Share

อนุไรค่า 3

last update publish date: 2026-09-03 17:42:05

สิ้นเสียงของนาง สตรีวัยกลางคนก็โผล่หน้าเข้ามา นางค่อยๆ กะเผลกพาร่างเล็กพร้อมกับถ้วยยาที่ยังส่งควันกรุ่นเดินเข้ามาในห้อง

ซุนลี่จ้องมองใบหน้าครึ่งซีกของนางที่ถูกแผลเป็นขนาดใหญ่กัดกินจนเสียโฉม ผิวหนังหดรั้งเป็นรอยขนาดใหญ่จนดูน่าเกลียดน่ากลัวยิ่ง ดวงตาข้างหนึ่งหรี่เล็กลงเพราะพังผืดที่ดึงรั้งผิวหน้า

แม้รูปลักษณ์จะน่าหวาดหวั่น หากแววตาที่มองมายังเด็กสาวกลับเต็มไปด้วยความอ่อนโยน “ดีเหลือเกินที่เจ้าตื่นแล้ว เมื่อคืนไข้ของเจ้าไข้สูงนัก แม่กลัวแทบแย่” น้ำเสียงนั้นอบอุ่นเสียจนซุนลี่รู้สึกสะท้านในอก

ตั้งแต่เล็กจนโตนางไม่เคยได้รับความรักจากผู้ใดเช่นนี้ มีเพียงมารดาผู้นั้นที่เคยมอบความรักอย่างจริงใจให้ และแล้วความรักความหวังดีก็ค่อยๆ เลือนหายไปในสายลมนับตั้งแต่นางยอมขายตัวเองมาเป็นบ่าวของสกุลชั่วช้าอย่างสกุลเสิ่น นี่เป็นความรักความจริงใจครั้งที่สองที่นางได้ยล ทำให้นางแสนตื้นตันจนน้ำตาเอ่อคลอ

นางรีบลุกจากเตียง ถลาเข้าไปหาอีกฝ่าย “ท่านแม่ให้ลูกช่วยเถิดเจ้าค่ะ ท่านเดินไม่สะดวก”

หญิงพิการยิ้มอย่างดีใจ ก่อนจะพยักหน้าด้วยความเอ็นดู “โธ่เอ๊ยเด็กโง่ แค่ยาถ้วยเดียวแม่ถือเองได้หรอกน่า”

ซุนลี่ยื่นมือออกไปรับถ้วยยาจากมือของนาง ด้วยหมายจะนำไปวางไว้บนโต๊ะข้างเตียง แต่ทันทีที่ปลายนิ้วของทั้งสองสัมผัสกัน ภาพหนึ่งก็ระเบิดขึ้นในห้วงสำนึกของซุนลี่ 

ในค่ำคืนอันมืดมิดคืนหนึ่ง ด้านหลังห้องข้างแห่งพระตำหนักคุนหนิงกง ที่ยังอบอวลไปด้วยกลิ่นเลือดกับกลิ่นของยาสมุนไพรต้มข้นคลั่ก หัวหน้านางกำนัลของตำหนักมีสีหน้าเคร่งเครียดยิ่ง “รับเด็กคนนี้ไปเสีย เอาไปจัดการให้สิ้น อย่าปล่อยให้มีชีวิตเข้าใจไหม”

ว่าจบหัวหน้านางกำนัลแห่งตำหนักคุนหนิงกงก็ยื่นตะกร้าสานใบหนึ่งมาให้หญิงสาวในชุดนางกำนัลสีเขียวอ่อน

หญิงผู้นั้นแม้จะมีใบหน้าอ่อนเยาว์ แต่กลับมีเค้าเหมือนใบหน้าของมารดาพิการได้ราวกับเป็นคนเดียวกัน ในดวงตาของนางเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น นางก้มลงมองเด็กทารกที่นอนอยู่ภายในตะกร้า ทารกเพศหญิงแรกเกิดกำลังหลับสนิท เนื้อตัวแดงระเรื่อยับย่นเพราะเพิ่งลืมตาดูโลกได้ไม่ถึงชั่วยาม ยังไม่ได้แม้แต่เช็ดคราบเลือดออกจากตัวเลยแม้แต่น้อย

“จำเอาไว้” หัวหน้านางกำนัลคนนั้นกล่าวเสียงหนักเชิงข่มขู่ “คืนนี้เจ้าไม่เคยเห็นสิ่งใดแม้แต่น้อย และเด็กคนนี้ก็ไม่เคยมีตัวตนมาก่อน เข้าใจไหม”

หญิงสาวนางนั้นที่มีใบหน้าครึ่งซีกซ้อนทับกับมารดาเจ้าของร่างผงกศีรษะเป็นมั่นเป็นเหมาะ ก่อนจะรับตะกร้ามากอดไว้แนบอกด้วยความหวาดหวั่น แล้วภาพก็พลันเปลี่ยนไปเป็นกลางดึกในคืนเดียวกัน ท่ามกลางแมกไม้ทึบหนาของเขตป่าตรงตีนภูเขานอกเมืองหลวง

ความมืดปกคลุมไปทั่วบริเวณ มีเพียงแสงจันทร์ริบหรี่ส่องลอดยอดไม้ลงมา หญิงสาวคนเดิมเร่งฝีเท้าเดินนำหน้าขันทีร่างผอมสูง ที่ถือคบเพลิงส่องสว่างให้ทางแก่สตรีผู้นั้น

“หลี่กงกงข้าว่าทิ้งนางไว้ตรงนี้เถิด ที่นี่เป็นเขตป่าเขา ชุกชุมไปด้วยสัตว์ร้าย นางเพิ่งคลอดยังมิได้แม้แต่จะล้างคราบเลือดออกจากกาย อย่างไรเสียนางคงไม่รอดจากกรงเล็บของพวกสัตว์ป่าเป็นแน่”

ขันทีร่างผอมแสยะยิ้ม “ได้ เจ้าวางนางลงสิ”

เมื่อได้ฟังนางกำนัลก็เผยสีหน้ายินดี ก่อนทำตามคำสั่ง คุกเข่าลงอย่างช้าๆ ค่อยๆ วางตะกร้าลงใต้โคนต้นไม้ใหญ่ มือของนางยังแอบลูบผ้าห่อตัวเด็กเบาๆ ด้วยความเห็นอกเห็นใจ เสียงร้องแผ่วเบาของทารกดังขึ้นเล็กๆ คล้ายกับเสียงของลูกแมวน้อย “อุ...แว๊”

หัวใจของนางบีบรัดด้วยความสงสาร เมื่อทำตามคำสั่งเสร็จ นางจึงลุกขึ้น หันหลังกลับมาหมายจะเจรจากับหลี่กงกงอีกสักประโยค แต่กลับเห็นหลี่กงกงที่ยืนขวางอยู่เบื้องหน้าแสยะยิ้ม รอยยิ้มนั้นเย็นเยียบจนชวนขนลุกไปหมด “หลี่...กะ...กงกง” ชุนเหมยรำพึงเสียงสั่น ข้างในอกคล้ายสัมผัสได้ถึงความอันตรายที่กำลังคืบเข้ามา

ยังไม่ทันเอ่ยจบ แสงเย็นวาบของคมมีดสั้นที่ถูกชักออกมาจากข้างเอวก็ตวัดเข้าหาร่างบอบบางของนางดัง “ฉึก!”

ชุนเหมยเบิกตากว้าง เมื่อมีดสั้นแทงทะลุเข้าสู่หน้าท้อง เลือดสีแดงสดทะลักออกมาเปื้อนอาภรณ์สีเขียวอ่อน นางทรุดลงกับพื้นอย่างช้าๆ มือกุมบาดแผลเอาไว้แน่น

“อภัยให้ข้าด้วยเถอะ เจ้าเองก็ไม่ควรมีชีวิตอยู่เช่นเดียวกับเด็กคนนั้น” หลี่กงกงกล่าวเสียงเหี้ยม พลันตวัดมีดสั้นในมือกระหน่ำแทงลงบนร่างบาง ครั้งแล้วครั้งเล่า ทั้งกรีดทั้งเฉือนทั้งแทงอย่างไม่ยั้งมือกระทั่งร่างของชุนเหมยที่ล้มลงในพงหญ้าเต็มไปด้วยโลหิตมหาศาล ลมหายใจของนางค่อยๆ แผ่วเบาลง ดวงตาเบิกโพลงปากเผยออ้า

กระทั่งเห็นว่าชุนเหมยได้สิ้นใจตายเป็นที่เรียบร้อย เสียงฝีเท้าของหลี่กงกงจึงค่อยๆ ห่างออกไป

ทุกสิ่งตกอยู่ในความเงียบ ไม่รู้เวลาผ่านไปนานเพียงใด แล้วไม่นานเสียงมีดตัดฟืนก็ดังขึ้นข้างๆ หูของซุนลี่

ภาพที่อยู่ในนิมิตพลันเปลี่ยนเป็นภาพของชายชาวบ้านผู้หนึ่งแบกฟืนเดินเข้ามา เมื่อเห็นร่างหญิงสาวนอนจมเลือดอยู่ใต้ต้นไม้ เขารีบทิ้งฟืนแล้ววิ่งเข้ามาประคองร่างโชกเลือดโดยทันที “แม่นาง ได้ยินข้าหรือไม่ แม่นางเจ้าตายแล้วหรือยัง!”

ชุนเหมยพยายามลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก ริมฝีปากสั่นระริก “ช่วย...เด็ก...”

นั่นเป็นถ้อยคำสุดท้ายก่อนที่สติของนางจะดับวูบลง

แล้วภาพความทรงจำทั้งหมดก็พลันแตกกระจัดกระจายกลายเป็นเสี่ยงๆ ซุนลี่สะดุ้งสุดตัว ถ้วยกระเบื้องในมือเกือบหล่นกระแทกพื้น

นางหอบหายใจแรง เหงื่อเย็นผุดเต็มหน้าผาก

หญิงพิการรีบหันมาประคองหัวไหล่ของบุตรสาว “เสี่ยวหลัน เจ้าเป็นอะไรไป ตกใจอะไรลูก”

ซุนลี่เงยหน้าขึ้นมองสตรีตรงหน้า ดวงตาคู่นั้น แม้ใบหน้าจะเต็มไปด้วยแผลเป็น แต่ดวงตากลับเป็นดวงตาเดียวกับนางกำนัลในภาพความทรงจำอย่างไม่มีผิดเพี้ยน

หรือว่า...หญิงพิการที่อาศัยอยู่ท้ายวัดอย่างโดดเดี่ยวผู้นี้...แท้จริงแล้วคืออดีตนางกำนัลจากพระตำหนักคุนหนิงกง ผู้เคยได้รับคำสั่งให้นำองค์หญิงที่เพิ่งประสูติออกไปทิ้ง จนถูกหลี่กงกงลอบสังหารเพื่อปิดปาก

และ...เด็กคนนั้นก็คือ...เสี่ยวหลัน

ซุนลี่ยืนนิ่งอยู่กับที่ประหนึ่งทั้งร่างถูกตรึงเอาไว้ด้วยเชือก ภาพความทรงจำที่เหมือนเพิ่งเคยเกิดขึ้นยังคงติดตรึงอยู่ในห้วงความคิด หัวใจของนางเต้นกระหน่ำไม่เป็นจังหวะ ความเจ็บปวดจากคมดาบที่แทงทะลุท้องยังคงติดค้างอยู่ในความรู้สึกของนาง แม้จะรู้ว่าเป็นเพียงเศษเสี้ยวความทรงจำของหญิงตรงหน้า หากความหวาดกลัวที่อีกฝ่ายมีกลับรุนแรงเสียจนทำให้นางแทบหายใจไม่ออก

“เสี่ยวหลัน เจ้าเป็นอะไรไป เหตุใดจึงใจลอยเล่า” เสียงเรียกอย่างร้อนรนของหญิงพิการดึงสติของซุนลี่กลับมา   

ชุนเหมยทอดสายตามองบุตรสาวบุญธรรมด้วยความเป็นห่วง พลางยื่นมือมาจับแขนอีกฝ่ายเบาๆ ซุนลี่กะพริบตาปริบๆ รีบเก็บซ่อนความสั่นสะท้านทั้งหมดเอาไว้ใต้สีหน้าอ่อนโยน

เรื่องที่นางเห็นเมื่อครู่ หากเอ่ยออกไปในเวลานี้ ไม่เพียงชุนเหมยจะตกใจ แต่บางทีอาจทำให้บาดแผลที่อีกฝ่ายพยายามฝังกลบมานานหลายปีของแม่บุญธรรมถูกกระชากเปิดอีกครั้ง เกรงว่าจะส่งผลเสียมากกว่าผลดี นางจึงคลี่ยิ้มบางๆ พลางส่ายหน้า “ลูกไม่เป็นไรเจ้าค่ะท่านแม่ คงเพราะเพิ่งตื่น ยังมึนศีรษะอยู่บ้าง”

ชุนเหมยถอนหายใจอย่างโล่งอก “โธ่เอ๊ย เจ้าทำแม่ตกใจหมดเลย”

ซุนลี่ฉีกยิ้มอย่างเป็นธรรมชาติตามแบบเจ้าของร่างให้แก่แม่บุญธรรม ก่อนนำชามกระเบื้องที่ยังคงส่งควันกรุ่นไปวางบนโต๊ะข้างหน้าต่าง แล้วหันไปวักน้ำเย็นในอ่างที่วางทิ้งไว้เมื่อคืนมาล้างหน้า ความเย็นของสายน้ำในหน้าร้อนช่วยทำให้สมองปลอดโปร่งขึ้นมาบ้าง แม้จะเพียงเล็กน้อย

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกิดใหม่อีกครา อนุไร้ค่าขอทวงแค้น   ศาลต้าหลี่ (จบ)

    “เจ้ามีหลักฐานอะไรมายืนยันคำพูดของเจ้าเล่า” กงซุนเส้อคาดคั้น ซุนลี่เม้มปากแน่นด้วยเพิ่งตระหนักได้ว่าการจะกล่าวหาใครนั้นอย่างน้อยก็ต้องมีพยานหลักฐาน ลำพังตัวนางเพียงคนเดียวย่อมไม่อาจโน้มน้าวให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในศาลเชื่อได้แน่นางค่อยๆ ตะเกียกตะกายลุกขึ้น เอี้ยวตัวหันไปยังกลุ่มฝูงชนที่ยืนออ ป้องปากซุบซิบกันแซงแซ่ ด้วยหมายจะมองหาตัวช่วยของตน ทว่ากลับหาได้เจอเฉินมี่อยู่ท่ามกลางกลุ่มของชาวบ้านไม่ซุนลี่ใจหายวาบ กงซุนเส้อก็ป่าวประกาศด้วยน้ำเสียงขึงขัง “ว่ายังไง เจ้ามีหลักฐานอะไร หากไม่มีเจ้าคงรู้ใช่หรือไม่ว่าโทษลบหลี่เบื้องบนนั้นถึงขั้นประหารชีวิตเชียวนะ”เหงื่อบนหน้าผากของซุนลี่ไหลซึม เรื่องนี้นางลืมไปได้อย่างไรกันหนอขณะที่กำลังตกประหม่าอยู่นั่นเอง เลยออกไปตรงประตู ด้านหลังของกลุ่มชาวบ้าน มีเสียงประกาศของสตรีผู้หนึ่งดังขึ้น “ใครบอกว่าไม่มีหลักฐานกันเล่า!”เสียงอันก้องกังวานนั้นทำให้ซุนลี่เผยรอยยิ้มอย่างโล่งใจ เพราะเฉินมี่เดินแหวกฝูงชนเข้ามายังห้องโถงของศาล เบื้องหลังของนางมีสตรีวัยกลางคนสวมผ้าห่มคลุมศีรษะเดินกระย่องกระแย่งตามหลังมาด้วย“ท่านแม่!” ซุนลี่อุทานออกมาด้วยความยินดีที่เห

  • เกิดใหม่อีกครา อนุไร้ค่าขอทวงแค้น   ศาลต้าหลี่

    หลังออกจากตำหนักเย็น ซุนลี่ก็เดินตามเฉินมี่กลับมายังอุทยานหลวง รอคอยให้องค์ชายใหญ่กับองค์ชายสามเสด็จกลับมา ระหว่างที่รอคอยอยู่นั้น ทั้งคู่ได้พูดคุยปรึกษากัน ซุนลี่คุกเข่าให้แก่เฉินมี่“พี่เฉิน...ข้าขอคำชี้แนะได้หรือไม่ ตอนนี้ข้ารู้แล้วว่าหลี่ฮองเฮาสลับตัวองค์หญิงและเด็กชาวบ้าน ซ้ำยังใส่ร้ายติ้งฮองเฮาจนต้องถูกขังอยู่ในตำหนักเย็น ข้าจะทำอย่างไรจึงจะช่วยพระนางและเปิดโปงความจริงได้”เฉินมี่หลุบตามองซุนลี่ ครู่เดียวก็พยุงนางให้ลุกขึ้น แล้วเอ่ยเสียงเรียบๆ ให้คำปรึกษาแก่นาง “เจ้าคิดว่า หากนำเรื่องนี้ไปกราบทูลฮ่องเต้ พระองค์จะเชื่อหรือ”ซุนลี่ชะงัก เพียงครู่เดียวก็ส่ายหน้า “ย่อมไม่เชื่อแน่เจ้าค่ะ”เฉินมี่กล่าวต่อไป “ระหว่างหญิงสามัญกับชนชั้นสูง อย่างไรพระองค์ก็ไม่มีทางลงโทษหลี่ฮองเฮาหรอก”ซุนลี่เม้มริมฝีปาก นั่นคือความจริง ผู้หนึ่งคือฮองเฮาผู้ปกครองวังหลังอีกผู้หนึ่งเป็นเพียงหญิงชาวบ้านไร้ชาติกำเนิด ไม่มีผู้ใดยอมเชื่อคำของนางง่ายๆ แน่เฉินมี่กล่าวต่อ “เช่นนั้นถึงต้องใช้ตัวช่วยอย่างไรเล่า”ซุนลี่เลิกคิ้ว “เอ๊ะ” นางอยากจะถามว่าตัวช่วยอันใดเฉินมี่กล่าวต่อไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม “คนผู้หนึ่ง...ผู้เด

  • เกิดใหม่อีกครา อนุไร้ค่าขอทวงแค้น   วังหลวง (จบ)

    นางยกมือกุมหน้าอก ความทรงจำเมื่อครู่ยังแจ่มชัดราวกับเกิดขึ้นตรงหน้า“เป็นไปไม่ได้” นางพึมพำด้วยเสียงสั่นก่อนหันไปมองอดีตฮองเฮาที่กำลังกอดแมว พลางเรียกซ้ำๆ ว่า “ลูก...ลูกของแม่”ซุนลี่ค่อยๆ ต่อภาพทั้งหมดเข้าด้วยกัน เด็กหญิงที่ถูกอุ้มออกจากห้องประสูติคือองค์หญิงตัวจริง ส่วนเด็กชายชาวบ้านถูกนำเข้าสู่วังเพื่อสวมรอยเป็นโอรสของหลี่กุ้ยเฟยนั้นก็คือองค์ชายใหญ่ริมฝีปากของนางซีดเผือด คนที่อยู่เบื้องหลังคือสามพ่อลูกตระกูลหลี่เฉินมี่ซึ่งยืนอยู่ด้านหลังมิได้แสดงอาการตกใจ เพียงทอดสายตามองซุนลี่อย่างสงบนิ่ง ราวกับรู้ความจริงทั้งหมดนี้มาตั้งแต่แรก และกำลังรอวันที่ความลับซึ่งถูกฝังมานานกว่าสิบเก้าปี จะถูกเปิดเผยในวันนี้“ใช่แล้ว อีกไม่นานเจ้าก็จะได้ลิ้มรสแล้วว่าการอยู่บนที่สูงน่ะมันเป็นเช่นไร” เฉินมี่พูดยิ้มๆดวงตาของซุนลี่สั่นระริก นางเม้มปาก ก่อนหันกลับมาจ้องมองติ้งฮองเฮาผู้เป็นมารดาเจ้าของร่างด้วยสายตาเจ็บปวด “ท่าน...ไม่สิ เสด็จแม่” นางจะคืนฐานะฮองเฮาให้แก่สตรีผู้นี้เองภายในตำหนักเย็นยังคงเงียบงันมีเพียงเสียงลมพัดลอดหน้าต่างไม้เก่า และเสียงแมวลายร้องแผ่วเบาอยู่ในอ้อมแขนของอดีตฮองเฮาซุนลี่ยังค

  • เกิดใหม่อีกครา อนุไร้ค่าขอทวงแค้น   วังหลวง (2)

    องค์ชายสามที่เปิดผ้าม่านออกมาเมียงมองเห็นสีหน้าของนางก็อดยิ้มไม่ได้ “ชอบหรือไม่!” ทรงตะโกนถามมาจากหน้าต่างเกี้ยวหลังใหญ่ซุนลี่พยักหน้าหลายครั้งพลางขยับริมฝีปาก “เพคะ”องค์ชายใหญ่เองก็เปิดผ้าม่านหน้าต่างออกมาเช่นกัน พลางทอดพระเนตรนางครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงอบอุ่น“อีกครู่หนึ่ง ข้ากับน้องสามต้องเข้าเฝ้าเสด็จแม่”แล้วพระองค์ก็หันไปกำชับหัวหน้าองครักษ์ “จัดคนคุ้มกันแม่นางทั้งสองด้วย”“พ่ะย่ะค่ะ” หัวหน้าทหารองครักษ์รับคำสั่งจากนั้นองค์ชายใหญ่จึงหันมาพูดกับซุนลี่และเฉินมี่ “ระหว่างนี้ พวกเจ้าสามารถเดินชมพระราชวังได้ แต่จำไว้ว่าอย่าเข้าไปยังตำหนักของพระสนมและเขตพระราชฐานหวงห้าม หากมีเรื่องใดก็ให้บอกองครักษ์ทันที”ซุนลี่ยอบกายรับคำสั่ง “หม่อมฉันจะระวังเพคะ”องค์ชายสามยิ้ม พลางชี้ไปทางอุทยานหลวง “ตรงนั้นมีสระบัวใหญ่ แล้วก็ศาลาชมปลา เจ้าน่าจะชอบ”ซุนลี่ยิ้มหวาน “ขอบพระทัยองค์ชาย”องค์ชายใหญ่ทอดพระเนตรนางอยู่ชั่วอึดใจ ราวกับยังไม่ค่อยวางพระทัย แต่เมื่อเห็นเฉินมี่อยู่เคียงข้าง จึงค่อยผ่อนคลายลง “ถ้าเช่นนั้น พวกเราคงต้องขอตัวก่อน”กล่าวจบ พระองค์กับองค์ชายสามก็ทรงปิดผ้าม่านหน้าต่างลง ก่อนท

  • เกิดใหม่อีกครา อนุไร้ค่าขอทวงแค้น   วังหลวง

    หลายวันต่อมา หลังเดินทางกลับจากวัดเก้าบรรพตสวรรค์ องค์ชายใหญ่ก็หาเหตุออกจากวังแทบทุกสองสามวัน บางครั้งทรงอ้างว่ามาตรวจเยี่ยมความเรียบร้อยของวัดบางครั้งก็ทรงนำตำราหรือยาบำรุงมามอบให้ชุนเหมยเพื่อที่จะเอาอกเอาใจนาง แต่ทุกครั้ง สายพระเนตรของพระองค์มักทอดมองไปยังซุนลี่โดยไม่รู้ตัวองค์ชายสามเองก็ไม่ต่างกัน แม้จะมีชันษาเพียงแค่สิบสี่อ่อนกว่าซุนลี่หลายปี แต่มักจะชอบมองซุนลี่แล้วก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ วันนี้องค์ชายสามเสด็จออกมาที่วัดเพียงลำพังโดยมิได้นัดหมายกับองค์ชายใหญ่และแล้วเมื่อเห็นอีกฝ่ายต่างก็ยืนอยู่หน้าประตูกระท่อม ราชนิกุลหนุ่มทั้งสองคนต่างก็ชะงักงัน“พี่ใหญ่” องค์ชายสามยิ้มเจื่อนๆ“บังเอิญจริงๆ” องค์ชายใหญ่หัวเราะเก้อๆ“ดูเหมือนเราจะคิดเหมือนกันนะ” ทั้งสองพระองค์มองหน้ากัน ก่อนต่างฝ่ายต่างหัวเราะออกมาชุนเหมยเห็นดังนั้นก็อดยิ้มไม่ได้ รีบเชื้อเชิญให้ทั้งคู่เข้าไปนั่งพักในกระท่อมส่วนซุนลี่จัดสำรับน้ำชาและขนมอย่างคล่องแคล่ว “องค์ชาย เชิญเพคะ”องค์ชายใหญ่รับถ้วยชามาด้วยรอยยิ้ม “ลำบากแม่นางแล้ว”องค์ชายสามรีบเอ่ยเสริม “วันหน้าหากมีสิ่งใดอยากได้ ก็บอกข้า”ซุนลี่ยิ้มอ่อนโยน ก่อนตอบผู้สูงศักด

  • เกิดใหม่อีกครา อนุไร้ค่าขอทวงแค้น   ลางร้าย (จบ)

    ดังนั้น วันเดียวกันนั้นเอง องค์ชายใหญ่พร้อมผู้ติดตามจึงเดินทางไปยังกระท่อมไม้หลังเล็กในป่าไผ่เวลานั้นชุนเหมยกำลังตากสมุนไพรอยู่หน้าบ้าน ครั้นเห็นขบวนของราชวงศ์มาหยุดอยู่ตรงหน้า นางถึงกับตกใจ รีบวางกระด้งสมุนไพรแล้วคุกเข่าลง เนื้อตัวของนางสั่นสะท้าน ซุนลี่เห็นดังนั้นจึงโผเข้าไปโอบกอดนางไว้ “ท่านแม่ ลุกขึ้นเถิดเจ้าค่ะ”องค์ชายใหญ่รีบตรัสด้วยความห่วงใยเช่นกัน โดยมิทรงถือพระองค์แม้แต่น้อย “ท่านป้าลุกขึ้นเถิด ท่านเลี้ยงดูผู้มีพระคุณของข้า ย่อมเปรียบเสมือนผู้มีพระคุณของข้าด้วย ท่านอย่าได้คุกเข่าเลย”ชุนเหมยยิ่งทำตัวไม่ถูกด้วยอยู่ๆ ก็มีเชื้อพระวงศ์มาปรากฏตัวบนภูเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งตรงท้ายวัด นางทั้งกลัวทั้งกังวลใจ ทำอย่างไรก็ไม่ยอมลุกขึ้นองค์ชายใหญ่ที่ไม่ได้คิดอะไรซับซ้อนมากมาย เมื่อเห็นกิริยาหวาดกลัวของนางเขาก็รีบเอ่ยถึงความตั้งใจทั้งหมดของตนทันที เพื่อให้นางสบายใจ “ท่านป้า บุตรสาวของท่านเป็นผู้มีพระคุณช่วยเหลือข้าไว้ ตัวข้าจึงแค่อยากตอบแทนพวกนางเท่านั้น หาได้อยากทำให้ท่านตื่นตกใจไม่ ขอท่านป้าวางใจเถิด ที่มาครั้งนี้แค่อยากมาขออนุญาตท่านป้า เพราะข้าอยากรับแม่นางเฉินและแม่นางซุนเข้าวังในฐา

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status