Share

12. ไม่เป็นแล้วคนบ้า

last update Last Updated: 2026-02-27 23:29:26

ซือหลินเงยหน้ามองฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มอมแดง ความรู้สึกผิดหวังถาโถมเข้ามาจนนางรู้สึกอึดอัด ในโลกก่อนนางต่อสู้อย่างโดดเดี่ยวจนกระทั่งเรียนจบหมอ และหวังว่าต่อจากนั้นจะมีชีวิตที่ดีขึ้น และคงได้พบรักกับใครสักคน ทว่าจู่ ๆ นางกลับต้องมาติดอยู่ในบ่วงรักในโลกนิยายซึ่งไม่มีทางเป็นไปได้เลย

“หากวันที่เขากลับมา เจ้าไม่เข้าไปกระตุกหนวดเสือ วันนี้เจ้าก็คงไม่ต้องมานั่งทุกข์ใจเช่นนี้สินะ เฮ้อ!” นางทอดถอนใจ เมื่อหวนนึกถึงเรื่องที่ทำผิดพลาดครั้งที่พบกับพี่ชายบุญธรรมคราแรก

ก่อนจะพึมพำก่นว่าเขากับบทบาทที่อีกฝ่ายได้รับ “พระเอกธงแดงงั้นเหรอ ร้ายกับนางเอกแล้วจบด้วยความรัก เหอะ! คนที่ทำร้ายได้แม้กระทั่งน้องสาวตัวเองอย่างเขาน่ะนะ จะรักใครเป็น”

เอ่ยพลางยกมือขึ้นมาถูปากตนไปมา พร้อมกับพยายามบอกตนเองว่าที่คิดถึงเรื่องนี้ก็เพราะเสียดาย ‘จูบแรก’ ที่ถูกขโมยไป ไม่ใช่เพราะนางเผลอใจไปรักแม่ทัพใจร้ายผู้นั้น

ทว่ายิ่งพยายามปฏิเสธ ภาพที่ถูกสัมผัสด้วยแรงอารมณ์ก็ยิ่งฉายชัดในดวงตา “พอ ๆ คิดอะไรเนี่ย เรื่องระหว่างเรากับเขา มันไม่มีทางเป็นไปได้หรอก เจียงหนิงอันทั้งดีและงามถึงเพียงนั้น ไม่แน่เขาพบเจอนางคราแรกก็อาจจะตกหลุมรักไปเลยก็ได้ และอีกไม่นานเขาจะลืมเรื่องที่เกิดขึ้นหลังจวนไปจนสิ้น”

คิดได้ดังนั้น ซือหลินก็ลุกขึ้นยืนพลางปัดเศษดินออกจากอาภรณ์ นางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติที่แตกซ่านกลับคืนมา

“ในเมื่อเขากำลังจะมีฮูหยิน มู่หรงอวี้ก็คงไม่มายุ่งกับเราแล้วล่ะ จากนี้ไปแกก็ใช้ชีวิตบ้า ๆ เหมือนเดิมแล้วกันนะซือหลิน ไม่สิ… ตอนนี้เราเป็นเฉินซือเหมยแล้ว ควรใช้ชื่อนี้ให้ชินจะดีกว่า”

นางบอกกับตนเองอย่างคนมีสติ ก่อนจะเดินลัดเลาะไปที่ประตูหลังเรือน เพื่อออกไปเดินเล่นที่ลำธารสักพัก

“คุณหนู นั่นท่านจะไปไหนเจ้าคะ” เสี่ยวชิงที่เดินตามหาทั่วเรือน รีบเอ่ยถามก่อนที่นายของตนจะก้าวออกประตูไป

“ข้าจะไปหาพี่ปลา”

“ไม่ได้นะเจ้าคะ ท่านยังป่วยอยู่ออกไปข้างนอกไม่ได้”

ซือเหมยหันกลับมาหาสาวใช้ พลางถอนหายใจกับคำทักท้วงที่ยังคงเดิมทุกวัน นี่ถ้านางทำตัวปกติเหมือนคนทั่วไป พวกเขาจะยอมให้นางออกไปไหนมาไหนได้ตามใจหรือเปล่านะ

ซือเหมยยืนนิ่งมองสาวใช้ทั้งสองที่ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ ความอดทนที่มีอยู่น้อยนิดจึงเริ่มหมดลง

นางรู้ดีว่าหากตนยังสวมบทบาทหญิงเสียสติต่อไป ชีวิตที่เหลือคงวนเวียนอยู่บนเตียงนอนกับลำธารหลังเรือน ที่หนีออกไปได้แค่บางครั้งบางคราวเท่านั้น ดูแล้วชีวิตใหม่ของนางก็ไม่ต่างจากนักโทษเลย ผิดก็แค่อยู่ดีกินดีมีคนคอยรับใช้เท่านั้น

ที่สำคัญ ยามนี้ยังมีตัวร้ายในคราบพระเอกคอยก่อกวนไม่หยุดหย่อน หากนางยังฝืนทำตัวบ้า ๆ บอ ๆ อยู่เช่นนี้คงไม่มีโอกาสได้เห็นโลกกว้างที่หลุดเข้ามาใช้ชีวิตอยู่ตอนนี้เป็นแน่

‘ในเมื่อมีหนทางเปิดเผยตัวตน แล้วเราจะแสร้งทำตัวเป็นคนเสียสติไปอีกทำไม สู้เปิดเผยตัวตนไปเลยยังจะดีกว่า วันหน้าอยากทำอะไรจะได้ง่ายหน่อย ส่วนเรื่องแต่งงานตามยุคสมัย ท่านพ่อคงไม่บังคับเราภายในสองสามปีนี้หรอกกระมัง'

ความคิดที่จะทวงคืน 'อิสรภาพ’ เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างแรงกล้า ซือเหมยจึงปรับเปลี่ยนท่าทางให้ดูสงบนิ่งขึ้น พลางจ้องหน้าสาวใช้ทั้งสองสลับกันไปมา “เช่นนั้นเจ้าคนใดคนหนึ่งตามข้าไป ส่วนอีกคนอยู่รอที่เรือนนี่แหละ หากมีใครมาหาข้าก็บอกไปว่าข้านอนพักผ่อน โดยเฉพาะพี่ใหญ่ ที่บอกนี่พวกเจ้าเข้าใจหรือไม่”

ทั้งสองถึงกับยืนนิ่งงันอย่างคนไม่เชื่อหู

เสี่ยวชิงนัยน์ตาเบิกกว้าง “คะ... คุณหนู... เมื่อครู่ท่าน...”

“ใช่ ข้าสั่งงานพวกเจ้า ว่าอย่างไรใครจะไปกับข้า”

“เอ่อ… บ่าวไปเจ้าค่ะ” เสี่ยวจูรีบเอ่ย

“เช่นนั้นเสี่ยวชิง เจ้าอยู่รับหน้าคนที่จะมาเรือนข้านะ อย่าลืมที่สั่งไว้เป็นอันขาด บอกว่าข้านอนหลับไปแล้วเข้าใจหรือไม่”

“จะ… เจ้าค่ะ” เสี่ยวชิงรับคำอย่างงง ๆ ก่อนจะมองตามร่างอรชรที่เดินไปอย่างคนปกติ ต่างจากที่เคยเห็นเป็นอย่างมาก

ด้านเสี่ยวจูที่เดินตามมา ก็คอยแต่จะเอียงคอมองผู้เป็นนายด้วยความสงสัย ทว่านางก็ไม่กล้าถาม แม้ว่าเกือบเดือนมานี้ คุณหนูตนจะไม่เคยอาละวาด ด่าทอ หรือทำลายข้าวของเลย ถึงกระนั้นก็ยังไม่มีใครกล้ากล่าวถามหรือเอ่ยวาจาให้ขุ่นเคืองใจ

“สงสัยท่าทางที่เปลี่ยนไปของข้าหรือ” ซือเหมยหันมาถาม

“จะ… เจ้าค่ะ คุณหนูดูสุขุมและสง่างามขึ้นเจ้าค่ะ”

“สุขุมและสง่างามงั้นหรือ หึหึ” นางเปล่งเสียงหัวเราะในลำคออย่างนึกขัน “เสี่ยวจู ข้าจะบอกให้นะ อันที่จริงหลังจากที่ข้าฟื้นขึ้นมา สติที่เคยเลอะเลือนมันก็มลายหายไปหมดสิ้นแล้ว ข้าแค่แสร้งทำเป็นสติไม่ดี เพื่อใช้ชีวิตที่ไม่ต้องยุ่งยากกับอะไรก็เท่านั้น”

“จริงหรือเจ้าคะ คุณหนูหายดีแล้วจริง ๆ หรือ”

“ก็จริงน่ะสิ ไม่อย่างนั้นข้าจะคุยกับเจ้ารู้เรื่องหรือ” เอ่ยจบ ร่างอรชรก็ก้าวเท้าเดินไปที่ลำธารต่อ มีเสี่ยวจูคอยคุยด้วยตลอด

“บ่าวก็ว่า ทำไมตั้งแต่คุณหนูรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา ถึงได้ดูต่างออกไป จากที่เคยหงุดหงิดโวยวายบัดนี้ก็ไม่มีให้เห็น ซ้ำยังวาดรูปเก่ง และรู้จักปรุงยาอีก ว่าแต่ยาเหล่านั้นใช้ได้จริงหรือเจ้าคะ”

“ใช้ได้ทั้งหมดแหละ ทั้งเครื่องหอมอบผ้า สบู่อาบน้ำที่ข้าใช้เจ้าไม่เห็นหรือ สมุนไพรสระผมพวกนั้น หากมันใช้ไม่ได้ผลตัวข้าจะหอมเช่นนี้หรือ” ซือเหมยหันมายิ้มหวานส่งให้

“จริงด้วย บ่าวก็แปลกใจกับเรื่องนี้อยู่ไม่น้อยเจ้าค่ะ ทว่าไม่กล้าถามและไม่กล้าจะทักท้วงคุณหนู แต่ก็แอบเอามาถูมืออยู่นะเจ้าคะ กลิ่นของมันหอมมาก ติดมืออยู่นานสองนานเลยเจ้าค่ะ”

“ชอบหรือ เช่นนั้นวันนี้เราก็หาเก็บดอกไม้พวกนั้นไปให้มากหน่อย ประเดี๋ยวข้าจะทำสบู่ให้พวกเจ้าใช้ด้วย”

“ดะ… ได้หรือเจ้าคะ” เสี่ยวจูยืนนิ่งทันที

ซือเหมยจึงหยุดตามพลางหันมาหา “ได้สิ ทำไมจะไม่ได้”

“คุณหนูในยามนี้ใจดีเหลือเกินเจ้าค่ะ’

‘ก็แน่ล่ะ ฉันไม่ใช่เฉินซือเหมยตัวจริงนี่’ นางตอบอีกฝ่ายในใจ ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า “ต่อไปข้าก็จะใจดีเช่นนี้แหละ เพราะข้าไม่ได้เสียสติเช่นแต่ก่อนแล้ว พวกเจ้าก็ไม่ต้องกลัวข้าจนเกินไปล่ะ”

“เจ้าค่ะคุณหนู” เสี่ยวจูยิ้มร่า ก่อนจะเดินตามผู้เป็นนาย เลาะไปตามลำธารที่ทอดยาวไปสู่แนวป่าด้วยใจหวาดหวั่นเล็กน้อย เพราะสถานที่แถบนี้นางไม่เคยย่างกลายเยียบย่างเข้ามาเลย  

สายลมยามบ่ายพัดโชยมาอ่อน ๆ พาเอากลิ่นหอมของมวลดอกไม้ป่าโชยมาแตะจมูก ซือเหมยในยามนี้กำลังเดินทอดน่องมองหาพันธุ์ไม้ริมลำธารด้วยความเพลิดเพลิน เพราะหลังจากได้เอ่ยความจริงนางก็รู้สึกเบาใจอย่างบอกไม่ถูก

ทว่าในจังหวะที่นางกำลังก้มลงหมายจะเด็ดดอกกระดังงาป่าที่ชูช่ออยู่ริมตลิ่ง เสียงฝีเท้าที่ก้าวย่างอย่างมั่นคงก็ดังแว่วมา ตามด้วยเสียงทุ้มละมุนที่จงใจกล่าวกับคนตรงหน้า “ข้าหลงนึกว่าเทพธิดาแห่งลำธารจะลืมเลือนนัดหมายของเราไปเสียแล้ว”

ซือเหมยชะงักมือทันที ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองผู้ที่เอื้อนเอ่ยกับตน “คุณชายไป่มาได้อย่างไรเจ้าคะ ท่านก็มาเก็บสมุนไพรหรือ”

ร่างสูงโปร่งในชุดผ้าไหมสีนวลสะอาดตา เดินเข้ามาใกล้พลางส่งยิ้มบางให้นาง ใบหน้าเขาดูอ่อนเพลียเล็กน้อย ทว่าดวงตาคมเข้มกลับเผยประกายความยินดีอย่างชัดเจน

“ข้ามาดักรอเจ้าต่างหากเล่า หลายวันมานี้ข้าวนเวียนมาที่ลำธารทุกเมื่อเชื่อวัน หวังเพียงจะได้พบสาวใช้จวนท่านโหวผู้รอบรู้เรื่องวิชาแพทย์อีกครั้ง ทว่ากลับคลาดกันไปเสียทุกครา”  

ซือเหมยรู้สึกผิดขึ้นมาวูบหนึ่ง ช่วงหลายวันที่ผ่านมานางถูก ‘พี่ชายตัวดี’ ตามติดแจจนแทบกระดิกตัวไม่ได้ เลยลืมว่ารับปากอีกฝ่ายเอาไว้เมื่อนานมาแล้ว นึกไม่ถึงว่าเขาจะจำได้อีก

“ข้าต้องขออภัยคุณชาย พอดีช่วงนี้ที่จวนมีเรื่องวุ่นวาย ข้าเลยไม่อาจปลีกตัวออกมาได้เจ้าค่ะ” ซือเหมยเอ่ยไปตามจริง เพราะนางวุ่นอย่างที่พูด หาได้มีถ้อยคำโกหกเขาไม่

“ไม่เป็นไร แค่วันนี้ได้พบเจ้า ข้าก็พอใจแล้ว” ไป่เหยียนเอ่ยพลางยื่นห่อผ้าขนาดเล็กในมือส่งให้นาง “นี่คือเมล็ดพันธุ์สมุนไพรหายากจากแดนใต้ที่ข้าเคยบอกว่าจะนำมาให้เจ้า และยังมีตำราเก่าที่ข้าไปเสาะหามาได้ เจ้าน่าจะสนใจ ข้าเลยถือมันติดมือมาด้วยเปิดดูสิ ชอบหรือไม่” เขากล่าวพลางส่งตำราให้นาง

 

 

 

 

 

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกิดใหม่เป็นคุณหนูเสียสติในนิยายธงแดง    14. ข่าวดี

    ทว่าในวินาทีที่ริมฝีปากของเขาเกือบจะแตะสัมผัสลงมา เสียงทุ้มร่าเริงที่คุ้นหูก็ดังแว่วมาจากทางพุ่มไม้ไกล ๆ “เหมยเหมย! พี่รองกลับมาแล้ว เจ้าอยู่แถวนี้ใช่หรือไม่”เสียงของเฉินหยวนซีพี่ชายผู้แสนดีดังแทรกความเงียบ ทำให้หรงอวี้ชะงักงันราวกับถูกน้ำเย็นจัดราดรดลงศีรษะทำให้เขาได้สติในทันที เขารีบผละมือออกจากท้ายทอยของคนที่ได้ขึ้นชื่อว่าน้องสาวและคลายอ้อมกอดออกอย่างรวดเร็ว ใช่ว่าเขาจะกลัว ทว่าหากเรื่องที่เขาทำแตกขึ้นมาในยามนี้ ภายหน้าความสัมพันธ์ระหว่างเขากับคนตัวเล็ก รวมถึงบิดาบุญธรรมและพี่น้องคนอื่น อาจทำให้มองหน้ากันไม่ติดก็เป็นได้ ด้านซือเหมยเมื่อได้โอกาสนางก็รีบก้าวถอยห่างออกมา พลางจัดแจงอาภรณ์ที่ยับย่นด้วยมือที่สั่นเทา นางมองหรงอวี้ด้วยแววตาตัดพ้อและเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น ก่อนจะรีบหันไปขานรับพี่ชายที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากเมืองหลวง “พี่รอง! ข้าอยู่ทางนี้เจ้าค่ะ” นางตะโกนตอบพลางวิ่งถลาออกไปหาหยวนซีที่กำลังก้าวเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มกว้าง โดยไม่หันกลับไปมองบุรุษที่ยืนนิ่งอยู่เบื้องหลังอีกเลย หรงอวี้ได้แต่ยืนกำหมัดแน่น พลางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสงบสติอารมณ์ที่ยังคงค้างคา นัยน์ตาคมกริบมองตา

  • เกิดใหม่เป็นคุณหนูเสียสติในนิยายธงแดง    13. ห่วงน้องสาว

    ซือเหมยตาเป็นประกายทันทีเมื่อเห็นตำราแพทย์โบราณ นางรีบรับมาเปิดดูด้วยความกระตือรือร้นลืมสิ้นท่าทีเหนียมอาย “นี่มัน... วิธีการห้ามเลือดด้วยการกดจุดและยังมีการฝังเข็มแบบง่าย ๆ อีก มันยอดเยี่ยมมากเลยเจ้าค่ะคุณชาย” นางเงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มให้เขาจนตาแทบจะปิด ก่อนจะก้มลงเปิดตำราต่อ จากนั้นทั้งคู่ก็ยอบกายตัวลงนั่งบนโขดหินใหญ่ริมน้ำ แลกเปลี่ยนทักษะและการวิเคราะห์ตัวยาอย่างออกรส ซือเหมยเผลออธิบายเรื่องการไหลเวียนของโลหิต และการทำงานของธาตุในร่างกายตามความรู้ของหมอในโลกปัจจุบันที่ตนเคยเรียนมา โดยใช้ภาษาที่ชาวโบราณเข้าใจง่าย ไป่เหยียนก็ได้แต่นั่งฟังด้วยความทึ่ง สายตาที่เขามองนางนั้นมีแต่ความชื่นชมและลุ่มหลงในสติปัญญาของสตรีที่ควรแต่เรียนรู้เรื่องการครองเรือน ทว่าคนตรงหน้ากลับไม่ใช่เลย “นี่เจ้าเป็นเพียงสาวใช้จริงหรือ...” ไป่เหยียนพึมพำแผ่วเบาพลางจ้องมองใบหน้าหวานที่กำลังตั้งอกตั้งใจอธิบายสรรพคุณยา ทว่าซือเหมยได้ยินที่เขาพูด นางจึงชะงักเมื่อรู้ตัวว่าตนเองแสดงความรู้ที่ล้ำลึกเกินไป ‘หลุดอีกแล้ว พูดเรื่องการรักษาทีไร เป็นแบบนี้ทุกทีสิน่า’ หญิงสาวก่นว่าตนเองในใจ “ข้ารู้สึกว่า เจ้าช่างมีเสน่ห์ดึง

  • เกิดใหม่เป็นคุณหนูเสียสติในนิยายธงแดง    12. ไม่เป็นแล้วคนบ้า

    ซือหลินเงยหน้ามองฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มอมแดง ความรู้สึกผิดหวังถาโถมเข้ามาจนนางรู้สึกอึดอัด ในโลกก่อนนางต่อสู้อย่างโดดเดี่ยวจนกระทั่งเรียนจบหมอ และหวังว่าต่อจากนั้นจะมีชีวิตที่ดีขึ้น และคงได้พบรักกับใครสักคน ทว่าจู่ ๆ นางกลับต้องมาติดอยู่ในบ่วงรักในโลกนิยายซึ่งไม่มีทางเป็นไปได้เลย“หากวันที่เขากลับมา เจ้าไม่เข้าไปกระตุกหนวดเสือ วันนี้เจ้าก็คงไม่ต้องมานั่งทุกข์ใจเช่นนี้สินะ เฮ้อ!” นางทอดถอนใจ เมื่อหวนนึกถึงเรื่องที่ทำผิดพลาดครั้งที่พบกับพี่ชายบุญธรรมคราแรกก่อนจะพึมพำก่นว่าเขากับบทบาทที่อีกฝ่ายได้รับ “พระเอกธงแดงงั้นเหรอ ร้ายกับนางเอกแล้วจบด้วยความรัก เหอะ! คนที่ทำร้ายได้แม้กระทั่งน้องสาวตัวเองอย่างเขาน่ะนะ จะรักใครเป็น”เอ่ยพลางยกมือขึ้นมาถูปากตนไปมา พร้อมกับพยายามบอกตนเองว่าที่คิดถึงเรื่องนี้ก็เพราะเสียดาย ‘จูบแรก’ ที่ถูกขโมยไป ไม่ใช่เพราะนางเผลอใจไปรักแม่ทัพใจร้ายผู้นั้นทว่ายิ่งพยายามปฏิเสธ ภาพที่ถูกสัมผัสด้วยแรงอารมณ์ก็ยิ่งฉายชัดในดวงตา “พอ ๆ คิดอะไรเนี่ย เรื่องระหว่างเรากับเขา มันไม่มีทางเป็นไปได้หรอก เจียงหนิงอันทั้งดีและงามถึงเพียงนั้น ไม่แน่เขาพบเจอนางคราแรกก็อาจจะตกหลุมรั

  • เกิดใหม่เป็นคุณหนูเสียสติในนิยายธงแดง    11. ทวงสัญญาหมั้น

    ถ้อยคำบีบบังคับให้ยอมจำนนของใต้เท้าเจียง กลับยิ่งเพิ่มแรงกดดันให้หรงอวี้มากยิ่งขึ้น เขารู้ว่าตนนั้นผลัดวันประกันพรุ่งเรื่องสู่ขอมาหลายปีแล้ว นับตั้งแต่เจียงหนิงอันเข้าสู่วัยปักปิ่นซึ่งอันที่จริงช่วงก่อนหน้านั้น คนสกุลเจียงก็ไม่ได้ใส่ใจในตัวเขานัก คงเห็นว่าเป็นบุตรกำพร้าที่บุพการีเสียไปหมดแล้ว จึงไม่เคยมีการถามไถ่ข่าวคราวกันเลย กระทั่งเขาได้ตำแหน่งรองแม่ทัพเมื่อสามปีก่อน และไต่เต้าขึ้นมาเรื่อย ๆ จนได้เป็นมือขวาชินอ๋องอย่างเช่นทุกวันนี้ คนสกุลเจียงก็เริ่มส่งข่าวมาหาอยู่บ่อยครั้งเพราะเหตุนี้เอง เขาจึงไม่แยแสเรื่องคำสัญญาที่บิดากับใต้เท้าเจียงมีต่อกันเมื่อยี่สิบปีก่อน ช่วงที่เจียงหนิงอันยังอยู่ในครรภ์“ข้าเห็นควรว่าน่าจะรอให้ท่านพ่อบุญธรรมกลับมาก่อนจะดีกว่า อย่างไรเสียที่นี่ก็เป็นจวนสกุลเฉินมิใช่จวนมู่” หรงอวี้เอ่ยขึ้นหลังจากเงียบไปนาน นัยน์ตาคมกริบเลื่อนไปมองทางทิศไปเรือนพักของซือเหมยแวบหนึ่งก่อนจะหันกลับมาสบตากับใต้เท้าเจียงใต้เท้าเจียงขมวดคิ้วเล็กน้อยอย่างคนขัดใจ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกอารมณ์ “การหมั้นหมายเป็นของสองตระกูล เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับตระกูลเฉินเลยสักนิด ต่อให้เจ

  • เกิดใหม่เป็นคุณหนูเสียสติในนิยายธงแดง    10. คู่หมั้นท่านมาแล้ว

    คำพูดที่หลุดจากริมฝีปากอิ่มที่เพิ่งถูกบดขยี้จนบวมช้ำ เปรียบเสมือนน้ำเย็นจัดที่สาดเข้าใส่หน้าของมู่หรงอวี้ จนสติของเขากลับคืนมา นัยน์ตาคมดุที่เคยเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ค่อย ๆ วูบไหวแปรเปลี่ยนเป็นความสับสนวุ่นวายที่ยากเกินจะปิดได้มิดเขามองสบกับดวงตาคู่สวยซึ่งบัดนี้มีแต่ความแน่วแน่ ไร้ซึ่งความเลื่อนลอยของคนเสียสติอย่างที่นางเคยใช้เป็นเกราะกำบัง แววตาเด็ดเดี่ยวและน้ำเสียงเรียบเฉยนั้น ตอกย้ำความจริงที่ว่าสตรีตรงหน้า นางไม่ใช่คนที่จะให้เขาหยอกเย้าได้อีกต่อไปบรรยากาศรอบตัวพลันเงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมหายใจของทั้งสองชัดเจน แววตาที่ทอดมองกันต่างก็เผยความสับสนในใจหรงอวี้คลายอ้อมกอดที่เคยรัดรึงออกอย่างช้า ๆ สองมือหนาที่เคยตรึงท้ายทอยนางไว้กลับตกลงข้างลำตัวอย่างคนทำอะไรไม่ถูก เขารู้สึกผิดจนต้องกลืนคำพูดที่คิดจะหยอกเย้าต่อลงคอ พลางเบือนหนีสายตาตัดพ้อที่กำลังจ้องมองตนใจแกร่งที่เคยเต้นรัวด้วยความคะนองยามได้กลั่นแกล้งนาง บัดนี้กลับถูกบีบรัดเพราะความรู้สึกผิดที่แล่นพล่านขึ้นมาจุกที่อกเขารู้ดีว่าสถานะระหว่างเขากับนางนั้นเปราะบางเพียงใด แม้จะไม่ได้เกี่ยวดองกันทางสายเลือด แต่ในสายตาคนนอกและในความรับผิดชอ

  • เกิดใหม่เป็นคุณหนูเสียสติในนิยายธงแดง    9. หอมมาแต่จูบกลับ

    หรงอวี้ยกยิ้มมุมปากบางเบา เมื่อสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่ดูสม่ำเสมอของคนที่อยู่บนแผ่นหลัง เขาจงใจก้าวเดินให้ช้าลงเพื่อซึมซับไออุ่นที่พิงซบลงมา แม้จะรู้ดีว่าคนบนหลังเพียงแค่แสร้งหลับ เพื่อหนีสถานการณ์กระอักกระอ่วน ทว่าเขากลับรู้สึกพอใจอย่างประหลาดเมื่อได้พันธนาการนางไว้เช่นนี้นับจากวันนั้น ชีวิตของซือหลินก็ไม่เคยได้พบกับคำว่าความเป็นส่วนตัวอีกเลย เพราะไม่ว่านางจะแอบย่องไปที่ลำธารหรือจะหลบมุมอยู่หลังเรือนเพื่อไม่ให้เจอเขา ร่างสูงสง่าของพี่ชายบุญธรรมก็ยังมายืนกอดอกส่งยิ้มละไมให้เสมอ รวมถึงวันนี้ แม้นางจะไม่ออกไปข้างนอก เขาก็ยังมาตามถึงเตียงนอน“เหมยเหมย วันนี้อากาศดีนักพี่ใหญ่จะพาเจ้าไปเดินเล่นที่ป่าไผ่ หลังจวนมีนกกระรางหัวขวานมาทำรังด้วยนะ เจ้าไม่อยากไปคุยกับพวกมันหรือ พี่ใหญ่ว่าปลาตัวนั้นมันก็คงจะคิดถึงเจ้าแล้วล่ะ” หรงอวี้เอ่ยชวนด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลที่ชวนให้คนฟังขนลุกซู่“ไม่เอา เหมยเหมยจะนอน เมื่อคืนอี้ฟานเลื้อยมาพันขา ทำข้านอนไม่หลับเลย” นางแสร้งงัวเงียตอบพลางมุดหน้าลงกับหมอน“ไม่ได้ นอนมากไปประเดี๋ยวจะอ้วนเอานะ ไปคุยกับนกกับปลาสนุกกว่าเยอะ มาเร็ว...” เขาไม่ว่าเปล่าแต่กลับรวบตัวนางขึ้นมา

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status