Masukเฟยเจ๋อหยวนตอนนี้เพิ่งจะเข้าเรียนในชั้นอนุบาล เขาชอบโรงเรียนมาก ชอบคุณครู ชอบเล่นกับเพื่อน ๆ เด็กน้อยอยากไปโรงเรียนทุกวัน
ภายในคฤหาสน์ตระกูลเฟยเต็มไปด้วยความอบอุ่น ถึงแม้ว่าเฟยเจียงเหลียงกับเหอซินหยวนจะไม่ค่อยมีเวลา แต่ว่าก็ไม่เคยละเลยครอบครัว เวลาที่มีวันหยุดยาว พวกเขาก็จะพาสองปู่หลานไปเที่ยวด้วยกันเสมอ ทำให้ความสัมพันธ์ในครอบครัวไม่ได้จืดจางกันไปเลยแม้แต่น้อย
ส่วนเฟยเจียงซูเองก็กลับมาเยี่ยมบ้านบ้างเป็นครั้งคราว เขามักจะพาลูกชายของเขา ซึ่งเกิดหลังเฟยเจ๋อหยวนสองปีมาเล่นที่บ้านด้วย เด็กสองคนสนิทกันมาก
วันหนึ่งหลังจากที่เหอซินหยวนไปตรวจตราร้านค้าสาขาที่อยู่ในเมืองหลวง เธอก็เกิดมีอาการผิดปกติ เมื่อกลับมาเห็นหน้าสามีที่รออยู่ที่โต๊ะอาหาร เธอก็กลับรู้สึกเหม็นหน้าสามีขึ้นมายังไงก็ไม่รู้ ยังไม่ทันได้เดินถึงโต๊ะอาหารเลยด้วยซ้ำ กลับต้องวิ่งเข้าห้องน้ำไปอาเจียนเสียก่อน
เฟยเจียงเหลียงตกใจมาก เขาคิดว่าภรรยาไม่สบาย จึงเรียกคนขับรถให้เตรียมรถเพื่อที่จะพาเธอไปโรงพยาบาล
“อาตวน เตรียมรถเร็วเข้า พวกเราจะไปโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด” เฟยเจียงเหลียงรีบบอกลูกน้องคนสนิทอย่างร้อนใจ
“ครับ นายน้อย” อาตวนได้รับคำส่งแล้วก็รีบวิ่งไปยังโรงรถในทันที
เหอซินหยวนเริ่มอาเจียนหนักมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเฟยเจียงเหลียงเข้ามาใกล้ ๆ เธอพยายามที่จะออกห่างจากเขา เพราะยิ่งเขาเข้ามาใกล้ เธอก็ยิ่งเหม็นมากขึ้นเท่านั้น
“พี่อย่าเข้ามาใกล้ฉันค่ะ ฉันรู้สึกว่าได้กลิ่นตัวของพี่แล้วจะอาเจียน” เหอซินหยวนพูดออกมาตรง ๆ เธอผลักมือออกไปเพื่อไม่ให้สามีเข้าใกล้
“พี่เหม็นเหรอ” เขาพูดพลางทำจมูกฟุดฟิดดมกลิ่นตัวเอง จากนั้นก็หันไปถามลูกชาย “พ่อเหม็นไหม”
“ก็ไม่นะครับ” เฟยเจ๋อหยวนดมแล้วตอบ
“แล้วแม่เป็นอะไรไปล่ะ” เขาถามลูกชายอีกที
“อืม...อาจจะเป็นเพราะว่าแม่ทำงานหนักจนเครียดหรือเปล่าครับ” เด็กชายตอบอย่างที่เขาคิด
เฟยเจียงเหลียงครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนจะพูดออกมาอย่างเห็นด้วย “ก็น่าจะเป็นไปได้นะ”
รถเลื่อนมาจอดที่หน้าบ้าน คนรับใช้หญิงสองคนพยุงเหอซินหยวนไปขึ้นรถอย่างระมัดระวัง เฟยเจียงเหลียงพยายามตามไปไม่ห่าง แต่ว่าเหอซินหยวนกลับห้ามเอาไว้ เธอไม่อยากให้ เฟยเจียงเหลียงเข้ามาใกล้มากเกินไป และนั่นทำให้เฟยเจียงเหลียงต้องขับรถตามไป แทนที่จะนั่งรถคันเดียวกันกับภรรยา
เมื่อมาถึงที่โรงพยาบาล เหอซินหยวนก็เข้าไปในห้องตรวจ ส่วนเฟยเจียงเหลียงนั่งรออยู่หน้าห้อง หมอทำการตรวจร่างกายของเหอซินหยวนอย่างละเอียด และพบว่าเธอตั้งครรภ์ได้สองเดือนแล้ว
“คุณเฟยใช่ไหมคะ” พยาบาลสาวที่เพิ่งเปิดประตูออกมาร้องถาม
“ครับ ผมเฟยเจียงเหลียง เป็นสามีของคุณเหอซินหยวนครับ” ชายหนุ่มลุกขึ้นตอบอย่างกระตือรือร้น
“ถ้างั้นเชิญเข้ามาข้างในเลยค่ะ” พยาบาลผายมือบอกให้เขาเข้าไปข้างในห้องตรวจ
แต่เมื่อเข้าไปข้างในแล้ว เฟยเจียงเหลียงก็ต้องยืนห่างจากเหอซินหยวนพอสมควร เพราะไม่งั้นแล้วภรรยาของเขาคงต้องได้อาเจียนต่อหน้าหมอและพยาบาลแน่ ๆ
“ผมต้องขอแสดงความยินดีกับคุณทั้งสองคนด้วยนะครับ คุณเหอตั้งครรภ์ได้สองเดือนแล้ว” หมอกล่าวพร้อมยกยิ้มน้อย ๆ ให้เฟยเจียงเหลียงกับเหอซินหยวน
“ช่วงนี้ที่มีอาการคลื่นไส้อาเจียน ก็เป็นผลมาจากการแพ้ท้องน่ะครับ ไม่มีอะไรต้องคิดมาก ก่อนหน้านี้คุณเหอเองก็มีลูกชายแล้วหนึ่งคน ผ่านการแพ้ท้องมาแล้ว ครั้งนี้ไม่มีอะไรน่าห่วงครับ”
“แล้วทำไมเธอจะต้องอาเจียนตอนที่ผมเข้าไปใกล้ด้วยล่ะครับ แล้วยังบอกว่าเหม็นอีก” เฟยเจียงเหลียงถามหมออย่างไม่เข้าใจ
“นั่นก็เป็นอาการแพ้ท้องอย่างหนึ่งเหมือนกันครับ หรือที่ชาวบ้านเรียกันว่าอาการเหม็นสามี ช่วงนี้ยังไงก็รบกวนคุณสามีอยู่ให้ห่างจากภรรยาสักพักนะครับ จนกว่าอาการแพ้ท้องจะกลับมาเป็นปกติ” หมอพูดอย่างใจเย็น
“อยู่ห่างกับภรรยาเหรอครับ ไม่ได้หรอกครับ ผมเป็นห่วงเธอ” สีหน้าของเฟยเจียงเหลียงแสดงความกังวลชัดเจนในตอนที่พูด หัวคิ้วขมวดราวกับจะมัดเป็นปมอยู่แล้ว
“เพียงแค่ช่วงนี้เท่านั้นแหละครับ” หมอตอบยิ้ม ๆ “ช่วงนี้ก็ให้คนอื่นดูแลไปก่อน หากไม่จำเป็นจริง ๆ คุณสามีอยู่ห่างหน่อยจะดีกว่า จะได้เป็นผลดีต่อการพักผ่อนของภรรยาคุณด้วยครับ”
“เข้าใจแล้วครับ” เฟยเจียงเหลียงพยักหน้าอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก
เวลาผ่านไปอีกสิบห้าปี ตอนนี้เฟยเจ๋อหยวนกับเฟยฟางอี้โตเป็นหนุ่มแล้ว เฟยเจ๋อหยวนรับช่วงต่อกิจการของตระกูลเฟยอย่างที่เฟยเจียงเหลียงวางแผนเอาไว้ ส่วนเฟยฟางอี้ตอนนี้กำลังเรียนอยู่ในระดับมหาวิทยาลัยในปีสุดท้าย ปีหน้าเขาก็จะออกมาเรียนรู้งานและรับช่วงต่อกิจการของเหอซินหยวนและเฟยหลานเยว่ตอนนี้เรียนอยู่ชั้นมัธยมปลาย เธอเป็นเด็กสาวที่หน้าตาสะสวยจนทุกคนที่ได้เห็นต้องตะลึง เด็กสาวมีความฝันว่าอยากเป็นดารานักแสดง ซึ่งเฟยเจียงเหลียงกับเหอซินหยวนต่างก็สนับสนุนลูกสาวอย่างเต็มที่ เวลาที่มีการรับสมัครนักแสดงทั้งหลาย พวกเขาก็มักจะพาเฟยหลานเยว่ไปสมัครอยู่เสมอค่ำคืนหนึ่ง สมาชิกครอบครัวตระกูลเฟยมานั่งรับประทานอาหารร่วมกันที่ห้องรับประทานอาหาร วันนี้เป็นวันที่เฟยฟางอี้เรียนจบระดับมหาวิทยาลัยพอดี ดังนั้นอาหารเย็นวันนี้จึงเหมือนการเลี้ยงฉลองเล็ก ๆ ให้กับเขา เมื่อจบอาหารมื้อเย็น ทุกคนก็ออกมานั่งเล่นและจิบชาด้วยกันที่ลานหน้าบ้าน ท่ามกลางแสงจันทร์นวลที่สาดส่องลงมา ทำให้บรรยากาศมีความอบอุ่นมาก“ฟางอี้ นับจากวันนี้ไปก็ถือว่าหลานเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวแล้วนะ” เฟยตงที่อยู่ในวัยชราหันไปพูดกับหลานชาย “จะเที่ยวเล่นสนุกสนา
ตอนพิเศษ 2ในที่สุดเหอซินหยวนก็คลอดลูกสาวให้สามีสมใจ เฟยเจียงเหลียงถึงกับกระโดดโลดเต้นอยู่หน้าห้องคลอด เมื่อพยาบาลออกมาบอกว่าครั้งนี้เขาได้ลูกสาว เขาแทบจะวิ่งพรวดพราดเข้าไปในห้องคลอด เพื่อกอดลูกกับภรรยา แต่ยังดีที่พยาบาลห้ามเอาไว้ก่อนนับตั้งแต่ได้ลูกสาว เฟยเจียงเหลียงเองก็เริ่มทำงานน้อยลงเพื่อที่จะได้มีเวลาอยู่ดูแลภรรยากับลูก ๆ ให้มากขึ้น กิจการของตระกูลเฟยไม่มีอะไรให้เป็นห่วงมากนัก เพราะตอนนี้งานทุกอย่างเข้าที่เข้าทางหมดแล้วและคนของเขาแข็งแกร่งพอที่จะสามารถจัดการเรื่องต่าง ๆ ได้ หากว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่จริง ๆ ก็ไม่ต้องถึงมือของเฟยเจียงเหลียง เหอซินหยวนเองช่วงนี้ก็วุ่นอยู่กับการเลี้ยงลูกเล็ก งานทุกอย่างของเธอจึงตกไปเป็นของเสี่ยวฮวา ตอนนี้เสี่ยวฮวาพัฒนาตัวเองจนเก่งขึ้นมาก สามารถดูแลเรื่องต่าง ๆ แทนเจ้านายได้อย่างไม่มีขาดตกบกพร่องเวลาผ่านไปห้าปีตอนนี้เฟยเจ๋อหยวนพี่ชายคนโตอายุได้สิบสองปีแล้ว ส่วนเฟยฟางอี้ก็อายุได้เจ็ดปี และลูกสาวคนสุดท้ายอย่างเฟยหลานเยว่ก็อายุได้ห้าปีเฟยเจ๋อหยวนเป็นพี่ชายที่มีความคิดความอ่านโตกว่าอายุมาก เขาถูกปลูกฝังมาตลอดว่าเขาคือทายาทรุ่นต่อไปของตระกูลเฟย และมีหน้า
กลับมาถึงบ้านแล้วบทสนทนาก็ยังไม่จบ สองสามีภรรยายังคงพูดคุยกันถึงเรื่องความหลังเมื่อครั้งวันวานกันอยู่ เหอซินหยวนพูดถึงตอนที่เฟยตงไปรับตัวเธอให้มาอยู่ที่คฤหาสน์ตระกูลเฟยแห่งนี้ให้เฟยเจียงเหลียงฟัง ส่วนเฟยเจียงเหลียงเองก็เล่าเรื่องตอนที่เขาพบเธอครั้งแรกให้เธอฟังเช่นกันทั้งสองเดินเข้ามาในห้อง และทิ้งตัวลงบนเตียงอย่างผ่อนคลาย“พี่รู้ไหมว่าตอนที่ฉันรู้ข่าวว่าพ่อของฉันขายฉันให้แต่งงานกับพี่น่ะฉันโมโหขนาดไหน” เหอซินหยวนพูดยิ้ม ๆ พอพูดถึงเรื่องนี้แล้วเธอก็อดที่จะหัวเราะให้กับการกระทำของตัวเองในวันนั้นไม่ได้“ยังไงเหรอ เล่าต่อสิ” เฟยเจียงเหลียงเบิกตาโต แล้วหันหน้ามาตั้งใจฟัง“ตอนนั้นฉันโกรธพ่อของฉันมาก และฉันยื่นคำขาดว่ายังไงก็ไม่มีทางแต่งกับคนที่ไม่รู้จักเด็ดขาด แล้วก็ยังยืนยันอีกด้วยว่าจะหาเงินมาใช้หนี้ให้เอง” เหอซินหยวนพูดถึงความหลังด้วยใบหน้าที่เปื้อนยิ้ม“ถ้าเป็นอย่างนั้นพี่ก็คงไม่ได้พบกับภรรยาคนสวยของพี่แล้วล่ะสิ” เฟยเจียงเหลียงพูดอย่างหยอกล้อ “แล้วยังไงต่อล่ะ”“ฉันน่ะถึงขั้นหนีออกจากบ้านเลยนะ” เหอซินหยวนเล่าต่อ “ฉันหนีขึ้นไปบนเขา ไปอยู่ตรงที่ดินของปู่กับย่า ที่นั่นมีกระท่อมร้างอยู่ ฉ
ตอนพิเศษ 1เย็นวันหนึ่งของฤดูหนาว หิมะที่ด้านนอกตกหนัก ทำเอาคนที่ด้านในหนาวจนร่างกายสั่นสะท้าน เหอซินหยวนนั่งอยู่ในห้องทำงานที่โรงงานใหญ่ของบริษัทซินเฟยกรุ๊ปในกรุงปักกิ่ง บนโต๊ะเต็มไปด้วยเอกสารและอาหารตัวอย่าง ที่วางเรียงรายเต็มไปหมด แต่ดูเหมือนว่าเธอไม่ได้แตะต้องอาหารเหล่านั้นเลยสักนิดเฟยเจียงเหลียงที่เพิ่งเลิกการประชุมที่ตึกกิจการตระกูลเฟย ก็รีบมาหาภรรยาที่โรงงานทันที ด้วยความเป็นห่วงกลัวว่าภรรยาจะตั้งหน้าตั้งตาทำงานจนลืมกินอาหารเย็น เขามาพร้อมกับน้ำเต้าหู้และปาท่องโก๋ของโปรดของภรรยา เมื่อมาถึงก็งุนงงเล็กน้อยที่เห็นอาหารวางอยู่เต็มโต๊ะ“นี่อะไรกัน อาหารมากมายเต็มไปหมด ยังไม่เห็นแตะสักคำเลยนี่ พี่บอกแล้วใช่ไหมว่าทำงานหนักได้ แต่ว่าก็ต้องกินข้าวด้วย” เฟยเจียงเหลียงมาถึงก็บ่นภรรยายกใหญ่ที่ไม่ดูแลตัวเอง“ของพวกนี้เป็นอาหารตัวอย่างค่ะ พ่อครัวใหญ่เอามาให้พวกเราชิมน่ะค่ะ พี่มาพอดีเลย จะได้ชิมด้วยกัน” เหอซินหยวนพูดขึ้นมายิ้ม ๆ เธอยื่นตะเกียบคู่หนึ่งให้สามี“มีอะไรบ้างเนี่ย” เขารับตะเกียบมาแล้วถามขึ้น“จานนี้เป็นข้าวผัดธัญพืช เป็นอาหารอิงหลักโภชนาการสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน แต่ว่าคนทั่วไปที่ร
“ไม่เป็นไรหรอก” เหอฟงตอบกลับมา “ที่ร้านยาน่ะมีอาเจียงกับอาหว่านดูแลอยู่แล้ว เพียงแค่เขาเขียนจดหมายมารายงานพ่อทุกสัปดาห์ก็ไม่เป็นไรแล้ว อาเจียงกับอาหว่านไว้ใจได้” เขาพูดอย่างสบายใจ“งั้นถ้าพ่อสบายใจ และทางนั้นไม่มีปัญหาก็ไม่เป็นไรค่ะ” เหอซินหยวนบอกยิ้ม ๆเหอฟงอุ้มหลานชายเดินไปเดินมาในห้อง จู่ ๆ ฟางอี้น้อยก็ร้องไห้จ้าขึ้นมา เหอฟงทำตัวไม่ถูกเขารีบเขย่าหลานชายยกใหญ่ แล้วพูดปลอบให้หลานชายหยุดร้อง“พ่อส่งลูกมาให้ฉันเถอะค่ะ ได้เวลากินนมแล้ว” เหอซินหยวนบอกกับพ่อของตัวเอง และเอื้อมมือออกไป“อ้อ...จริงสิ พ่อไม่ได้เลี้ยงเด็กมานาน ลืมไปเลยว่าเขาต้องกินนมเป็นเวลา” เหอฟงพูดพลางยื่นหลานชายในมือให้เหอซินหยวนเพียงไม่กี่วัน เหอซินหยวนก็ได้ออกจากโรงพยาบาลเพื่อกลับบ้าน เฟยเจียงเหลียงยังทำหน้าที่ดูแลภรรยาเช่นเคย เขาถึงขั้นไล่คนขับรถลงแล้วตัวเองขึ้นไปขับแทน เพราะกลัวว่าคนขับรถจะขับไม่ระวัง แล้วเหอวินหยวนกับเฟยฟางอี้จะได้รับการกระทบกระเทือน คนทั้งบ้านต่างก็หัวเราะเขาและบอกว่าเขาดูจะเป็นกังวลมากเกินไปกลับมาที่บ้านตระกูลเฟยแล้ว เฟยตงก็จัดงานเลี้ยงต้อนรับหลานชายตัวน้อยกันภายในครอบครัว งานนี้เป็นงานเลี้ยงท
ทายาทคนที่สองกลับมาถึงบ้าน คนทั้งคฤหาสน์ก็ร้องเฮกันยกใหญ่“ตระกูลเฟยมีข่าวดีอีกแล้ว นายหญิงน้อยกำลังตั้งครรภ์ลูกคนที่สอง” อาตวนประกาศเสียงดัง“จริงเหรอ ดีจังเลย” ทุกคนพูดอย่างยินดี ไม่ว่าใครก็ดีใจทั้งนั้น และคนที่ดีใจที่สุดก็ไม่พ้นเฟยเจียงเหลียง“คราวนี้ฉันอยากได้ลูกสาวบ้าง ฉันอยากอุ้มลูกสาวตัวเล็ก ๆ หน้าตาน่ารัก ๆ ส่งเสียงเจื้อยแจ้วดังไปทั่วคฤหาสน์” เฟยเจียงเหลียงพูดอย่างดีใจเฟยตงเองก็ดีใจไม่แพ้กัน เขาให้คนจัดหาของขวัญชิ้นใหญ่ให้เหอซินหยวน ในฐานะที่มีทายาทให้แก่ตระกูลเฟยอีกคนเฟยเจ๋อหยวนเองก็ดีใจมากที่จะมีน้อง เขาอยากมีน้องสักคนมาวิ่งเล่นด้วยกันตั้งนานแล้ว เพราะนอกจากลูกชายของเฟยเจียงซูที่นาน ๆ มาครั้ง ที่บ้านก็ไม่มีใครวิ่งเล่นด้วยอีก คุณปู่เองก็วิ่งตามเขาไม่ทัน“แม่ครับ แล้วน้องจะออกมาเมื่อไร” เฟยเจ๋อหยวนถามขึ้น ดวงตากลมแป๋วจ้องมองท้องที่นูนขึ้นเล็กน้อยของแม่อย่างสงสัย“ต้องรออีกเจ็ดเดือน เดี๋ยวน้องก็ออกมา” เหอซินหยวนตอบอย่างอ่อนโยน“เจ็ดเดือน” เด็กชายยกมือขึ้นมานับนิ้ว แล้วพูดขึ้น “โห...นานเหมือนกันนะครับ”“ไม่นานหรอก เจ็ดเดือนสำหรับแม่ก็แค่แป๊บเดียว สำหรับลูกก็แค่ปิดเทอมหน้า” เ







