Share

8. แกล้งจนได้เรื่อง

last update Last Updated: 2026-02-27 23:27:05

หรงอวี้ออกคำสั่งให้คนสนิทกล่าวต่อ ขณะที่เขายังคงสนใจตวัดปลายพู่กันลงบนผืนผ้าที่วางอยู่บนโต๊ะ

“นางสั่งให้เสี่ยวจูไปหาซื้อเหล้ามาหลายไห ทว่าไม่ได้เอามาดื่มนะขอรับ คุณหนูสี่กลับเอามาล้างเครื่องมือโลหะประหลาดที่นางสั่งช่างตีเหล็กทำขึ้นมา ซ้ำยังเอาเนื้อหมูสด ๆ มาวางบนโต๊ะ แล้วใช้เข็มกับด้ายเย็บมันขอรับ เย็บไปพลางอธิบายไปพลาง พึมพำเรื่องแผลติดเชื้ออะไรสักอย่าง ซึ่งข้าน้อยไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยขอรับ บางครานางก็นั่งบดยาหรือปรุงอะไรสักอย่างทั้งวัน”

หรงอวี้ที่กำลังถือพู่กันตวัดลายอักษร กลับค่อย ๆ วางมันลงที่แท่นหมึก นัยน์ตาคมกริบหรี่ลงอย่างใช้ความคิด “เย็บเนื้อหมูงั้นหรือ แล้วนางทำเช่นนั้นด้วยท่าทางอย่างไร”

“ดู... คล่องแคล่วและจริงจังมากขอรับ ไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย ซ้ำนางยังวาดรูปเป็นด้วยนะขอรับ ทว่า…”

“ทว่าอะไร เจ้าพูดให้จบสิ” จางหูรีบท้วง

“ก็ข้าอธิบายไม่ถูก ภาพที่นางวาดมันเหมือนคน ทว่า…เอ่อ มันมีอะไรไม่รู้ขอรับ เต็มตัวไปหมด ดูแล้วน่าสยดสยองยิ่งนัก ราวกับว่าทุกอย่างมันอยู่ในตัวเราทั้งหมด ท่านแม่ทัพนี่มันไม่ใช่เรื่องที่คนเสียสติ หรือแม้แต่คนปกติทั่วไปจะทำกันเลยนะขอรับ” จางลั่ว ทำท่าทางลูบแขนของตน ยามเมื่อนึกถึงภาพที่เขาแอบดูมา

ทว่าผู้เป็นนายกลับเหยียดยิ้มเย็นที่มุมปาก ความสงสัยที่มีต่อน้องสาวต่างสายเลือดบัดนี้เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความสนใจที่แรงกล้าขึ้นทุกที ‘เย็บเนื้อหมู ปรุงยา ซ้ำยังวาดภาพได้ เฉินซือเหมยนี่เจ้าไปเอาวิชาความรู้พวกนี้มาจากไหนกันแน่’

วันต่อมา หรงอวี้ตัดสินใจที่จะเริ่มแผนการบีบให้นางเผยตัว เขาจงใจเดินไปที่หลังจวน ซึ่งก่อนหน้าเขาได้รายงานว่านางแอบหนีออกไปข้างนอกอีกแล้ว และในจังหวะที่นางกำลังง่วนอยู่กับการทำบางอย่างที่ลำธาร เขาก็ยืนแอบซุ่มกายอยู่หลังต้นใหญ่ คอยสังเกตการณ์อยู่เงียบ ๆ ว่านางกำลังทำสิ่งใด

เขาเห็นซือเหมยนั่งยองอยู่ริมน้ำ ในมือถือต้นหญ้าคาดว่ามันน่าจะเป็นสมุนไพรชนิดหนึ่งตามที่คนสนิทรายงานมาว่านางมักแอบออกมาหาสมุนไพรเพื่อนำกลับไปปรุงใส่ขวดไว้ และก่อนที่จะออกมาที่นี่ เขาก็ได้ไปสำรวจที่เรือนนางมาแล้ว จึงได้เห็นว่ามีของแปลกตาหลายอย่างมากมายในเรือนที่เขาไม่เคยเข้าไป

หรงอวี้กอดอกมองร่างระหงที่กำลังก้ม ๆ เงย ๆ อยู่ริมลำธารด้วยแววตาที่อ่านยาก เขาส่งสัญญาณมือให้คนสนิททั้งสองถอยห่างออกไป ก่อนจะปรับเปลี่ยนสีหน้าจากแม่ทัพผู้เย็นชาให้กลายเป็นพี่ชายผู้แสนดีที่เต็มไปด้วยความห่วงใย เขาจงใจย่ำเท้าลงบนใบไม้แห้งให้เกิดเสียง เพื่อบอกให้นางรู้ถึงการมาถึง

“เหมยเหมย เจ้ามาทำอะไรอยู่ตรงนี้คนเดียวฮึ อย่าบอกนะว่าแอบหนีมาเล่นน้ำ มันอันตรายไม่รู้หรือ” น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวบัดนี้กลับทุ้มต่ำและนุ่มนวลอย่างที่ไม่เคยมีใครได้ยินมาก่อน

ซือหลินสะดุ้งสุดตัว พลางรีบซ่อนสมุนไพรไว้ในแขนเสื้อก่อนจะหันมาทำหน้าซื่อตาใส ดวงตากลมโตเบิกกว้างพลางเอียงคอไปมาตามบทบาทคนเสียสติที่นางได้รับ

“พี่ใหญ่จอมมาร ท่านมาช่วยข้าจับปลาหรือ ทว่าปลานั้นมุดหายไปแล้ว ข้าอุตส่าห์เฝ้ารอมันตั้งนาน แต่มันไม่ขึ้นมาหาข้าเลย” นางพูดพลางทำหน้าบึ้งและชี้นิ้วลงไปในน้ำอย่างไร้เดียงสา

หรงอวี้ยิ้มละไม ทว่ายิ้มองเขากลับที่ไปไม่ถึงดวงตา เพราะมันดูน่ากลัวมากกว่าหากคนที่รู้จักตัวตนเขาดี เมื่อเดินเข้ามาใกล้ เขาก็ยอบตัวลงนั่งข้างนาง พลางแสร้งมองตามนิ้วเรียวขาว

“เช่นนั้นหรือ ช่างน่าเสียดายนัก” เอ่ยจบเขาก็หันมาเอื้อมมือปัดเศษหญ้าที่ติดอยู่บนผมของนางอย่างแผ่วเบา

สัมผัสที่ดูอบอุ่นนั้นทำให้ซือหลินเผลอชะงักไปครู่หนึ่ง พลางลอบกลืนน้ำลายลงคอและมองเขานิ่ง

“พี่ใหญ่ว่าอากาศเริ่มเย็นแล้ว เรากลับเรือนกันดีกว่านะ ประเดี๋ยวเจ้าเจ็บป่วยไป ท่านพ่อจะตำหนิพี่ใหญ่เอาได้”

ซือหลินเผลอจ้องหน้าเขาอย่างลืมตัว ในใจก็ก่นว่าไปด้วย

‘มาไม้ไหนเนี่ย? ปกติเห็นแต่ทำหน้ายักษ์ วันนี้มาเป็นพี่ชายแสนดี ดูสยองกว่าเดิมอีก’ นางลอบกลืนน้ำลายอีกหน

“ทำไมจ้องหน้าพี่ใหญ่เช่นนี้เล่า หรือพี่ใหญ่มีสิ่งใดผิดปกติ”

ซือหลินชะงักไปอีกรอบ ‘เอาไงดี แกล้งบ้ายังไงดี แล้วทำไมอีตาพระเอกนี่จะต้องมาวุ่นวายกับเราด้วย ทำไมไม่ต่างคนต่างอยู่ ปกติเขาก็ไม่ไยดีน้องสาวต่างสายเลือดอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมช่วงนี้ถึงมายุ่มย่ามกับเรานักนะ’ นางครุ่นคิดอย่างคนจนตรอก

“น้องสี่ ปกติเจ้าไม่นิ่งเช่นนี้นี่ หรือว่าเจ้าหายดีแล้ว ถึง…” เสียงที่กำลังเปล่งออกมา สะดุดลงในทันทีเมื่อมือขาวของน้องสาวยื่นออกมาประกบแก้มของเขาไว้จนสัมผัสเย็นนั้นแทรกซึมเข้าผิว

“หน้าพี่ใหญ่ เหมือนกบตัวนั้นเลย ข้าพบมันเมื่อวาน มันทำตาโตใส่ข้า เหมือนที่พี่ใหญ่ทำตอนนี้เลย” ดวงตาคู่สวยกะพริบถี่ ไม่ต่างไปจากใจดวงน้อยที่เต้นเร้าอยู่ในยามนี้ ระยะใบหน้าของเขากับนางนั้นอยู่ใกล้กันมาก จนรับรู้ถึงลมหายใจอุ่นที่เป่ารดกันได้

‘ยัยซือหลินบ้า! แกทำอะไรของแกเนี่ย’ นางนึกตำหนิตนเองที่คิดหาวิธีโง่เขลาเช่นนี้มาดึงความสนใจเขา

บรรยากาศโดยรอบพลันเงียบงันในทันที เหลือเพียงเสียงลมเสียงน้ำที่ไหลเอื่อยและเสียงหัวใจที่กำลังเต้นระทึกของทั้งคู่

“พี่ใหญ่เหมือนกบมากนักหรือ” เป็นหรงอวี้ที่เอ่ยขึ้นมาทำลายความเงียบเสียก่อน ซ้ำเขายังยกแขนขึ้นมาโอบเอวคอดไว้ด้วย และยังรั้งจนร่างอรชรที่นั่งยองเสียหลักเข้ามาชิดใกล้

ทำให้มือที่ประกบแก้มอยู่นั้นถลาหลุดออก นางจึงไม่มีอะไรค้ำยันตนเอง ไม่ให้ใบหน้าพุ่งเข้าหาเขา ซึ่งมันก็พอเหมาะพอเจาะนัก ริมฝีปากทั้งคู่แนบประกบกันอย่างไม่ตั้งใจทันที

ซือหลินตาโตเท่าไข่ห่าน ก่อนจะรีบเบี่ยงหน้าลงมาซุกที่ไหล่แกร่ง เพื่อปิดบังอาการประหม่าและแก้มเนียนที่เห่อร้อนขึ้นมา

ทว่าพี่ชายบุญธรรมนั้นกลับยกยิ้มมุมปาก ก่อนจะเอ่ยว่า

“กลับกันเถอะ ประเดี๋ยวจะป่วยเข้าจริง ๆ นะ” เขากล่าวพลางจับไหล่นางดันออกมา ซึ่งคนที่เสียสติกลับเอียงหน้าหนี

‘หึ เจ้าไม่ได้เสียสติแล้วสินะ ถึงได้มีท่าทีเขินอายเช่นนี้ คนเสียสติจริง ไม่มีทางเข้าใจหรอกว่าเรื่องเมื่อครู่มันไม่ควรเกิดขึ้น’ หรงอวี้นึกในใจ ก่อนจะทำทีรั้งตัวนางขึ้นโดยไม่กล่าวอะไรที่ส่อให้นางอายไปมากกว่านี้ เขาอยากให้นางแสร้งเสียสติต่อไป

เพราะการเล่นสนุกกับน้องสาวที่คิดว่าตนฉลาดนั้น มันสนุกกว่าการจับโจรผู้ร้ายหรือทำศึกเป็นไหน ๆ

“อยากขี่หลังพี่ใหญ่หรือไม่ ประเดี๋ยวพี่ใหญ่จะพาไปจับผีเสื้อที่สวน” เขากล่าวพลางย่อกายนั่งลงหันหลังให้

คนแกล้งบ้าอยากจะปฏิเสธแต่ก็ทำไม่ได้ เพราะก่อนหน้านางเคยขอให้เขาทำอย่างนี้ หากยามเขาเสนอ นางไม่สนองอีกฝ่ายคงสงสัยแย่ “ไป ๆ ไปจับผีเสื้อ” นางกล่าวพลางกระโดดขึ้นหลังเขา จนคนตัวโตนั้นเกือบเสียหลักหน้าคะมำ

ซือหลินแอบขำเล็กน้อยเมื่อได้เอาคืนอีกฝ่าย แต่ในใจก็นึกหวั่น เกรงว่าเขาจะหงุดหงิดแล้วพาลทำโทษนางอีก

ทว่ามู่หรงอวี้กลับเอ่ยด้วยเสียงทุ้มอ่อน พร้อมกับเกี่ยวขานางแล้วลุกขึ้น “กอดพี่ใหญ่ดีดีนะ จะออกเดินแล้ว”

ซือหลินได้แต่กะพริบตาถี่อย่างไม่เชื่อ ‘นี่เขาเป็นอะไรเนี่ย มีแผนจะทำอะไรกับเรา ทำไมถึงมาใจดีด้วย พูดก็เพราะอีกต่างหาก มู่หรงอวี้ ท่านคิดจะทำอะไรกันแน่’ นางนึกอย่างหวั่นใจ

ทว่าขี่หลังเสือแล้วจะลงมาได้ง่าย ๆ หรือ

ตลอดเส้นทางที่เขาก้าวเดิน นางจึงได้แต่ลอบกลืนน้ำลายเป็นระยะ พลางมองเสี้ยวหน้าหล่อเหลาเขาจากด้านข้าง นำพาใจดวงน้อยเต้นรัว จนกลัวว่าเขาจะสัมผัสมันได้

‘ซือหลิน แกอย่าฟุ้งซ่านนะ พระเอกเป็นของนางเอก ที่สำคัญเขาก็เป็นพี่บุญธรรมเจ้าของร่าง เรื่องระหว่างเรากับเขาไม่มีทางเป็นไปได้แน่ ห้ามคิดอะไรกับเขาเด็ดขาด’ นางเตือนตนเองในใจ ทว่าสายตาก็ยังเผลอมองใบหน้าคมคายอยู่ตลอด

‘ไม่ได้ เป็นแบบนี้ไม่ได้ อยู่ใกล้เขาแล้วใจเต้นแรง เราต้องรีบหาทางเลี่ยง เอาไงดี เอาไงดี… จริงด้วย! แกล้งหลับดีกว่า’ คิดได้ดังนั้น นางก็ส่งเสียงหาวปลอม ๆ ก่อนจะซบหน้าลงกับไหล่กว้าง จากนั้นก็ปิดเปลือกตาลง แสร้งหลับไปอย่างที่คิด

ส่วนคนที่แบกนางอยู่ก็มีความคิดเป็นของตนเอง ซึ่งมันต่างไปจากน้องสาวต่างสายเลือดนัก ‘เจ้าแกล้งบ้า ข้าก็จะแกล้งโง่ทำเป็นไม่รู้ แล้วมาดูว่าใครจะอดทนได้นานกว่ากัน’ หรงอวี้คิดในใจ

 

 

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกิดใหม่เป็นคุณหนูเสียสติในนิยายธงแดง    14. ข่าวดี

    ทว่าในวินาทีที่ริมฝีปากของเขาเกือบจะแตะสัมผัสลงมา เสียงทุ้มร่าเริงที่คุ้นหูก็ดังแว่วมาจากทางพุ่มไม้ไกล ๆ “เหมยเหมย! พี่รองกลับมาแล้ว เจ้าอยู่แถวนี้ใช่หรือไม่”เสียงของเฉินหยวนซีพี่ชายผู้แสนดีดังแทรกความเงียบ ทำให้หรงอวี้ชะงักงันราวกับถูกน้ำเย็นจัดราดรดลงศีรษะทำให้เขาได้สติในทันที เขารีบผละมือออกจากท้ายทอยของคนที่ได้ขึ้นชื่อว่าน้องสาวและคลายอ้อมกอดออกอย่างรวดเร็ว ใช่ว่าเขาจะกลัว ทว่าหากเรื่องที่เขาทำแตกขึ้นมาในยามนี้ ภายหน้าความสัมพันธ์ระหว่างเขากับคนตัวเล็ก รวมถึงบิดาบุญธรรมและพี่น้องคนอื่น อาจทำให้มองหน้ากันไม่ติดก็เป็นได้ ด้านซือเหมยเมื่อได้โอกาสนางก็รีบก้าวถอยห่างออกมา พลางจัดแจงอาภรณ์ที่ยับย่นด้วยมือที่สั่นเทา นางมองหรงอวี้ด้วยแววตาตัดพ้อและเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น ก่อนจะรีบหันไปขานรับพี่ชายที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากเมืองหลวง “พี่รอง! ข้าอยู่ทางนี้เจ้าค่ะ” นางตะโกนตอบพลางวิ่งถลาออกไปหาหยวนซีที่กำลังก้าวเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มกว้าง โดยไม่หันกลับไปมองบุรุษที่ยืนนิ่งอยู่เบื้องหลังอีกเลย หรงอวี้ได้แต่ยืนกำหมัดแน่น พลางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสงบสติอารมณ์ที่ยังคงค้างคา นัยน์ตาคมกริบมองตา

  • เกิดใหม่เป็นคุณหนูเสียสติในนิยายธงแดง    13. ห่วงน้องสาว

    ซือเหมยตาเป็นประกายทันทีเมื่อเห็นตำราแพทย์โบราณ นางรีบรับมาเปิดดูด้วยความกระตือรือร้นลืมสิ้นท่าทีเหนียมอาย “นี่มัน... วิธีการห้ามเลือดด้วยการกดจุดและยังมีการฝังเข็มแบบง่าย ๆ อีก มันยอดเยี่ยมมากเลยเจ้าค่ะคุณชาย” นางเงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มให้เขาจนตาแทบจะปิด ก่อนจะก้มลงเปิดตำราต่อ จากนั้นทั้งคู่ก็ยอบกายตัวลงนั่งบนโขดหินใหญ่ริมน้ำ แลกเปลี่ยนทักษะและการวิเคราะห์ตัวยาอย่างออกรส ซือเหมยเผลออธิบายเรื่องการไหลเวียนของโลหิต และการทำงานของธาตุในร่างกายตามความรู้ของหมอในโลกปัจจุบันที่ตนเคยเรียนมา โดยใช้ภาษาที่ชาวโบราณเข้าใจง่าย ไป่เหยียนก็ได้แต่นั่งฟังด้วยความทึ่ง สายตาที่เขามองนางนั้นมีแต่ความชื่นชมและลุ่มหลงในสติปัญญาของสตรีที่ควรแต่เรียนรู้เรื่องการครองเรือน ทว่าคนตรงหน้ากลับไม่ใช่เลย “นี่เจ้าเป็นเพียงสาวใช้จริงหรือ...” ไป่เหยียนพึมพำแผ่วเบาพลางจ้องมองใบหน้าหวานที่กำลังตั้งอกตั้งใจอธิบายสรรพคุณยา ทว่าซือเหมยได้ยินที่เขาพูด นางจึงชะงักเมื่อรู้ตัวว่าตนเองแสดงความรู้ที่ล้ำลึกเกินไป ‘หลุดอีกแล้ว พูดเรื่องการรักษาทีไร เป็นแบบนี้ทุกทีสิน่า’ หญิงสาวก่นว่าตนเองในใจ “ข้ารู้สึกว่า เจ้าช่างมีเสน่ห์ดึง

  • เกิดใหม่เป็นคุณหนูเสียสติในนิยายธงแดง    12. ไม่เป็นแล้วคนบ้า

    ซือหลินเงยหน้ามองฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มอมแดง ความรู้สึกผิดหวังถาโถมเข้ามาจนนางรู้สึกอึดอัด ในโลกก่อนนางต่อสู้อย่างโดดเดี่ยวจนกระทั่งเรียนจบหมอ และหวังว่าต่อจากนั้นจะมีชีวิตที่ดีขึ้น และคงได้พบรักกับใครสักคน ทว่าจู่ ๆ นางกลับต้องมาติดอยู่ในบ่วงรักในโลกนิยายซึ่งไม่มีทางเป็นไปได้เลย“หากวันที่เขากลับมา เจ้าไม่เข้าไปกระตุกหนวดเสือ วันนี้เจ้าก็คงไม่ต้องมานั่งทุกข์ใจเช่นนี้สินะ เฮ้อ!” นางทอดถอนใจ เมื่อหวนนึกถึงเรื่องที่ทำผิดพลาดครั้งที่พบกับพี่ชายบุญธรรมคราแรกก่อนจะพึมพำก่นว่าเขากับบทบาทที่อีกฝ่ายได้รับ “พระเอกธงแดงงั้นเหรอ ร้ายกับนางเอกแล้วจบด้วยความรัก เหอะ! คนที่ทำร้ายได้แม้กระทั่งน้องสาวตัวเองอย่างเขาน่ะนะ จะรักใครเป็น”เอ่ยพลางยกมือขึ้นมาถูปากตนไปมา พร้อมกับพยายามบอกตนเองว่าที่คิดถึงเรื่องนี้ก็เพราะเสียดาย ‘จูบแรก’ ที่ถูกขโมยไป ไม่ใช่เพราะนางเผลอใจไปรักแม่ทัพใจร้ายผู้นั้นทว่ายิ่งพยายามปฏิเสธ ภาพที่ถูกสัมผัสด้วยแรงอารมณ์ก็ยิ่งฉายชัดในดวงตา “พอ ๆ คิดอะไรเนี่ย เรื่องระหว่างเรากับเขา มันไม่มีทางเป็นไปได้หรอก เจียงหนิงอันทั้งดีและงามถึงเพียงนั้น ไม่แน่เขาพบเจอนางคราแรกก็อาจจะตกหลุมรั

  • เกิดใหม่เป็นคุณหนูเสียสติในนิยายธงแดง    11. ทวงสัญญาหมั้น

    ถ้อยคำบีบบังคับให้ยอมจำนนของใต้เท้าเจียง กลับยิ่งเพิ่มแรงกดดันให้หรงอวี้มากยิ่งขึ้น เขารู้ว่าตนนั้นผลัดวันประกันพรุ่งเรื่องสู่ขอมาหลายปีแล้ว นับตั้งแต่เจียงหนิงอันเข้าสู่วัยปักปิ่นซึ่งอันที่จริงช่วงก่อนหน้านั้น คนสกุลเจียงก็ไม่ได้ใส่ใจในตัวเขานัก คงเห็นว่าเป็นบุตรกำพร้าที่บุพการีเสียไปหมดแล้ว จึงไม่เคยมีการถามไถ่ข่าวคราวกันเลย กระทั่งเขาได้ตำแหน่งรองแม่ทัพเมื่อสามปีก่อน และไต่เต้าขึ้นมาเรื่อย ๆ จนได้เป็นมือขวาชินอ๋องอย่างเช่นทุกวันนี้ คนสกุลเจียงก็เริ่มส่งข่าวมาหาอยู่บ่อยครั้งเพราะเหตุนี้เอง เขาจึงไม่แยแสเรื่องคำสัญญาที่บิดากับใต้เท้าเจียงมีต่อกันเมื่อยี่สิบปีก่อน ช่วงที่เจียงหนิงอันยังอยู่ในครรภ์“ข้าเห็นควรว่าน่าจะรอให้ท่านพ่อบุญธรรมกลับมาก่อนจะดีกว่า อย่างไรเสียที่นี่ก็เป็นจวนสกุลเฉินมิใช่จวนมู่” หรงอวี้เอ่ยขึ้นหลังจากเงียบไปนาน นัยน์ตาคมกริบเลื่อนไปมองทางทิศไปเรือนพักของซือเหมยแวบหนึ่งก่อนจะหันกลับมาสบตากับใต้เท้าเจียงใต้เท้าเจียงขมวดคิ้วเล็กน้อยอย่างคนขัดใจ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกอารมณ์ “การหมั้นหมายเป็นของสองตระกูล เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับตระกูลเฉินเลยสักนิด ต่อให้เจ

  • เกิดใหม่เป็นคุณหนูเสียสติในนิยายธงแดง    10. คู่หมั้นท่านมาแล้ว

    คำพูดที่หลุดจากริมฝีปากอิ่มที่เพิ่งถูกบดขยี้จนบวมช้ำ เปรียบเสมือนน้ำเย็นจัดที่สาดเข้าใส่หน้าของมู่หรงอวี้ จนสติของเขากลับคืนมา นัยน์ตาคมดุที่เคยเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ค่อย ๆ วูบไหวแปรเปลี่ยนเป็นความสับสนวุ่นวายที่ยากเกินจะปิดได้มิดเขามองสบกับดวงตาคู่สวยซึ่งบัดนี้มีแต่ความแน่วแน่ ไร้ซึ่งความเลื่อนลอยของคนเสียสติอย่างที่นางเคยใช้เป็นเกราะกำบัง แววตาเด็ดเดี่ยวและน้ำเสียงเรียบเฉยนั้น ตอกย้ำความจริงที่ว่าสตรีตรงหน้า นางไม่ใช่คนที่จะให้เขาหยอกเย้าได้อีกต่อไปบรรยากาศรอบตัวพลันเงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมหายใจของทั้งสองชัดเจน แววตาที่ทอดมองกันต่างก็เผยความสับสนในใจหรงอวี้คลายอ้อมกอดที่เคยรัดรึงออกอย่างช้า ๆ สองมือหนาที่เคยตรึงท้ายทอยนางไว้กลับตกลงข้างลำตัวอย่างคนทำอะไรไม่ถูก เขารู้สึกผิดจนต้องกลืนคำพูดที่คิดจะหยอกเย้าต่อลงคอ พลางเบือนหนีสายตาตัดพ้อที่กำลังจ้องมองตนใจแกร่งที่เคยเต้นรัวด้วยความคะนองยามได้กลั่นแกล้งนาง บัดนี้กลับถูกบีบรัดเพราะความรู้สึกผิดที่แล่นพล่านขึ้นมาจุกที่อกเขารู้ดีว่าสถานะระหว่างเขากับนางนั้นเปราะบางเพียงใด แม้จะไม่ได้เกี่ยวดองกันทางสายเลือด แต่ในสายตาคนนอกและในความรับผิดชอ

  • เกิดใหม่เป็นคุณหนูเสียสติในนิยายธงแดง    9. หอมมาแต่จูบกลับ

    หรงอวี้ยกยิ้มมุมปากบางเบา เมื่อสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่ดูสม่ำเสมอของคนที่อยู่บนแผ่นหลัง เขาจงใจก้าวเดินให้ช้าลงเพื่อซึมซับไออุ่นที่พิงซบลงมา แม้จะรู้ดีว่าคนบนหลังเพียงแค่แสร้งหลับ เพื่อหนีสถานการณ์กระอักกระอ่วน ทว่าเขากลับรู้สึกพอใจอย่างประหลาดเมื่อได้พันธนาการนางไว้เช่นนี้นับจากวันนั้น ชีวิตของซือหลินก็ไม่เคยได้พบกับคำว่าความเป็นส่วนตัวอีกเลย เพราะไม่ว่านางจะแอบย่องไปที่ลำธารหรือจะหลบมุมอยู่หลังเรือนเพื่อไม่ให้เจอเขา ร่างสูงสง่าของพี่ชายบุญธรรมก็ยังมายืนกอดอกส่งยิ้มละไมให้เสมอ รวมถึงวันนี้ แม้นางจะไม่ออกไปข้างนอก เขาก็ยังมาตามถึงเตียงนอน“เหมยเหมย วันนี้อากาศดีนักพี่ใหญ่จะพาเจ้าไปเดินเล่นที่ป่าไผ่ หลังจวนมีนกกระรางหัวขวานมาทำรังด้วยนะ เจ้าไม่อยากไปคุยกับพวกมันหรือ พี่ใหญ่ว่าปลาตัวนั้นมันก็คงจะคิดถึงเจ้าแล้วล่ะ” หรงอวี้เอ่ยชวนด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลที่ชวนให้คนฟังขนลุกซู่“ไม่เอา เหมยเหมยจะนอน เมื่อคืนอี้ฟานเลื้อยมาพันขา ทำข้านอนไม่หลับเลย” นางแสร้งงัวเงียตอบพลางมุดหน้าลงกับหมอน“ไม่ได้ นอนมากไปประเดี๋ยวจะอ้วนเอานะ ไปคุยกับนกกับปลาสนุกกว่าเยอะ มาเร็ว...” เขาไม่ว่าเปล่าแต่กลับรวบตัวนางขึ้นมา

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status