Share

14. ข่าวดี

last update Last Updated: 2026-03-04 00:28:25

ทว่าในวินาทีที่ริมฝีปากของเขาเกือบจะแตะสัมผัสลงมา เสียงทุ้มร่าเริงที่คุ้นหูก็ดังแว่วมาจากทางพุ่มไม้ไกล ๆ

“เหมยเหมย! พี่รองกลับมาแล้ว เจ้าอยู่แถวนี้ใช่หรือไม่”เสียงของเฉินหยวนซีพี่ชายผู้แสนดีดังแทรกความเงียบ

ทำให้หรงอวี้ชะงักงันราวกับถูกน้ำเย็นจัดราดรดลงศีรษะทำให้เขาได้สติในทันที เขารีบผละมือออกจากท้ายทอยของคนที่ได้ขึ้นชื่อว่าน้องสาวและคลายอ้อมกอดออกอย่างรวดเร็ว

ใช่ว่าเขาจะกลัว ทว่าหากเรื่องที่เขาทำแตกขึ้นมาในยามนี้ ภายหน้าความสัมพันธ์ระหว่างเขากับคนตัวเล็ก รวมถึงบิดาบุญธรรมและพี่น้องคนอื่น อาจทำให้มองหน้ากันไม่ติดก็เป็นได้

ด้านซือเหมยเมื่อได้โอกาสนางก็รีบก้าวถอยห่างออกมา พลางจัดแจงอาภรณ์ที่ยับย่นด้วยมือที่สั่นเทา นางมองหรงอวี้ด้วยแววตาตัดพ้อและเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น ก่อนจะรีบหันไปขานรับพี่ชายที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากเมืองหลวง

“พี่รอง! ข้าอยู่ทางนี้เจ้าค่ะ” นางตะโกนตอบพลางวิ่งถลาออกไปหาหยวนซีที่กำลังก้าวเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มกว้าง โดยไม่หันกลับไปมองบุรุษที่ยืนนิ่งอยู่เบื้องหลังอีกเลย

หรงอวี้ได้แต่ยืนกำหมัดแน่น พลางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสงบสติอารมณ์ที่ยังคงค้างคา นัยน์ตาคมกริบมองตามแผ่นหลังของน้องสาวที่โผเข้าหาอ้อมกอดพี่ชายแท้ ๆ อย่างหงุดหงิด

‘หยวนซี... เจ้าช่างกลับมาได้ถูกเวลาจริง ๆนะ’ เขาคิดในใจอย่างเคืองขุ่น “แต่ช่างเถิด โอกาสยังมีอีกมาก นับจากนี้ไป ข้าจะไม่ให้มันเสียเปล่าแม้แต่อึดใจเดียว” เขากล่าวเสียงหนักแน่น

ก่อนจะเดินตามมาสมทบสองพี่น้องที่กำลังยืนพูดคุยถามไถ่กัน แต่เมื่อเขาจะเอ่ยทักทายหยวนซี ซือเหมยกลับรั้งพี่ชายของตนพาออกเดิน พลางพูดคุยหัวเราะราวกับยามนี้ไม่มีเขาอยู่ด้วย

หรงอวี้ได้แต่ขบกรามข่มอารมณ์ที่กำลังพุ่งพล่านของตน

และในระหว่างที่สามพี่น้องกำลังเดินลัดเลาะกลับจวน ร่างสูงโปร่งที่แอบหลบอยู่หลังต้นไม้ก็ค่อย ๆ เผยตัวออกมา

ไป่เหยียนจงใจเดินย้อนกลับมาเพื่อดูว่าหญิงสาวที่ตนพูดคุยด้วยเป็นบุตรของผู้ใด และเขาก็ได้เห็นแล้วว่า นางมิใช่สาวใช้อย่างที่เคยบอกกับเขา ยิ้มร้ายที่เต็มไปด้วยแผนการจึงผุดขึ้นบนใบหน้าคมสันยามนี้เขาได้รู้ฐานะที่แท้จริงของสตรีที่พึงใจแล้ว

“ที่แท้เจ้าก็คือคุณหนูสี่สกุลเฉิน เฉินซือเหมยนี่เอง ทว่าเท่าที่รู้มานางเสียสติมิใช่หรือ เหตุใดคนเสียสติถึงได้พูดจาฉะฉาน ซ้ำยังรอบรู้เรื่องสมุนไพรมากมายอีก อ่านตำราก็ออก นางดูไม่เหมือนคนเสียสติเลยสักนิด” ไป่เหยียนพึมพำกับตนเอง

“ทว่าเป็นเช่นนี้ก็ดี หากนางไม่ได้เสียสติ ข้าก็สามารถสู่ขอนางมาเป็นภรรยาได้” เขากล่าวอย่างย่ามใจ

“ซื่อจื่อ จะสู่ขอนางจริงหรือขอรับ อย่างไรนางก็เคยได้ชื่อว่าเป็นหญิงเสียสติมาก่อน นายท่านไม่มีทางยอมรับนางแน่ขอรับ”

“เจ้าลืมหรือว่า นางเป็นบุตรสาวของผู้ใด มีหรือท่านพ่อจะไม่อยากเกี่ยวดองด้วย หากข้าบอกท่านพ่อ ขี้คร้านเขาจะรีบส่งแม่สื่อมาน่ะสิ ทว่าเรื่องนี้ข้าจะต้องพิสูจน์ให้แน่ชัดเสียก่อนค่อยลงมือ”

“เช่นนั้นข้าน้อยจะรีบไปสืบให้เลยขอรับ” คนสนิทรีบเอ่ย

“ดี” กล่าวแล้วร่างสูงก็หมุนตัวเดินจากไป

ด้านซือเหมย นางยังคงเดินควงแขนเฉินหยวนซีพลางเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้วและเป็นเหตุเป็นผล จนพี่ชายที่เพิ่งกลับมาถึงกับเริ่มขมวดคิ้วด้วยความฉงน

ในตอนแรกเขาไม่ทันสังเกตเพราะมัวแต่ดีใจที่น้องสาววิ่งเข้ากอด แต่พอนึกขึ้นได้ว่าก่อนเขาไปนางยังคุยกับต้นไม้อยู่เลย ทว่ามายามนี้กลับพูดจารู้ความราวกับเป็นคนละคนเสียอย่างนั้น

“เหมยเหมย นี่เจ้า... เจ้าพูดจารู้เรื่องเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อใดกัน” หยวนซีหยุดเดินพลางจับไหล่น้องสาวให้หันมาประจันหน้า “เจ้าจำได้แล้วหรือว่าข้าคือพี่รองของเจ้า จำได้ใช่หรือไม่ว่าตนเป็นใคร”

ซือเหมยเผยยิ้มบาง ก่อนจะตัดสินใจบอกความจริงเพื่อนำพาอิสรภาพมาให้ตนเอง “พี่รอง... ความจริงแล้วข้ากลับมาเป็นปกติตั้งแต่ฟื้นตื่นขึ้นมาหลังจากจมน้ำแล้วเจ้าค่ะ เพียงแต่ยามนั้นข้ายังสับสนอยู่ จึงไม่กล้าบอกผู้ใดเจ้าค่ะ”

หยวนซีเบิกตากว้าง อ้าปากค้างอย่างคนทำอะไรไม่ถูก เขาหันขวับไปหาหรงอวี้ที่เดินตามหลังมาด้วยใบหน้าใครรู้ทันที

“พี่ใหญ่! เหมยเหมยหายดีแล้วจริง ๆ หรือขอรับ หรือข้ากำลังฝันไป นางไม่ได้เสียสติแล้วกล่าวว่าตนหายดีแล้วใช่หรือไม่”

หรงอวี้ยืนนิ่ง นัยน์ตาคมกริบสบเข้ากับดวงตาคู่สวยของซือเหมย ที่กำลังจ้องเขาด้วยแววตากดดัน ใจเขาเกิดความลังเลอย่างหนัก หากเขาบอกว่านางยังไม่ปกติ เขาก็จะสามารถใช้ความเป็น ‘พี่ชาย’ กักขังนางไว้ในจวนและจัดการนางได้ตามใจชอบ

แต่ถ้าเขาบอกความจริง นางก็จะได้โอกาสออกไปโบยบินตามที่ใจต้องการ และนั่นหมายความว่าจะมีบุรุษอีกมากมายรวมถึงไป่เหยียนเข้ามายุ่มย่ามกับนางอย่างไม่ขาดสาย ด้วยฐานะบุตรสาวท่านโหวและหน้าตาที่งดงามสะกดใจผู้คนของนาง

ทว่าเมื่อเห็นแววตาที่สั่นระริกและท่าทางที่พร้อมจะโกรธขึงเขาไปตลอดกาล ใจที่เคยแกร่งดั่งหินผากลับอ่อนวูบ

“เป็นเรื่องจริง...นางหายดีมาพักหนึ่งแล้ว ข้าคอยสังเกตอาการนางอยู่ตลอด ยามนี้แน่ใจได้แล้วว่านางกลับมาเป็นปกติเหมือนเดิมแล้วจริง ๆ” หรงอวี้จำต้องเอ่ยออกไปเช่นนั้นทั้งที่ในใจรู้สึกเสียดาย เพราะสิ่งนี้ถือว่าเป็นเกราะชั้นเลิศที่เขาเอาไว้ใช้กักขังนางให้อยู่แต่ในจวน ไม่ให้ไปพบกับชายใดได้

เขาเห็นหยวนซีกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจพลางกอดน้องสาวแน่น แทนที่เขาจะปลื้มปริ่มตามไปด้วย ใจแกร่งกับวูบไหวราวกับทำของสำคัญหล่นหายเสียอย่างนั้น

‘ข้ายอมบอกความจริงเพราะไม่อยากให้เจ้าเกลียดข้าไปมากกว่านี้เท่านั้นนะเหมยเหมย แต่เจ้าอย่าหวังว่าข้าจะปล่อยให้เจ้าหนีพ้นเงื้อมมือแมวป่าอย่างข้าไปได้’ หรงอวี้นึกในใจพลางมองนางด้วยแววตาที่ลึกซึ้งขึ้นเรื่อย ๆ โดยที่เขาก็ไม่รู้ตัว

ซือเหมยไม่ได้กลับเรือนพักอย่างที่ตั้งใจ เพราะนางถูกหยวนซีที่กำลังตื่นเต้นพาตัวมุ่งตรงไปยังห้องโถงใหญ่ มีหรงอวี้เดินตามหลังมาด้วยฝีเท้าหนักแน่นและแววตาที่ยากจะคาดเดา

บรรยากาศภายในห้องโถงค่อนข้างเคร่งเครียด น่าจะเกิดจากข้อพิพาทเรื่องการพูดคุยเกี่ยวกับวันมงคลเมื่อช่วงบ่าย

ท่านโหวเห็นบุตรสาวก็เผยยิ้มดีใจ ทว่าเมื่อนึกได้ว่านางเสียสติจนอาจจะก่อเรื่องให้แขกที่มาเยี่ยมเยียน ก็ทำให้เขาต้องหันมาดุบุตรชายคนรอง “หยวนเอ๋อร์เจ้าพาน้องมาที่นี่ทำไม ไม่เห็นหรือว่าเรากำลังมีแขก พาน้องไปก่อนประเดี๋ยวพ่อตามไป”

“ท่านพ่อ ข้ามีข่าวดีมารายงานขอรับ” หยวนซีเผยยิ้มร่าด้วยความดีใจ “น้องสี่ น้องสี่นางกลับมาเป็นปกติแล้วขอรับ น้องสี่จำทุกอย่างได้แล้ว นางพูดจารู้เรื่อง ไม่คุยกับต้นไม้แล้วขอรับ” เสียงของหยวนซีนั้น บ่งบอกถึงความรู้สึกที่พรั่งพรูเป็นอย่างมาก

สิ้นคำบอกกล่าวนั้น เฉินอวี้โหวก็ถึงกับลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ด้วยอาการสั่นเทา เขาจ้องมองบุตรสาวที่ยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้าด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหวังระคนไม่เชื่อสายตา

“เหมยเอ๋อร์... เจ้า... เจ้าหายดีแล้วจริงหรือลูก”

ซือเหมยย่อกายคารวะบิดาด้วยท่วงท่าที่สมบูรณ์แบบจนคนทั้งห้องตะลึงงัน เพราะได้ยินมาว่าสตรีผู้นี้นางเสียสติตั้งแต่ห้าขวบ ทว่าท่วงท่าและกิริยาที่เผยให้เห็นมันช่างต่างจากคำกล่าวนัก

“ลูกหายดีแล้วเจ้าค่ะท่านพ่อ ขอบคุณท่านพ่อและพี่ ๆ ที่คอยดูแลลูกมาตลอด ยามนี้ลูกมีสติครบถ้วนดีเจ้าค่ะ” นางเผยยิ้มบางมุมปาก พลางมองดูบิดาที่ขยับเดินเข้ามาหาอย่างเชื่องช้า พร้อมกับท่าทางสั่นเทาราวกับสิ่งที่ได้ยินนั้นมันไม่น่าเชื่อ

“โอ้... สวรรค์เมตตาข้าแล้ว เมตตาข้าแล้ว” เฉินอวี้โหวโผเข้ากอดบุตรสาวด้วยน้ำตาแห่งความปลื้มปีติ ความรักความผูกพันที่เขามีต่อบุตรสาวคนเล็กทำให้เขาลืมสิ้นทุกอย่างรอบกาย

ทว่าในขณะที่บิดากำลังซาบซึ้ง ใจของซือเหมยกลับสับสนและตีรวน นางฝืนยิ้มรับอ้อมกอดทว่าสายตาคู่สวยกลับเหลือบมองเจียงหนิงอันที่นั่งอยู่ไม่ไกล นางเอกของเรื่องผู้นี้งามหยดย้อย ความอ่อนหวานของอีกฝ่ายแผ่ซ่านจนซือเหมยรู้สึกด้อยค่าในฐานะตัวประกอบ และเมื่อสายตาเบนไปสบเข้ากับบุรุษผู้ที่ครองใจนางไปกว่าครึ่งแล้ว ใจดวงน้อยก็ยิ่งห่อเหี่ยวหนักขึ้นไปใหญ่

ด้านหนิงอัน กำลังมองดูภาพตรงหน้าอย่างประหลาดใจ นางเคยได้ยินมาว่าคุณหนูสี่สกุลเฉินนั้นวิปลาสเสียสติ ทว่าสตรีที่อยู่ตรงหน้ากลับงดงามและดูฉลาดเฉลียวจนน่าหวั่นใจ เมื่อนางหันไปเห็นสายตาคู่หมายตนเอง ซึ่งเขากำลังจดจ้องน้องสาวต่างสายเลือดไม่วางตา ‘หรือเพราะเหตุนี้ ท่านจึงไม่ยอมหมั้นหมาย’ นางนึกในใจอย่างหวาดหวั่น พลางคอยสังเกตทั้งคู่ไปด้วย

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกิดใหม่เป็นคุณหนูเสียสติในนิยายธงแดง    14. ข่าวดี

    ทว่าในวินาทีที่ริมฝีปากของเขาเกือบจะแตะสัมผัสลงมา เสียงทุ้มร่าเริงที่คุ้นหูก็ดังแว่วมาจากทางพุ่มไม้ไกล ๆ “เหมยเหมย! พี่รองกลับมาแล้ว เจ้าอยู่แถวนี้ใช่หรือไม่”เสียงของเฉินหยวนซีพี่ชายผู้แสนดีดังแทรกความเงียบ ทำให้หรงอวี้ชะงักงันราวกับถูกน้ำเย็นจัดราดรดลงศีรษะทำให้เขาได้สติในทันที เขารีบผละมือออกจากท้ายทอยของคนที่ได้ขึ้นชื่อว่าน้องสาวและคลายอ้อมกอดออกอย่างรวดเร็ว ใช่ว่าเขาจะกลัว ทว่าหากเรื่องที่เขาทำแตกขึ้นมาในยามนี้ ภายหน้าความสัมพันธ์ระหว่างเขากับคนตัวเล็ก รวมถึงบิดาบุญธรรมและพี่น้องคนอื่น อาจทำให้มองหน้ากันไม่ติดก็เป็นได้ ด้านซือเหมยเมื่อได้โอกาสนางก็รีบก้าวถอยห่างออกมา พลางจัดแจงอาภรณ์ที่ยับย่นด้วยมือที่สั่นเทา นางมองหรงอวี้ด้วยแววตาตัดพ้อและเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น ก่อนจะรีบหันไปขานรับพี่ชายที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากเมืองหลวง “พี่รอง! ข้าอยู่ทางนี้เจ้าค่ะ” นางตะโกนตอบพลางวิ่งถลาออกไปหาหยวนซีที่กำลังก้าวเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มกว้าง โดยไม่หันกลับไปมองบุรุษที่ยืนนิ่งอยู่เบื้องหลังอีกเลย หรงอวี้ได้แต่ยืนกำหมัดแน่น พลางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสงบสติอารมณ์ที่ยังคงค้างคา นัยน์ตาคมกริบมองตา

  • เกิดใหม่เป็นคุณหนูเสียสติในนิยายธงแดง    13. ห่วงน้องสาว

    ซือเหมยตาเป็นประกายทันทีเมื่อเห็นตำราแพทย์โบราณ นางรีบรับมาเปิดดูด้วยความกระตือรือร้นลืมสิ้นท่าทีเหนียมอาย “นี่มัน... วิธีการห้ามเลือดด้วยการกดจุดและยังมีการฝังเข็มแบบง่าย ๆ อีก มันยอดเยี่ยมมากเลยเจ้าค่ะคุณชาย” นางเงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มให้เขาจนตาแทบจะปิด ก่อนจะก้มลงเปิดตำราต่อ จากนั้นทั้งคู่ก็ยอบกายตัวลงนั่งบนโขดหินใหญ่ริมน้ำ แลกเปลี่ยนทักษะและการวิเคราะห์ตัวยาอย่างออกรส ซือเหมยเผลออธิบายเรื่องการไหลเวียนของโลหิต และการทำงานของธาตุในร่างกายตามความรู้ของหมอในโลกปัจจุบันที่ตนเคยเรียนมา โดยใช้ภาษาที่ชาวโบราณเข้าใจง่าย ไป่เหยียนก็ได้แต่นั่งฟังด้วยความทึ่ง สายตาที่เขามองนางนั้นมีแต่ความชื่นชมและลุ่มหลงในสติปัญญาของสตรีที่ควรแต่เรียนรู้เรื่องการครองเรือน ทว่าคนตรงหน้ากลับไม่ใช่เลย “นี่เจ้าเป็นเพียงสาวใช้จริงหรือ...” ไป่เหยียนพึมพำแผ่วเบาพลางจ้องมองใบหน้าหวานที่กำลังตั้งอกตั้งใจอธิบายสรรพคุณยา ทว่าซือเหมยได้ยินที่เขาพูด นางจึงชะงักเมื่อรู้ตัวว่าตนเองแสดงความรู้ที่ล้ำลึกเกินไป ‘หลุดอีกแล้ว พูดเรื่องการรักษาทีไร เป็นแบบนี้ทุกทีสิน่า’ หญิงสาวก่นว่าตนเองในใจ “ข้ารู้สึกว่า เจ้าช่างมีเสน่ห์ดึง

  • เกิดใหม่เป็นคุณหนูเสียสติในนิยายธงแดง    12. ไม่เป็นแล้วคนบ้า

    ซือหลินเงยหน้ามองฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มอมแดง ความรู้สึกผิดหวังถาโถมเข้ามาจนนางรู้สึกอึดอัด ในโลกก่อนนางต่อสู้อย่างโดดเดี่ยวจนกระทั่งเรียนจบหมอ และหวังว่าต่อจากนั้นจะมีชีวิตที่ดีขึ้น และคงได้พบรักกับใครสักคน ทว่าจู่ ๆ นางกลับต้องมาติดอยู่ในบ่วงรักในโลกนิยายซึ่งไม่มีทางเป็นไปได้เลย“หากวันที่เขากลับมา เจ้าไม่เข้าไปกระตุกหนวดเสือ วันนี้เจ้าก็คงไม่ต้องมานั่งทุกข์ใจเช่นนี้สินะ เฮ้อ!” นางทอดถอนใจ เมื่อหวนนึกถึงเรื่องที่ทำผิดพลาดครั้งที่พบกับพี่ชายบุญธรรมคราแรกก่อนจะพึมพำก่นว่าเขากับบทบาทที่อีกฝ่ายได้รับ “พระเอกธงแดงงั้นเหรอ ร้ายกับนางเอกแล้วจบด้วยความรัก เหอะ! คนที่ทำร้ายได้แม้กระทั่งน้องสาวตัวเองอย่างเขาน่ะนะ จะรักใครเป็น”เอ่ยพลางยกมือขึ้นมาถูปากตนไปมา พร้อมกับพยายามบอกตนเองว่าที่คิดถึงเรื่องนี้ก็เพราะเสียดาย ‘จูบแรก’ ที่ถูกขโมยไป ไม่ใช่เพราะนางเผลอใจไปรักแม่ทัพใจร้ายผู้นั้นทว่ายิ่งพยายามปฏิเสธ ภาพที่ถูกสัมผัสด้วยแรงอารมณ์ก็ยิ่งฉายชัดในดวงตา “พอ ๆ คิดอะไรเนี่ย เรื่องระหว่างเรากับเขา มันไม่มีทางเป็นไปได้หรอก เจียงหนิงอันทั้งดีและงามถึงเพียงนั้น ไม่แน่เขาพบเจอนางคราแรกก็อาจจะตกหลุมรั

  • เกิดใหม่เป็นคุณหนูเสียสติในนิยายธงแดง    11. ทวงสัญญาหมั้น

    ถ้อยคำบีบบังคับให้ยอมจำนนของใต้เท้าเจียง กลับยิ่งเพิ่มแรงกดดันให้หรงอวี้มากยิ่งขึ้น เขารู้ว่าตนนั้นผลัดวันประกันพรุ่งเรื่องสู่ขอมาหลายปีแล้ว นับตั้งแต่เจียงหนิงอันเข้าสู่วัยปักปิ่นซึ่งอันที่จริงช่วงก่อนหน้านั้น คนสกุลเจียงก็ไม่ได้ใส่ใจในตัวเขานัก คงเห็นว่าเป็นบุตรกำพร้าที่บุพการีเสียไปหมดแล้ว จึงไม่เคยมีการถามไถ่ข่าวคราวกันเลย กระทั่งเขาได้ตำแหน่งรองแม่ทัพเมื่อสามปีก่อน และไต่เต้าขึ้นมาเรื่อย ๆ จนได้เป็นมือขวาชินอ๋องอย่างเช่นทุกวันนี้ คนสกุลเจียงก็เริ่มส่งข่าวมาหาอยู่บ่อยครั้งเพราะเหตุนี้เอง เขาจึงไม่แยแสเรื่องคำสัญญาที่บิดากับใต้เท้าเจียงมีต่อกันเมื่อยี่สิบปีก่อน ช่วงที่เจียงหนิงอันยังอยู่ในครรภ์“ข้าเห็นควรว่าน่าจะรอให้ท่านพ่อบุญธรรมกลับมาก่อนจะดีกว่า อย่างไรเสียที่นี่ก็เป็นจวนสกุลเฉินมิใช่จวนมู่” หรงอวี้เอ่ยขึ้นหลังจากเงียบไปนาน นัยน์ตาคมกริบเลื่อนไปมองทางทิศไปเรือนพักของซือเหมยแวบหนึ่งก่อนจะหันกลับมาสบตากับใต้เท้าเจียงใต้เท้าเจียงขมวดคิ้วเล็กน้อยอย่างคนขัดใจ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกอารมณ์ “การหมั้นหมายเป็นของสองตระกูล เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับตระกูลเฉินเลยสักนิด ต่อให้เจ

  • เกิดใหม่เป็นคุณหนูเสียสติในนิยายธงแดง    10. คู่หมั้นท่านมาแล้ว

    คำพูดที่หลุดจากริมฝีปากอิ่มที่เพิ่งถูกบดขยี้จนบวมช้ำ เปรียบเสมือนน้ำเย็นจัดที่สาดเข้าใส่หน้าของมู่หรงอวี้ จนสติของเขากลับคืนมา นัยน์ตาคมดุที่เคยเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ค่อย ๆ วูบไหวแปรเปลี่ยนเป็นความสับสนวุ่นวายที่ยากเกินจะปิดได้มิดเขามองสบกับดวงตาคู่สวยซึ่งบัดนี้มีแต่ความแน่วแน่ ไร้ซึ่งความเลื่อนลอยของคนเสียสติอย่างที่นางเคยใช้เป็นเกราะกำบัง แววตาเด็ดเดี่ยวและน้ำเสียงเรียบเฉยนั้น ตอกย้ำความจริงที่ว่าสตรีตรงหน้า นางไม่ใช่คนที่จะให้เขาหยอกเย้าได้อีกต่อไปบรรยากาศรอบตัวพลันเงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมหายใจของทั้งสองชัดเจน แววตาที่ทอดมองกันต่างก็เผยความสับสนในใจหรงอวี้คลายอ้อมกอดที่เคยรัดรึงออกอย่างช้า ๆ สองมือหนาที่เคยตรึงท้ายทอยนางไว้กลับตกลงข้างลำตัวอย่างคนทำอะไรไม่ถูก เขารู้สึกผิดจนต้องกลืนคำพูดที่คิดจะหยอกเย้าต่อลงคอ พลางเบือนหนีสายตาตัดพ้อที่กำลังจ้องมองตนใจแกร่งที่เคยเต้นรัวด้วยความคะนองยามได้กลั่นแกล้งนาง บัดนี้กลับถูกบีบรัดเพราะความรู้สึกผิดที่แล่นพล่านขึ้นมาจุกที่อกเขารู้ดีว่าสถานะระหว่างเขากับนางนั้นเปราะบางเพียงใด แม้จะไม่ได้เกี่ยวดองกันทางสายเลือด แต่ในสายตาคนนอกและในความรับผิดชอ

  • เกิดใหม่เป็นคุณหนูเสียสติในนิยายธงแดง    9. หอมมาแต่จูบกลับ

    หรงอวี้ยกยิ้มมุมปากบางเบา เมื่อสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่ดูสม่ำเสมอของคนที่อยู่บนแผ่นหลัง เขาจงใจก้าวเดินให้ช้าลงเพื่อซึมซับไออุ่นที่พิงซบลงมา แม้จะรู้ดีว่าคนบนหลังเพียงแค่แสร้งหลับ เพื่อหนีสถานการณ์กระอักกระอ่วน ทว่าเขากลับรู้สึกพอใจอย่างประหลาดเมื่อได้พันธนาการนางไว้เช่นนี้นับจากวันนั้น ชีวิตของซือหลินก็ไม่เคยได้พบกับคำว่าความเป็นส่วนตัวอีกเลย เพราะไม่ว่านางจะแอบย่องไปที่ลำธารหรือจะหลบมุมอยู่หลังเรือนเพื่อไม่ให้เจอเขา ร่างสูงสง่าของพี่ชายบุญธรรมก็ยังมายืนกอดอกส่งยิ้มละไมให้เสมอ รวมถึงวันนี้ แม้นางจะไม่ออกไปข้างนอก เขาก็ยังมาตามถึงเตียงนอน“เหมยเหมย วันนี้อากาศดีนักพี่ใหญ่จะพาเจ้าไปเดินเล่นที่ป่าไผ่ หลังจวนมีนกกระรางหัวขวานมาทำรังด้วยนะ เจ้าไม่อยากไปคุยกับพวกมันหรือ พี่ใหญ่ว่าปลาตัวนั้นมันก็คงจะคิดถึงเจ้าแล้วล่ะ” หรงอวี้เอ่ยชวนด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลที่ชวนให้คนฟังขนลุกซู่“ไม่เอา เหมยเหมยจะนอน เมื่อคืนอี้ฟานเลื้อยมาพันขา ทำข้านอนไม่หลับเลย” นางแสร้งงัวเงียตอบพลางมุดหน้าลงกับหมอน“ไม่ได้ นอนมากไปประเดี๋ยวจะอ้วนเอานะ ไปคุยกับนกกับปลาสนุกกว่าเยอะ มาเร็ว...” เขาไม่ว่าเปล่าแต่กลับรวบตัวนางขึ้นมา

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status