LOGINทว่าแผนการยืนหยัดด้วยตนเองของเหอซินหยวนยังเริ่มได้ไม่เท่าไร ก็มีเรื่องปวดหัวเกิดขึ้นเสียแล้ว เพราะเมื่อถึงเวลาครบกำหนดการสู่ขอ เฟยตงหรือนายท่านเฟยก็มาตามสัญญา เพื่อที่จะทวงเอาลูกสาวของเหอฟงไปแต่งงานตามที่ได้ตกลงกันไว้ และเนื่องจากก่อนหน้านั้นเฟยตงได้ให้เงินกับเหอฟงเพื่อนำมาใช้หนี้ทั้งหมดแล้ว ดังนั้นการแต่งงานครั้งนี้จึงไม่มีสินสอดใด ๆ ให้กับบ้านเจ้าสาวอีก ซึ่งเหอฟงก็รับรู้และยอมรับข้อตามตกลงนี้
แต่เมื่อมารับตัวว่าที่เจ้าสาวที่บ้านตระกูลเหอ กลับพบว่าว่าที่เจ้าสาวไม่อยู่บ้าน เฟยตงเองก็มีท่าทีไม่ค่อยพอใจขึ้นมาทันที เพราะในเมื่อตกลงกันไว้แล้ว เหตุใดตระกูลเหอถึงได้ทำแบบนี้
เหอฟงเองก็เป็นเดือดเป็นร้อน เขารีบให้คนออกตามหาตัวลูกสาวในทันที สถานที่ที่เขาคิดว่าเธอจะไปนั้นมีไม่มากนัก ถ้าไม่ใช่บ้านเพื่อนก็คงจะเป็นที่ของบรรพบุรุษเพราะเธอไม่ได้รู้จักที่ทางอะไรมากมาย
ในที่สุดเหอฟงก็ลองไปยังที่ดินของบรรพบุรุษดู ก็พบว่าเหอซินหยวนอยู่ที่นั่นจริง ๆ
“กระท่อมมีร่องรอยของการใช้ชีวิตอยู่ ที่ดินรอบ ๆ กระท่อมมีการปลูกสมุนไพรไว้หลายอย่าง ดูแล้วซินหยวนต้องอยู่ที่นี่ไม่ผิดเลยจริง ๆ ” เหอฟงพูดออกมาอย่างพอใจ ก่อนจะนั่งรอเงียบ ๆ
ส่วนหญิงสาวที่กลับมาจากไปขายสมุนไพรด้วยความอารมณ์ดี แต่เมื่อกลับมาถึงกระท่อมสีหน้าก็พลันเปลี่ยนเป็นซีดขาวทันที เมื่อเห็นบิดากับคนของเขาจำนวนหนึ่งยืนอยู่หน้ากระท่อม
‘ไม่คิดว่าเขาจะหาฉันเจอ ฉันคิดว่าเขาล้มเลิกความตั้งใจไปแล้วเสียอีก แต่นี่กลับขึ้นเขามาหาฉันถึงที่นี่ แต่เอ๊ะ...หรือว่านี่ถึงกำหนดที่ตระกูลเฟยยื่นคำขาดไว้ จะทำยังไงดี ๆ’ หญิงสาวคิดวนเวียนอยู่ในใจ เมื่อคิดไปคิดมาก็นึกขึ้นมาได้ว่านี่ถึงวันครบกำหนดที่คนตระกูลเฟยจะมารับตัวเธอแล้วจึงกังวลไม่น้อย“นี่แกคิดว่าหลบมาอยู่บนเขาแล้วจะหนีพ้นอย่างนั้นเหรอ รู้ไหมว่าทำแบบนี้มันผิดต่อตระกูลเฟยที่เขาช่วยเหลือเราเรื่องหนี้สิน กลับไปกับพ่อเดี๋ยวนี้” เหอฟงพูดขึ้นมาเสียงเข้มเมื่อเห็นลูกสาวแล้ว เขาก็มีท่าทีโกรธเล็กน้อย
“ไม่กลับ ฉันบอกพ่อแล้วว่าฉันไม่อยากแต่งเข้าตระกูลเฟย ทำไมพ่อต้องบังคับกันด้วย” หญิงสาวตอบกลับอย่างแน่วแน่
“ไม่อยากแต่งก็ต้องแต่ง พ่อเอาเงินเขามาแล้ว พวกเราต้องทำตามสัญญา ไม่อย่างนั้นตระกูลเหอจะเอาหน้าไปไว้ไหน” เหอฟงพูดเสียงแข็งออกไปโดยไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ต่อให้ลูกสาวปฏิเสธยังไง เขาก็ยังคงยืนยันที่จะให้เธอแต่งเข้าตระกูลเฟยอยู่ดี
“คิดว่าหนีมาอยู่ที่นี่แล้วพ่อจะหาไม่เจออย่างนั้นเหรอ แล้วนี่แกมาทำอะไร มาอยู่กระท่อมกลางเขา ปลูกสมุนไพร เก็บสมุนไพรไปขาย คิดว่าชีวิตแบบนี้ดีแล้วอย่างนั้นเหรอ” เหอฟงมองไปรอบ ๆ แล้วพูดออกมาอย่างดูถูกดูแคลน
เหอซินหยวนได้ฟังก็นิ่งไปครู่หนึ่งเพื่อครุ่นคิด ‘หากจะพิจารณาตามความจริงแล้ว สิ่งที่พ่อพูดมาก็มีส่วนถูก การใช้ชีวิตยืนหยัดด้วยตัวเองมักจะลำบากกว่าการแต่งงานเข้าไปอยู่ในตระกูลใหญ่ แต่ว่าฉันไม่อยากแต่งงานกับคนที่ไม่รู้จัก และฉันก็มั่นใจว่าจะสามารถใช้ชีวิตต่อไปได้ด้วยตัวเอง ตอนนี้ฉันอาจจะแค่ปลูกสมุนไพรขาย แต่ว่าอีกไม่นานฉันจะต้องขยับขยายได้อย่างแน่นอน’
เวลาผ่านไปอีกสิบห้าปี ตอนนี้เฟยเจ๋อหยวนกับเฟยฟางอี้โตเป็นหนุ่มแล้ว เฟยเจ๋อหยวนรับช่วงต่อกิจการของตระกูลเฟยอย่างที่เฟยเจียงเหลียงวางแผนเอาไว้ ส่วนเฟยฟางอี้ตอนนี้กำลังเรียนอยู่ในระดับมหาวิทยาลัยในปีสุดท้าย ปีหน้าเขาก็จะออกมาเรียนรู้งานและรับช่วงต่อกิจการของเหอซินหยวนและเฟยหลานเยว่ตอนนี้เรียนอยู่ชั้นมัธยมปลาย เธอเป็นเด็กสาวที่หน้าตาสะสวยจนทุกคนที่ได้เห็นต้องตะลึง เด็กสาวมีความฝันว่าอยากเป็นดารานักแสดง ซึ่งเฟยเจียงเหลียงกับเหอซินหยวนต่างก็สนับสนุนลูกสาวอย่างเต็มที่ เวลาที่มีการรับสมัครนักแสดงทั้งหลาย พวกเขาก็มักจะพาเฟยหลานเยว่ไปสมัครอยู่เสมอค่ำคืนหนึ่ง สมาชิกครอบครัวตระกูลเฟยมานั่งรับประทานอาหารร่วมกันที่ห้องรับประทานอาหาร วันนี้เป็นวันที่เฟยฟางอี้เรียนจบระดับมหาวิทยาลัยพอดี ดังนั้นอาหารเย็นวันนี้จึงเหมือนการเลี้ยงฉลองเล็ก ๆ ให้กับเขา เมื่อจบอาหารมื้อเย็น ทุกคนก็ออกมานั่งเล่นและจิบชาด้วยกันที่ลานหน้าบ้าน ท่ามกลางแสงจันทร์นวลที่สาดส่องลงมา ทำให้บรรยากาศมีความอบอุ่นมาก“ฟางอี้ นับจากวันนี้ไปก็ถือว่าหลานเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวแล้วนะ” เฟยตงที่อยู่ในวัยชราหันไปพูดกับหลานชาย “จะเที่ยวเล่นสนุกสนา
ตอนพิเศษ 2ในที่สุดเหอซินหยวนก็คลอดลูกสาวให้สามีสมใจ เฟยเจียงเหลียงถึงกับกระโดดโลดเต้นอยู่หน้าห้องคลอด เมื่อพยาบาลออกมาบอกว่าครั้งนี้เขาได้ลูกสาว เขาแทบจะวิ่งพรวดพราดเข้าไปในห้องคลอด เพื่อกอดลูกกับภรรยา แต่ยังดีที่พยาบาลห้ามเอาไว้ก่อนนับตั้งแต่ได้ลูกสาว เฟยเจียงเหลียงเองก็เริ่มทำงานน้อยลงเพื่อที่จะได้มีเวลาอยู่ดูแลภรรยากับลูก ๆ ให้มากขึ้น กิจการของตระกูลเฟยไม่มีอะไรให้เป็นห่วงมากนัก เพราะตอนนี้งานทุกอย่างเข้าที่เข้าทางหมดแล้วและคนของเขาแข็งแกร่งพอที่จะสามารถจัดการเรื่องต่าง ๆ ได้ หากว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่จริง ๆ ก็ไม่ต้องถึงมือของเฟยเจียงเหลียง เหอซินหยวนเองช่วงนี้ก็วุ่นอยู่กับการเลี้ยงลูกเล็ก งานทุกอย่างของเธอจึงตกไปเป็นของเสี่ยวฮวา ตอนนี้เสี่ยวฮวาพัฒนาตัวเองจนเก่งขึ้นมาก สามารถดูแลเรื่องต่าง ๆ แทนเจ้านายได้อย่างไม่มีขาดตกบกพร่องเวลาผ่านไปห้าปีตอนนี้เฟยเจ๋อหยวนพี่ชายคนโตอายุได้สิบสองปีแล้ว ส่วนเฟยฟางอี้ก็อายุได้เจ็ดปี และลูกสาวคนสุดท้ายอย่างเฟยหลานเยว่ก็อายุได้ห้าปีเฟยเจ๋อหยวนเป็นพี่ชายที่มีความคิดความอ่านโตกว่าอายุมาก เขาถูกปลูกฝังมาตลอดว่าเขาคือทายาทรุ่นต่อไปของตระกูลเฟย และมีหน้า
กลับมาถึงบ้านแล้วบทสนทนาก็ยังไม่จบ สองสามีภรรยายังคงพูดคุยกันถึงเรื่องความหลังเมื่อครั้งวันวานกันอยู่ เหอซินหยวนพูดถึงตอนที่เฟยตงไปรับตัวเธอให้มาอยู่ที่คฤหาสน์ตระกูลเฟยแห่งนี้ให้เฟยเจียงเหลียงฟัง ส่วนเฟยเจียงเหลียงเองก็เล่าเรื่องตอนที่เขาพบเธอครั้งแรกให้เธอฟังเช่นกันทั้งสองเดินเข้ามาในห้อง และทิ้งตัวลงบนเตียงอย่างผ่อนคลาย“พี่รู้ไหมว่าตอนที่ฉันรู้ข่าวว่าพ่อของฉันขายฉันให้แต่งงานกับพี่น่ะฉันโมโหขนาดไหน” เหอซินหยวนพูดยิ้ม ๆ พอพูดถึงเรื่องนี้แล้วเธอก็อดที่จะหัวเราะให้กับการกระทำของตัวเองในวันนั้นไม่ได้“ยังไงเหรอ เล่าต่อสิ” เฟยเจียงเหลียงเบิกตาโต แล้วหันหน้ามาตั้งใจฟัง“ตอนนั้นฉันโกรธพ่อของฉันมาก และฉันยื่นคำขาดว่ายังไงก็ไม่มีทางแต่งกับคนที่ไม่รู้จักเด็ดขาด แล้วก็ยังยืนยันอีกด้วยว่าจะหาเงินมาใช้หนี้ให้เอง” เหอซินหยวนพูดถึงความหลังด้วยใบหน้าที่เปื้อนยิ้ม“ถ้าเป็นอย่างนั้นพี่ก็คงไม่ได้พบกับภรรยาคนสวยของพี่แล้วล่ะสิ” เฟยเจียงเหลียงพูดอย่างหยอกล้อ “แล้วยังไงต่อล่ะ”“ฉันน่ะถึงขั้นหนีออกจากบ้านเลยนะ” เหอซินหยวนเล่าต่อ “ฉันหนีขึ้นไปบนเขา ไปอยู่ตรงที่ดินของปู่กับย่า ที่นั่นมีกระท่อมร้างอยู่ ฉ
ตอนพิเศษ 1เย็นวันหนึ่งของฤดูหนาว หิมะที่ด้านนอกตกหนัก ทำเอาคนที่ด้านในหนาวจนร่างกายสั่นสะท้าน เหอซินหยวนนั่งอยู่ในห้องทำงานที่โรงงานใหญ่ของบริษัทซินเฟยกรุ๊ปในกรุงปักกิ่ง บนโต๊ะเต็มไปด้วยเอกสารและอาหารตัวอย่าง ที่วางเรียงรายเต็มไปหมด แต่ดูเหมือนว่าเธอไม่ได้แตะต้องอาหารเหล่านั้นเลยสักนิดเฟยเจียงเหลียงที่เพิ่งเลิกการประชุมที่ตึกกิจการตระกูลเฟย ก็รีบมาหาภรรยาที่โรงงานทันที ด้วยความเป็นห่วงกลัวว่าภรรยาจะตั้งหน้าตั้งตาทำงานจนลืมกินอาหารเย็น เขามาพร้อมกับน้ำเต้าหู้และปาท่องโก๋ของโปรดของภรรยา เมื่อมาถึงก็งุนงงเล็กน้อยที่เห็นอาหารวางอยู่เต็มโต๊ะ“นี่อะไรกัน อาหารมากมายเต็มไปหมด ยังไม่เห็นแตะสักคำเลยนี่ พี่บอกแล้วใช่ไหมว่าทำงานหนักได้ แต่ว่าก็ต้องกินข้าวด้วย” เฟยเจียงเหลียงมาถึงก็บ่นภรรยายกใหญ่ที่ไม่ดูแลตัวเอง“ของพวกนี้เป็นอาหารตัวอย่างค่ะ พ่อครัวใหญ่เอามาให้พวกเราชิมน่ะค่ะ พี่มาพอดีเลย จะได้ชิมด้วยกัน” เหอซินหยวนพูดขึ้นมายิ้ม ๆ เธอยื่นตะเกียบคู่หนึ่งให้สามี“มีอะไรบ้างเนี่ย” เขารับตะเกียบมาแล้วถามขึ้น“จานนี้เป็นข้าวผัดธัญพืช เป็นอาหารอิงหลักโภชนาการสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน แต่ว่าคนทั่วไปที่ร
“ไม่เป็นไรหรอก” เหอฟงตอบกลับมา “ที่ร้านยาน่ะมีอาเจียงกับอาหว่านดูแลอยู่แล้ว เพียงแค่เขาเขียนจดหมายมารายงานพ่อทุกสัปดาห์ก็ไม่เป็นไรแล้ว อาเจียงกับอาหว่านไว้ใจได้” เขาพูดอย่างสบายใจ“งั้นถ้าพ่อสบายใจ และทางนั้นไม่มีปัญหาก็ไม่เป็นไรค่ะ” เหอซินหยวนบอกยิ้ม ๆเหอฟงอุ้มหลานชายเดินไปเดินมาในห้อง จู่ ๆ ฟางอี้น้อยก็ร้องไห้จ้าขึ้นมา เหอฟงทำตัวไม่ถูกเขารีบเขย่าหลานชายยกใหญ่ แล้วพูดปลอบให้หลานชายหยุดร้อง“พ่อส่งลูกมาให้ฉันเถอะค่ะ ได้เวลากินนมแล้ว” เหอซินหยวนบอกกับพ่อของตัวเอง และเอื้อมมือออกไป“อ้อ...จริงสิ พ่อไม่ได้เลี้ยงเด็กมานาน ลืมไปเลยว่าเขาต้องกินนมเป็นเวลา” เหอฟงพูดพลางยื่นหลานชายในมือให้เหอซินหยวนเพียงไม่กี่วัน เหอซินหยวนก็ได้ออกจากโรงพยาบาลเพื่อกลับบ้าน เฟยเจียงเหลียงยังทำหน้าที่ดูแลภรรยาเช่นเคย เขาถึงขั้นไล่คนขับรถลงแล้วตัวเองขึ้นไปขับแทน เพราะกลัวว่าคนขับรถจะขับไม่ระวัง แล้วเหอวินหยวนกับเฟยฟางอี้จะได้รับการกระทบกระเทือน คนทั้งบ้านต่างก็หัวเราะเขาและบอกว่าเขาดูจะเป็นกังวลมากเกินไปกลับมาที่บ้านตระกูลเฟยแล้ว เฟยตงก็จัดงานเลี้ยงต้อนรับหลานชายตัวน้อยกันภายในครอบครัว งานนี้เป็นงานเลี้ยงท
ทายาทคนที่สองกลับมาถึงบ้าน คนทั้งคฤหาสน์ก็ร้องเฮกันยกใหญ่“ตระกูลเฟยมีข่าวดีอีกแล้ว นายหญิงน้อยกำลังตั้งครรภ์ลูกคนที่สอง” อาตวนประกาศเสียงดัง“จริงเหรอ ดีจังเลย” ทุกคนพูดอย่างยินดี ไม่ว่าใครก็ดีใจทั้งนั้น และคนที่ดีใจที่สุดก็ไม่พ้นเฟยเจียงเหลียง“คราวนี้ฉันอยากได้ลูกสาวบ้าง ฉันอยากอุ้มลูกสาวตัวเล็ก ๆ หน้าตาน่ารัก ๆ ส่งเสียงเจื้อยแจ้วดังไปทั่วคฤหาสน์” เฟยเจียงเหลียงพูดอย่างดีใจเฟยตงเองก็ดีใจไม่แพ้กัน เขาให้คนจัดหาของขวัญชิ้นใหญ่ให้เหอซินหยวน ในฐานะที่มีทายาทให้แก่ตระกูลเฟยอีกคนเฟยเจ๋อหยวนเองก็ดีใจมากที่จะมีน้อง เขาอยากมีน้องสักคนมาวิ่งเล่นด้วยกันตั้งนานแล้ว เพราะนอกจากลูกชายของเฟยเจียงซูที่นาน ๆ มาครั้ง ที่บ้านก็ไม่มีใครวิ่งเล่นด้วยอีก คุณปู่เองก็วิ่งตามเขาไม่ทัน“แม่ครับ แล้วน้องจะออกมาเมื่อไร” เฟยเจ๋อหยวนถามขึ้น ดวงตากลมแป๋วจ้องมองท้องที่นูนขึ้นเล็กน้อยของแม่อย่างสงสัย“ต้องรออีกเจ็ดเดือน เดี๋ยวน้องก็ออกมา” เหอซินหยวนตอบอย่างอ่อนโยน“เจ็ดเดือน” เด็กชายยกมือขึ้นมานับนิ้ว แล้วพูดขึ้น “โห...นานเหมือนกันนะครับ”“ไม่นานหรอก เจ็ดเดือนสำหรับแม่ก็แค่แป๊บเดียว สำหรับลูกก็แค่ปิดเทอมหน้า” เ







