทองสง่างามของ ‘ทูตสวรรค์ผู้คุมกฎแห่งมหาเทวะ’ ผุดลุกขึ้นยืนด้วยความตระหนกตกใจสุดขีด! ดวงตาเซียนเบิกกว้าง จมูกกระตุกฟุดฟิดเมื่อได้กลิ่นเผ็ดร้อนชาลิ้นอันแปลกประหลาด

“คลื่นพลังมังกรเก้าเล็บที่สาบสูญไปหมื่นปี... เหตุใดจึงตื่นขึ้นมาในแดนมนุษย์เบื้องล่าง?!”

ทูตสวรรค์ขมวดคิ้วแน่น ไอจามออกมาเบาๆ “แค่ก! ซ้ำยังมี... กลิ่นอายเพลิงเผาผลาญวิญญาณอันพิสดารแสบจมูกเช่นนี้ปะปนอยู่ด้วย?! กลิ่นอันใดกัน ช่างฉุนกึกแสบดวงตาเซียนยิ่งนัก!”

ทูตสวรรค์สะบัดแส้ปัดฝุ่น คลี่ม้วนโองการสวรรค์สีทองคำเปล่งประกาย ตรัสสั่งการด้วยสุรเสียงก้องกังวานสะท้านวิมานเซียน!

“ถ่ายทอดบัญชาสวรรค์... ส่ง ‘ผู้คุมกฎสวรรค์’ ลงไปตรวจสอบแดนมนุษย์เดี๋ยวนี้! หากมีสิ่งมีชีวิตใดกำลังคิดการใหญ่ ฝืนลิขิตฟ้าดิน หรือฝึกวิชาพรรคมารเพลิงพิสดาร... จงกำราบและลากตัวมันขึ้นมาลงทัณฑ์เสีย!”

เปรี้ยงงงงงงงงงงงงง!

สายฟ้าสีทองคำฟาดเปรี้ยงทะลวงม่านเมฆา ดิ่งตรงลงสู่แดนมนุษย์เบื้องล่างทันที!

ตัดภาพกลับมายังแดนมนุษย์...

ยามเฉิน (ประมาณ 07.30 น.) ณ ห้องหอหลวง ตำหนักเก้าชั้นฟ้า มหานครเทียนหยวน

แสงตะวันยามเช้าสาดส่องผ่านม่านหน้าต่างผ้าไหมสีแดงชาด ไออุ่นระเรื่อขับไล่ความหนาวเย็นของค่ำคืนวิวาห์จนหมดสิ้น บรรยากาศภายในห้องหออบอวลไปด้วยกลิ่นกำยานมงคลและกลิ่นไม้กฤษณาหอมละมุน

ทว่า... บนเตียงวิวาห์ไม้จันทน์หอมขนาดมหึมานั้น...

“อืออออออ... โอ๊ยยยยยยยยยยย! หลังกู... เอวกู... พุงกู๊ววววว!”

เสียงโอดโอยครวญครางดังลั่นมาจากใต้ผ้าห่มแพรไหมสีแดงปักดิ้นทอง!

ร่างกลมพองของ ‘มะลิ’ ค่อยๆ บิดขี้เกียจท่ามกลางฟูกนุ่ม สองแขนสองขากางแผ่หราเป็นรูปปลาดาวสองสลึง ใบหน้าน่ารักบิดเบี้ยวด้วยความปวดเมื่อยระบมไปทั้งร่าง ตั้งแต่บั้นเอว สะโพก ลามไปจนถึงชายโครง!

ทว่า... สาเหตุแห่งความระบมนี้ มิใช่เพราะศึกรักอันดุเดือดแต่อย่างใด!

แต่เป็นเพราะ... ‘วิกฤตท้องอืดสะสมจากโต๊ะจีนพันโต๊ะเมื่อวาน!’

“เชี่ยเอ๊ยยยยย...” มะลิเอามือกุมหน้าท้องที่ยังคงป่องนูนเป็นลูกแตงโม สูดปากซี้ดซ้าด “ฟาดขาหมูไปสามจาน น่องไก่ย่างอีกสี่น่อง บวกกุ้งมังกรและเป็ดปักกิ่ง... พุงจะแตกเป็นเสี่ยงๆ นึกว่าจะขิตคาเตียงหอเพราะ Food Coma ซะแล้ว!”

“ตื่นแล้วรึ... ยอดดวงใจของข้า”

สุรเสียงทุ้มต่ำ นุ่มนวล และหวานหยดย้อยดั่งน้ำผึ้งเดือนห้าดังขึ้นข้างเตียง...

มะลิสะดุ้งเบาๆ หันขวับไปมอง...

เบื้องหน้าของนางคือ ‘เวินเชียนฟาน’ ในชุดลำลองผ้าไหมเนื้อดีสีน้ำเงินครามเข้ม อ๋องหนุ่มตื่นบรรทมตั้งแต่ยามเหม่า เกล้าผมเรียบร้อยหมดจด ใบหน้าคมคายหล่อเหลาไร้ที่ติ ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดชื่นดั่งเทพเซียนจุติ ไม่มีร่องรอยความเหน็ดเหนื่อยเลยแม้แต่น้อย!

ในมือหนาอันอบอุ่นของชินอ๋อง ถือ ‘ถ้วยชาหยกขาวควันฉุย’ ประคองยื่นมาจ่อตรงริมฝีปากอิ่มของมะลิอย่างทะนุถนอม

“จิบน้ำชาดอกบัวหิมะอุ่นๆ เสียหน่อยเถิด...” ชินอ๋องนั่งลงบนขอบเตียง มืออีกข้างเอื้อมไปเกลี่ยปอยผมที่ปรกข้างแก้มเนียนของนางทัดหูอย่างอ่อนโยน แววตาคมกริบเปี่ยมล้นไปด้วยความคลั่งรักจนแทบจะกลืนกินนาง “ข้าสั่งให้ห้องเครื่องเคี่ยวน้ำชาช่วยย่อยให้เจ้าโดยเฉพาะ ยามนี้หน้าท้องของเจ้ายังแน่นตึงอยู่หรือไม่?”

มะลิที่ยังสะลึมสะลือ ช้อนสายตามองใบหน้าหล่อเหลาระยะประชิด 4K... สกินชิปละมุนละไมตั้งแต่หัววันทำเอาหัวใจสาวโสดปี 2026 กระตุกเต้นผิดจังหวะไปหนึ่งเคาะ!

“อึก... อึก... ขอบคุณค่ะคุณพี่” มะลิจิบน้ำชาอุ่นชุ่มคอ ก่อนจะถอนหายใจยาว “สบายท้องขึ้นเยอะเลยค่ะคุณพี่ แต่เอวยังตึงเปรี๊ยะอยู่เลย เมื่อคืนน่องไก่ย่างหล่นกลิ้งเกือบตกเตียง ดีนะที่หนูตะครุบไว้ทัน ไม่งั้นเสียดายของแย่!”

เวินเชียนฟานชะงักไปเสี้ยววินาที มุมปากหยักลึกกระตุกยิ้ม ก่อนจะหลุดหัวเราะในลำคอด้วยความเอ็นดูสุดหัวใจ

“หึๆ... แม้แต่น่องไก่ย่าง เจ้าก็ยังหวงแหนยิ่งกว่าสิ่งใด” ชินอ๋องดึงตัวมะลิขึ้นมาสวมกอดเบาๆ โน้มหน้าจุมพิตลงบนหน้าผากเนียนของนางฟอดใหญ่ “วางใจเถิด ตราบใดที่เจ้าอยู่ข้างกายข้า เจ้าจะมีน่องไก่ย่างให้กินไปตลอดชีวิต ยอดดวงใจของข้า”

“แหม... ปากหวานแต่เช้าเลยนะคะประธานบริษัท!” มะลิหัวเราะร่า ยิ้มแป้นจนตาหยี

ยามซื่อ (ประมาณ 09.30 น.) ณ ท้องพระโรงใหญ่ ตำหนักเก้าชั้นฟ้า

แสงแดดอบอุ่นสาดส่องลงบนพื้นศิลาหยกขาวอันวิจิตรตระการตา

มหาจักรพรรดิแห่งบูรพาทรงประทับนั่งจิบชาร่วมกับบุตรสาวและบุตรเขยอย่างชื่นมื่น พระเนตรเปี่ยมล้นไปด้วยความภาคภูมิใจ พระหัตถ์คอยชี้ชวนให้มะลิชิมขนมรังนกทองคำไม่ขาดปาก

“เหมยเอ๋อร์... กินนี่สิลูก ขนมรังนกตุ๋นโสมพันปี พ่อสั่งให้ทำมาบำรุงเจ้าหลังคืนเข้าหอโดยเฉพาะ!” มหาจักรพรรดิตรัสเสียงหวาน ก่อนจะตวัดสายตาไปค้อนใส่ลูกเขยตาเขียว “เจ้าหนุ่มหน้ามึน... เมื่อคืนเจ้าไม่ได้รังแก หรือปล่อยให้ลูกสาวข้าต้องอดอยากใช่หรือไม่!”

ชินอ๋องวางถ้วยชาลงอย่างสุขุม ตอบหน้าตายดั่งขุนเขา “ทูลเสด็จพ่อตา... เมื่อคืนนางกินอิ่มจนข้าต้องนวดพุงช่วยย่อยให้ถึงยามจื่อ นางมิได้อดอยากแม้แต่น้อยพะยะค่ะ”

“เจ้า...!” มหาจักรพรรดิพระพักตร์กระตุกยิกๆ ลมออกหูที่โดนลูกเขยตอกกลับเรื่องนวดพุง

ทว่า... ในวินาทีอันแสนสงบสุขนั้นเอง!

ตึงงงงงงง! ปังงงงงงงงงงงงงงงงงงง!

เสียงเปิดประตูดังลั่นสนั่นท้องพระโรง พร้อมกับเงาร่างของบุรุษในชุดราชทูตต้าซิงที่วิ่งกระหืดกระหอบ หน้าซีดเผือดราวกับคนเห็นผี ล้มลุกคลุกคลานเข้ามากลางท้องพระโรง!

โขลกกกกกก! ปัง!

หัวหน้าราชทูตพิเศษแห่งต้าซิง ทรุดตัวลงคุกเข่าเอาหัวโขกพื้นหินขัดเงาอย่างบ้าคลั่งจนหน้าผากปูดโน น้ำตาไหลพรากอาบสองแก้ม สองมือชู ‘ม้วนฎีกาทองคำขลิบแดง’ ขึ้นเหนือศีรษะ ร้องไห้โฮเสียงสั่นสะท้านโถง!

“กราบทูลมหาจักรพรรดิบูรพา! และท่านชินอ๋องพะยะค่ะ!!” ราชทูตสะอึกสะอื้นจนตัวโยน “เกิดเรื่องใหญ่ระดับฟ้าถล่มแล้วพะยะค่ะ! ข้าน้อยนำ ‘ฎีกาน้ำตานองของฮ่องเต้ต้าซิง’ เดินทางด่วนพิเศษแปดร้อยลี้มาถวายพะยะค่ะ!”

มหาจักรพรรดิบูรพาเลิกพระขนงขึ้น พระสุรเสียงเข้มดุดัน “ฎีกาน้ำตานองรึ? ฮ่องเต้ต้าซิงส่งสารอันใดมาอีกล่ะ!”

ราชทูตต้าซิงกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่ คลี่ม้วนฎีกาออกอ่านด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเว้าวอนสุดชีวิต:

“กราบทูล เสด็จพี่มหาจักรพรรดิบูรพาผู้เกรียงไกร...

นับตั้งแต่ข้าพเจ้าส่งตัวชินอ๋องเวินเชียนฟาน พระอนุชาไปเป็นของแถมกำนัลดับไฟแค้น... บัดนี้ ราชสำนักต้าซิงตกอยู่ในวิกฤตการณ์ขั้นหายนะพะยะค่ะ!

ราชสำนักไร้แม่ทัพไร้พ่ายค้ำบัลลังก์ ขุนนางเฒ่าฝ่ายตรงข้ามเริ่มจ้องก่อกบฏ ชายแดนเริ่มปั่นป่วน และที่เลวร้ายที่สุด... งานราชการกองท่วมหัวจนล้นพระตำหนัก ข้าพเจ้าต้องนั่งเซ็นฎีกาหามรุ่งหามค่ำไม่ได้หลับไม่ได้นอนจนหัวจะล้านหมดแล้วพะยะค่ะ! ข้าพเจ้าขอสารภาพผิดที่กลืนน้ำลายตัวเอง!

ขอเสด็จพี่บูรพาโปรดเมตตา... ส่งตัวชินอ๋องกลับไปช่วยคุมทัพและช่วยเซ็นงานราชการด่วนเถิด! ต้าซิงยินดีส่งเครื่องบรรณาการรายเดือน และยกขบวนเกียรติยศมารับเสด็จพระชายาเอก (องค์หญิงเก้า) ไปเสวยสุข สร้างตำหนักลอยฟ้าถวายให้อยู่อย่างราชาพะยะค่ะ!!”

กริบ...

ทั่วทั้งท้องพระโรงเงียบสงัดลงจนแทบได้ยินเสียงเข็มเงินตก!

มะลิที่กำลังเคี้ยวขนมรังนกแก้มตุ่ย ถึงกับหยุดเคี้ยว กะพริบตาปริบๆ: (เชี่ยเอ๊ยยย... ฮ่องเต้ต้าซิงทำงานจนหัวจะล้านเลยเหรอวะนั่น? สภาพเหมือนกูตอนปั่นงานส่งลูกค้าสิ้นเดือนเป๊ะ!)

ยามซื่อแก่ๆ ณ ท้องพระโรงใหญ่ ตำหนักเก้าชั้นฟ้า

“ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ!”

เสียงพระสรวลร่าลั่นฟ้าของมหาจักรพรรดิบูรพาดังกึกก้องกัมปนาทสะท้านพระตำหนัก! พระองค์ทรงตบโต๊ะทองคำแท้ดัง ปัง! พระอุระยืดตรงด้วยความสะใจระดับเก้าสิบเก้าชั้นฟ้า!

“เห็นหรือไม่! พวกเจ้าได้ยินหรือไม่!!” มหาจักรพรรดิตรัสเย้ยหยัน “ตอนแรกกลัวเมืองแตกจนรีบแพ็กน้องชายใส่กล่องแถมฟรีมาให้ข้า! บัดนี้ไม่มีปัญญาบริหารบ้านเมือง จนต้องทำฎีกาน้ำตานองมาคุกเข่าขอคืนรึ?!”

มหาจักรพรรดิตวัดสายตามังกรหันมาจ้องหน้าลูกเขยอย่างถือไพ่เหนือกว่า

“เวินเชียนฟาน... เจ้าได้ยินหรือไม่ เสด็จพี่ของเจ้ากำลังจะหัวล้านเพราะไม่มีเจ้าช่วยทำงาน!”

ชินอ๋องสบพระเนตรพ่อตาอย่างนิ่งสงบ สีหน้าเรียบเฉยไม่สะทกสะท้าน “ทูลเสด็จพ่อตา... เสด็จพี่ข้าเป็นคนหยิบโหย่ง ทำงานเอกสารไม่ค่อยได้เรื่อง หากข้าไม่อยู่ช่วยสะสาง ต้าซิงคงล่มจมในไม่ช้าพะยะค่ะ”

“ฮึ่ม! หากต้าซิงอยากยืมตัวลูกเขยข้าไปช่วยงาน...” มหาจักรพรรดิตรัสสุรเสียงทรงอำนาจ ตั้งเงื่อนไขสะท้านแผ่นดิน “ลูกสาวข้า... เซวียนหยวนเหมย ต้องเดินทางไปด้วยอย่างสมเกียรติสูงสุด! ต้าซิงต้องสร้างพระตำหนักลอยฟ้า ต้องส่งเครื่องบรรณาการเนื้อแกะแดนเหนือและผลทิพย์มาถวายนางทุกเดือน และที่สำคัญ... เจ้าต้องรับประกันว่า จะไม่ให้นางแตะต้องงานหนักแม้แต่นิ้วเดียว! ได้ยินหรือไม่!”

“ทูลเสด็จพ่อตาโปรดวางพระทัย...” ชินอ๋องประสานมือคารวะอย่างมั่นคง “คลังเสบียงสิบโกดังใหญ่ที่วังชินอ๋อง ข้าสั่งเตรียมพร้อมไว้รอรับนางแล้วพะยะค่ะ”

ทว่า... ในวินาทีที่พ่อตากับลูกเขยกำลังเปิดศึกเจรจาต่อรองผลประโยชน์ทางการเมืองนั้นเอง!

วูบ!

ดวงตากลมโตของมะลิพลันเบิกกว้าง ขยายโตเท่าไข่นกกระจอกเทศสองฟองซ้อน!

ประกายตาสีน้ำตาลสุกใสสว่างวาบ เปล่งแสงวิบวับเป็นรูปสัญลักษณ์ดอลลาร์ $\$100$ ผสมตั๋วเครื่องบิน First Class บินฟรีรอบโลกทันที!

สัญญาณสมอง 5G ของสาวคอนเทนต์ครีเอเตอร์ปี 2026 ทำการถอดรหัสและประมวลผลด้วยความเร็วแสงระดับมหาจักรวาล!

(เชี่ยเอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!)

มะลิตะโกนกรีดร้องในใจจนเซลล์สมองแทบระเบิดเป็นสายรุ้งเจ็ดสี!

(นี่มัน... นี่มันคือ ‘แพ็กเกจวีซ่า Golden Pass สองสัญชาติ’ ของแท้ไม่มีสแตนด์อินว้อยยยย! มีวังส่วนตัวให้อยู่อาศัยสองมหาทวีป! หน้าหนาวนอนวังบูรพากินชาบูซดซุปร้อนๆ หน้าร้อนบินไปนอนวังชินอ๋องสั่งเนื้อแกะย่างเสียบไม้คลุกผงยี่หร่าต้าซิง! ผัวทำงานหาเงินงกๆ ช่วยฮ่องเต้เซ็นเอกสารงกๆ... ส่วนกูผู้เป็นเมียนั่งกระดิกเท้าเสวยสุขสองประเทศตลอดชีพ!)

มะลิกลืนน้ำลายลงคอดัง เอื๊อก! ความละโมบสายกินปะทุเดือดจนเนื้อตัวสั่นเทิ้ม!

หมับ!

มะลิผุดลุกพรวดขึ้นยืน ตบโต๊ะทองคำแท้ดังสนั่น!

ปังงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง!!

จานขนมและถ้วยชากระดอนลอยขึ้นเกือบครึ่งคืบ! มะลิเชิดหน้าขึ้น เท้าสะเอว ประกาศลั่นท้องพระโรงด้วยความมุ่งมั่นเกินร้อยระดับร้อยยี่สิบเดซิเบล!

“ดีลค่ะคุณพ่อ! หนูตกลงค่ะ!” มะลิชี้นิ้วสั่งการหน้าตาเฉย “เพื่อความสงบสุขของต้าซิง และเพื่อช่วยไม่ให้พี่ชายฮ่องเต้ต้องหัวล้าน... หนูยอมเสียสละเดินทางไปเยือนต้าซิงเดี๋ยวนี้เลยค่ะ! รีบสั่งคนไปจัดขบวนรถม้าด่วนจี๋เลยค่ะ!”

กริบ...

ทั่วทั้งท้องพระโรงเงียบสงัดลงจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจ!

มหาจักรพรรดิแห่งบูรพาถึงกับยืนนิ่งค้าง พระเนตรเอ่อล้นไปด้วยน้ำพระเนตรแห่งความปลาบปลื้มใจ พระองค์ทรงยกพระหัตถ์ขึ้นทาบพระอุระ ร่างกายสั่นสะท้านด้วยความซาบซึ้งใจสุดขีด!

‘สวรรค์ชั้นฟ้า...!’ มหาจักรพรรดิรำพึงในใจทั้งน้ำตา ‘เหมยเอ๋อร์ ลูกรักของพ่อ! นางช่างมีจิตใจเปี่ยมล้นไปด้วยเมตตาธรรมอันยิ่งใหญ่! นางยอมเสียสละความสุขสบายในวังบูรพา เพื่อเดินทางข้ามทวีปไปช่วยดับวิกฤตบ้านเมืองให้แก่สามี! ช่างเป็นสตรีที่เปี่ยมไปด้วยคุณธรรมสมเป็นสายเลือดมังกรโดยแท้จริง!’

“ลูกรักของพ่อ!” มหาจักรพรรดิซับหัวตา “ในเมื่อเจ้ามีจิตใจกว้างขวางถึงเพียงนี้... พ่อจะจัดขบวนเสด็จเกราะทองคำสิบล้านนาย คุ้มกันเจ้าไปส่งถึงประตูวังชินอ๋องด้วยตนเอง!!”

มะลิ: “...หืม?” (ยืนกะพริบตาปริบๆ ลูบมือที่เจ็บจากการตบโต๊ะ)

(เอ้า... แค่บอกว่าจะไปกินเนื้อแกะย่างต้าซิง ทำไมคุณพ่อซึ้งใจน้ำตาแตกปานส่งลูกไปกู้โลกวะเนี่ย? เออ ช่างเหอะ รีบไปเก็บกระเป๋าดีกว่า!)

ยามบ่าย (ประมาณ 14.00 น.) ณ ประตูเมืองเทียนหยวน มุ่งหน้าสู่ทุ่งหญ้าพรมแดน

ตึงงงงงง! ตึงงงงงง! ปู๊นนนนนนน!

เสียงกลองศึกและแตรเขาสัตว์ดังกึกก้องกัมปนาทสะท้านแผ่นดิน ขบวนเสด็จประวัติศาสตร์ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งสองมหาทวีปเคลื่อนพลออกจากมหานครเทียนหยวนอย่างเกรียงไกร!

รถม้าพระราชทานทองคำแท้ขนาดมหึมา บุแพรไหมสิบชั้น กว้างขวางดุจห้องนอนลอยฟ้า เคลื่อนตัวนำหน้าขบวน โดยมี ‘กองทัพทหารเกราะทองคำบูรพาสิบล้านนาย’ เดินแถวหน้ากระดานคุ้มกันเสบียงและของกำนัล ธงทิวมังกรทองแห่งบูรพาและธงพยัคฆ์ทมิฬแห่งต้าซิงโบกสะบัดคู่กันต้านลมหนาวอย่างอหังการ

และสิ่งที่ทำให้ชาวบ้านสองข้างทางต้องอ้าปากค้าง...

คือ ‘พยัคฆ์ทมิฬเก้าหาง’ หรือ ‘เจ้าส้มยักษ์’ ขนาดเท่าบ้านสองชั้น ที่ยังคงผูก ‘โบผ้าไหมสีแดงขนาดยักษ์’ ไว้รอบคอ มันเดินต้วมเตี้ยมพุงกระเพื่อมเคียงข้างรถม้าอย่างสบายอารมณ์ หางเก้าเส้นสะบัดพัดลมเย็นฉ่ำให้ขบวนเสด็จดั่งพัดลมยักษ์เบอร์สาม

บนเกวียนเสบียงข้างๆ... ‘อาชู’ สาวใช้น้อย นั่งถือถุงเกาลัดคั่วและเนื้อวัวย่างชิ้นโต คอยใช้คีมเงินป้อนเข้าปากยักษ์ของเจ้าส้มเป็นระยะ

“อ้ามมมม... เจ้าส้ม เคี้ยวช้าๆ หน่อยสิเจ้าคะ!” อาชูเอ็ดเบาๆ เจ้าส้มส่งเสียงคราง “ฟี้... เหมียวววว~” เอาคางยักษ์มาเกยเกวียนตาแป๋ว

ภายในรถม้าทองคำอันหรูหรา...

เวินเชียนฟานนั่งเคียงข้างมะลิ มือหนาใช้มีดสลักปอกเปลือก ‘ผลทิพย์สวรรค์รสหวานฉ่ำ’ ส่งป้อนถึงริมฝีปากอิ่มของมะลิคำต่อคำ

“อ้ามมม... ง่ำ!” มะลิเคี้ยวผลทิพย์ตุ้ยๆ สองแก้มพองออกดุจกระรอก “หวานเจี๊ยบชื่นใจจังเลยค่ะคุณพี่! ไปถึงต้าซิงแล้ว พาหนูไปกินเนื้อแกะย่างเสียบไม้หมื่นลี้เลยนะคะ!”

ชินอ๋องระบายยิ้มละมุน นัยน์ตาคมกริบเชื่อมหวานลึกซึ้ง “ตามใจเจ้าทุกอย่าง... ยอดดวงใจของข้า”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกิดใหม่ทั้งที ศพดันถูกเผาไปแล้ว!   ตอนที่ 47

    ยามโพล้เพล้ (ประมาณ 17.30 น.) ณ ช่องแคบม่านเมฆา รอยต่อพรมแดนสองมหาทวีปเปรี้ยงงงงงงงงงงงงงงงงง! ครืนนนนนนนนนนน!สายลมหอบใหญ่ในช่องแคบระหว่างแนวผาสูงชันพัดกรรโชกอย่างบ้าคลั่ง หอบเอาไอหนาวเหน็บเสียดแทงกระดูกพัดถล่มขบวนเสด็จประวัติศาสตร์!ท้องฟ้าเหนือช่องแคบม่านเมฆาที่เคยปลอดโปร่ง พลันมืดมิดลงดั่งราตรีกาลมาเยือนก่อนเวลา เมฆาสีม่วงดำม้วนตัวเป็นเกลียวคลื่นพายุหมุนขนาดมหึมา อัสนีบาตสายฟ้าสีทองคำแท้ฟาดเปรี้ยงปร้างลงบนยอดหินผาจนเศษศิลาแตกกระจายร่วงกราว!ท่ามกลางม่านพายุอัสนีบาต... ปรากฏเงาร่างสีทองอร่ามเหยียบย่ำมวลเมฆาสีขาวบริสุทธิ์ดิ่งลงมาจากสรวงสวรรค์!บุรุษหนุ่มร่างสูงส่งในชุดเกราะเทวะสีทองคำอร่าม แผ่ประกายรังสีเซียนสว่างจ้าเรืองรองสาดส่องลงมาดั่งหลอดไฟนีออนสปอตไลต์กำลังส่องสนามฟุตบอล บนบ่าสะบัดผ้าคลุมสีขาวบริสุทธิ์ ใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่ติตั้งตรงอย่างเย่อหยิ่ง สองมือคลี่ ‘ม้วนโองการสวรรค์สีทองคำขลิบหยก’ ตวาดสุรเสียงก้องกังวานสะท้านฟ้าดิน!“มดปลวกในแดนมนุษย์เบื้องล่างจงสดับ!”สุรเสียงของทูตสวรรค์ผู้คุมกฎดังก้

  • เกิดใหม่ทั้งที ศพดันถูกเผาไปแล้ว!   ตอนที่ 46

    ยามโฉ่ว (ประมาณ 02.30 น. กลางดึกสงัด) ณ เหนือม่านเมฆาเก้าชั้นฟ้า สู่ แดนเซียนเบื้องบนท่ามกลางความเงียบสงัดยามราตรีของแดนมนุษย์...ทว่า ณ ห้วงมิติเบื้องบนเหนือม่านเมฆาสูงสุด ปรากฏการณ์อันน่าสะพรึงกลัวกลับระเบิดขึ้น!คลื่นพลังสายเลือดมังกรทองบรรพกาลเก้าเล็บที่ปะทุขึ้นตอนมะลิแตะศิลาเทวะ... ผสานรวมเข้ากับไอควันเวทมนตร์จาก ‘กระทะทองคำมังกรแท้’ และกลิ่นเครื่องเทศฉุนกึกของ ‘หม้อไฟหม่าล่าพริกสิบเม็ด’ ที่เผาผลาญตลอดการประลองรอบชิง... มันมิได้สลายหายไปธรรมดา!วูบบบบบบบบบบบ! ตูมมมมมมมมมมมม!คลื่นพลังความร้อนและกลิ่นอายอันพิสดาร (กลิ่นหม่าล่าผสมไอเทวะ) ได้พวยพุ่งทะลวงผ่าน ‘ม่านพลังกั้นภพ’ พุ่งตรงขึ้นสู่ ‘แดนเซียนเบื้องบน’ อย่างรุนแรง!กริ๊งงงงงงงงงง! กริ๊งงงงงงงงงง!‘หอระฆังเตือนภัยสวรรค์’ บนวิมานเซียนเก้าชั้นฟ้า พลันสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น ส่งเสียงกรีดร้องก้องกังวานไปทั่วแดนเทพ!บนตำหนักเซียนสีขาวบริสุทธิ์เหนือมวลเมฆา... ร่างสูงส่งในชุดคลุมสีทองสง่างามของ ‘

  • เกิดใหม่ทั้งที ศพดันถูกเผาไปแล้ว!   ตอนที่ 45

    ยามเว่ยแก่ๆ สู่ยามโหย่ว (ประมาณ 16.30 น.) ณ ตำหนักเก้าชั้นฟ้า มหานครเทียนหยวนตึงงงงงงงงงง! ตึงงงงงงงงงง! ปู๊นนนนนนน!เสียงดนตรีมโหรีหลวงและแตรเขาสัตว์ดังกึกก้องกัมปนาทสะท้านแผ่นดินสองมหาทวีป ธงทิวมังกรทองคำแห่งบูรพาและธงพยัคฆ์ทมิฬแห่งต้าซิงโบกสะบัดเคียงคู่กันเหนือฟากฟ้าเก้าชั้นฟ้าอย่างเกรียงไกรมหาจักรพรรดิแห่งบูรพาทรงสั่งปิดมหานครเทียนหยวน ฉลองมหาพิธีอภิเษกสมรสครั้งประวัติศาสตร์ระหว่าง ‘ชินอ๋องเวินเชียนฟาน’ และ ‘องค์หญิงเก้าเซวียนหยวนเหมย’ จัดโต๊ะจีนทองคำแท้พันโต๊ะเปิดเลี้ยงไม่อั้นตลอดเจ็ดวันเจ็ดคืน!ทว่า... ท่ามกลางบรรยากาศอันศักดิ์สิทธิ์และอลังการระดับตำนานนั้น...ตึก... ตึก... กึก...เสียงก้าวเท้าอันหนักแน่นผิดมนุษย์มนาดังขึ้นบนพรมแดงปูลาดพระราชวัง...‘มะลิ’ ในชุดวิวาห์มงคลสีแดงชาดปักดิ้นทองคำลายหงส์เพลิงคู่มังกร หนาเตอะถึงแปดชั้นตามโบราณราชประเพณี กำลังก้าวเดินเตาะแตะอย่างอุ้ยอ้ายดุจเพนกวินยักษ์สีแดงสด ชายกระโปรงและสาบเสื้อพองหนาเป็นสิบนิ้ว ศีรษะสวมมงกุฎหงส์ทองคำฝังไข่มุกราตร

  • เกิดใหม่ทั้งที ศพดันถูกเผาไปแล้ว!   ตอนที่ 44

    ยามโหย่ว (ประมาณ 17.00 น.) ณ ลานประลองหยกขาวกลางเวหา ตำหนักเก้าชั้นฟ้าแสงอาทิตย์อัสดงสีส้มทองเริ่มคล้อยต่ำลงแตะขอบฟ้า ลมหนาวยามพลบค่ำพัดกรรโชกผ่านลานประลองหยกขาวทรงกลมขนาดมหึมา ลานประลองแห่งนี้ลอยตระหง่านอยู่กลางเวหา ล้อมรอบด้วย ‘เสาเพลิงเวทมนตร์ขนาดมหึมาสี่ทิศ’ ที่พ่นเปลวไฟสีทองคำพวยพุ่งสูงเสียดฟ้าเพื่อเป็นม่านพลังกักกันสังเวียนรอบชิงชนะเลิศตึงงงงงงง! ตึงงงงงงง!เสียงรัวกลองศึกดังกึกก้องกัมปนาทสะท้านแผ่นดิน โฆษกสนามก้าวขึ้นสู่แท่นลอยฟ้า ประกาศสุรเสียงก้องผ่านค่ายกลขยายเสียง“และบัดนี้... เข้าสู่การประลองรอบชิงชนะเลิศ! ศึกตะลุมบอน ‘Battle Royale สิบคนสุดท้ายบนลานหยกขาว’! กติกาเรียบง่าย... ผู้ที่ยืนหยัดอยู่บนลานประลองเป็นคนสุดท้าย จะเป็นผู้คว้าชัยชนะอันดับหนึ่งแห่งมหาทวีปไปครอง!!”บนลานหยกขาว... ยอดฝีมือแปดคนสุดท้ายที่เหลือรอดมาจากแคว้นซีเหลียง จักรวรรดิศักดิ์สิทธิ์แดนประจิม และมหาอาณาจักรแดนใต้ ต่างขยับแถวเข้ามาประกบวงล้อม สายตาแปดคู่จ้องเขม็งไปยัง ‘ชินอ๋องเวินเชียนฟาน’ และ ‘มะลิ&rsqu

  • เกิดใหม่ทั้งที ศพดันถูกเผาไปแล้ว!   ตอนที่ 43

    ยามเซินแก่ๆ (ประมาณ 15.30 น.) ณ ลานกว้างใจกลางเขาวงกตกระจกเงา (ด่านศิลาเพลิงหมื่นลี้)เพล้งงงงง!เศษกระจกมายาบานสุดท้ายร่วงกราวลงสู่พื้นกลายเป็นผงประกายระยิบระยับ เวินเชียนฟานกระชับมือเรียวของมะลิไว้แน่น พลางก้าวทะยานพ้นดงกระจกมายาเข้าสู่ลานหินกว้างใหญ่ใจกลางหุบเขาทว่า ทันทีที่ก้าวพ้นม่านหมอก กลิ่นไอร้อนระอุปานปากปล่องภูเขาไฟพลันพุ่งปะทะร่างอย่างจัง!ฟู่... ฟู่...!พื้นลานหินเบื้องล่างที่ทอดยาวนับพันจั้งแดงฉานราวกับเหล็กเผาไฟ ความร้อนระอุจาก ‘ศิลาลาวาโลกันตร์เก้าชั้นฟ้า’ ที่แคว้นซีเหลียงแอบฝังไว้ใต้ดินถูกเร่งพลังงานขึ้นสิบเท่า จนอากาศบิดเบี้ยวคล้ายคลื่นน้ำเดือดพล่าน แผ่ไอความร้อนเฉียดหมื่นองศาพร้อมจะย่างสดทุกคนที่เหยียบย่างเข้ามา!“ระวัง!”ดวงตาคมกริบของเวินเชียนฟานวาวโรจน์ ชินอ๋องตวัดฝ่ามือเตรียมชัก ‘กระบี่มัจจุราช’ รวบรวมลมปราณเหมันต์พันปีหมายจะแช่แข็งปูทางข้ามลานเพลิงให้แก่ยอดดวงใจ“อย่านะคะคุณพี่! หยุดมือเดี๋ยวนี้เลยค่ะ!”มะลิตะโกนห้ามลั่นป่า สองมือรี

  • เกิดใหม่ทั้งที ศพดันถูกเผาไปแล้ว!   ตอนที่ 42

    ยามเว่ยแก่ๆ ณ แท่นพิธีหน้าซุ้มประตูชัย ลานประลองยุทธศาสตร์ร้อยแคว้นตึงงงงงง! ตึงงงงงง! ปู๊นนนนน!เสียงรัวกลองชัยและแตรเขาสัตว์ดังกึกก้องกัมปนาทสะท้านฟ้าดิน เสียงโห่ร้องสรรเสริญของฝูงชนเรือนแสนดังกระหึ่มประหนึ่งคลื่นซัดฝั่ง เมื่อสตรีร่างพองหนาหกเท่าในชุดฮั่นฝูสีชมพูกลีบบัว เดินแบกกระทะเหล็กก้นบุบพาดบ่า นำหน้าพยัคฆ์ทมิฬเก้าหางที่เดินกระดิกหางดุ๊กดิ๊ก โดยมีบุรุษหนุ่มในชุดเกราะทมิฬเดินเคียงข้าง ก้าวขึ้นสู่แท่นพิธีรับรางวัลชนะเลิศประจำด่านแรกอย่างสง่างามบนแท่นหยกขาวสูงสุด มหาจักรพรรดิแห่งบูรพาทรงฉีกยิ้มกว้างจนพระกรรณแทบฉีก พระเนตรเอ่อล้นไปด้วยน้ำพระเนตรแห่งความปลาบปลื้มใจ พระองค์สาวพระบาทก้าวลงมาจากซุ้ม VIP ด้วยพระองค์เอง โดยมีหัวหน้าราชทูตเดินประคองถาดทองคำแท้ตามหลังมาติดๆ“ลูกรักของพ่อ!” มหาจักรพรรดิตรัสสุรเสียงดังก้อง “เจ้าแสดงเพลงกระทะสะท้านภพ สยบยอดกระบี่แดนประจิมจนฟันร่วงหมดปาก ช่างกู้หน้าและเชิดชูเกียรติภูมิแห่งบูรพาได้อย่างสะใจพ่อยิ่งนัก! นี่คือรางวัลแห่งชัยชนะอันดับหนึ่งของเจ้า!”หัวหน้าราชทูตคุกเข่ายกถาดขึ้นส

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status