Share

9. หอมมาแต่จูบกลับ

last update Last Updated: 2026-02-27 23:27:52

หรงอวี้ยกยิ้มมุมปากบางเบา เมื่อสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่ดูสม่ำเสมอของคนที่อยู่บนแผ่นหลัง เขาจงใจก้าวเดินให้ช้าลงเพื่อซึมซับไออุ่นที่พิงซบลงมา แม้จะรู้ดีว่าคนบนหลังเพียงแค่แสร้งหลับ เพื่อหนีสถานการณ์กระอักกระอ่วน ทว่าเขากลับรู้สึกพอใจอย่างประหลาดเมื่อได้พันธนาการนางไว้เช่นนี้

นับจากวันนั้น ชีวิตของซือหลินก็ไม่เคยได้พบกับคำว่าความเป็นส่วนตัวอีกเลย เพราะไม่ว่านางจะแอบย่องไปที่ลำธารหรือจะหลบมุมอยู่หลังเรือนเพื่อไม่ให้เจอเขา ร่างสูงสง่าของพี่ชายบุญธรรมก็ยังมายืนกอดอกส่งยิ้มละไมให้เสมอ รวมถึงวันนี้ แม้นางจะไม่ออกไปข้างนอก เขาก็ยังมาตามถึงเตียงนอน

“เหมยเหมย วันนี้อากาศดีนักพี่ใหญ่จะพาเจ้าไปเดินเล่นที่ป่าไผ่ หลังจวนมีนกกระรางหัวขวานมาทำรังด้วยนะ เจ้าไม่อยากไปคุยกับพวกมันหรือ พี่ใหญ่ว่าปลาตัวนั้นมันก็คงจะคิดถึงเจ้าแล้วล่ะ” หรงอวี้เอ่ยชวนด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลที่ชวนให้คนฟังขนลุกซู่

“ไม่เอา เหมยเหมยจะนอน เมื่อคืนอี้ฟานเลื้อยมาพันขา ทำข้านอนไม่หลับเลย” นางแสร้งงัวเงียตอบพลางมุดหน้าลงกับหมอน

“ไม่ได้ นอนมากไปประเดี๋ยวจะอ้วนเอานะ ไปคุยกับนกกับปลาสนุกกว่าเยอะ มาเร็ว...” เขาไม่ว่าเปล่าแต่กลับรวบตัวนางขึ้นมาจากเตียงด้วยแขนที่เต็มไปด้วยพละกำลัง ราวกับนางเป็นหมอนใบหนึ่ง ก่อนจะจัดแจงชุดให้จนเรียบร้อยแล้วพาออกไป

เป็นเช่นนี้วันแล้ววันเล่าที่ซือหลินต้องพบเจอ

หรงอวี้นั้นขยันสรรหาเรื่องราวมาทำร่วมกับนาง ไม่ว่าจะเป็นการพาวาดรูป ‘ซึ่งซือหลินแสร้งวาดรูปไก่ที่เป็นก้างปลา’

อีกวันเขาก็พานางไปนั่งดักรอจับผีเสื้อในสวน

และความใกล้ชิดที่มากเกินพอดีทำให้ซือหลินเริ่มรู้สึกรับมือลำบาก กลิ่นกายบุรุษเพศและสัมผัสจากมือหนาที่คอยจูง คอยประคอง หรือแม้แต่คอยจัดปอยผมให้นางบ่อยครั้ง ทำใจดวงน้อยเต้นรัวจนแทบจะเก็บอาการไว้ไม่อยู่แล้วยามนี้

‘อีตาพี่ใหญ่บ้านี่ จะมาติดหนึบอะไรนักหนานะ เขาไม่มีงานมีการทำหรือไงกัน เป็นถึงแม่ทัพทำตัวว่างงานอยู่ได้ เฮ้อ! นิยายที่อ่านมาก็อ่านไปได้แค่ตอนร่างนี้ตกน้ำเท่านั้น ใครผลักก็ยังไม่รู้ กะว่าจะแอบสืบเงียบ ๆ อีตานี่ก็มาก่อกวนจนแยกตัวไปไหนไม่ได้เลย นี่นายเป็นพระเอกภาษาอะไรหา! ทำไมไม่ไปตามนางเอกนู่น’

ซือหลินก่นด่าในใจ ขณะที่ต้องแสร้งยิ้มร่าและเต้นระบำไปตามเพลงที่นางอุปโลกน์ขึ้นมาเองอย่างสนุกสนาน

ด้านหรงอวี้ เขากำลังสนุกกับการแกล้งนางจนวางมือไม่ลง ยิ่งเห็นแววตาที่นางลอบมองเขาอย่างขุ่นเคือง หรืออาการตัวสั่นเทายามเขาเข้าใกล้ มันกลับน่าเอ็นดูเสียจนเขาอดใจไม่ไหว

ยิ่งเห็นนางพยายามแสร้งทำตัวเสียสติมากขึ้น เขายิ่งอยากกระเซ้าให้นางหลุดมาดที่กำลังรักษาเอาไว้

อย่างเช่นวันนี้…

ทั้งคู่นั่งพักอยู่ใต้ต้นท้อหลังเรือนที่กลีบดอกกำลังร่วงหล่น หรงอวี้กลับโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ซือหลินที่กำลังนั่งเหม่อมองฟ้า

ฟอด!

จมูกโด่งเป็นสันกดลงบนแก้มเนียนใสนั้นอย่างรวดเร็วและหนักหน่วงจนเกิดเสียง ก่อนจะถอยออกมาดูท่าทีของนาง

ซึ่งแน่นอนว่าซือหลินถึงกับสะดุ้งตัวโยน พลางยกมือขาวขึ้นมากุมใบหน้าแล้วหันมาหาเขาในทันที แววตาที่เคยใสซื่อหลุดประกายความเกรี้ยวกราดออกมาวูบหนึ่ง ก่อนจะเลือนหายอย่างรวดเร็ว “พี่ใหญ่ ตีข้าทำไม” นางแสร้งถามอย่างใสซื่อ

“ตีที่ไหนกัน พี่แค่เห็นว่ามดมันไต่ที่แก้มเจ้า เลยเป่าออกให้เท่านั้นเอง” พี่ชายที่เหมือนจะแสนดี เอ่ยบอกหน้าตาย

‘มดหรือ คนไร้ยางอายพูดมาได้ว่าเป่ามด นี่มันฉวยโอกาสชัด ๆ ยังจะมาแถไปข้าง ๆ คู ๆ อีก’ นางก่นด่าเขาในใจ แต่ริมฝีปากนั้นเผยยิ้มอย่างใสซื่อออกมาจนคนมองแทบหลุดอาการ

“มีมดที่แก้มข้าหรือ” มือขาวลูบแก้มตนเองไปมา ราวกับเชื่อคำที่เขากล่าว แต่ความจริงนางกำลังคิดหาทางเอาคืนเขาอยู่ต่างหาก และอึดใจต่อมาดวงตาคู่สวยก็เป็นประกาย

“พี่ใหญ่ ที่แก้มท่านก็มีมดเหมือนกันเจ้าค่ะ ตัวใหญ่มากเลย เหมยเหมยเป่าให้นะเจ้าคะ” นางไม่พูดเปล่า

ทว่าร่างอรชรกลับโถมเข้าหาเขาเต็มแรง มือเล็กตะปบเข้าที่ลำคอหนา ก่อนจะโน้มหน้าเข้าไปกดจมูกฝังลงบนแก้มสากของเขาบ้าง ทั้งยังแกล้งฝังจมูกสูดกลิ่นกายเขาแรง ๆ จนแก้มบุ๋ม

ฟอด! ฟอดดด!

“นี่ไง! ข้าช่วยจับมดคืนให้แล้วนะเจ้าคะ รับรองว่ามดมันไม่กล้ามากัดแก้มพี่ใหญ่อีกแน่” นางผละออกมาส่งยิ้มกว้างจนตาปิด แสร้งทำเป็นร่าเริงสุดขีดทั้งที่ในใจเขินจนอยากจะระเบิดตัวเองทิ้ง

ทว่าผลลัพธ์กลับดีเกินคาด

แม่ทัพผู้ร้ายกาจบัดนี้กลับนิ่งงันราวกับถูกสาปไปแล้ว ใบหน้าคมคายที่เคยเรียบตึงกลับขึ้นสีแดงเรื่อจนลามไปถึงใบหู

ซือหลินเห็นเขาเสียอาการก็ยิ่งอยากแกล้ง  

“พี่ใหญ่ ท่านไม่ชอบให้ข้าไล่มดให้หรือเจ้าคะ” นางยื่นหน้าเข้าใกล้อีก ก่อนจะใช้มือขาวนั้นลูบแก้มสากไปมาเบา ๆ

นางหมายจะแกล้งให้เขาเกรงกลัวจนไม่อยากเข้าใกล้นางอีก ทว่าดูเหมือนซือหลินจะคิดผิดมหันต์ที่หยอกเย้าเขาเช่นนี้

มือนุ่มที่กำลังลูบไล้แก้มสากอย่างจงใจยั่วยวนนั้น เป็นดั่งเชื้อเพลิงชั้นดีที่โยนลงไปในกองไฟที่สุมอยู่ในอกของแม่ทัพหนุ่ม

หรงอวี้จึงคว้าข้อมือเล็กที่กำลังซนอยู่ไว้มั่น นัยน์ตาพญาเหยี่ยวที่เคยพราวระยับด้วยความสนุกกลับดุดันและวาวโรจน์ด้วยแรงอารมณ์ที่ยากจะควบคุม “เหมยเหมย เจ้าเป็นคนเริ่มมันเองนะ” เสียงทุ้มต่ำพร่ารัวจนซือหลินใจหายวาบ

ไม่ทันที่นางจะตั้งตัวหรือเอ่ยคำเพ้อเจ้อเพื่อหลบเลี่ยงเหมือนที่เคยทำ ฝ่ามือหนาก็เลื่อนขึ้นมาตรึงท้ายทอยของนางไว้แน่น บังคับให้เงยหน้าขึ้นรับสัมผัสที่จู่โจมเข้ามาอย่างรวดเร็วและหนักหน่วง หรงอวี้โน้มใบหน้าลงมาบดจูบที่ริมฝีปากอิ่มอย่างรุนแรงตามสัญชาตญาณชายชาตรีที่ถูกท้าทาย

จุมพิตนี้ไม่ได้อ่อนหวานดุจลมวสันต์ ทว่ามันกลับดิบเถื่อนและเอาแต่ใจราวกับต้องการจะสั่งสอนคนที่กล้ายั่วเย้าเขา จูบนั้นหนักหน่วงนัก จนซือหลินสมองขาวโพลน นางพยายามอ้าปากหมายจะทักท้วง แต่กลับเป็นการเปิดทางให้ลิ้นร้อนรุกรานเข้ามา

ฉกชิมความหวานภายในอย่างจาบจ้วง ร่างอรชรได้แต่สั่นสะท้านภายใต้อ้อมกอดที่รัดแน่นจนกระดูกแทบหัก

มือเล็กที่เคยคิดจะแกล้งกลับทำได้เพียงจิกเกร็งลงบนสาบเสื้อของเขาเพื่อพยุงตัวไม่ให้ล้มพับลงไป

ใบหน้าคมคายนั้นพลิกหันไปมา เพื่อให้ตนได้บดขยี้ริมฝีปากนุ่มหยุ่นนี้ได้อย่างถึงใจ จนพวกเขาเริ่มรับรู้ถึงกลิ่นคาวของโลหิตที่ซึมไหลออกมา เพราะคนที่ตัวโตกว่าหาได้มีความถนอมไม่

ผ่านไปเนิ่นนานจนซือหลินเริ่มประท้วงด้วยการหอบหายใจติดขัด หรงอวี้จึงค่อย ๆ ผละริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง

ทว่าเขายังคงไม่ยอมปล่อยมือจากท้ายทอยนาง ใบหน้าคมคายก็ยังคลอเคลียอยู่ห่างเพียงแค่ปลายจมูก หรงอวี้เผยนัยน์ตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่สั่นระริกของนาง

ซือหลินได้แต่ยืนตัวแข็งทื่อ พลางจ้องเขาตาโต

ใจดวงน้อยเต้นรัวจนรู้สึกว่ามันแรงจนแทบจะกระดอนออกมานอกอก นี่คือจูบแรกของนาง จูบแรกในชีวิตที่เกิดมามีลมหายใจ ไม่ว่าจะในยุคปัจจุบันหรือยุคนี้ มันก็คือจูบแรกของนาง

ทว่าพระเอกในนิยายที่ไม่ควรต้องมาข้องเกี่ยวกัน กลับขโมยมันไปหน้าตาเฉย ซ้ำเขายังมีฐานะพี่ชายบุญธรรม และยังมีคู่หมายที่เป็นถึงนางเอกของเรื่องอีก ‘นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรเนี่ย’

ถึงกระนั้นนางกลับไม่กล่าวทักท้วงอันใดเขา เพราะเกรงจะขัดใจคนตรงหน้าจนเขาประกบปากลงมาอีกครั้ง แววตาของพี่ชายบุญธรรมที่จับจ้องนางยามนี้ มันไม่น่าไว้ใจเลยสักนิด

“ปากเจ้าหวานเช่นนี้นี่เอง มดตัวใหญ่มันถึงได้ย้ายมาเกาะที่ปากของเจ้า ทว่าพี่ใหญ่ช่วยกำจัดมันออกให้แล้วนะ” เขาเอ่ยอ้างหน้าตาย ก่อนจะยิ้มกริ่มอย่างผู้ชนะ

ซือหลินได้แต่ยืนอึ้งตะลึงงันกับข้ออ้างที่แสนจะหน้าด้านและเห็นแก่ตัวของเขา ‘นี่มู่หรงอวี้เป็นพระเอกของเรื่องจริงเหรอเนี่ย ทำไมเขาถึงได้หน้ามึนยิ่งกว่าตัวร้ายไปได้’ นางก่นด่าในใจ

ไม่ได้! นางจะปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไปไม่ได้

คิดได้ดังนั้น ร่างเล็กก็เผยแววตาเด็ดเดี่ยวออกมา ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบไร้ซึ่งท่าทางใสซื่อเหมือนอย่างที่เคยทำ

“พี่ใหญ่ ท่านลืมแล้วหรือว่าตนเองคือพี่ชายของข้า แม้จะเป็นพี่ชายบุญธรรมก็เถอะ อีกอย่างท่านก็มีคู่หมายแล้ว ไยท่านถึงทำเช่นนี้กับคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นน้องของตนเอง”

บรรยากาศที่เคยเต็มไปด้วยความพอใจและเขินอายปะปนกัน กลับเงียบงันมีเพียงเสียงลมหายใจหนักหน่วงที่พ่นออกมา

 

 

 

 

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกิดใหม่เป็นคุณหนูเสียสติในนิยายธงแดง    14. ข่าวดี

    ทว่าในวินาทีที่ริมฝีปากของเขาเกือบจะแตะสัมผัสลงมา เสียงทุ้มร่าเริงที่คุ้นหูก็ดังแว่วมาจากทางพุ่มไม้ไกล ๆ “เหมยเหมย! พี่รองกลับมาแล้ว เจ้าอยู่แถวนี้ใช่หรือไม่”เสียงของเฉินหยวนซีพี่ชายผู้แสนดีดังแทรกความเงียบ ทำให้หรงอวี้ชะงักงันราวกับถูกน้ำเย็นจัดราดรดลงศีรษะทำให้เขาได้สติในทันที เขารีบผละมือออกจากท้ายทอยของคนที่ได้ขึ้นชื่อว่าน้องสาวและคลายอ้อมกอดออกอย่างรวดเร็ว ใช่ว่าเขาจะกลัว ทว่าหากเรื่องที่เขาทำแตกขึ้นมาในยามนี้ ภายหน้าความสัมพันธ์ระหว่างเขากับคนตัวเล็ก รวมถึงบิดาบุญธรรมและพี่น้องคนอื่น อาจทำให้มองหน้ากันไม่ติดก็เป็นได้ ด้านซือเหมยเมื่อได้โอกาสนางก็รีบก้าวถอยห่างออกมา พลางจัดแจงอาภรณ์ที่ยับย่นด้วยมือที่สั่นเทา นางมองหรงอวี้ด้วยแววตาตัดพ้อและเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น ก่อนจะรีบหันไปขานรับพี่ชายที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากเมืองหลวง “พี่รอง! ข้าอยู่ทางนี้เจ้าค่ะ” นางตะโกนตอบพลางวิ่งถลาออกไปหาหยวนซีที่กำลังก้าวเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มกว้าง โดยไม่หันกลับไปมองบุรุษที่ยืนนิ่งอยู่เบื้องหลังอีกเลย หรงอวี้ได้แต่ยืนกำหมัดแน่น พลางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสงบสติอารมณ์ที่ยังคงค้างคา นัยน์ตาคมกริบมองตา

  • เกิดใหม่เป็นคุณหนูเสียสติในนิยายธงแดง    13. ห่วงน้องสาว

    ซือเหมยตาเป็นประกายทันทีเมื่อเห็นตำราแพทย์โบราณ นางรีบรับมาเปิดดูด้วยความกระตือรือร้นลืมสิ้นท่าทีเหนียมอาย “นี่มัน... วิธีการห้ามเลือดด้วยการกดจุดและยังมีการฝังเข็มแบบง่าย ๆ อีก มันยอดเยี่ยมมากเลยเจ้าค่ะคุณชาย” นางเงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มให้เขาจนตาแทบจะปิด ก่อนจะก้มลงเปิดตำราต่อ จากนั้นทั้งคู่ก็ยอบกายตัวลงนั่งบนโขดหินใหญ่ริมน้ำ แลกเปลี่ยนทักษะและการวิเคราะห์ตัวยาอย่างออกรส ซือเหมยเผลออธิบายเรื่องการไหลเวียนของโลหิต และการทำงานของธาตุในร่างกายตามความรู้ของหมอในโลกปัจจุบันที่ตนเคยเรียนมา โดยใช้ภาษาที่ชาวโบราณเข้าใจง่าย ไป่เหยียนก็ได้แต่นั่งฟังด้วยความทึ่ง สายตาที่เขามองนางนั้นมีแต่ความชื่นชมและลุ่มหลงในสติปัญญาของสตรีที่ควรแต่เรียนรู้เรื่องการครองเรือน ทว่าคนตรงหน้ากลับไม่ใช่เลย “นี่เจ้าเป็นเพียงสาวใช้จริงหรือ...” ไป่เหยียนพึมพำแผ่วเบาพลางจ้องมองใบหน้าหวานที่กำลังตั้งอกตั้งใจอธิบายสรรพคุณยา ทว่าซือเหมยได้ยินที่เขาพูด นางจึงชะงักเมื่อรู้ตัวว่าตนเองแสดงความรู้ที่ล้ำลึกเกินไป ‘หลุดอีกแล้ว พูดเรื่องการรักษาทีไร เป็นแบบนี้ทุกทีสิน่า’ หญิงสาวก่นว่าตนเองในใจ “ข้ารู้สึกว่า เจ้าช่างมีเสน่ห์ดึง

  • เกิดใหม่เป็นคุณหนูเสียสติในนิยายธงแดง    12. ไม่เป็นแล้วคนบ้า

    ซือหลินเงยหน้ามองฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มอมแดง ความรู้สึกผิดหวังถาโถมเข้ามาจนนางรู้สึกอึดอัด ในโลกก่อนนางต่อสู้อย่างโดดเดี่ยวจนกระทั่งเรียนจบหมอ และหวังว่าต่อจากนั้นจะมีชีวิตที่ดีขึ้น และคงได้พบรักกับใครสักคน ทว่าจู่ ๆ นางกลับต้องมาติดอยู่ในบ่วงรักในโลกนิยายซึ่งไม่มีทางเป็นไปได้เลย“หากวันที่เขากลับมา เจ้าไม่เข้าไปกระตุกหนวดเสือ วันนี้เจ้าก็คงไม่ต้องมานั่งทุกข์ใจเช่นนี้สินะ เฮ้อ!” นางทอดถอนใจ เมื่อหวนนึกถึงเรื่องที่ทำผิดพลาดครั้งที่พบกับพี่ชายบุญธรรมคราแรกก่อนจะพึมพำก่นว่าเขากับบทบาทที่อีกฝ่ายได้รับ “พระเอกธงแดงงั้นเหรอ ร้ายกับนางเอกแล้วจบด้วยความรัก เหอะ! คนที่ทำร้ายได้แม้กระทั่งน้องสาวตัวเองอย่างเขาน่ะนะ จะรักใครเป็น”เอ่ยพลางยกมือขึ้นมาถูปากตนไปมา พร้อมกับพยายามบอกตนเองว่าที่คิดถึงเรื่องนี้ก็เพราะเสียดาย ‘จูบแรก’ ที่ถูกขโมยไป ไม่ใช่เพราะนางเผลอใจไปรักแม่ทัพใจร้ายผู้นั้นทว่ายิ่งพยายามปฏิเสธ ภาพที่ถูกสัมผัสด้วยแรงอารมณ์ก็ยิ่งฉายชัดในดวงตา “พอ ๆ คิดอะไรเนี่ย เรื่องระหว่างเรากับเขา มันไม่มีทางเป็นไปได้หรอก เจียงหนิงอันทั้งดีและงามถึงเพียงนั้น ไม่แน่เขาพบเจอนางคราแรกก็อาจจะตกหลุมรั

  • เกิดใหม่เป็นคุณหนูเสียสติในนิยายธงแดง    11. ทวงสัญญาหมั้น

    ถ้อยคำบีบบังคับให้ยอมจำนนของใต้เท้าเจียง กลับยิ่งเพิ่มแรงกดดันให้หรงอวี้มากยิ่งขึ้น เขารู้ว่าตนนั้นผลัดวันประกันพรุ่งเรื่องสู่ขอมาหลายปีแล้ว นับตั้งแต่เจียงหนิงอันเข้าสู่วัยปักปิ่นซึ่งอันที่จริงช่วงก่อนหน้านั้น คนสกุลเจียงก็ไม่ได้ใส่ใจในตัวเขานัก คงเห็นว่าเป็นบุตรกำพร้าที่บุพการีเสียไปหมดแล้ว จึงไม่เคยมีการถามไถ่ข่าวคราวกันเลย กระทั่งเขาได้ตำแหน่งรองแม่ทัพเมื่อสามปีก่อน และไต่เต้าขึ้นมาเรื่อย ๆ จนได้เป็นมือขวาชินอ๋องอย่างเช่นทุกวันนี้ คนสกุลเจียงก็เริ่มส่งข่าวมาหาอยู่บ่อยครั้งเพราะเหตุนี้เอง เขาจึงไม่แยแสเรื่องคำสัญญาที่บิดากับใต้เท้าเจียงมีต่อกันเมื่อยี่สิบปีก่อน ช่วงที่เจียงหนิงอันยังอยู่ในครรภ์“ข้าเห็นควรว่าน่าจะรอให้ท่านพ่อบุญธรรมกลับมาก่อนจะดีกว่า อย่างไรเสียที่นี่ก็เป็นจวนสกุลเฉินมิใช่จวนมู่” หรงอวี้เอ่ยขึ้นหลังจากเงียบไปนาน นัยน์ตาคมกริบเลื่อนไปมองทางทิศไปเรือนพักของซือเหมยแวบหนึ่งก่อนจะหันกลับมาสบตากับใต้เท้าเจียงใต้เท้าเจียงขมวดคิ้วเล็กน้อยอย่างคนขัดใจ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกอารมณ์ “การหมั้นหมายเป็นของสองตระกูล เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับตระกูลเฉินเลยสักนิด ต่อให้เจ

  • เกิดใหม่เป็นคุณหนูเสียสติในนิยายธงแดง    10. คู่หมั้นท่านมาแล้ว

    คำพูดที่หลุดจากริมฝีปากอิ่มที่เพิ่งถูกบดขยี้จนบวมช้ำ เปรียบเสมือนน้ำเย็นจัดที่สาดเข้าใส่หน้าของมู่หรงอวี้ จนสติของเขากลับคืนมา นัยน์ตาคมดุที่เคยเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ค่อย ๆ วูบไหวแปรเปลี่ยนเป็นความสับสนวุ่นวายที่ยากเกินจะปิดได้มิดเขามองสบกับดวงตาคู่สวยซึ่งบัดนี้มีแต่ความแน่วแน่ ไร้ซึ่งความเลื่อนลอยของคนเสียสติอย่างที่นางเคยใช้เป็นเกราะกำบัง แววตาเด็ดเดี่ยวและน้ำเสียงเรียบเฉยนั้น ตอกย้ำความจริงที่ว่าสตรีตรงหน้า นางไม่ใช่คนที่จะให้เขาหยอกเย้าได้อีกต่อไปบรรยากาศรอบตัวพลันเงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมหายใจของทั้งสองชัดเจน แววตาที่ทอดมองกันต่างก็เผยความสับสนในใจหรงอวี้คลายอ้อมกอดที่เคยรัดรึงออกอย่างช้า ๆ สองมือหนาที่เคยตรึงท้ายทอยนางไว้กลับตกลงข้างลำตัวอย่างคนทำอะไรไม่ถูก เขารู้สึกผิดจนต้องกลืนคำพูดที่คิดจะหยอกเย้าต่อลงคอ พลางเบือนหนีสายตาตัดพ้อที่กำลังจ้องมองตนใจแกร่งที่เคยเต้นรัวด้วยความคะนองยามได้กลั่นแกล้งนาง บัดนี้กลับถูกบีบรัดเพราะความรู้สึกผิดที่แล่นพล่านขึ้นมาจุกที่อกเขารู้ดีว่าสถานะระหว่างเขากับนางนั้นเปราะบางเพียงใด แม้จะไม่ได้เกี่ยวดองกันทางสายเลือด แต่ในสายตาคนนอกและในความรับผิดชอ

  • เกิดใหม่เป็นคุณหนูเสียสติในนิยายธงแดง    9. หอมมาแต่จูบกลับ

    หรงอวี้ยกยิ้มมุมปากบางเบา เมื่อสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่ดูสม่ำเสมอของคนที่อยู่บนแผ่นหลัง เขาจงใจก้าวเดินให้ช้าลงเพื่อซึมซับไออุ่นที่พิงซบลงมา แม้จะรู้ดีว่าคนบนหลังเพียงแค่แสร้งหลับ เพื่อหนีสถานการณ์กระอักกระอ่วน ทว่าเขากลับรู้สึกพอใจอย่างประหลาดเมื่อได้พันธนาการนางไว้เช่นนี้นับจากวันนั้น ชีวิตของซือหลินก็ไม่เคยได้พบกับคำว่าความเป็นส่วนตัวอีกเลย เพราะไม่ว่านางจะแอบย่องไปที่ลำธารหรือจะหลบมุมอยู่หลังเรือนเพื่อไม่ให้เจอเขา ร่างสูงสง่าของพี่ชายบุญธรรมก็ยังมายืนกอดอกส่งยิ้มละไมให้เสมอ รวมถึงวันนี้ แม้นางจะไม่ออกไปข้างนอก เขาก็ยังมาตามถึงเตียงนอน“เหมยเหมย วันนี้อากาศดีนักพี่ใหญ่จะพาเจ้าไปเดินเล่นที่ป่าไผ่ หลังจวนมีนกกระรางหัวขวานมาทำรังด้วยนะ เจ้าไม่อยากไปคุยกับพวกมันหรือ พี่ใหญ่ว่าปลาตัวนั้นมันก็คงจะคิดถึงเจ้าแล้วล่ะ” หรงอวี้เอ่ยชวนด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลที่ชวนให้คนฟังขนลุกซู่“ไม่เอา เหมยเหมยจะนอน เมื่อคืนอี้ฟานเลื้อยมาพันขา ทำข้านอนไม่หลับเลย” นางแสร้งงัวเงียตอบพลางมุดหน้าลงกับหมอน“ไม่ได้ นอนมากไปประเดี๋ยวจะอ้วนเอานะ ไปคุยกับนกกับปลาสนุกกว่าเยอะ มาเร็ว...” เขาไม่ว่าเปล่าแต่กลับรวบตัวนางขึ้นมา

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status