Share

บทที่ 1.5

last update publish date: 2026-03-20 15:25:10

นางมองเขาจากนั้นส่ายหน้า “ข้าไม่ได้เสียใจ เพียงกำลังสังหรณ์ใจว่าชีวิตของสตรีชนชั้นสูงของแคว้นต้าฉี อาจไม่แตกต่างจากที่ข้าได้ยินมา”

“แล้วคุณหนู... ท่านได้ยินเรื่องใดมาบ้างเล่า”

“มากมายทีเดียว” นางถอนหายใจ หากกล่าวถึงอดีตเยียนหมิงรุ่ยไม่เก่งเรื่องออกงาน ขี้ขลาด ขี้อาย สนทนาไม่เก่ง หากกล่าวถึงยุคปัจจุบันประวัติศาสตร์บันทึกเอาไว้ชัดเจน ชีวิตของสตรีในเรือนหลังล้วนแล้วแต่น่าเศร้า หากไม่ถูกใช้เป็นบันไดสู่อำนาจ ก็มักถูกใช้เป็นหมากในกระดานการเมือง ไม่มีสิทธิ์พูด ไม่เคยได้ตัดสินใจ ไม่มีสิทธิ์เรียกร้องสิ่งใดเพื่อตัวเอง ยิ่งฐานะสูงส่งก็ยิ่งพ่วงมากับสิ่งที่ต้องรับผิดชอบ สิ่งที่ต้องระวัง แต่ละก้าวที่เดิน แต่ละเรื่องที่ต้องตัดสินใจ

นาง...อาจอยู่อย่างสงบสุขในเป่ยโจว ปล่อยให้ชื่อเสียงฉาวโฉ่นั้นกลายเป็นเรื่องของคนอื่น ทว่าเมื่อนึกถึงสิ่งที่ตนถูกกระทำนางยอมรับไม่ได้ ในใจคิดว่าอย่างไรก็ต้องสะสาง!!!

การเดินทางอันยาวนานทว่าก็ไม่ได้เร่งรีบ ตลอดทางรวบรวมข่าวสาร สะสมเสบียง วางแผน รวมไปถึงสืบข่าวจากทั่วสารทิศ ทั้งสิ่งที่เกิดขึ้นในเมืองหลวง เมืองอื่น กระทั่งเรื่องที่ชายแดนนางกับเฉียนหยางก็ยังรับรู้

เฉียนหยางมองจดหมายในมือของนาง งุนงงว่านางได้มันมาอย่างไร ใครส่งมา และข่าวสารนั้นแม่นยำเพียงใด หญิงสาวยิ้ม “ข้ามีท่านปู่เป็นถึงจ้าวยุทธ์ท่านมิใช่รู้อยู่แล้วหรอกหรือ”

เขาเลิกคิ้ว “แต่ว่าท่านโหว...”

“ท่านปู่ตัดขาดกับท่านพ่อไม่ได้ตัดขาดกับข้า”

เฉียนหยางมีท่าทางคิดไม่ถึงฉายชัดบนใบหน้า หญิงสาวหัวเราะ เมื่อรถม้าเดินทางมาจนถึงเมืองสวินเหอ จุดเชื่อมต่อถนนสายหลักทางแยกจากฝั่งตะวันออกกับแดนเหนือ ข่าวการสิ้นพระชนม์ของรัชทายาท ทำให้แคว้นต้าฉีกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่เรียกได้ว่าช่วงก่อนพายุโหมกระหน่ำ มีการคาดเดาว่าองค์ชายพระองค์ใดจะได้รับการแต่งตั้งขึ้นเป็นรัชทายาท และมีการกล่าวถึงการสิ้นพระชนม์อันมีเงื่อนงำของรัชทายาทพระองค์ก่อน การแก่งแย่งช่วงชิงอำนาจ อีกทั้งยังมีการกล่าวถึงการลอบสังหารเหล่าองค์ชายที่พยายามกลับเข้าเมืองหลวง

เยียนหมิงรุ่ยลอบสบตากับเฉียนหยาง เขาพยักหน้าจากนั้นเพิ่มความระมัดระวังในการเดินทางให้มากขึ้น บรรยากาศของการเดินทางตึงเครียดขึ้น เหล่ามือปราบเป่ยโจวมีท่าทีระแวดระวังจนนางสังเกตเห็น เป็นสัญญาณว่ารถม้าของทั้งสองถูกจับตามอง นางส่งเสียงบอกให้หยุดพัก จงใจลงจากรถม้าเพื่อยืดเส้นยืดสาย เผยตัวให้ผู้ใดก็ตามที่ติดตามมาสังเกตเห็น

เยียนหมิงรุ่ยแม้แต่งกายด้วยชุดของบุรุษ ทว่านางกลับไม่ได้พยายามปิดบังว่าตนเป็นสตรี หญิงสาวเกล้าผมรวบมัดสูง เรียวคิ้ววางบางๆ ริมฝีปากอิ่มแดงเรื่อ ใบหน้างดงาม ผิวพรรณนวลเนียน ที่สำคัญข้างกายยังมีเสี่ยวเหมยคอยรับใช้ใกล้ชิด ขณะนั่งรอมือปราบก่อไฟตอนนั้นเองที่มีขบวนนักเดินทางผ่านมาอีกทั้งยังขอร่วมพักแรมไม่ไกลกันนั้น

“ไม่ทราบพวกท่านเองก็กำลังเดินทางเข้าเมืองหลวงหรือ” อีกฝ่ายเดินเข้ามาสอบถาม ทั้งยังมอบเนื้อกวางที่ย่างสุกแล้วให้อย่างใจกว้าง

“ถูกแล้ว” เฉียนหยางเป็นฝ่ายตอบคำถามนั้น เขาแลกเนื้อกวางย่างกับแผ่นแป้งจำนวนหนึ่ง “ข้าเป็นมือปราบของเมืองเป่ยโจว ข้ากับคนของข้ากำลังคุ้มกันคุณหนูใหญ่ท่านนี้กลับจวน พวกท่านเล่า”

“พวกข้าเป็นพรานที่ล่าสัตว์นำหนังไปขาย ร้านค้าในเมืองหลวงให้ราคาดีที่สุด”

“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้” เฉียนหยางพยักหน้า “แผ่นแป้งนี้ย่างไฟอ่อนๆ กินกับเนื้อย่างอร่อยยิ่ง นี่เป็นวิธีกินของอร่อยจากเมืองเป่ยโจวเรา”

“ขอบคุณมาก พวกท่านตามสบายเถิดข้าไม่รบกวนแล้ว”

เฉียนหยางเดินกลับมานั่งลงข้างกองไฟ หญิงสาวมองเสี่ยวเหมยเขี่ยกองไฟเพื่อย่างแป้งแผ่นบางๆ กลิ่นหอมของเนื้อกวางย่างทำให้นางรู้สึกหิวขึ้นมา

เฉียนหยางพยักหน้าบอกนางว่าเนื้อไม่มีปัญหา เขากระซิบ “พรานล่าเนื้อทว่ากลับมีวรยุทธ์ไม่ธรรมดา รองเท้าหุ้มสูงพวกนั้นเห็นชัดว่าพรานธรรมดาไม่มีทางมีเงินซื้อหา นี่เป็นการหยั่งเชิง ขอเพียงพวกเราไม่ทำตัวน่าสงสัย สถานการณ์ตอนนี้อยู่ให้ไกลจากความวุ่นวายของเหล่าองค์ชายจึงจะเป็นการฉลาด”

“อืม” นางตอบรับจากนั้นกรีดแผ่นแป้งที่ย่างสุกแล้วออก ยัดเนื้อกวางที่เฉือนบางๆ ใส่เข้าไป ยกขึ้นกัดคำหนึ่ง “ไม่เลว รสชาติดีทีเดียว”

“คืนนี้ท่านไปนอนบนรถม้า”

“ได้” นางตอบรับอย่างว่าง่าย ไม่ได้พยายามหันไปมองคนกลุ่มนั้น เป็นอย่างที่เฉียนหยางกล่าว...คนกลุ่มนี้ไม่ใช่พรานป่าธรรมดาแน่นอน รุ่งเช้าตอนที่หญิงสาวออกมาจากรถม้าก็พบว่าคนกลุ่มนั้นหายตัวไปแล้ว และเฉียนหยางเองก็นั่งพิงต้นไม้ดูเหมือนกำลังงีบหลับ หญิงสาวโบกมือให้มือปราบที่ยังอยู่ยามเห็น

นางอยากให้เฉียนหยางพักผ่อนอีกสักหน่อย ดังนั้นตัวนางกับเสี่ยวเหมยจึงเดินไปยังลำธารเล็กๆ จัดการล้างหน้าล้างตาและก่อไฟขึ้นมาอีกครั้ง อุ่นแป้งและเนื้อกวางย่างที่ได้มา เมื่อมื้อเช้าพร้อมแล้วเฉียนหยางก็ลืมตาพอดี “ตื่นแล้ว? ท่านได้นอนพอหรือไม่”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกิดใหม่ทั้งที...อะไรยอมได้ก็อย่าไปยอม!!   บทที่ 6.8 จบ

    นางหัวเราะ “แล้วสำเร็จหรือไม่”“สักสองไหได้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”“น้อยๆ หน่อย ข้ามีเพียงสองไหเท่านั้นเพราะการหมักซับซ้อน ปีหน้าไม่แน่ว่าจะได้มากกว่าสอง”“เช่นนั้นปีหน้ากระหม่อมจะมารับส่วนแบ่งของกระหม่อมแน่นอน สองไหอย่าลืมนะพ่ะย่ะค่ะ”“ได้” นางตกลงเซียวจื่ออวี่ยิ้มเขากระตุ้นม้าให้ออกวิ่ง “คำไหนคำนั้น!!”“คำไหนคำนั้น!!!” นางมองส่งแม่ทัพหนุ่มควบม้าจากไปด้วยรอยยิ้ม ในใจคลายความกังวลลงในทันที เรื่องในราชสำนักนางตระหนักดีว่าหาความสงบสุขนั้นยาก ยิ่งเป่ยโจวสงบสุขและรุ่งเรืองมากเพียงใด คนในเมืองหลวงก็จะยิ่งจับจ้องมากขึ้นเท่านั้นด้านหลังมีเสียงฝีเท้า “ท่านอ๋อง”“คนจากไปแล้วหรือ”“เพคะ”“ข้ามารับเจ้ากลับเรือน” เสวียนปั๋วหย่ายื่นมือมาให้นางจับ“ทรงรู้ตั้งแต่เมื่อไหร่เพคะว่าหม่อมฉันแอบออกมา”“ไม่มีเจ้าเคียงข้าข้าจะวางใจนอนหลับได้อย่างไร”นางยิ้ม “เช่นนั้นดึกมากแล้วกลับไปพักผ่อนเถิดเพคะ พรุ่งนี้ยังมีทหารใหม่ที่ต้องฝึก”“เจ้าเองก็อย่าหักโหม หากมีอาการแพ้จะต้องรีบพัก”“เพคะหม่อมฉันจะไม่หักโหม แล้วนี่ท่านพ่อส่งข่าวมาบ้างหรือไม่เพคะ”“อืม หยวนซื่อโหวไม่ได้เขียนเป็นจดหมายเพราะเกรงจะถูกติดตาม เขาส่งคนมาเมื

  • เกิดใหม่ทั้งที...อะไรยอมได้ก็อย่าไปยอม!!   บทที่ 6.7

    “แล้วเพราะอะไรทรงเกิดความขัดแย้งในพระทัย”“เพราะวันนั้น...อยู่ๆ เสด็จพ่อก็มีราชโองการบังคับให้รุ่ยรุ่ยเป็นเช่อเฟยของข้า นับตั้งแต่พบและนางพาข้าเข้ามาถึงเมืองหลวง ข้าไม่เคยบีบบังคับนาง ไม่เคยมีความคิดนั้น ในใจของข้าถึงขั้นเคยคิดที่จะช่วยนางก่อเรื่อง ขอเพียงไม่ใช่เรื่องผิดศีลธรรม ไม่ได้ฆ่าใคร ข้าพร้อมจะช่วยนางเต็มที่ ข้าทะนุถนอมนางถึงเพียงนี้ แต่เพราะตัวข้าเองกลับทำให้นางต้องยอมจำนน”เซียวจื่ออวี่ถอนหายใจ“เจ้าอาจมองว่าข้าโง่งม เพียงเพื่อสตรีนางเดียว ข้ากลับทำลายทุกอย่าง แต่ว่าเซียวจื่ออวี่ นางเป็นสตรีที่ข้ารัก ชั่วชีวิตข้าต้องการสิ่งเดียวและเป็นสิ่งแรก นั่นก็คือมีนางอยู่เคียงข้าง”“แล้วตอนนี้ท่านอ๋อง...มีความสุขหรือไม่”“ข้ามีความสุขมาก ข้ามีทุกอย่างที่ใจของข้าปรารถนาแล้วที่เป่ยโจว”“นั่นคือคำตอบทั้งหมดที่กระหม่อมมาเพื่อฟังด้วยตัวเอง” เซียวจื่ออวี่ยิ้มตอนนั้นเองที่หม่าเหอขยับเดินเข้ามาใกล้ เขามองเสวียนปั๋วหย่าที่กระโดดลงจากหลังม้า เดินเข้าไปหาคนสนิทด้วยใบหน้ากังวลตอนนั้นเขาเองก็เคร่งเครียดเพราะคิดว่ามีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้น เพียงแต่...หลังได้รับการบอกประโยคเดียว สีหน้าของเสวียนปั๋วหย่า

  • เกิดใหม่ทั้งที...อะไรยอมได้ก็อย่าไปยอม!!   บทที่ 6.6

    “ตื่นแล้ว” เขาประคองตัวลุกขึ้นนั่ง “เจ้าได้พักบ้างหรือไม่”“หม่อมฉันไม่เหนื่อย รู้สึกอย่างไรบ้างเพคะ”“เหมือนกำลังฝัน”นางหัวเราะขยับเข้าไปหาเขา ยื่นหน้าเข้าไปจุมพิตเขา “ดีขึ้นแล้วหรือยังเพคะ”เขากะพริบตา นางยื่นหน้าเข้าไปอีก จุมพิตนานอีกนิด “แล้วเช่นนี้...”“เหมือนดีขึ้นเล็กน้อย”นางมองเขาอย่างรู้ทันแต่ก็ยังขยับเข้าไปอีก ครั้งนี้เขาตรึงศีรษะนางเอาไว้ จุมพิตกอดเกี่ยวเนิ่นนาน... ทั้งสองหอบหายใจตอนเขาปล่อย เสวียนปั๋วหย่ากอดนางพร้อมลูบหลังและเกยคางลงไปบนไหล่หญิงสาว “รุ่ยรุ่ย”“เพคะ”“ข้ารักเจ้า”นางยิ้ม “จะแข่งกับหม่อมฉันหรือเพคะ”“วันนี้ข้าเป็นฝ่ายพูดก่อน” เขาโยกตัวไปมาราวกับเด็กเล็กๆ กอดนางแน่นพร้อมกับถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก “ถึงไหลโจวแล้วจะต้องไหว้ฟ้าดินก่อนเป็นเรื่องแรก พวกเราแต่งงานตามประเพณีไหลโจวดีหรือไม่ กลับมาค่อยไหว้ฟ้าดินแบบต้าฉี”“แต่งงานสองครั้งหรือเพคะ”“ใช่แล้ว ครั้งเดียวจะไปพออะไร รู้หรือไม่ว่าข้าสิ้นหวังเพียงใด”นางยิ้มลูบหลังเขา “ดีขึ้นหรือยังเพคะ”“ดีขึ้นเล็กน้อย” นางกอดแน่นขึ้นอีกนิด “ดีขึ้นมาก”“กอดแน่นกว่านี้ก็เจ็บแล้วเพคะ แผลที่หลังยังไม่ดีขึ้นเลย” หญิงสาวดันตัวออ

  • เกิดใหม่ทั้งที...อะไรยอมได้ก็อย่าไปยอม!!   บทที่ 6.5

    นางมองเขาจากนั้นถอนหายใจ “ท่านอัครมหาเสนาบดีไปหาท่านหรือไม่”“อืม ครั้งหนึ่งหลังโดนโบย ทำไมหรือ”“เขาพูดอะไรกับท่านหรือไม่”เขาครุ่นคิดครู่หนึ่ง “บอกว่าให้ข้าทำหน้าที่ให้ดีก็พอ เรื่องอื่นเข้าจัดการให้แล้ว”นางพลันเข้าใจ...ที่แท้ท่านตาของนางก็เป็นคนจัดการเรื่องนี้ เพียงแต่...ไม่ใช่เป็นการขัดราชโองการหรือ?!ด้านนอกมีเสียงฝีเท้ามาหยุด “ท่านหญิงสวี่เยียน องค์ชายหก หากสนทนากันจบแล้วก็ออกมารับราชโองการเถิด”“ราชโองการ?!” นางเบิกตาทว่าก็เดินออกไปดู “กงกงเจ้าคะ องค์ชายหกทรง...”“ข้าลุกได้” เขาลุกได้แต่ก็ทุลักทุเลมาก“ด้วยเมตตาจากองค์ฮ่องเต้ องค์ชายหกต้องเดินทางไปไกลถึงไหลโจวเพื่อทำหน้าที่ทูตแห่งไมตรี บัดนี้ท่านหญิงสวี่เยียนเองก็ไม่ต้องรั้งอยู่ที่เมืองหลวง ด้วยนิสัยอันโอบอ้อมเฉลียวฉลาด หากเดินทางไปกับคณะทูตจะต้องทำประโยชน์ได้มากล้น แม้ยังไม่ได้พระราชสมรส แต่ทรงเมตตาแต่งตั้งท่านหญิงสวี่เยียนให้เป็นชายาองค์ชายหก มอบตราประจำตัวชายาองค์ชายหกทันที ขอให้ทั้งสองเป็นคู่ที่สวรรค์สรรค์สร้าง ครองรักยืนยาวมั่นคง จบราชโองการ”เยียนหมิงรุ่ย...พูดไม่ออก นางรับราชโองการเสียงเบา ส่วนเสวียนปั๋วหย่ายื่นสองมือออก

  • เกิดใหม่ทั้งที...อะไรยอมได้ก็อย่าไปยอม!!   บทที่ 6.4

    “ไม่ปิดห้องพักจะพอหรือ คนของเราทั้งขบวนก็เต็มโรงเตี๊ยมแล้ว”นางขมวดคิ้วเพราะโรงเตี๊ยมแห่งนี้ใหญ่มาก มองโรงเก็บม้าด้านหลังที่มีม้าเรียงราย ด้านหลังคล้ายมีคนแต่ดูไม่เหมือนเสี่ยวเอ้อของโรงเตี๊ยม “ศิษย์พี่สิบเจ็ด ไม่ใช่ว่าท่านหลอกข้า พวกท่านคิดจะลักพาตัวข้ากลับแดนเหนือหรือ ท่านบอกข้ามานะ นี่ไม่ใช่เส้นทางกลับเป่ยโจวใช่หรือไม่”เขาถลึงตาให้นาง “เจ้าจินตนาการให้มันน้อยๆ หน่อย ราชโองการเลยนะ ข้าจะหาเรื่องเดือดร้อนให้บิดาเจ้าเลยหรือ อย่าลืมว่าเขายังเป็นท่านโหวอยู่ อีกอย่างเขาเองก็กำลังเดินทางไปไหลโจวหากไม่ระวังยังไงก็ยังถูกสั่งประหารได้อยู่ดี”ก็จริง...นางมองไปรอบๆ ยังไงก็ยังรู้สึกแปลก“ไปพักได้แล้ว เสี่ยวเหมยพานายของเจ้าไปห้องพัก”“เจ้าค่ะ” เสี่ยวเหมยเข้ามาประคองนางให้ออกเดิน “ไปกันเถิดเจ้าค่ะคุณหนู”“เสี่ยวเหมยเจ้าว่ามันแปลกๆ หรือไม่”“แปลกตรงไหนเจ้าคะ”“ที่นี่ใช่เส้นทางกลับเป่ยโจวจริงหรือ”“คุณหนูข้าน้อยเองก็เดินทางไม่บ่อยเหมือนท่าน อีกอย่างนายท่านเฟิงจะหลอกท่านทำไมเจ้าคะ”“ก็ถูกของเจ้า” นางเดินเข้าไปในห้อง ทว่ามารู้ตัวอีกทีก็ถูกเสี่ยวเหมยปิดประตู “เจ้าทำอะไร!?”“คุณหนูท่านรอข้าน้อยในห้องนะ

  • เกิดใหม่ทั้งที...อะไรยอมได้ก็อย่าไปยอม!!   บทที่ 6.3

    นางมีของให้เก็บไม่มาก ในเมื่อฮ่องเต้เตรียมการให้นางแล้ว แถมยังให้นางออกเดินทางทันทีหลังรับราชโองการจบ “ข้าจะกลับพร้อมพี่รุ่ยรุ่ย ข้าเองก็ไม่มีของให้เก็บมากนัก ข้าปล่อยท่านเดินทางคนเดียวเช่นนี้ไม่ได้”“ข้าเองก็จะไปส่งข่าว” หงฉินรีบปราดออกไปจากจวน คิดว่าคงไปบอกท่านปู่ของนางเยียนหมิงรุ่ย...หลับตาน้ำตาหลั่งริน จนถึงที่สุดแล้วเสวียนปั๋วหย่าก็ยังช่วยนางจนถึงที่สุด แม้แต่บิดาของนางเองก็ไม่ต้องถูกลงโทษ ไม่โดนระลอกคลื่นซัดสาด ไม่ต้องทานทนกับความพิโรธของโอรสสวรรค์“อยากพบเขาเหลือเกิน...อย่างน้อยก็บอกลา แต่ว่า...” สถานการณ์เช่นนี้คงไม่มีทางเป็นไปได้แล้ว หญิงสาวยิ้มมองไปรอบๆ เรือน “ลาก่อน...เมืองหลวง”เพราะการออกเดินทางฉุกละหุกยิ่ง กว่าขบวนเดินทางจะออกมาถึงกำแพงเมืองหลวงก็ล่วงเข้ายามโหย่ว[1] ที่นั่น...ท่านตาอัครมหาเสนาบดีกับฮูหยินของเขาออกมาส่งนาง แม้แต่เจี่ยงฝูชางเองก็มา“ฉุกละหุกนักแต่ท่านตาก็มา ขอบคุณนะเจ้าคะ” นางยิ้มให้อีกฝ่ายอัครมหาเสนาบดีชราส่งขวดบางอย่างให้นางสองขวด “นี่เป็นยาสมานแผลชั้นดี เจ้าเก็บเอาไว้ ส่วนนี่เป็นยาบำรุงหัวใจ ใช้ในยามที่เจ้าเสียเลือดมาก ยานี่ล้ำค่ามากหาไม่ได้อีกแล้วในเ

  • เกิดใหม่ทั้งที...อะไรยอมได้ก็อย่าไปยอม!!   บทที่ 2.2

    เขา...มองหญิงสาวที่นอนหงายกอดเสื้อคลุม ข้างๆ มีสาวใช้นั่งอยู่บนพื้นพิงหลังกับผนังหลับตาเยียนหมิงรุ่ยที่เขาเคยได้ยิน ดูไม่คล้ายกับตัวจริงที่เขาได้พบ ชื่อเสียงของนางลือกันว่าเป็นคนเอาแต่ใจร้ายกาจเพราะถูกตามใจตั้งแต่เด็ก ในจวนนางอยากได้อะไรก็ต้องได้ อยากรังแกใครก็ไม่มีใครกล้าห้าม กล้าดุด่าหรือตำหนิใ

  • เกิดใหม่ทั้งที...อะไรยอมได้ก็อย่าไปยอม!!   บทที่ 2.1

    ท่านหมอมาแล้ว... คนของหัวหน้านายกองผู้นั้นก็ยังเฝ้าอยู่ เยียนหมิงรุ่ยยอมให้ท่านหมอเข้ามาในห้อง ม่านหน้าเตียงถูกปลดลงมองเห็นคนที่นอนอยู่บนเตียงเลือนรางยิ่งประตูถูกปิดตามหลังท่านหมอ หญิงสาวขยับเข้าไปจนใกล้หมอชรา “ท่านหมอ”“คุณหนูอาการแย่มากหรือ”“มิใช่เจ้าค่ะ เป็นเช่นนี้...” สีหน้าของนางเต็มไปด้วยคว

  • เกิดใหม่ทั้งที...อะไรยอมได้ก็อย่าไปยอม!!   บทที่ 1.8

    ป้อมเป่ยอวี้เป็นเส้นทางหลักที่มุ่งหน้าเข้าสู่เมืองหลวง ไม่ว่าผู้ใดจะเดินทางเข้าเมืองหลวงหากไม่ต้องการข้ามเขาสูงชัน ล้วนต้องเดินทางผ่านป้อมประตูนี้ด้วยกันทั้งสิ้น ช่องเขาเป็นดังปราการ ป้อมเป่ยอวี้เต็มไปด้วยการตรวจตราที่เข้มงวด ขบวนเดินทางถูกตรวจสอบไม่ว่าผู้ใดล้วนต้องลงจากรถม้าเพื่อให้เจ้าหน้าที่ยืนย

  • เกิดใหม่ทั้งที...อะไรยอมได้ก็อย่าไปยอม!!   บทที่ 1.7

    “ข้าขอสนทนากับพี่ใหญ่เฉียนสักครู่”เฉียนหยางรอจนทั้งสองเดินออกมาห่างจากกองไฟไกลพอสมควร “ท่านคิดจะทำอะไร”“หาพันธมิตร”“ดูก็รู้ว่าพวกเขาเป็นตัวปัญหา”“ไม่หรอกหากเรารู้จักใช้คน อีกอย่าง...” นางมองเขาด้วยท่าทีลังเล “ท่านคิดว่าจะช่วยคุ้มกันข้ากับเขาเข้าเมืองหลวงได้อย่างปลอดภัยหรือไม่”“หมายความว่าอย่าง

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status