LOGINเหอซินหยวนได้ฟังก็ถึงกับถอนหายใจ เพื่อที่จะไม่ต้องโทษตัวเองแล้ว พ่อของเธอถึงกับผลักความผิดทุกอย่างมาที่ตัวเธอเพียงผู้เดียว
“พ่อคะ ที่บ้านเราเป็นอย่างนี้ พ่ออย่าลืมสิว่าเป็นเพราะพ่อเล่นการพนัน ถ้าพ่อไม่เล่นตั้งแต่แรก เงินกับร้านแล้วก็บ้าน คงจะไม่ไปไหนหรอก อีกอย่าง เรื่องที่ฉันเกิดมาเป็นลูกสาวนั้น เป็นสิ่งที่กำหนดไม่ได้ พ่อจะเอาเรื่องนี้มาโทษฉันอย่างเดียวมันก็ไม่ถูกนะ” หญิงสาวยังคงโต้ตอบกลับไปอย่างไม่ยินยอมรับความผิดมาไว้ที่ตัวเอง
“นี่แกเป็นคนช่างเถียงแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไรกัน” เหอฟงที่ถูกยอกย้อนก็โกรธมาก เขาตวาดเสียงดังลั่นอย่างไม่เข้าใจ เพราะที่ผ่านมาลูกสาวของเขาคนนี้เป็นคนหัวอ่อน ว่านอนสอนง่าย ไม่เคยพูดจาโต้เถียงแบบนี้เลยสักครั้ง แต่วันนี้มันยังไงกัน ทำไมเธอถึงเถียงเขาไม่หยุดแบบนี้
“ไม่รู้ล่ะ เรื่องนี้แกต้องรับผิดชอบ เพราะว่าแกเป็นตัวซวย” เหอฟงพูดขึ้นมาหน้าตาเฉย
“เอาอย่างนี้ เรื่องหนี้สินพ่อไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ เดี๋ยวฉันจะหาเงินมาใช้หนี้ให้เอง ฉันจะไปคุยกับเจ้าหนี้ว่าช่วยผ่อนผันให้ฉันหน่อย รับรองว่าฉันจะหาเงินมาใช้หนี้เอง” เหอซินหยวนเสนอทางออกขึ้นมา
“ไม่ได้หรอก พ่อผ่อนผันเขามาหลายครั้งแล้ว ครั้งนี้เขาต้องไม่ยอมแน่” เหอฟงกล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอ่อนลงเล็กน้อย หลังจากรู้ว่าลูกสาวจะช่วยใช้หนี้
“แล้วอย่างนั้นฉันต้องทำยังไง” เหอซินหยวนถามกลับไป
“ฉันจะให้แกแต่งไปเป็นสะใภ้ตระกูลเฟย ตระกูลเฟยร่ำรวยมาก เงินแค่นี้เขาให้พ่อได้แน่ เพื่อแลกกับตัวแก” เหอฟงพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง ๆ และนี่คือวิธีที่ดีที่สุดที่เขาคิดได้ในตอนนี้
“ไม่ค่ะ ฉันไม่ไปแต่งเด็ดขาด ฉันไม่อยากแต่งงานกับใครก็ไม่รู้ที่ฉันไม่ได้รัก ทำไมพ่อไม่เชื่อฉัน ฉันมีวิธีหาเงินมาใช้หนี้ได้แน่ เราไม่จำเป็นต้องใช้วิธีนี้หรอก” เหอซินหยวนรีบปฏิเสธออกไปทันที ถึงแม้ว่าหนทางนี้จะเป็นทางออกที่เร็วที่สุด ทว่าเมื่อต้องแลกด้วยชีวิตของเธอทั้งชีวิต นี่เป็นสิ่งที่เธอไม่สามารถรับได้
“มันไม่มีวิธีไหนอีกแล้ว แกไม่ต้องพูดมาก แกมีหน้าที่ทำตามที่พ่อบอกเท่านั้น เดี๋ยวพ่อจะโทรหานายท่านเฟยเดี๋ยวนี้”
เหอฟงยื่นคำขาดกับลูกสาว ก่อนจะเดินไปโทรศัพท์“ไม่นะพ่อ ฉันไม่แต่ง”
เหอซินหยวนพยายามทุกวิถีทางเพื่อที่จะปฏิเสธวิธีการนี้ เมื่อเธอพูดขึ้นมาว่าไม่อยากแต่งเข้าไปเป็นสะใภ้ตระกูลเฟย พ่อของเธอก็เอาเรื่องหนี้สินมาขู่ ทั้งยังด่าเธอว่าอกตัญญู เธอเองก็ไม่รู้จะแก้ปัญหานี้อย่างไร ได้แต่ชี้แจงเหตุผลให้พ่อของเธอฟังครั้งแล้วครั้งเล่า แต่เขาก็ไม่ยอมฟังอยู่ดี
หลังจากที่เหอฟงโทรไปคุยกับนายท่านเฟย ก็ได้รับคำตอบตกลงกลับมาในทันที ตระกูลเฟยรับปากว่าจะใช้หนี้ทั้งหมดให้ แต่เงินจำนวนนี้ก็ไม่ได้มากนัก ทว่าอย่างน้อยก็ยังคอยพอถูไถไปได้
เวลาผ่านไปอีกสิบห้าปี ตอนนี้เฟยเจ๋อหยวนกับเฟยฟางอี้โตเป็นหนุ่มแล้ว เฟยเจ๋อหยวนรับช่วงต่อกิจการของตระกูลเฟยอย่างที่เฟยเจียงเหลียงวางแผนเอาไว้ ส่วนเฟยฟางอี้ตอนนี้กำลังเรียนอยู่ในระดับมหาวิทยาลัยในปีสุดท้าย ปีหน้าเขาก็จะออกมาเรียนรู้งานและรับช่วงต่อกิจการของเหอซินหยวนและเฟยหลานเยว่ตอนนี้เรียนอยู่ชั้นมัธยมปลาย เธอเป็นเด็กสาวที่หน้าตาสะสวยจนทุกคนที่ได้เห็นต้องตะลึง เด็กสาวมีความฝันว่าอยากเป็นดารานักแสดง ซึ่งเฟยเจียงเหลียงกับเหอซินหยวนต่างก็สนับสนุนลูกสาวอย่างเต็มที่ เวลาที่มีการรับสมัครนักแสดงทั้งหลาย พวกเขาก็มักจะพาเฟยหลานเยว่ไปสมัครอยู่เสมอค่ำคืนหนึ่ง สมาชิกครอบครัวตระกูลเฟยมานั่งรับประทานอาหารร่วมกันที่ห้องรับประทานอาหาร วันนี้เป็นวันที่เฟยฟางอี้เรียนจบระดับมหาวิทยาลัยพอดี ดังนั้นอาหารเย็นวันนี้จึงเหมือนการเลี้ยงฉลองเล็ก ๆ ให้กับเขา เมื่อจบอาหารมื้อเย็น ทุกคนก็ออกมานั่งเล่นและจิบชาด้วยกันที่ลานหน้าบ้าน ท่ามกลางแสงจันทร์นวลที่สาดส่องลงมา ทำให้บรรยากาศมีความอบอุ่นมาก“ฟางอี้ นับจากวันนี้ไปก็ถือว่าหลานเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวแล้วนะ” เฟยตงที่อยู่ในวัยชราหันไปพูดกับหลานชาย “จะเที่ยวเล่นสนุกสนา
ตอนพิเศษ 2ในที่สุดเหอซินหยวนก็คลอดลูกสาวให้สามีสมใจ เฟยเจียงเหลียงถึงกับกระโดดโลดเต้นอยู่หน้าห้องคลอด เมื่อพยาบาลออกมาบอกว่าครั้งนี้เขาได้ลูกสาว เขาแทบจะวิ่งพรวดพราดเข้าไปในห้องคลอด เพื่อกอดลูกกับภรรยา แต่ยังดีที่พยาบาลห้ามเอาไว้ก่อนนับตั้งแต่ได้ลูกสาว เฟยเจียงเหลียงเองก็เริ่มทำงานน้อยลงเพื่อที่จะได้มีเวลาอยู่ดูแลภรรยากับลูก ๆ ให้มากขึ้น กิจการของตระกูลเฟยไม่มีอะไรให้เป็นห่วงมากนัก เพราะตอนนี้งานทุกอย่างเข้าที่เข้าทางหมดแล้วและคนของเขาแข็งแกร่งพอที่จะสามารถจัดการเรื่องต่าง ๆ ได้ หากว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่จริง ๆ ก็ไม่ต้องถึงมือของเฟยเจียงเหลียง เหอซินหยวนเองช่วงนี้ก็วุ่นอยู่กับการเลี้ยงลูกเล็ก งานทุกอย่างของเธอจึงตกไปเป็นของเสี่ยวฮวา ตอนนี้เสี่ยวฮวาพัฒนาตัวเองจนเก่งขึ้นมาก สามารถดูแลเรื่องต่าง ๆ แทนเจ้านายได้อย่างไม่มีขาดตกบกพร่องเวลาผ่านไปห้าปีตอนนี้เฟยเจ๋อหยวนพี่ชายคนโตอายุได้สิบสองปีแล้ว ส่วนเฟยฟางอี้ก็อายุได้เจ็ดปี และลูกสาวคนสุดท้ายอย่างเฟยหลานเยว่ก็อายุได้ห้าปีเฟยเจ๋อหยวนเป็นพี่ชายที่มีความคิดความอ่านโตกว่าอายุมาก เขาถูกปลูกฝังมาตลอดว่าเขาคือทายาทรุ่นต่อไปของตระกูลเฟย และมีหน้า
กลับมาถึงบ้านแล้วบทสนทนาก็ยังไม่จบ สองสามีภรรยายังคงพูดคุยกันถึงเรื่องความหลังเมื่อครั้งวันวานกันอยู่ เหอซินหยวนพูดถึงตอนที่เฟยตงไปรับตัวเธอให้มาอยู่ที่คฤหาสน์ตระกูลเฟยแห่งนี้ให้เฟยเจียงเหลียงฟัง ส่วนเฟยเจียงเหลียงเองก็เล่าเรื่องตอนที่เขาพบเธอครั้งแรกให้เธอฟังเช่นกันทั้งสองเดินเข้ามาในห้อง และทิ้งตัวลงบนเตียงอย่างผ่อนคลาย“พี่รู้ไหมว่าตอนที่ฉันรู้ข่าวว่าพ่อของฉันขายฉันให้แต่งงานกับพี่น่ะฉันโมโหขนาดไหน” เหอซินหยวนพูดยิ้ม ๆ พอพูดถึงเรื่องนี้แล้วเธอก็อดที่จะหัวเราะให้กับการกระทำของตัวเองในวันนั้นไม่ได้“ยังไงเหรอ เล่าต่อสิ” เฟยเจียงเหลียงเบิกตาโต แล้วหันหน้ามาตั้งใจฟัง“ตอนนั้นฉันโกรธพ่อของฉันมาก และฉันยื่นคำขาดว่ายังไงก็ไม่มีทางแต่งกับคนที่ไม่รู้จักเด็ดขาด แล้วก็ยังยืนยันอีกด้วยว่าจะหาเงินมาใช้หนี้ให้เอง” เหอซินหยวนพูดถึงความหลังด้วยใบหน้าที่เปื้อนยิ้ม“ถ้าเป็นอย่างนั้นพี่ก็คงไม่ได้พบกับภรรยาคนสวยของพี่แล้วล่ะสิ” เฟยเจียงเหลียงพูดอย่างหยอกล้อ “แล้วยังไงต่อล่ะ”“ฉันน่ะถึงขั้นหนีออกจากบ้านเลยนะ” เหอซินหยวนเล่าต่อ “ฉันหนีขึ้นไปบนเขา ไปอยู่ตรงที่ดินของปู่กับย่า ที่นั่นมีกระท่อมร้างอยู่ ฉ
ตอนพิเศษ 1เย็นวันหนึ่งของฤดูหนาว หิมะที่ด้านนอกตกหนัก ทำเอาคนที่ด้านในหนาวจนร่างกายสั่นสะท้าน เหอซินหยวนนั่งอยู่ในห้องทำงานที่โรงงานใหญ่ของบริษัทซินเฟยกรุ๊ปในกรุงปักกิ่ง บนโต๊ะเต็มไปด้วยเอกสารและอาหารตัวอย่าง ที่วางเรียงรายเต็มไปหมด แต่ดูเหมือนว่าเธอไม่ได้แตะต้องอาหารเหล่านั้นเลยสักนิดเฟยเจียงเหลียงที่เพิ่งเลิกการประชุมที่ตึกกิจการตระกูลเฟย ก็รีบมาหาภรรยาที่โรงงานทันที ด้วยความเป็นห่วงกลัวว่าภรรยาจะตั้งหน้าตั้งตาทำงานจนลืมกินอาหารเย็น เขามาพร้อมกับน้ำเต้าหู้และปาท่องโก๋ของโปรดของภรรยา เมื่อมาถึงก็งุนงงเล็กน้อยที่เห็นอาหารวางอยู่เต็มโต๊ะ“นี่อะไรกัน อาหารมากมายเต็มไปหมด ยังไม่เห็นแตะสักคำเลยนี่ พี่บอกแล้วใช่ไหมว่าทำงานหนักได้ แต่ว่าก็ต้องกินข้าวด้วย” เฟยเจียงเหลียงมาถึงก็บ่นภรรยายกใหญ่ที่ไม่ดูแลตัวเอง“ของพวกนี้เป็นอาหารตัวอย่างค่ะ พ่อครัวใหญ่เอามาให้พวกเราชิมน่ะค่ะ พี่มาพอดีเลย จะได้ชิมด้วยกัน” เหอซินหยวนพูดขึ้นมายิ้ม ๆ เธอยื่นตะเกียบคู่หนึ่งให้สามี“มีอะไรบ้างเนี่ย” เขารับตะเกียบมาแล้วถามขึ้น“จานนี้เป็นข้าวผัดธัญพืช เป็นอาหารอิงหลักโภชนาการสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน แต่ว่าคนทั่วไปที่ร
“ไม่เป็นไรหรอก” เหอฟงตอบกลับมา “ที่ร้านยาน่ะมีอาเจียงกับอาหว่านดูแลอยู่แล้ว เพียงแค่เขาเขียนจดหมายมารายงานพ่อทุกสัปดาห์ก็ไม่เป็นไรแล้ว อาเจียงกับอาหว่านไว้ใจได้” เขาพูดอย่างสบายใจ“งั้นถ้าพ่อสบายใจ และทางนั้นไม่มีปัญหาก็ไม่เป็นไรค่ะ” เหอซินหยวนบอกยิ้ม ๆเหอฟงอุ้มหลานชายเดินไปเดินมาในห้อง จู่ ๆ ฟางอี้น้อยก็ร้องไห้จ้าขึ้นมา เหอฟงทำตัวไม่ถูกเขารีบเขย่าหลานชายยกใหญ่ แล้วพูดปลอบให้หลานชายหยุดร้อง“พ่อส่งลูกมาให้ฉันเถอะค่ะ ได้เวลากินนมแล้ว” เหอซินหยวนบอกกับพ่อของตัวเอง และเอื้อมมือออกไป“อ้อ...จริงสิ พ่อไม่ได้เลี้ยงเด็กมานาน ลืมไปเลยว่าเขาต้องกินนมเป็นเวลา” เหอฟงพูดพลางยื่นหลานชายในมือให้เหอซินหยวนเพียงไม่กี่วัน เหอซินหยวนก็ได้ออกจากโรงพยาบาลเพื่อกลับบ้าน เฟยเจียงเหลียงยังทำหน้าที่ดูแลภรรยาเช่นเคย เขาถึงขั้นไล่คนขับรถลงแล้วตัวเองขึ้นไปขับแทน เพราะกลัวว่าคนขับรถจะขับไม่ระวัง แล้วเหอวินหยวนกับเฟยฟางอี้จะได้รับการกระทบกระเทือน คนทั้งบ้านต่างก็หัวเราะเขาและบอกว่าเขาดูจะเป็นกังวลมากเกินไปกลับมาที่บ้านตระกูลเฟยแล้ว เฟยตงก็จัดงานเลี้ยงต้อนรับหลานชายตัวน้อยกันภายในครอบครัว งานนี้เป็นงานเลี้ยงท
ทายาทคนที่สองกลับมาถึงบ้าน คนทั้งคฤหาสน์ก็ร้องเฮกันยกใหญ่“ตระกูลเฟยมีข่าวดีอีกแล้ว นายหญิงน้อยกำลังตั้งครรภ์ลูกคนที่สอง” อาตวนประกาศเสียงดัง“จริงเหรอ ดีจังเลย” ทุกคนพูดอย่างยินดี ไม่ว่าใครก็ดีใจทั้งนั้น และคนที่ดีใจที่สุดก็ไม่พ้นเฟยเจียงเหลียง“คราวนี้ฉันอยากได้ลูกสาวบ้าง ฉันอยากอุ้มลูกสาวตัวเล็ก ๆ หน้าตาน่ารัก ๆ ส่งเสียงเจื้อยแจ้วดังไปทั่วคฤหาสน์” เฟยเจียงเหลียงพูดอย่างดีใจเฟยตงเองก็ดีใจไม่แพ้กัน เขาให้คนจัดหาของขวัญชิ้นใหญ่ให้เหอซินหยวน ในฐานะที่มีทายาทให้แก่ตระกูลเฟยอีกคนเฟยเจ๋อหยวนเองก็ดีใจมากที่จะมีน้อง เขาอยากมีน้องสักคนมาวิ่งเล่นด้วยกันตั้งนานแล้ว เพราะนอกจากลูกชายของเฟยเจียงซูที่นาน ๆ มาครั้ง ที่บ้านก็ไม่มีใครวิ่งเล่นด้วยอีก คุณปู่เองก็วิ่งตามเขาไม่ทัน“แม่ครับ แล้วน้องจะออกมาเมื่อไร” เฟยเจ๋อหยวนถามขึ้น ดวงตากลมแป๋วจ้องมองท้องที่นูนขึ้นเล็กน้อยของแม่อย่างสงสัย“ต้องรออีกเจ็ดเดือน เดี๋ยวน้องก็ออกมา” เหอซินหยวนตอบอย่างอ่อนโยน“เจ็ดเดือน” เด็กชายยกมือขึ้นมานับนิ้ว แล้วพูดขึ้น “โห...นานเหมือนกันนะครับ”“ไม่นานหรอก เจ็ดเดือนสำหรับแม่ก็แค่แป๊บเดียว สำหรับลูกก็แค่ปิดเทอมหน้า” เ







