Masukในที่สุดเหอซินหยวนก็คลอดลูกสาวให้สามีสมใจ เฟยเจียงเหลียงถึงกับกระโดดโลดเต้นอยู่หน้าห้องคลอด เมื่อพยาบาลออกมาบอกว่าครั้งนี้เขาได้ลูกสาว เขาแทบจะวิ่งพรวดพราดเข้าไปในห้องคลอด เพื่อกอดลูกกับภรรยา แต่ยังดีที่พยาบาลห้ามเอาไว้ก่อน
นับตั้งแต่ได้ลูกสาว เฟยเจียงเหลียงเองก็เริ่มทำงานน้อยลงเพื่อที่จะได้มีเวลาอยู่ดูแลภรรยากับลูก ๆ ให้มากขึ้น กิจการของตระกูลเฟยไม่มีอะไรให้เป็นห่วงมากนัก เพราะตอนนี้งานทุกอย่างเข้าที่เข้าทางหมดแล้วและคนของเขาแข็งแกร่งพอที่จะสามารถจัดการเรื่องต่าง ๆ ได้ หากว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่จริง ๆ ก็ไม่ต้องถึงมือของเฟยเจียงเหลียง
เหอซินหยวนเองช่วงนี้ก็วุ่นอยู่กับการเลี้ยงลูกเล็ก งานทุกอย่างของเธอจึงตกไปเป็นของเสี่ยวฮวา ตอนนี้เสี่ยวฮวาพัฒนาตัวเองจนเก่งขึ้นมาก สามารถดูแลเรื่องต่าง ๆ แทนเจ้านายได้อย่างไม่มีขาดตกบกพร่อง
เวลาผ่านไปห้าปี
ตอนนี้เฟยเจ๋อหยวนพี่ชายคนโตอายุได้สิบสองปีแล้ว ส่วนเฟยฟางอี้ก็อายุได้เจ็ดปี และลูกสาวคนสุดท้ายอย่างเฟยหลานเยว่ก็อายุได้ห้าปี
เฟยเจ๋อหยวนเป็นพี่ชายที่มีความคิดความอ่านโตกว่าอายุมาก เขาถูกปลูกฝังมาตลอดว่าเขาคือทายาทรุ่นต่อไปของตระกูลเฟย และมีหน้าที่ช่วยแม่ดูแลน้องทั้งสองให้ดี เขาสอนหนังสือให้กับเฟยฟางอี้ที่ตอนนี้เพิ่งเข้าเรียนในชั้นอนุบาล และดูแลเฟยหลานเยว่ผู้เป็นน้องสาวอย่างทะนุถนอม แถมยังช่วยแม่แบ่งเบาภาระงานต่าง ๆ ที่เป็นงานง่าย ๆ อีกด้วย
“แม่ครับ น้าเสี่ยวฮวามาครับ บอกว่ามีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย” เฟยเจ๋อหยวนเดินเข้ามาในห้องทำงานของแม่ จากนั้นจึงรายงาน
“เชิญน้าเสี่ยวฮวาเข้ามาได้เลยลูก และลูกก็อยู่ด้วยนะจะได้ศึกษางานไว้” เหอซินหยวนพยักหน้าให้กับลูกชาย และบอกกับเขา ทั้ง ๆ ที่ก้มหน้าตรวจบัญชีอยู่
เธอไม่ได้ให้ลูกชายออกไปขณะที่พูดคุยเรื่องงานกับเสี่ยวฮวา เพราะเธออยากให้เขาได้เรียนรู้ไปด้วยว่า รูปแบบการทำธุรกิจนั้นเป็นอย่างไร มีปัญหาอะไรบ้าง แล้วต้องทำการแก้ไขอย่างไร
“ครับแม่”
เมื่อได้รับคำตอบจากแม่แล้ว เด็กหนุ่มก็ตอบรับและไปเปิดประตูให้เสี่ยวฮวาเข้าทันที
เหอซินหยวนกับเสี่ยวฮวาคุยเรื่องงานกันอยู่พักใหญ่ โดยมีเฟยเจ๋อหยวนนั่งฟังอยู่ด้วย จากนั้นไม่นานเสี่ยวฮวาก็ขอตัวกลับไป
เมื่อเสี่ยวฮวากลับไปแล้ว เฟยเจ๋อหยวนก็ถามขึ้นมาด้วยความสงสัย “แม่ครับ ทำไมแม่ไม่ผลิตสินค้าทีเดียวเยอะ ๆ เลยล่ะครับ ทั้งที่เมื่อกี้น้าเสี่ยวฮวาก็บอกว่าเราสามารถผลิตได้ แล้วต้นทุนจะถูกลงด้วย”
เหอซินหยวนยิ้มให้ลูกชายเล็กน้อย พลางลูบศีรษะของเขาเบา ๆ อย่างเอ็นดู “มันเป็นกลยุทธ์การขายของแม่น่ะ ลูกยังเด็กอยู่ ยังไม่เข้าจะอะไรหลาย ๆ อย่าง เดี๋ยวโตขึ้นก็จะเข้าใจเอง”
“ทำไมเหรอครับ ถ้าเราผลิตได้เยอะ ๆ เราก็จะขายได้เงินเยอะไม่ใช่เหรอ” เด็กชายยังคงถามต่อแม้แม่จะบอกว่านี่เป็นกลยุทธ์การขาย
“แบบนั้นก็ใช่ แต่ว่าสิ่งสำคัญมันไม่ได้อยู่ที่ว่าเราจะผลิตเยอะอย่างเดียว เราต้องควบคุมคุณภาพด้วย” เหอซินหยวนตอบอย่างใจเย็น
“ควบคุมคุณภาพคืออะไรเหรอครับ” เด็กชายยังคงถามอย่างไม่เข้าใจ เขาคิดว่ายิ่งผลิตเยอะยิ่งขายได้เงินเยอะไม่ใช่เหรอ
“การควบคุมคุณภาพ ก็คือการทำให้สินค้าของเราดี อร่อย แล้วลูกค้าชอบยังไงล่ะ บางทีถ้าเราผลิตเยอะ ๆ แล้วมันไม่ดี ไม่อร่อย ลูกค้าไม่ชอบ ลูกค้าซื้อของเราไปกินแค่ครั้งเดียวก็จะเลิกซื้อของเราไปเลย แล้วครั้งต่อไปเราผลิตมาก็ไม่มีมีคนซื้อ แบบนี้กิจการของเราอาจจะต้องปิดตัวลงก็ได้” เหอซินหยวนยังอธิบายอย่างให้เข้าใจได้ง่าย ๆ ถึงผลเสียของการไม่สนใจเรื่องคุณภาพของสินค้า
“อ้อ...เข้าใจแล้วครับ” เฟยเจ๋อหยวนพยักหน้าอย่างเข้าใจ
“จำเอาไว้นะลูก โตขึ้นลูกจะต้องสืบทอดกิจการต่อจากพ่อกับแม่ หรือว่าลูกอยากจะทำธุรกิจอย่างอื่นก็ต้องคำนึงถึงลูกค้าไว้ให้ดี สิ่งสำคัญเลยสำหรับการทำการค้าก็คือคุณภาพของสินค้า เรื่องนี้จะขาดตกบกพร่องไม่ได้” เหอซินหยวนบอกกับลูกชายด้วยสีหน้าจริงจัง
“ครับ ผมจะจำเอาไว้” เด็กชายพยักหน้าอย่างเข้าใจอีกครั้ง
“ว่าแต่...ตอนนี้น้องสองคนอยู่ไหนล่ะ” เหอซินหยวนเมื่อลูกชายเจ้าใจแล้วก็ยิ้มและถามไปถึงลูกอีกสองคน เฟยฟางอี้กับเฟยหลานเยว่พากันเดินออกจากห้องทำงานไปครู่หนึ่งแล้ว
“น้องขอไปเล่นที่ห้องรับแขกข้างล่าง ตอนนี้คงกำลังเล่นอยู่กับพี่หลินอีครับ” เฟยเจ๋อหยวนตอบอย่างยิ้มแย้ม
“ถ้างั้นลูกก็ลงไปเล่นกับน้องเถอะ ช่วยพี่หลินอีดูน้องด้วยนะ ตอนนี้น่าจะเป็นเวลาที่หลานเยว่กับฟางอี้ต้องอ่านหนังสือแล้ว แม่ขอทำงานต่ออีกสักหน่อย” เหอซินหยวนหันไปบอกลูกชายด้วยใบหน้าที่เปื้อนยิ้ม เธอพยักพเยิดไปทางประตูเป็นสัญญาณบอกกับเฟยเจ๋อหยวนว่าให้ออกไปได้แล้ว
“ครับแม่” เฟยเจ่อหยวนรับคำก่อนจะเดินประตูเดินออกไป
เหอซินหยวนนั่งทำงานจนเย็น ในที่สุดก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่เฟยเจ๋อหยวนคนเดียว แต่ว่าเป็นสี่คนพ่อลูกเข้ามาด้วยกัน เฟยเจียงเหลียงอุ้มเฟยหลานเยว่ไว้ในอ้อมแขน มือข้างหนึ่งก็จูงมือของเฟยฟางอี้ แล้วก็มีเฟยเจ๋อหยวนยืนอยู่อีกข้าง
“ได้เวลากินข้าวเย็นแล้วนะซินหยวน น้องงานยุ่งมากเหรอ เห็นเจ๋อหยวนบอกว่าไม่ออกจากห้องเลย” เฟยเจียงเหลียงถามอย่างใส่ใจเขาพาลูกสาวมานั่งลงบนโซฟาตัวใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางห้อง เฟยฟางอวี้นั่งลงข้าง ๆ เขา ส่วยเฟยเจ๋อหยวนนั่งอยู่ที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับแม่ของตัวเอง
“ช่วงนี้งานค่อนข้างยุ่งมากค่ะ ฉันกำลังคิดว่าจะเปิดโรงงานแห่งที่สามที่หลานโจวดีไหม” เหอซินหยวนพูดกับสามียิ้ม ๆ เธอยื่นเอกสารที่อยู่ในแฟ้มให้สามีดู
“เปิดที่หลานโจวเหรอ ทำไมล่ะ” เฟยเจียงเหลียงรับมาและถามอย่างสงสัย
เหอซินหยวนถอนหายใจเฮือกหนึ่ง ก่อนจะเล่าให้ฟัง “เฮ้อ ก็ตอนนี้โรงงานของเราที่ปักกิ่งนี่กับที่เซี่ยงไฮ้มีกำลังการผลิตไม่พอน่ะสิคะ ฉันถึงต้องเปิดโรงงานเพิ่ม”
“ทำไมถึงเป็นหลานโจวล่ะ” เขายังคงถามอีก
“ก็หลานโจวอยู่ใกล้แหล่งปลูกผักกับสมุนไพรของพวกเรา พี่ลืมไปแล้วเหรอ” เหอซินหยวนพูดอธิบายอย่างใจเย็น
เฟยเจียงเหลียงยิ้มเหมือนคิดอะไรออก “อ้อ จริงสิ ถ้าเปิดโรงงานที่หลานโจวก็จะช่วยลดระยะเวลาการขนส่งวัตถุดิบมาที่โรงงาน เป็นความคิดที่ดีเลย ว่าแต่...แล้วโรงงานที่ปักกิ่งกับเซี่ยงไฮ้ล่ะ”
“โรงงานที่ปักกิ่งกับเซี่ยงไฮ้ก็ยังคงเปิดเหมือนเดิมค่ะ แต่ว่าจะรับซื้อวัตถุดิบจากชาวบ้านที่อยู่ในเมืองใกล้เคียงแทน แบบนี้นอกจากจะช่วยลดต้นทุนค่าขนส่งแล้ว ยังได้ช่วยเหลือชาวบ้านแถวนี้อีกด้วย” เหอซินหยวนตอบพร้อมรอยยิ้มภาคภูมิใจ
“ภรรยาของพี่ทั้งเก่งทั้งจิตใจดี แบบนี้ต้องให้รางวัล” เฟยเจียงเหลียงพูดจบก็ปรี่เข้าไปหอมแก้มภรรยาหนึ่งฟอดทันที
เหอซินหยวนถอยตัวออกมาอย่างเขินอาย ในขณะที่เด็ก ๆ ทั้งสามพากันปรบมือชอบใจ ที่เห็นพ่อหอมแก้มแม่
เวลาผ่านไปอีกสิบห้าปี ตอนนี้เฟยเจ๋อหยวนกับเฟยฟางอี้โตเป็นหนุ่มแล้ว เฟยเจ๋อหยวนรับช่วงต่อกิจการของตระกูลเฟยอย่างที่เฟยเจียงเหลียงวางแผนเอาไว้ ส่วนเฟยฟางอี้ตอนนี้กำลังเรียนอยู่ในระดับมหาวิทยาลัยในปีสุดท้าย ปีหน้าเขาก็จะออกมาเรียนรู้งานและรับช่วงต่อกิจการของเหอซินหยวนและเฟยหลานเยว่ตอนนี้เรียนอยู่ชั้นมัธยมปลาย เธอเป็นเด็กสาวที่หน้าตาสะสวยจนทุกคนที่ได้เห็นต้องตะลึง เด็กสาวมีความฝันว่าอยากเป็นดารานักแสดง ซึ่งเฟยเจียงเหลียงกับเหอซินหยวนต่างก็สนับสนุนลูกสาวอย่างเต็มที่ เวลาที่มีการรับสมัครนักแสดงทั้งหลาย พวกเขาก็มักจะพาเฟยหลานเยว่ไปสมัครอยู่เสมอค่ำคืนหนึ่ง สมาชิกครอบครัวตระกูลเฟยมานั่งรับประทานอาหารร่วมกันที่ห้องรับประทานอาหาร วันนี้เป็นวันที่เฟยฟางอี้เรียนจบระดับมหาวิทยาลัยพอดี ดังนั้นอาหารเย็นวันนี้จึงเหมือนการเลี้ยงฉลองเล็ก ๆ ให้กับเขา เมื่อจบอาหารมื้อเย็น ทุกคนก็ออกมานั่งเล่นและจิบชาด้วยกันที่ลานหน้าบ้าน ท่ามกลางแสงจันทร์นวลที่สาดส่องลงมา ทำให้บรรยากาศมีความอบอุ่นมาก“ฟางอี้ นับจากวันนี้ไปก็ถือว่าหลานเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวแล้วนะ” เฟยตงที่อยู่ในวัยชราหันไปพูดกับหลานชาย “จะเที่ยวเล่นสนุกสนา
ตอนพิเศษ 2ในที่สุดเหอซินหยวนก็คลอดลูกสาวให้สามีสมใจ เฟยเจียงเหลียงถึงกับกระโดดโลดเต้นอยู่หน้าห้องคลอด เมื่อพยาบาลออกมาบอกว่าครั้งนี้เขาได้ลูกสาว เขาแทบจะวิ่งพรวดพราดเข้าไปในห้องคลอด เพื่อกอดลูกกับภรรยา แต่ยังดีที่พยาบาลห้ามเอาไว้ก่อนนับตั้งแต่ได้ลูกสาว เฟยเจียงเหลียงเองก็เริ่มทำงานน้อยลงเพื่อที่จะได้มีเวลาอยู่ดูแลภรรยากับลูก ๆ ให้มากขึ้น กิจการของตระกูลเฟยไม่มีอะไรให้เป็นห่วงมากนัก เพราะตอนนี้งานทุกอย่างเข้าที่เข้าทางหมดแล้วและคนของเขาแข็งแกร่งพอที่จะสามารถจัดการเรื่องต่าง ๆ ได้ หากว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่จริง ๆ ก็ไม่ต้องถึงมือของเฟยเจียงเหลียง เหอซินหยวนเองช่วงนี้ก็วุ่นอยู่กับการเลี้ยงลูกเล็ก งานทุกอย่างของเธอจึงตกไปเป็นของเสี่ยวฮวา ตอนนี้เสี่ยวฮวาพัฒนาตัวเองจนเก่งขึ้นมาก สามารถดูแลเรื่องต่าง ๆ แทนเจ้านายได้อย่างไม่มีขาดตกบกพร่องเวลาผ่านไปห้าปีตอนนี้เฟยเจ๋อหยวนพี่ชายคนโตอายุได้สิบสองปีแล้ว ส่วนเฟยฟางอี้ก็อายุได้เจ็ดปี และลูกสาวคนสุดท้ายอย่างเฟยหลานเยว่ก็อายุได้ห้าปีเฟยเจ๋อหยวนเป็นพี่ชายที่มีความคิดความอ่านโตกว่าอายุมาก เขาถูกปลูกฝังมาตลอดว่าเขาคือทายาทรุ่นต่อไปของตระกูลเฟย และมีหน้า
กลับมาถึงบ้านแล้วบทสนทนาก็ยังไม่จบ สองสามีภรรยายังคงพูดคุยกันถึงเรื่องความหลังเมื่อครั้งวันวานกันอยู่ เหอซินหยวนพูดถึงตอนที่เฟยตงไปรับตัวเธอให้มาอยู่ที่คฤหาสน์ตระกูลเฟยแห่งนี้ให้เฟยเจียงเหลียงฟัง ส่วนเฟยเจียงเหลียงเองก็เล่าเรื่องตอนที่เขาพบเธอครั้งแรกให้เธอฟังเช่นกันทั้งสองเดินเข้ามาในห้อง และทิ้งตัวลงบนเตียงอย่างผ่อนคลาย“พี่รู้ไหมว่าตอนที่ฉันรู้ข่าวว่าพ่อของฉันขายฉันให้แต่งงานกับพี่น่ะฉันโมโหขนาดไหน” เหอซินหยวนพูดยิ้ม ๆ พอพูดถึงเรื่องนี้แล้วเธอก็อดที่จะหัวเราะให้กับการกระทำของตัวเองในวันนั้นไม่ได้“ยังไงเหรอ เล่าต่อสิ” เฟยเจียงเหลียงเบิกตาโต แล้วหันหน้ามาตั้งใจฟัง“ตอนนั้นฉันโกรธพ่อของฉันมาก และฉันยื่นคำขาดว่ายังไงก็ไม่มีทางแต่งกับคนที่ไม่รู้จักเด็ดขาด แล้วก็ยังยืนยันอีกด้วยว่าจะหาเงินมาใช้หนี้ให้เอง” เหอซินหยวนพูดถึงความหลังด้วยใบหน้าที่เปื้อนยิ้ม“ถ้าเป็นอย่างนั้นพี่ก็คงไม่ได้พบกับภรรยาคนสวยของพี่แล้วล่ะสิ” เฟยเจียงเหลียงพูดอย่างหยอกล้อ “แล้วยังไงต่อล่ะ”“ฉันน่ะถึงขั้นหนีออกจากบ้านเลยนะ” เหอซินหยวนเล่าต่อ “ฉันหนีขึ้นไปบนเขา ไปอยู่ตรงที่ดินของปู่กับย่า ที่นั่นมีกระท่อมร้างอยู่ ฉ
ตอนพิเศษ 1เย็นวันหนึ่งของฤดูหนาว หิมะที่ด้านนอกตกหนัก ทำเอาคนที่ด้านในหนาวจนร่างกายสั่นสะท้าน เหอซินหยวนนั่งอยู่ในห้องทำงานที่โรงงานใหญ่ของบริษัทซินเฟยกรุ๊ปในกรุงปักกิ่ง บนโต๊ะเต็มไปด้วยเอกสารและอาหารตัวอย่าง ที่วางเรียงรายเต็มไปหมด แต่ดูเหมือนว่าเธอไม่ได้แตะต้องอาหารเหล่านั้นเลยสักนิดเฟยเจียงเหลียงที่เพิ่งเลิกการประชุมที่ตึกกิจการตระกูลเฟย ก็รีบมาหาภรรยาที่โรงงานทันที ด้วยความเป็นห่วงกลัวว่าภรรยาจะตั้งหน้าตั้งตาทำงานจนลืมกินอาหารเย็น เขามาพร้อมกับน้ำเต้าหู้และปาท่องโก๋ของโปรดของภรรยา เมื่อมาถึงก็งุนงงเล็กน้อยที่เห็นอาหารวางอยู่เต็มโต๊ะ“นี่อะไรกัน อาหารมากมายเต็มไปหมด ยังไม่เห็นแตะสักคำเลยนี่ พี่บอกแล้วใช่ไหมว่าทำงานหนักได้ แต่ว่าก็ต้องกินข้าวด้วย” เฟยเจียงเหลียงมาถึงก็บ่นภรรยายกใหญ่ที่ไม่ดูแลตัวเอง“ของพวกนี้เป็นอาหารตัวอย่างค่ะ พ่อครัวใหญ่เอามาให้พวกเราชิมน่ะค่ะ พี่มาพอดีเลย จะได้ชิมด้วยกัน” เหอซินหยวนพูดขึ้นมายิ้ม ๆ เธอยื่นตะเกียบคู่หนึ่งให้สามี“มีอะไรบ้างเนี่ย” เขารับตะเกียบมาแล้วถามขึ้น“จานนี้เป็นข้าวผัดธัญพืช เป็นอาหารอิงหลักโภชนาการสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน แต่ว่าคนทั่วไปที่ร
“ไม่เป็นไรหรอก” เหอฟงตอบกลับมา “ที่ร้านยาน่ะมีอาเจียงกับอาหว่านดูแลอยู่แล้ว เพียงแค่เขาเขียนจดหมายมารายงานพ่อทุกสัปดาห์ก็ไม่เป็นไรแล้ว อาเจียงกับอาหว่านไว้ใจได้” เขาพูดอย่างสบายใจ“งั้นถ้าพ่อสบายใจ และทางนั้นไม่มีปัญหาก็ไม่เป็นไรค่ะ” เหอซินหยวนบอกยิ้ม ๆเหอฟงอุ้มหลานชายเดินไปเดินมาในห้อง จู่ ๆ ฟางอี้น้อยก็ร้องไห้จ้าขึ้นมา เหอฟงทำตัวไม่ถูกเขารีบเขย่าหลานชายยกใหญ่ แล้วพูดปลอบให้หลานชายหยุดร้อง“พ่อส่งลูกมาให้ฉันเถอะค่ะ ได้เวลากินนมแล้ว” เหอซินหยวนบอกกับพ่อของตัวเอง และเอื้อมมือออกไป“อ้อ...จริงสิ พ่อไม่ได้เลี้ยงเด็กมานาน ลืมไปเลยว่าเขาต้องกินนมเป็นเวลา” เหอฟงพูดพลางยื่นหลานชายในมือให้เหอซินหยวนเพียงไม่กี่วัน เหอซินหยวนก็ได้ออกจากโรงพยาบาลเพื่อกลับบ้าน เฟยเจียงเหลียงยังทำหน้าที่ดูแลภรรยาเช่นเคย เขาถึงขั้นไล่คนขับรถลงแล้วตัวเองขึ้นไปขับแทน เพราะกลัวว่าคนขับรถจะขับไม่ระวัง แล้วเหอวินหยวนกับเฟยฟางอี้จะได้รับการกระทบกระเทือน คนทั้งบ้านต่างก็หัวเราะเขาและบอกว่าเขาดูจะเป็นกังวลมากเกินไปกลับมาที่บ้านตระกูลเฟยแล้ว เฟยตงก็จัดงานเลี้ยงต้อนรับหลานชายตัวน้อยกันภายในครอบครัว งานนี้เป็นงานเลี้ยงท
ทายาทคนที่สองกลับมาถึงบ้าน คนทั้งคฤหาสน์ก็ร้องเฮกันยกใหญ่“ตระกูลเฟยมีข่าวดีอีกแล้ว นายหญิงน้อยกำลังตั้งครรภ์ลูกคนที่สอง” อาตวนประกาศเสียงดัง“จริงเหรอ ดีจังเลย” ทุกคนพูดอย่างยินดี ไม่ว่าใครก็ดีใจทั้งนั้น และคนที่ดีใจที่สุดก็ไม่พ้นเฟยเจียงเหลียง“คราวนี้ฉันอยากได้ลูกสาวบ้าง ฉันอยากอุ้มลูกสาวตัวเล็ก ๆ หน้าตาน่ารัก ๆ ส่งเสียงเจื้อยแจ้วดังไปทั่วคฤหาสน์” เฟยเจียงเหลียงพูดอย่างดีใจเฟยตงเองก็ดีใจไม่แพ้กัน เขาให้คนจัดหาของขวัญชิ้นใหญ่ให้เหอซินหยวน ในฐานะที่มีทายาทให้แก่ตระกูลเฟยอีกคนเฟยเจ๋อหยวนเองก็ดีใจมากที่จะมีน้อง เขาอยากมีน้องสักคนมาวิ่งเล่นด้วยกันตั้งนานแล้ว เพราะนอกจากลูกชายของเฟยเจียงซูที่นาน ๆ มาครั้ง ที่บ้านก็ไม่มีใครวิ่งเล่นด้วยอีก คุณปู่เองก็วิ่งตามเขาไม่ทัน“แม่ครับ แล้วน้องจะออกมาเมื่อไร” เฟยเจ๋อหยวนถามขึ้น ดวงตากลมแป๋วจ้องมองท้องที่นูนขึ้นเล็กน้อยของแม่อย่างสงสัย“ต้องรออีกเจ็ดเดือน เดี๋ยวน้องก็ออกมา” เหอซินหยวนตอบอย่างอ่อนโยน“เจ็ดเดือน” เด็กชายยกมือขึ้นมานับนิ้ว แล้วพูดขึ้น “โห...นานเหมือนกันนะครับ”“ไม่นานหรอก เจ็ดเดือนสำหรับแม่ก็แค่แป๊บเดียว สำหรับลูกก็แค่ปิดเทอมหน้า” เ







