Se connecterยามเว่ยแก่ๆ สู่ยามโหย่ว (ประมาณ 16.30 น.) ณ ตำหนักเก้าชั้นฟ้า มหานครเทียนหยวน
ตึงงงงงงงงงง! ตึงงงงงงงงงง! ปู๊นนนนนนน!
เสียงดนตรีมโหรีหลวงและแตรเขาสัตว์ดังกึกก้องกัมปนาทสะท้านแผ่นดินสองมหาทวีป ธงทิวมังกรทองคำแห่งบูรพาและธงพยัคฆ์ทมิฬแห่งต้าซิงโบกสะบัดเคียงคู่กันเหนือฟากฟ้าเก้าชั้นฟ้าอย่างเกรียงไกร
มหาจักรพรรดิแห่งบูรพาทรงสั่งปิดมหานครเทียนหยวน ฉลองมหาพิธีอภิเษกสมรสครั้งประวัติศาสตร์ระหว่าง ‘ชินอ๋องเวินเชียนฟาน’ และ ‘องค์หญิงเก้าเซวียนหยวนเหมย’ จัดโต๊ะจีนทองคำแท้พันโต๊ะเปิดเลี้ยงไม่อั้นตลอดเจ็ดวันเจ็ดคืน!
ทว่า... ท่ามกลางบรรยากาศอันศักดิ์สิทธิ์และอลังการระดับตำนานนั้น...
ตึก... ตึก... กึก...
เสียงก้าวเท้าอันหนักแน่นผิดมนุษย์มนาดังขึ้นบนพรมแดงปูลาดพระราชวัง...
‘มะลิ’ ในชุดวิวาห์มงคลสีแดงชาดปักดิ้นทองคำลายหงส์เพลิงคู่มังกร หนาเตอะถึงแปดชั้นตามโบราณราชประเพณี กำลังก้าวเดินเตาะแตะอย่างอุ้ยอ้ายดุจเพนกวินยักษ์สีแดงสด ชายกระโปรงและสาบเสื้อพองหนาเป็นสิบนิ้ว ศีรษะสวมมงกุฎหงส์ทองคำฝังไข่มุกราตรีนับร้อยเม็ดที่หนักเกือบห้ากิโลกรัม มีผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวโปร่งบางสีแดงชาดทิ้งตัวลงมาปิดบังใบหน้า
“โอ๊ยยยยยย... อาชูเอ๋ย...” มะลิแอบกระซิบกระซาบผ่านผ้าคลุมหน้า คอเกร็งจนเส้นเอ็นปูด “ชุดเจ้าสาวหรือเกราะเหล็กกันกระสุนรถถังวะเนี่ย หนักเป็นสิบกิโล! คอกูจะหักก่อนได้เข้าหอไหมเนี่ย!”
อาชูในชุดนางกำนัลเอกสีฟ้าครามที่เดินประคองอยู่ข้างๆ รีบกระซิบตอบเสียงเบา “คุณหนูสาม... เอ๊ย พระชายาเอกเจ้าค่ะ! สำรวมกิริยาหน่อยเจ้าค่ะ ขุนนางร้อยแคว้นกำลังจ้องมองพระองค์อยู่นะเจ้าค่ะ!”
ถัดออกไปข้างลานพิธี... สิ่งที่ดึงดูดสายตาคนทั้งมหาทวีปไม่แพ้คู่บ่าวสาว คือ ‘พยัคฆ์ทมิฬเก้าหาง’ หรือ ‘เจ้าส้มยักษ์’ ที่บัดนี้ได้รับการแต่งตั้งเป็น ‘พญาสัตว์เทพสักขีพยานหลวง’!
รอบคอยักษ์ของมัน ถูกผูกด้วย ‘โบผ้าไหมสีแดงขนาดยักษ์’ ขนาดเท่ากระด้ง เจ้าส้มยักษ์นอนเกยคางพุงกระเพื่อม สี่ขาชี้ฟ้าอย่างสบายอารมณ์อยู่ข้างซุ้มอาหารหลวง ปากยักษ์กำลังแทะ ‘ขาหมูพะโล้เตาหลวง’ ทั้งตัวดัง ง่ำๆๆ! หางเก้าเส้นสะบัดพัดลมเย็นฉ่ำให้แขกเหรื่อดั่งพัดลมยักษ์เบอร์สาม
“กรรร... ฟี้... (เหมียวววว~)” เจ้าส้มครางออดอ้อน อาชูที่คอยวิ่งไปวิ่งมาต้องคอยเอื้อมมือไปหยิบขนมเปี๊ยะเสวยป้อนเข้าปากยักษ์เป็นระยะ
และในระหว่างที่ขบวนบ่าวสาวเดินผ่านซุ้มโต๊ะจีนพันโต๊ะ...
สายตา 5G ของมะลิลอดผ่านผ้าคลุมหน้าสีแดง กวาดมองจานอาหารบนโต๊ะเสวยร้อยแคว้นที่เต็มไปด้วย ‘น่องไก่น้ำแดงอบน้ำผึ้ง’ ‘ขนมเปี๊ยะเสวยประดับทองคำ’ และ ‘เกาลัดคั่วเนื้อแน่น’...
สัญชาตญาณสาวคอนเทนต์ครีเอเตอร์ปี 2026 ทำงานฉับพลัน!
(เชี่ยเอ๊ยยยยย... โต๊ะจีนพันโต๊ะของแท้ ของกินดีๆ ทั้งนั้น! คืนนี้เข้าหอกว่าชินอ๋องจะปลดชุดเสร็จ กูมิหิวไส้กิ่วตายคาเตียงหรอกเหรอ?! ไม่ได้การ... ต้องตุน!)
มะลิอาศัยจังหวะที่ทุกคนมัวแต่ยกจอกสุราคารวะ มือเรียวสวยใต้แขนเสื้อแปดชั้นสะบัดตะเกียบทองคำอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ!
ฟึ่บ! หมับ!
น่องไก่น้ำแดงชิ้นเบ้อเร่อ 4 น่อง... ขนมเปี๊ยะทองคำ 6 ชิ้น... และถุงเกาลัดคั่วร้อนๆ อีกหนึ่งถุงใหญ่... ถูกมะลิสอดซ่อนทะลวงเข้าไปใน ‘กระเป๋าซ่อนลับใต้ชุดวิวาห์ชั้นที่ 3 และชั้นที่ 4’ อย่างแนบเนียน ชนิดที่แม้แต่องครักษ์เงายังมองตามไม่ทัน!
ยามซวี (ประมาณ 19.30 น.) ณ หน้าตำหนักหอหลวง ตำหนักเก้าชั้นฟ้า
โคมไฟมงคลสีแดงสว่างไสวตลอดแนวระเบียงหยก ขบวนส่งตัวเข้าหอเดินมาหยุดลงหน้าประตูไม้จันทน์หอมบานใหญ่
มหาจักรพรรดิแห่งบูรพาทรงเดินนำขบวนมาส่งลูกสาวด้วยพระองค์เอง พระเนตรแดงก่ำ น้ำพระเนตรคลอเบ้า พระหัตถ์สั่นระริกขณะจ้องมองลูกสาวในชุดแดง ก่อนจะตวัดสายตามังกรหันขวับมาจ้องหน้าลูกเขยอย่างดุดัน!
หมับ!
มหาจักรพรรดิทรงดึงแขนเสื้อชุดเจ้าบ่าวสีแดงเพลิงของชินอ๋องไว้แน่น ตรัสข่มขู่สุรเสียงเข้มสะท้านโถงทางเดิน!
“เวินเชียนฟาน... เจ้าฟังเจิ้นให้ดี!” มหาจักรพรรดิกัดพระทนต์กรอด ลมออกหูปานกาต้มน้ำเดือด “เจ้าเป็นเขยของแถมที่แต่งเข้าวังบูรพาแท้ๆ อย่าริอาจคิดพาลูกสาวข้าหนีกลับไปลำบากที่ต้าซิงเชียว! และหากเจ้าดูแลนางไม่ดี... ปล่อยให้นางต้องหิวโหย หรืออดอยากแม้แต่มื้อเดียว... ต่อให้อยู่ไกลสุดหล้า ข้าก็จะสั่งระดมกองทัพมังกรบูรพาสิบล้านนาย ข้ามพรมแดนไปถล่มวังชินอ๋องของเจ้าให้ราบเป็นหน้ากลอง ได้ยินชัดเจนหรือไม่!!”
‘เวินเชียนฟาน’ ในชุดเจ้าบ่าวสีแดงเพลิงขลิบดิ้นทองคำ สง่างาม หล่อเหลาไร้ที่ติดุจเทพสงครามจุติ ชินอ๋องประสานมือคารวะพ่อตาด้วยท่าทีสุขุมล้ำลึก สุรเสียงทุ้มต่ำตอบหน้าตายอย่างมั่นคงดุจขุนเขาไท่ซาน!
“ทูลเสด็จพ่อตาโปรดวางพระทัย...” ชินอ๋องสบพระเนตรพ่อตาอย่างเด็ดเดี่ยว “อยู่ที่นี่ข้าจะปรนนิบัตินางมิให้แตะต้องงานหนัก และหากวันใดมีเหตุให้พานางไปเยือนต้าซิง ข้าก็ได้สั่งขยายคลังเสบียงวังชินอ๋องไว้สิบโกดังใหญ่ พร้อมจ้างยอดพ่อครัวจากร้อยแคว้นมารอรับใช้นางแล้ว... ตราบใดที่ข้ายังมีลมหายใจ นางจะไม่มีวันอดอยากไปตลอดชีวิตพะยะค่ะ”
มหาจักรพรรดิฮึดฮัดในพระอุระ ทรงยกแขนเสื้อขึ้นซับหัวตาเบาๆ จำใจยอมปล่อยมือลูกเขย
“ฮึ่ม! จำคำของเจ้าไว้ให้ดี!” มหาจักรพรรดิโบกพระหัตถ์ “ส่งตัวบ่าวสาวเข้าห้องหอได้!”
อาชูและเจ้าส้มยักษ์ที่ผูกโบแดงเดินตามมา นั่งลงประจำการหน้าประตูตำหนัก เจ้าส้มทิ้งตัวลงนอนขวางหน้าประตูอย่างว่าง่าย คอยทำหน้าที่เป็นการ์ดหน้าห้องหออย่างสมเกียรติ!
ยามซวีแก่ๆ (ประมาณ 20.30 น.) ณ ภายในห้องหอหลวง ตำหนักเก้าชั้นฟ้า
ปัง...
บานประตูไม้จันทน์หอมปิดสนิทลง ตัดขาดเสียงอึกทึกภายนอกจนหมดสิ้น
กลิ่นกำยานมงคลหอมกรุ่นอบอวลไปทั่วห้อง แสงเทียนสีแดงสลัวส่องกระทบม่านเตียงผ้าไหมโปร่งบาง เตียงวิวาห์ไม้จันทน์หอมขนาดมหึมาปูลาดด้วยฟูกแพรไหมสีแดงชาดปักลายมังกรหงส์ทองคำ
มะลินั่งจุ้มปุ๊กอยู่บนขอบเตียง เท้าสองข้างแทบไม่แตะพื้น หัวใจเต้นตึกตักกึกกักอย่างห้ามไม่อยู่
(เชี่ยเอ๊ย... เข้าหอของจริงว้อย! บรรยากาศโรแมนติกชวนขนลุกขนาดนี้ สาวโสดจากปี 2026 อย่างกูจะรอดไหมเนี่ย!)
เสียงฝีเท้าหนักแน่นและมั่นคงค่อยๆ ก้าวเข้ามาหยุดยืนเบื้องหน้านาง...
เวินเชียนฟานหยิบ ‘คันชั่งเงินมงคล’ ขึ้นมา ปลายนิ้วเรียวยาวค่อยๆ เลิกผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวสีแดงชาดขึ้นอย่างช้าๆ...
วูบ...
ผ้าคลุมหน้าสีแดงถูกเลิกขึ้น เผยให้เห็นใบหน้าน่ารักหมดจด ดวงตากลมโตสุกใสเป็นประกาย และพวงแก้มขาวเนียนที่กำลังเห่อร้อนแดงระเรื่อดั่งผลผิงกั่วสุก!
ดวงตาคมกริบของเวินเชียนฟานเบิกกว้าง ลมหายใจสะดุดกึก แววตาคมคายที่เคยเยือกเย็น บัดนี้เชื่อมหวาน ลึกซึ้ง และอ่อนโยนจนราวกับจะหลอมละลายทุกสรรพสิ่ง
“ซูเหมย...” ชินอ๋องกระซิบเสียงทุ้มต่ำ นุ่มนวลหยดย้อยปานน้ำผึ้งเดือนห้า “คืนนี้... เจ้าช่างงดงามยิ่งนัก ยอดดวงใจของข้า งดงามจนข้าแทบหยุดหายใจ”
เปรี้ยงงงงง!
เหมือนมีสายฟ้าฟาดเข้ากลางอกสาวโสดปี 2026! มะลิตาค้าง หน้าเห่อร้อนวาบจนแดงแจ๋ลามไปถึงใบหู เลือดลมตีกลับจนพูดไม่ออก!
ด้วยความเขินอายขั้นวิกฤต มะลิจึงรีบเอื้อมมือไปคว้าแขนเสื้อชินอ๋องแล้วโวยวายกลบเกลื่อนเสียงหลง!
“งดงามแต่หนักมากค่ะคุณพี่! มงกุฎหงส์นี่หนักห้ากิโล แถมชุดแปดชั้นนี่หนักเป็นสิบกิโล รัดพุงหนูจนไส้จะแตกแล้วค่ะ! ช่วยหนูถอดด่วนเลยค่ะคุณพี่!”
เวินเชียนฟานชะงักไปเสี้ยววินาที ก่อนจะหลุดยิ้มละมุนละไมออกมาอย่างเอ็นดูสุดหัวใจ
“ตามใจเจ้า... ข้าจะช่วยเจ้าปลดออกเดี๋ยวนี้”
ชินอ๋องวางคันชั่งเงินลง มือหนาอันอบอุ่นค่อยๆ เอื้อมไปปลดมงกุฎหงส์ออกจากศีรษะนางอย่างทะนุถนอม จากนั้นมือหนาก็ค่อยๆ แก้สายรัดเอวทองคำ ปลดฉลองพระองค์ชั้นนอกสีแดงชาดออกทีละชั้น... ชั้นที่หนึ่ง... ชั้นที่สอง...
ทว่า... พอมือหนาเอื้อมไปกระตุก สายรัดเอวชั้นที่ 3 และชั้นที่ 4...
นิ้วของชินอ๋องดันไปสะกิดโดน ‘เชือกผูกกระเป๋าซ่อนลับ’ ที่มะลิมัดไว้แบบลวกๆ เข้าอย่างจัง!
กริ๊ก... ฟึ่บ!
ตุบ! ตึ้ก! แกร๊ก! พรวดดดดดดดดดดดดด!!
วินาทีช็อตฟีลระดับตำนานแห่งสองมหาทวีปก็ระเบิดขึ้น!!
กองทัพห่อใบบัว... น่องไก่ย่างน้ำแดงชิ้นโตมันเยิ้ม 4 น่อง! ขนมเปี๊ยะเสวยประดับทองคำแท้ 6 ชิ้น! ลูกพลับแห้ง และถุงเกาลัดคั่วร้อนๆ อีกหนึ่งถุงใหญ่... พลันร่วงกราวทะลักออกจากใต้กระโปรง หล่นเกลื่อนกลาดกระจายเต็มเตียงวิวาห์ผ้าไหมแดงชาดอย่างมหัศจรรย์ใจ!
น่องไก่น้ำแดงน่องหนึ่งกลิ้งหลุนๆ ไปหยุดอยู่แทบเท้าของชินอ๋องพอดิบพอดี!
กริบ... กริบ... กริบ...
โลกทั้งใบพลันหยุดหมุน...
มะลิตาเหลือกค้าง หน้าเหวอ อ้าปากหวอ สัญชาตญาณสายกินทำงานไวกว่าสมอง! มะลิพุ่งตัวพรวดลงไปตะครุบน่องไก่ย่างมากอดแนบอกอย่างไว!
“อุ๊ยตาย! คุณพี่ขา อย่าเพิ่งเหยียบค่ะ! ไก่ย่างห้องเครื่องสูตรเด็ด เสียดายของ!” มะลิกอดน่องไก่แน่น เงยหน้ามองพระเอกตาปริบๆ “พอดี... พอดีกลัวหิวยามดึกน่ะค่ะ แฮะๆ!”
เวินเชียนฟาน: “...”
ชินอ๋องยืนนิ่งค้าง แข็งทื่อไปสามวินาทีเต็มๆ... ก้มมองน่องไก่ย่าง ขนมเปี๊ยะ และเกาลัดที่เกลื่อนเตียงวิวาห์ สลับกับมองเจ้าสาวที่กำลังนั่งกอดน่องไก่อยู่บนฟูก...
“หึ...”
มุมปากหยักลึกของพญามัจจุราชกระตุกเบาๆ ก่อนที่เขาจะหลุดหัวเราะในลำคอออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ เสียงหัวเราะทุ้มต่ำเปี่ยมล้นไปด้วยความเอ็นดูและรักใคร่จนล้นอก
“ซูเหมยเอ๋ย ซูเหมย...” เวินเชียนฟานส่ายหน้าเบาๆ ทรุดตัวลงนั่งข้างนาง มือหนาเอื้อมไปหยิบน่องไก่จากมือนางไปวางบนโต๊ะข้างเตียง “แม้แต่วันเข้าหอ... เจ้าก็ยังไม่ลืมกักตุนเสบียงเชียวรึ ยอดดวงใจของข้า”
ยามซวีปลายๆ (ประมาณ 21.15 น.) บนเตียงวิวาห์มงคล
หลังปลดชุดวิวาห์หนาเตอะ 8 ชั้นออกจนหมดสิ้น เหลือเพียงชุดซับในผ้าไหมสีขาวบริสุทธิ์บางเบาแนบเนื้อ...
ตุบ!
มะลิทิ้งตัวลงนอนแผ่สองสลึงบนฟูกนุ่ม พุงน้อยๆ ป่องกลมอย่างเห็นได้ชัดจากการฟาดโต๊ะจีนตลอดบ่าย บวกกับความเหนื่อยล้าสะสม มะลิเอามือกุมท้อง ร้องโอดครวญเสียงอ่อย
“โอ๊ยยยยยคุณพี่ขา... หนูแน่นท้องมากเลยค่ะ พุงจะแตก หายใจไม่ออก ขยับตัวไม่ไหวแล้วววว!”
อาการ Food Coma เล่นงานสาวปี 2026 เข้าเต็มเปา!
เวินเชียนฟานมองสภาพเจ้าสาวพุงป่องนอนแผ่หราด้วยสายตาอบอุ่น ชินอ๋องมิเพียงไม่รังเกียจ เขากลับขยับกายขึ้นมาบนเตียง นั่งลงเคียงข้าง ประคองดึงร่างบางขึ้นมานอนหนุนตักกว้างของเขาอย่างทะนุถนอม
ฟึ่บ...
ฝ่ามือหนาอันอบอุ่นของชินอ๋อง ค่อยๆ สอดผ่านสาบเสื้อผ้าไหมบางเบา วางทาบลงบนหน้าท้องกลมป่องของนางอย่างแผ่วเบา...
มะลิสะดุ้งตัวโยนเบาๆ สัมผัสไออุ่นจากฝ่ามือหนาที่แนบชิดผิวเนื้อ ทำเอาขนอ่อนทั่วร่างลุกชันวาบ!
ปลายนิ้วเรียวยาวของเวินเชียนฟานเริ่มออกแรงนวดวนเป็นวงกลมตามเข็มนาฬิกาอย่างนุ่มนวลและเป็นจังหวะ พร้อมถ่ายทอดกระแสลมปราณบริสุทธิ์อุ่นสบายเข้าสู่กระเพาะอาหารของนางเพื่อช่วยย่อยอาหาร...
เปรี๊ยะ... อุ่นวาบ...
กระแสความอบอุ่นแล่นพล่านไปทั่วช่องท้อง อาการแน่นพุงและจุกเสียดค่อยๆ คลายตัวลงอย่างน่าอัศจรรย์ มะลิที่นอนหนุนตักรู้สึกสบายท้องจนเคลิ้ม...
ทว่า... ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายกลับเต้นรัวกระหน่ำดั่งกลองศึก!
ตึก... ตัก... ตึก... ตัก!
ลมหายใจอุ่นจัดของชินอ๋องรินรดลงบนพวงแก้มเนียน กลิ่นกายไม้กฤษณาหอมฉุย ใบหน้าหล่อเหลาระยะประชิด 4K กำลังก้มมองนางด้วยแววตาทะนุถนอมราวกับนางเป็นสมบัติล้ำค่าที่สุดในชีวิต
(เชี่ยเอ๊ยยยยยยย...) มะลิตะโกนกรีดร้องในใจจนเซลล์สมองแทบระเบิด (ประธานบริษัทสายเปย์มานั่งนวดพุงให้ถึงเตียงหอแบบนี้ ใครมันจะไปทนไหววะ! สกินชิปละมุนขนาดนี้ สาวโสดปี 2026 อย่างกูจะหัวใจวายตายเพราะความเขินแล้วนะเว้ย!)
“สบายท้องขึ้นหรือไม่?” ชินอ๋องกระซิบถามชิดริมหู น้ำเสียงอ่อนหวานจนใจสั่น
มะลิแก้มแดงแจ๋ พยักหน้ารัวๆ “สะ... สบายมากค่ะคุณพี่ เบาท้องขึ้นเยอะเลยค่ะ”
เวินเชียนฟานยิ้มละมุน ประคองมะลิลุกขึ้นนั่งพิงอกกว้างของเขา มือหนาเอื้อมไปหยิบ ‘สุรามงคลหยกขาว’ สองจอกที่วางอยู่ข้างเตียง
ชินอ๋องส่งจอกหนึ่งให้มะลิ ทั้งสองสอดประสานท่อนแขน ดื่มสุรามงคลคล้องแขนตามโบราณราชประเพณี...
สุรารสหอมหวานกลมกล่อมไหลผ่านลำคอ แววตาคมกริบของเวินเชียนฟานสบประสานกับดวงตากลมโตสุกใสของมะลิอย่างลึกซึ้ง
“ซูเหมย...” ชินอ๋องเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่นดั่งคำสาบานแห่งชีวิต “ไม่ว่าเจ้าจะมาจากแห่งหนใด หรือในอนาคตฟ้าดินจะผันแปรเช่นไร... ข้าขอสัญญาด้วยวิญญาณและชีวิตของข้า ว่าข้าจะรัก ปกป้อง และดูแลเจ้าเช่นนี้ตลอดไป”
มะลิสบตากับเขา หัวใจพองโตคับอกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในชีวิต ความอบอุ่นและมั่นคงของบุรุษตรงหน้า ละลายกำแพงในใจของเธอจนหมดสิ้น
มะลิแย้มยิ้มหวาน ตาเชื่อม “ดีลค่ะคุณพี่... ห้ามคืนคำนะ อยู่เลี้ยงดูหนูไปจนแก่เฒ่าเลยนะคะ”
เวินเชียนฟานยกยิ้มละมุน อ๋องหนุ่มประคองใบหน้าน่ารักของนางขึ้น โน้มริมฝีปากลงประทับจุมพิตอย่างอ่อนหวาน ดูดดื่ม และลึกซึ้ง... ก่อนที่มือหนาจะวาดผ่าน ปลดม่านเตียงสีแดงชาดทิ้งตัวลงมาปิดกั้นบรรยากาศหวานชื่นชวนจิกหมอน...
ตัดภาพไปที่นอกห้องหอ...
“โฮก... ฟี้... คร่อกกกกก!”
เจ้าส้มยักษ์นอนกรนเสียงดังสนั่นดั่งเครื่องยนต์เรือหางยาว เฝ้าหน้าประตูห้องหออย่างสบายอารมณ์!
ยามเว่ยแก่ๆ สู่ยามโหย่ว (ประมาณ 16.30 น.) ณ ตำหนักเก้าชั้นฟ้า มหานครเทียนหยวนตึงงงงงงงงงง! ตึงงงงงงงงงง! ปู๊นนนนนนน!เสียงดนตรีมโหรีหลวงและแตรเขาสัตว์ดังกึกก้องกัมปนาทสะท้านแผ่นดินสองมหาทวีป ธงทิวมังกรทองคำแห่งบูรพาและธงพยัคฆ์ทมิฬแห่งต้าซิงโบกสะบัดเคียงคู่กันเหนือฟากฟ้าเก้าชั้นฟ้าอย่างเกรียงไกรมหาจักรพรรดิแห่งบูรพาทรงสั่งปิดมหานครเทียนหยวน ฉลองมหาพิธีอภิเษกสมรสครั้งประวัติศาสตร์ระหว่าง ‘ชินอ๋องเวินเชียนฟาน’ และ ‘องค์หญิงเก้าเซวียนหยวนเหมย’ จัดโต๊ะจีนทองคำแท้พันโต๊ะเปิดเลี้ยงไม่อั้นตลอดเจ็ดวันเจ็ดคืน!ทว่า... ท่ามกลางบรรยากาศอันศักดิ์สิทธิ์และอลังการระดับตำนานนั้น...ตึก... ตึก... กึก...เสียงก้าวเท้าอันหนักแน่นผิดมนุษย์มนาดังขึ้นบนพรมแดงปูลาดพระราชวัง...‘มะลิ’ ในชุดวิวาห์มงคลสีแดงชาดปักดิ้นทองคำลายหงส์เพลิงคู่มังกร หนาเตอะถึงแปดชั้นตามโบราณราชประเพณี กำลังก้าวเดินเตาะแตะอย่างอุ้ยอ้ายดุจเพนกวินยักษ์สีแดงสด ชายกระโปรงและสาบเสื้อพองหนาเป็นสิบนิ้ว ศีรษะสวมมงกุฎหงส์ทองคำฝังไข่มุกราตร
ยามโหย่ว (ประมาณ 17.00 น.) ณ ลานประลองหยกขาวกลางเวหา ตำหนักเก้าชั้นฟ้าแสงอาทิตย์อัสดงสีส้มทองเริ่มคล้อยต่ำลงแตะขอบฟ้า ลมหนาวยามพลบค่ำพัดกรรโชกผ่านลานประลองหยกขาวทรงกลมขนาดมหึมา ลานประลองแห่งนี้ลอยตระหง่านอยู่กลางเวหา ล้อมรอบด้วย ‘เสาเพลิงเวทมนตร์ขนาดมหึมาสี่ทิศ’ ที่พ่นเปลวไฟสีทองคำพวยพุ่งสูงเสียดฟ้าเพื่อเป็นม่านพลังกักกันสังเวียนรอบชิงชนะเลิศตึงงงงงงง! ตึงงงงงงง!เสียงรัวกลองศึกดังกึกก้องกัมปนาทสะท้านแผ่นดิน โฆษกสนามก้าวขึ้นสู่แท่นลอยฟ้า ประกาศสุรเสียงก้องผ่านค่ายกลขยายเสียง“และบัดนี้... เข้าสู่การประลองรอบชิงชนะเลิศ! ศึกตะลุมบอน ‘Battle Royale สิบคนสุดท้ายบนลานหยกขาว’! กติกาเรียบง่าย... ผู้ที่ยืนหยัดอยู่บนลานประลองเป็นคนสุดท้าย จะเป็นผู้คว้าชัยชนะอันดับหนึ่งแห่งมหาทวีปไปครอง!!”บนลานหยกขาว... ยอดฝีมือแปดคนสุดท้ายที่เหลือรอดมาจากแคว้นซีเหลียง จักรวรรดิศักดิ์สิทธิ์แดนประจิม และมหาอาณาจักรแดนใต้ ต่างขยับแถวเข้ามาประกบวงล้อม สายตาแปดคู่จ้องเขม็งไปยัง ‘ชินอ๋องเวินเชียนฟาน’ และ ‘มะลิ&rsqu
ยามเซินแก่ๆ (ประมาณ 15.30 น.) ณ ลานกว้างใจกลางเขาวงกตกระจกเงา (ด่านศิลาเพลิงหมื่นลี้)เพล้งงงงง!เศษกระจกมายาบานสุดท้ายร่วงกราวลงสู่พื้นกลายเป็นผงประกายระยิบระยับ เวินเชียนฟานกระชับมือเรียวของมะลิไว้แน่น พลางก้าวทะยานพ้นดงกระจกมายาเข้าสู่ลานหินกว้างใหญ่ใจกลางหุบเขาทว่า ทันทีที่ก้าวพ้นม่านหมอก กลิ่นไอร้อนระอุปานปากปล่องภูเขาไฟพลันพุ่งปะทะร่างอย่างจัง!ฟู่... ฟู่...!พื้นลานหินเบื้องล่างที่ทอดยาวนับพันจั้งแดงฉานราวกับเหล็กเผาไฟ ความร้อนระอุจาก ‘ศิลาลาวาโลกันตร์เก้าชั้นฟ้า’ ที่แคว้นซีเหลียงแอบฝังไว้ใต้ดินถูกเร่งพลังงานขึ้นสิบเท่า จนอากาศบิดเบี้ยวคล้ายคลื่นน้ำเดือดพล่าน แผ่ไอความร้อนเฉียดหมื่นองศาพร้อมจะย่างสดทุกคนที่เหยียบย่างเข้ามา!“ระวัง!”ดวงตาคมกริบของเวินเชียนฟานวาวโรจน์ ชินอ๋องตวัดฝ่ามือเตรียมชัก ‘กระบี่มัจจุราช’ รวบรวมลมปราณเหมันต์พันปีหมายจะแช่แข็งปูทางข้ามลานเพลิงให้แก่ยอดดวงใจ“อย่านะคะคุณพี่! หยุดมือเดี๋ยวนี้เลยค่ะ!”มะลิตะโกนห้ามลั่นป่า สองมือรี
ยามเว่ยแก่ๆ ณ แท่นพิธีหน้าซุ้มประตูชัย ลานประลองยุทธศาสตร์ร้อยแคว้นตึงงงงงง! ตึงงงงงง! ปู๊นนนนน!เสียงรัวกลองชัยและแตรเขาสัตว์ดังกึกก้องกัมปนาทสะท้านฟ้าดิน เสียงโห่ร้องสรรเสริญของฝูงชนเรือนแสนดังกระหึ่มประหนึ่งคลื่นซัดฝั่ง เมื่อสตรีร่างพองหนาหกเท่าในชุดฮั่นฝูสีชมพูกลีบบัว เดินแบกกระทะเหล็กก้นบุบพาดบ่า นำหน้าพยัคฆ์ทมิฬเก้าหางที่เดินกระดิกหางดุ๊กดิ๊ก โดยมีบุรุษหนุ่มในชุดเกราะทมิฬเดินเคียงข้าง ก้าวขึ้นสู่แท่นพิธีรับรางวัลชนะเลิศประจำด่านแรกอย่างสง่างามบนแท่นหยกขาวสูงสุด มหาจักรพรรดิแห่งบูรพาทรงฉีกยิ้มกว้างจนพระกรรณแทบฉีก พระเนตรเอ่อล้นไปด้วยน้ำพระเนตรแห่งความปลาบปลื้มใจ พระองค์สาวพระบาทก้าวลงมาจากซุ้ม VIP ด้วยพระองค์เอง โดยมีหัวหน้าราชทูตเดินประคองถาดทองคำแท้ตามหลังมาติดๆ“ลูกรักของพ่อ!” มหาจักรพรรดิตรัสสุรเสียงดังก้อง “เจ้าแสดงเพลงกระทะสะท้านภพ สยบยอดกระบี่แดนประจิมจนฟันร่วงหมดปาก ช่างกู้หน้าและเชิดชูเกียรติภูมิแห่งบูรพาได้อย่างสะใจพ่อยิ่งนัก! นี่คือรางวัลแห่งชัยชนะอันดับหนึ่งของเจ้า!”หัวหน้าราชทูตคุกเข่ายกถาดขึ้นส
บนยอดไม้สูง ‘ยอดกระบี่เทวะแห่งแดนประจิม’ ที่ลอยตัวเหยียบปลายใบไผ่ ยืนกอดอกแสยะยิ้มเลือดเย็น นึกกระหยิ่มในใจว่าสตรีตรงหน้ากำลังสั่นสะท้านด้วยความกลัวตาย“หึๆๆ! สตรีไร้น้ำยา!” ยอดกระบี่เทวะตวาดเสียงเย้ยหยัน ก้องกังวานไปทั่วแนวป่า “เห็นความต่างชั้นของพลังยุทธ์แล้วหรือยัง! เจ้าบังอาจทำให้จักรวรรดิศักดิ์สิทธิ์แดนประจิมและศิษย์น้องสามของข้าต้องอับอายขายขี้หน้า คลื่นกระบี่เมื่อครู่แค่ทักทาย... แต่ดาบต่อไปนี้ ข้าจะบั่นหัวของเจ้าไปแขวนประจานหน้าค่ายกล!”มะลิค่อยๆ เงยหน้าขึ้นช้าๆ คอส่งเสียงลั่น กร๊อบ! ใบหน้าที่เคยยิ้มแป้นแล้น บัดนี้มืดมนดำทะมึนดั่งท้องฟ้าก่อนพายุสุริยะถล่มโลก!นางชี้นิ้วสั่นระริกขึ้นฟ้า ชี้หน้ายอดกระบี่เทวะตรงๆ แล้วแหกปากด่าลั่นป่าด้วยความดังระดับร้อยสี่สิบเดซิเบล!“มึงฟันอะไรไม่ฟัน... มึงมาฟันชามน้ำแข็งไสราดน้ำผึ้งป่าท็อปปิ้งบัวลอยหิมะของกู๊ววววววววววววว!!”ยอดกระบี่เทวะชะงักกึกไปเสี้ยววินาที: “...หะ? อะ... อันใดคือน้ำแข็งไส?”“ถ้วยนี้กูอุตส่าห์แอบจิ๊กมาจากห้อ
ทว่า... ตัดกลับมาที่หน้าเตาถ่าน!มะลิกำลังใช้ตะเกียบคีบ ‘ซี่โครงหมูหม่าล่าย่างชิ้นโต ฉ่ำน้ำมันร้อนๆ ซอสพริกหม่าล่าหยดติ๋งๆ’ ยกขึ้นมาจ่อริมฝีปาก อ้าปากกว้างจะงับคำโต...โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!เสียงคำรามดังสนั่นระดับร้อยห้าสิบเดซิเบล พร้อมกับเงาดำยักษ์ที่พุ่งแหวกอากาศลงมาบดบังแสงอาทิตย์จนมืดมิด!“วี้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!”มะลิสะดุ้งโหยงตกใจสุดขีดจนวิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง! ขวัญหนีดีฝ่อ สองมือกระตุกสั่นระริก!และด้วยความที่ฝ่ามือของมะลิมันเยิ้มเหนียวเหนอะหนะไปด้วยน้ำมันพริกหม่าล่าและไขมันซี่โครงหมู...ฟึ่บ! พรวด!ซี่โครงหมูหม่าล่าชิ้นโตเท่าท่อนแขน ดันลื่นหลุดจากคีบตะเกียบและมือของมะลิ ลอยละลิ่วพุ่งละล่องขึ้นฟ้าด้วยความเร็วสูง!ยมทูตหมายเลข 7 ที่ซุ่มอยู่หลังต้นไม้ เห็นเสือยักษ์อ้าปากกว้างกำลังจะงับหัวมะลิ ยมทูตสติแตกเหงื่อแตกพลั่กแทบช็อกตาย!(เชี่ยแล้วววววววววววววววววววววววววว!! แม่หนูมะลิกำลังจะโดนแดกหัว!)ด้วยความลนลานจนขาดสติ ยมทูตหมายเลข 7 ยกพัดเวทมนตร์นรกขึ้นสะบัดร่ายลมพาย







