แชร์

ครอบครัว END

ผู้เขียน: ซืออ้าย 思爱
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-26 23:43:07

ครอบครัว END

เวลาผันผ่านไปหนึ่งเดือนเต็ม โรงหมอที่จ้าวหว่านชิงตั้งใจสร้างก็เปิดต้อนรับผู้คนตามที่นางตั้งปณิธานไว้ เดิมทีมีเพียงแผ่นป้ายไม้เรียบง่ายแขวนหน้าประตู แต่บัดนี้กลับมีผู้คนหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย ด้วยชื่อเสียงความสามารถการรักษาของนางที่แพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวง ในแต่ละวันคนเจ็บไข้เดินทางมาขอรับการรักษาจนแน่นขนัด สุดท้ายนางจำต้องออกประกาศอย่างเข้มงวดว่าจะรับผู้ป่วยเพียงยี่สิบรายต่อวัน เพื่อมิให้ตนเองหมดเรี่ยวแรงเสียก่อนเวลาอันควร

ภายในห้องตรวจเงียบสงบกลิ่นสมุนไพรอวลอยู่ทั่วอากาศ จ้าวหว่านชิงนั่งอยู่หลังโต๊ะไม้กำลังบันทึกตำรับยารอคนไข้รายสุดท้ายของวันอย่างใจเย็นจังหวะนั้นเองเสียงชายหนุ่มเอ่ยขึ้นนอกประตู

“ท่านแม่ ค่อย ๆ เดินนะขอรับ...”

เสียงนั้นดังแว่วเข้ามาจ้าวหว่านชิงเงยหน้าขึ้นจากพู่กันด้วยท่าทีเรียบขรึม แต่ถ้อยคำต้อนรับคนไข้ยังไม่ทันหลุดพ้นจากริมฝีปากเสียงก็ขาดหายลงกลางคัน เมื่อสายตาสบเข้ากับบุรุษและหญิงชราที่นางคุ้นเคยในอดีตดวงตาคู่สวยพลันแข็งกร้าวในบัดดล

“ทำไมถึงเป็นเจ้า!”

ฉู่จิ่นหานก้าวเข้ามาพร้อมประคองมารดาใบหน้าแสดงความตกตะลึงยิ่งนัก ไม่อาจเชื่อได้ว่าหมอเทวดาผู้เลื่องลือทั้งเมืองหลวงแท้จริงคืออดีตภรรยาที่เขาเคยทอดทิ้ง

“อย่าบอกนะ...ว่าหมอเทวดาที่ผู้คนร่ำลือคือเจ้า?”

“ใช่ ข้านี่แหละที่ผู้คนขนานนามเช่นนั้น... ไม่คาดคิดเลยว่าจะได้พบพวกเจ้าอีก” เอ่ยจบรอยยิ้มเย็นก็ปรากฏบนมุมปากของจ้าวหว่านชิง

ฉู่จิ่นหานเม้มปากแน่นกำมือจนเส้นเลือดปูดความอดสูสุมแน่นในอก ชีวิตของเขายามนี้กำลังตกต่ำภรรยาที่เพิ่งแต่งเข้ามาก็ขอหย่าโดยไม่ทราบสาเหตุ หน้าที่การงานก็ถูกใส่ร้ายจนถูกขับไล่เหมือนสุนัขไร้ค่า และเขายังล่วงรู้ความจริงว่าเบื้องหลังเรื่องทั้งหมดมิใช่ใครอื่นหากเป็นกู้ฮ่าวเทียน คนรักของสตรีที่นั่งอยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้! แต่ทว่าในยามนี้สิ่งที่สำคัญกว่าคือชีวิตมารดา เขาจึงต้องกดข่มความโกรธและความอับอายลงเอ่ยวิงวอน

“ท่านแม่ของข้าป่วยเป็นโรคประหลาด...เห็นแก่ความสัมพันธ์ในอดีต เจ้าช่วยรักษานางสักครั้งเถิด”

“ข้า...ไม่รักษา”

จ้าวหว่านชิงตอบกลับรวดเร็วและเย็นเฉียบยิ่งกว่าสายลมฤดูหนาว ดวงตาคู่สวยหันไปมองหญิงชราที่เคยปากกล้าลำพองยามนี้กลับซูบผอม ไอแห้ง ๆ อย่างน่าเวทนา แต่ทว่าความเวทนากลับไม่ปรากฏบนใบหน้างามมีเพียงรอยยิ้มบางที่เจือด้วยความสะใจ

“เจ้าเป็นหมอ...เหตุใดจึงใจดำถึงเพียงนี้!” ฉู่จิ่นหานตะโกนถาม น้ำเสียงสั่นด้วยทั้งความโกรธและสิ้นหวัง

จ้าวหว่านชิงเปิดลิ้นชัก หยิบกระดิ่งเงินออกมาก่อนสั่นให้เกิดเสียงใสกังวานพลางเอื้อนเอ่ยเสียงเรียบ

“ดูเหมือนเจ้าจะเข้าใจผิด...หมอเองก็เป็นคน ย่อมมีความรู้สึก เหตุใดข้าต้องรักษาผู้ที่เคยคิดสังหารข้าด้วยเล่า ให้รักษาแม่เจ้าข้าขอรักษาสุนัขข้างทางยังดีเสียกว่า!”

ดวงตาของฉู่จิ่นหานวาวโรจน์ความโกรธที่กดกลั้นไว้พุ่งทะยานขึ้นทันควัน เขาปล่อยมือจากมารดา ตั้งใจจะพุ่งเข้าหานางเพื่อเอาเรื่อง แต่ยังไม่ทันแตะปลายชายเสื้อนางร่างสูงใหญ่ก็ถูกใครบางคนคว้าจับและกดลงกับพื้นอย่างรุนแรง

“ปล่อยข้า!” เขาดิ้นรนสุดแรงขณะที่มารดาเองพยายามจะเข้าช่วยแต่กลับถูกบุรุษอีกคนตรึงตัวไว้เช่นกัน

“แม่นางจ้าว ท่านประสงค์ให้ข้าจัดการพวกเขาเช่นไร?” เสียงทุ้มดังก้องขึ้น

จ้าวหว่านชิงปรายตามองบุรุษสองแม่ลูกที่หมดสภาพอยู่แทบเท้าแล้วหัวเราะเย้ยหยัน กอนจะเอ่ยตอบเสียเย็น

“จับส่งทางการเสีย...บอกว่าพวกเขามาก่อกวนโรงหมอของข้า”

ชายฉกรรจ์ทั้งสองโน้มตัวรับคำสั่งก่อนลากคนทั้งคู่ที่ดิ้นรนไปอย่างไม่ปรานี จ้าวหว่านชิงเพียงเท้าคางพิงโต๊ะมองภาพนั้นด้วยสายตาเย็นเยียบริมฝีปากคลี่ยิ้มบาง

“โรคประหลาดรึ...ช่างน่าขันนัก” นางพึมพำเบา ๆ “นั่นมิใช่โรค... แต่เป็นพิษที่ข้าตั้งใจมอบให้ฮูหยินฉู่เพื่อสั่งสอนที่นางกล้าแตะต้องบุตรสาวของข้าต่างหาก”

ความทรงจำเมื่อเดือนก่อนผุดขึ้นในห้วงความคิด วันที่นางบุกไปยังจวนสกุลฉู่เพื่อพาตัวซูเหยาออกมา ก่อนที่จะออกจากห้องไปเผชิญหน้ากับหญิงชรานางได้สั่งซ้อหนอนพิษจากร้านค้าของระบบมาเก็บไว้ในแหวนมิติ ยามฝ่ามือของนางสัมผัสใบหน้าของหญิงชรานางก็เรียกหนอนพิษออกมาจากแหวนมิติ มันซ่อนเร้นผ่านสัมผัสเพียงเบาบางบนใบหน้าของหญิงชรา...จากนั้นพิษก็แทรกซึมกัดกินอยู่ภายในร่างกายอย่างเงียบเชียบรอเพียงเวลาที่จะพรากลมหายใจ

จะหาว่านางโหดเหี้ยมก็มิผิดแต่สำหรับจ้าวหว่านชิงแล้ว ผู้ใดบังอาจทำร้ายบุตรสาวนางย่อมไม่มีวันปล่อยไป

“หว่านชิง...”

เสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้นภายในห้องดึงจ้าวหว่านชิงออกจากภวังค์ความคิด ใบหน้าสวยหันขวับดวงตาที่เคยแข็งกร้าวค่อยคลายลงเมื่อพบว่าเจ้าของเสียงนั้นคือกู้ฮ่าวเทียน..

“เหตุใดวันนี้มาเร็วนักเล่า”

จ้าวหว่านชิงเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน สายตาแน่วแน่มองบุรุษตรงหน้าที่ตลอดหนึ่งเดือนมานี้ไม่เคยขาดการมาพบกับนางเลยสักวัน

กู้ฮ่าวเทียนไม่ได้ตอบคำถามเพียงหยิบถุงเกาลัดคั่วน้ำตาลที่ยังอุ่นกรุ่นออกจากอกเสื้อ แล้ววางลงตรงหน้าหญิงสาว

“ข้าจำได้ว่าเมื่อวานเจ้าพูดว่าอยากกิน....ก็เลยซื้อมาให้”

กลิ่นหอมหวานของเกาลัดคละคลุ้งไปทั่วห้อง แต่สิ่งที่ทำให้จ้าวหว่านชิงรู้สึกหวั่นไหวกลับไม่ใช่เพียงของฝากเล็ก ๆ น้อย ๆ หากเป็นความใส่ใจที่บุรุษผู้นี้มอบให้กับนางทุกครั้งที่ได้พบกัน

นางรู้ดีว่าเขารักนางเพราะทุกการกระทำมันชัดเจนเกินกว่าจะปฏิเสธได้ แต่สิ่งเดียวที่นางไม่เข้าใจคือทำไมเขาไม่ยอมเอ่ยปากสารภาพรักเสียที

นิ้วเรียวของนางเคาะเบา ๆ ลงบนโต๊ะ ราวกับใช้เสียงนั้นกลบความสับสนในใจขณะสายตายังคงหยุดอยู่บนใบหน้าคมคายตรงหน้า

“หว่านชิง...เหตุใดเจ้ามองข้าเช่นนี้” กู้ฮ่าวเทียนเอ่ยถามพลางเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย

จ้าวหว่านชิงถอนหายใจเบา ๆ ก่อนยันกายลุกขึ้น ร่างบางก้าวตรงไปยังชายหนุ่มพลันเอ่ยถามเสียงชัดถ้อยชัดคำ

“กู้ฮ่าวเทียน...เหตุใดท่านไม่ขอข้าเป็นคนรักเสียที”

คำถามตรงไปตรงมานั้นทำให้ใบหน้าของกู้ฮ่าวเทียนแดงจัดอย่างห้ามไม่อยู่ เขาหันหน้าหนีอย่างลนลานก่อนจะพึมพำเสียงเบาราวกับกลัวนางได้ยิน

“...ยังไม่อนุญาต”

“หืม?” จ้าวหว่านชิงขมวดคิ้วมุมปากยกขึ้นอย่างไม่พอใจ “เจ้า...กำลังพูดอะไร? อย่าบอกนะว่าเจ้ามิได้คิดจริงจังกับข้า”

ชายหนุ่มสะดุ้งเฮือก รีบหันกลับมาเอ่ยอย่างร้อนรน

“ไม่ใช่อย่างนั้น! ข้า...ข้าอยากแต่งงานกับเจ้าแน่แท้ เพียงแต่...” ดวงตาคมทอดต่ำเล็กน้อย น้ำเสียงสั่นเครือ “ซูเหยา...นางยังไม่อนุญาตให้ข้าเป็นบิดาของนาง ข้าตั้งใจจะแต่งเจ้ามาเป็นภรรยาแต่ก็อยากให้บุตรสาวของเจ้ายอมรับข้าจากใจจริงเสียก่อน”

คำตอบนั้นทำเอาจ้าวหว่านชิงชะงักไปทันทีหัวใจอุ่นวาบขึ้นมาแต่ก่อนที่นางจะได้เอ่ยสิ่งใด เสียงใส ๆ ของเด็กหญิงก็ดังขึ้นแทรก

“งั้น...ยกเกาลัดคั่วน้ำตาลถุงนั้นให้ข้าก่อนสิ แล้วข้าจะยอมรับท่านเป็นพ่อ”

ทั้งสองหันขวับไปตามเสียงพบร่างเล็กของซูเหยายืนกอดอกอยู่ตรงประตู ใบหน้าเล็กจ้องมองพวกเขาอย่างรู้ทัน

“ซูเหยา...เมื่อครู่...ลูก...” จ้าวหว่านชิงถึงกับหน้าแดงลนลาน

เด็กหญิงถอนหายใจหนักหน่วงราวกับผู้ใหญ่

“ตอนแรกข้านึกว่าเขาเป็นเพียงบุรุษดื้อด้านที่คอยตามตื๊อให้ท่านแม่ให้รำคาญใจ ข้าก็เลยปฏิเสธที่จะยอมรับยามเขามาตามตื๊อขอเป็นบิดาของข้า ทว่า...ตอนนี้ข้าเห็นแล้วว่าท่านแม่ก็มีใจต่อเขาเช่นกัน”

ดวงตากลมของเด็กหญิงทอประกายจริงจังก่อนริมฝีปากเล็กจะคลี่ยิ้มมุมปาก

“เพราะเช่นนั้นข้าไม่จำเป็นต้องกีดกั้นความสุขของท่านแม่อีกแล้ว...ว่าอย่างไรเล่า ท่านพ่อ รีบส่งเกาลัดมาเสียทีสิ”

กู้ฮ่าวเทียนยืนนิ่งไปชั่วครู่ดวงตาคมเบิกกว้างราวกับไม่เชื่อหูตนเองว่าคำว่า “ท่านพ่อ” จะหลุดออกมาจากปากเล็ก ๆ ของเด็กหญิงที่เขารอคอยมานานนัก

“ซูเหยา...เจ้า...” เสียงทุ้มสั่นพร่าไปเล็กน้อย ความตื้นตันแล่นวาบเข้ามาเต็มอก

เด็กหญิงแสร้งทำสีหน้าเรียบเฉยแต่ในดวงตากลมใสก็ยังแฝงประกายขวยเขินเล็กน้อย ยื่นมือออกมาตรงหน้า

“เกาลัดคั่วน้ำตาลนั่น...ข้ายังรออยู่นะ”

เสียงหัวเราะพรืดอย่างโล่งใจดังขึ้นจากกู้ฮ่าวเทียน เขารีบหยิบถุงเกาลัดส่งให้อย่างทะนุถนอมราวกับมอบของล้ำค่า เด็กหญิงรับถุงเกาลัดไปพลางคลี่ยิ้มมุมปากก่อนจะแกะออกมากินอย่างสบายใจ

ภาพนั้นทำให้จ้าวหว่านชิงยืนนิ่งมองอยู่ด้านข้างหัวใจพลันอุ่นร้อนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทั้งเพราะได้เห็นบุตรสาวของตนยอมเปิดใจและได้เห็นบุรุษตรงหน้ามองเด็กน้อยราวกับเป็นแก้วตาดวงใจแท้จริง

กู้ฮ่าวเทียนหันกลับมาหานางดวงตาแดงก่ำเล็กน้อยแต่แฝงรอยยิ้มอบอุ่นเต็มเปี่ยม มือใหญ่ยื่นมาเกาะกุมมือเรียวของจ้าวหว่านชิงอย่างมั่นคง

“ข้าสัญญา...จากนี้ไป ข้าจะดูแลพวกเจ้าแม่ลูกให้ดีที่สุด”

ซูเหยาที่เคี้ยวเกาลัดแก้มตุ่ยอยู่ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยเสียงใส

“ถ้าท่านผิดสัญญา...ข้าจะไม่ยอมเรียกท่านว่าพ่ออีกนะ”

“ได้! ข้าจะไม่มีวันให้เจ้าผิดหวังเด็ดขาด”

จ้าวหว่านชิงมองภาพชายหนุ่มกับบุตรสาวหยอกเย้ากันไปมาใบหน้าของนางคลี่ยิ้มกว้างขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ น้ำตาเอ่อคลอด้วยความสุขนางรู้แล้วว่าจากนี้ไปนางและบุตรจะไม่ต้องเผชิญโลกนี้ตามลำพังอีกต่อไป

ทั้งสามตัดสินในไปนั่งร่วมวงกินเกาลัดอยู่ที่โต๊ะกลางห้องเล็ก ๆ ที่มีเพียงกลิ่นหอมหวานของเกาลัดคั่วน้ำตาล ก็อบอวลไปด้วยบรรยากาศแห่งความอบอุ่นที่โอบกอดหัวใจทั้งสามดวงเอาไว้อย่างแน่นแฟ้น

ซูเหยานั่งแกะเกาลัดกินด้วยท่าทีร่าเริง แก้มกลมตุ่ยขณะเคี้ยวพลางเหลือบมองสองผู้ใหญ่ตรงหน้าเป็นระยะ ส่วนกู้ฮ่าวเทียนก็คอยหยิบเกาลัดออกจากถุงมาปอกเปลือกให้เด็กหญิงและส่งต่อให้นางด้วยความใส่ใจ

บรรยากาศรอบโต๊ะเล็ก ๆ เงียบสงบ แต่กลับอบอุ่นจนหัวใจของจ้าวหว่านชิงเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ นางมองภาพบุรุษตรงหน้าที่ปฏิบัติต่อบุตรสาวของนางด้วยความรักจริงแท้ น้ำตาแห่งความซาบซึ้งเอ่อคลอ นี่คือสิ่งที่นางไม่เคยคาดฝันว่าจะได้พบเจอในชีวิตนี้ครอบครัวที่สมบูรณ์

กู้ฮ่าวเทียนเงยหน้าขึ้นสบตานางพอดี เขาคลี่ยิ้มอบอุ่น ดวงตาคมทอประกายแน่วแน่ คิดว่านี่สมควรแก่เวลาแล้วที่เขาควรจะพูด

“หว่านชิง...”

หญิงสาวชะงักลมหายใจสะดุดไปเล็กน้อย สายตาที่มองกู้ฮ่าวเทียนราวกับว่าต้องการจะถามว่าเขาต้องการจะพูดอะไร

“ข้า...รักเจ้า” เสียงทุ้มต่ำเปล่งออกมาอย่างหนักแน่น “ตั้งแต่แรกจนถึงวันนี้ ข้าไม่เคยมีวันไหนที่หัวใจไม่คิดถึงเจ้า ข้าอยากให้พวกเรา...เป็นครอบครัวเดียวกันจริง ๆ”

จ้าวหว่านชิงเม้มริมฝีปากแน่นน้ำตาหยดหนึ่งไหลลงอาบแก้ม ก่อนจะยิ้มทั้งน้ำตา

“ข้าก็รักเจ้าเช่นกัน”

กู้ฮ่าวเทียนกุมมือนางไว้แน่น ความอบอุ่นแล่นซึมเข้าสู่ใจทั้งสอง

ซูเหยาที่นั่งฟังอยู่นานก็กะพริบตาปริบ ๆ ก่อนจะยกมือขึ้นป้องปากแสร้งไอ

“แค่ก ๆ ...หากจะพูดเรื่องหวาน ๆ กันต่อ ข้าขอเกาลัดเพิ่มอีกกำก็แล้วกัน”

เสียงหัวเราะของทั้งสามดังขึ้นพร้อมกัน บรรยากาศภายในห้องอบอวลไปด้วยความสุขเรียบง่าย ทว่าล้ำค่าและในยามนี้ครอบครัวเล็ก ๆ ของพวกเขาก็ได้ถือกำเนิดขึ้นอย่างสมบูรณ์..

                                                                              -END-

ข้อความจากนักเขียน

น้องซูเหยาจะมีเล่มแยกนะคะซึ่งในนิยายเรื่องนี้จะมีปมบางตอนที่ไม่ได้เฉลยเพราะมันเกี่ยวเนื่องกับเนื้อเรื่องของน้องซูเหยาด้วย

เรื่องนี้เป็นนิยายเล่มแรกของไรท์อาจจะมีข้อผิดพลาดบ้างแต่ไรท์จะนำไปปรับปรุงนะคะ

ขอบคุณทุกคนที่สนับสนุนนะคะ

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เกิดใหม่เป็นมารดาเลี้ยงของนางร้ายพร้อมระบบหมอเทวดา   ครอบครัว END

    ครอบครัว ENDเวลาผันผ่านไปหนึ่งเดือนเต็ม โรงหมอที่จ้าวหว่านชิงตั้งใจสร้างก็เปิดต้อนรับผู้คนตามที่นางตั้งปณิธานไว้ เดิมทีมีเพียงแผ่นป้ายไม้เรียบง่ายแขวนหน้าประตู แต่บัดนี้กลับมีผู้คนหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย ด้วยชื่อเสียงความสามารถการรักษาของนางที่แพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวง ในแต่ละวันคนเจ็บไข้เดินทางมาขอรับการรักษาจนแน่นขนัด สุดท้ายนางจำต้องออกประกาศอย่างเข้มงวดว่าจะรับผู้ป่วยเพียงยี่สิบรายต่อวัน เพื่อมิให้ตนเองหมดเรี่ยวแรงเสียก่อนเวลาอันควรภายในห้องตรวจเงียบสงบกลิ่นสมุนไพรอวลอยู่ทั่วอากาศ จ้าวหว่านชิงนั่งอยู่หลังโต๊ะไม้กำลังบันทึกตำรับยารอคนไข้รายสุดท้ายของวันอย่างใจเย็นจังหวะนั้นเองเสียงชายหนุ่มเอ่ยขึ้นนอกประตู“ท่านแม่ ค่อย ๆ เดินนะขอรับ...”เสียงนั้นดังแว่วเข้ามาจ้าวหว่านชิงเงยหน้าขึ้นจากพู่กันด้วยท่าทีเรียบขรึม แต่ถ้อยคำต้อนรับคนไข้ยังไม่ทันหลุดพ้นจากริมฝีปากเสียงก็ขาดหายลงกลางคัน เมื่อสายตาสบเข้ากับบุรุษและหญิงชราที่นางคุ้นเคยในอดีตดวงตาคู่สวยพลันแข็งกร้าวในบัดดล“ทำไมถึงเป็นเจ้า!”ฉู่จิ่นหานก้าวเข้ามาพร้อมประคองมารดาใบหน้าแสดงความตกตะลึงยิ่งนัก ไม่อาจเชื่อได้ว่าหมอเทวดาผู้เลื่องลือ

  • เกิดใหม่เป็นมารดาเลี้ยงของนางร้ายพร้อมระบบหมอเทวดา   จะไม่มีวันปล่อยนางให้หลุดมือไปอีกแล้ว...

    จะไม่มีวันปล่อยนางให้หลุดมือไปอีกแล้ว...บนรถม้าตระกูลซูที่กำลังเคลื่อนตัวบนถนน จ้าวหว่านชิงกำลังลูบศีรษะของบุตรสาวที่นอนไม่ได้สติอยู่ข้าง ๆ แววตาและรอยยิ้มของนางอ่อนโยนเสียจนทำให้ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงข้ามไม่อาจละสายตาจากนางได้เลย“เด็กคนนี้ไม่ใช่บุตรสาวแท้ ๆ ของเจ้าหรือ”“ซูเหยาเป็นลูกติดของฉู่จิ่นหานกับภรรยาเก่า แต่ถึงจะไม่ได้มีสายเลือดเดียวกันข้าก็รักนางเหมือนดั่งบุตรสาวแท้ ๆ ของตัวเอง ยิ่งเห็นว่าเด็กคนนี้ถูกทำร้ายข้าก็ไม่อาจทนดูอยู่เฉย ๆ ได้”“เพราะแบบนั้นเจ้าเลยเดินทางมาที่เหมือนหลวงสินะ...”“ใช่ ที่ข้ายอมเดินทางมาเมืองหลวงเพราะตั้งใจจะมาขอหนังสือหย่าและรับตัวซูเหยามาอยู่ด้วยกัน”“เจ้า....เสียใจหรือไม่ที่หย่ากับสามี...”“ข้าไม่เสียใจเพราะข้าไม่ได้รักเขามานานแล้ว....”กู้ฮ่าวเทียนหัวใจสั่นสะท้านรุนแรง ความหนักอึ้งที่เคยกดทับเสมือนภูผาหล่นหายไปในพริบตา สายตาคมที่มักเคร่งขรึมกลับทอประกายอุ่นวาบราวกับเปลวไฟที่ลุกโชนกลางคืนหนาวใช่แล้ว นางไม่เสียใจเพราะหมดรักบุรุษโง่นั่นไปนานแล้ว...ในเมื่อเป็นเช่นนี้ก็เท่ากับว่าข้ายังมีความหวังไม่ใช่หรือ?“จริงสิ ข้าขอบคุณนะเจ้าคะ หากไม่ได้ยื่นมือมา

  • เกิดใหม่เป็นมารดาเลี้ยงของนางร้ายพร้อมระบบหมอเทวดา   ข้าต้องการหนังสือตัดสัมพันธ์ [2/2]

    ข้าต้องการหนังสือตัดสัมพันธ์ [2/2]“ตะ…ใต้เท้ากู้! เหตุใดท่านจึงมาอยู่ที่นี่…”ฉู่จิ่นหานถึงกับชะงักงัน ร่างสูงผู้ยืนตระหง่านตรงหน้าไม่เพียงทำให้บรรยากาศกดดันถึงขีดสุด หากยังเป็นผู้มีอำนาจแม้ตนจะเป็นขุนนางแต่เมื่อเทียบกับผู้บัญชาการองครักษ์เกราะทองแล้วก็ยังห่างชั้นนัก ยิ่งไปกว่านั้นชื่อเสียงความเหี้ยมโหดของกู้ฮ่าวเทียนมีหรือจะไม่มีใครในเมืองหลวงไม่รู้จัก!กู้ฮ่าวเทียนยืนนิ่ง ปลายคมเฉียบของกระบี่ยังคงจ่ออยู่ตรงลำคอของฉู่จิ่นหาน นัยน์ตาคมฉายแววดุดันดั่งคมดาบแฝงแรงกดดันมหาศาลจนผู้คนรอบกายต่างไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง“ฉู่จิ่นหาน เจ้ากล้าวางแผนสังหารคนเพียงเพราะต้องการปกปิดความผิดของมารดาต่อหน้าต่อตาข้า…เจ้าช่างไม่กลัวตายเสียจริง” เสียงทุ้มทรงอำนาจเอ่ยขึ้นช้า ๆ แต่ทุกถ้อยคำหนักหน่วงประหนึ่งสายฟ้าฟาดฉู่จิ่นหานหน้าถอดสีเข่าทั้งสองแทบทรุดลงกับพื้น เขาโขกศีรษะลงกับพื้นหลายครั้งเพื่อขอความเมตตาด้วยรู้ดีว่าหากผู้บัญชาการกู้ลงมือจริง ๆ แม้ตำแหน่งขุนนางของเขาก็ไม่อาจช่วยอะไรได้เลย“ข้า… ข้าไม่กล้าแล้ว!” เขารีบโขกศีรษะลงบนพื้นอย่างแรงพลางเอ่ยเสียงสั่นพร่าอย่างอับจนหนทางกู้ฮ่าวเทียนก้าวเข้าหาอีกก้า

  • เกิดใหม่เป็นมารดาเลี้ยงของนางร้ายพร้อมระบบหมอเทวดา   ข้าต้องการหนังสือตัดสัมพันธ์ [1/2]

    ข้าต้องการหนังสือตัดสัมพันธ์ [1/2]กู้ฮ่าวเทียนยืนตระหง่านอยู่หน้าประตูไม้เก่า ร่างสูงเปียกชุ่มจากสายน้ำแต่แววตาคมกลับเย็นยะเยือกประหนึ่งคมดาบ เสียงตะโกนด่าทอของหญิงชราแว่วก้องท่ามกลางสายตาของเหล่าบ่าวรับใช้ที่จับจ้องมาอย่างตื่นตระหนก หากไม่ใช่เพราะจ้าวหว่านชิงยังอยู่ในห้องด้านหลังเขาคงยื่นมือไปบีบคอหญิงปากกล้าผู้นี้จนสิ้นใจคามือไปแล้ว“เจ้าเป็นใครกัน? เหตุใดจึงกล้ามาแทรกแซงเรื่องในจวนของบุตรชายข้า!” น้ำเสียงแหลมตวาดก้อง หญิงชราเชิดหน้าด้วยความหยิ่งผยองราวกับตนถือสิทธิ์อันชอบธรรมเหนือผู้ใดกู้ฮ่าวเทียนกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดพาดหลังมือ แววตาเปล่งประกายอาฆาตเย็นเยียบริมฝีปากเอื้อนเอ่ยช้า ๆ แต่หนักแน่น“เด็กคนนั้นตกน้ำข้าเพียงช่วยชีวิตนาง เจ้ามิเพียงไม่ขอบคุณแต่ยังบังอาจกล่าววาจาดูหมิ่นข้า…หรือว่าเจ้าเบื่อการมีชีวิตแล้ว?”ถ้อยคำเย็นดุจน้ำแข็งทำให้บรรยากาศรอบกายขึงตึง หญิงชราผู้นั้นถึงกับสะดุ้งเฮือกร่างสั่นสะท้านเผลอก้าวถอยหลังแต่ยังดึงหน้ากลบเกลื่อนความหวาดหวั่นไว้เชิดหน้าสวนกลับเสียงสั่นเครือ“คะ…คนต่ำต้อยเช่นเจ้ากล้าข่มขู่ข้าอย่างนั้นหรือ! เจ้ารู้หรือไม่ว่าบุตรชายข้าเป็นใคร!”คำพูดโอห

  • เกิดใหม่เป็นมารดาเลี้ยงของนางร้ายพร้อมระบบหมอเทวดา   แม่ผิดเองที่มารับเจ้าช้า.... [2/2]

    แม่ผิดเองที่มารับเจ้าช้า.... [2/2]ภายในห้องเล็กที่เย็นชืดจ้าวหว่านชิงเพิ่งเปลี่ยนอาภรณ์ให้บุตรสาวเรียบร้อย ร่างเล็กของซูเหยาเอนนอนอยู่บนเตียงเก่าใบหน้าน้อยซีดเซียวไร้เรี่ยวแรง หญิงสาวเปิดใช้ระบบหมอเทวดาตรวจอาการละเอียดถี่ถ้วน[กำลังตรวจวิเคราะห์….][ตรวจพบภาวะขาดสารอาหารรุนแรง ชีพจรเต้นอ่อน ปอดได้รับความกระทบกระเทือน และมีรอยฟกช้ำปรากฏหลายแห่งบนร่างกาย]หญิงสาวมองหน้าต่างของระบบด้วยหัวใจสั่นสะท้าน ความเจ็บปวดและความโกรธเกรี้ยวถาโถมเมื่อเห็นคำว่าขาดสารอาหารและฟกช้ำปรากฏตรงหน้า แต่เพราะการรักษาบุตรสาวนั้นสำคัญกว่านางจึงได้แต่ข่มใจเอาไว้[ตรวจวิเคราะห์เสร็จสิ้น.....][ระบบกำลังส่งใบสั่งยาไปให้ท่านกรุณารอสักครู่....]ไม่นานใบสั่งยาก็ปรากฏขึ้นบนมือของหญิงสาว นัยน์ตาคู่สวยมองใบสั่งยาก่อนจะขมวดคิ้วเข้าหากัน เพราะนี่ต้องใช้เวลาต้มยานานและบุตรสาวของนางอาการจะไม่ทรุดลงหรือ“ระบบในร้านค้ามียาที่สามารถทดแทนกันได้หรือไม่”ติ้ง![กำลังทำการตรวจสอบ....]ติ้ง![โอสถฟื้นฟูโลหิต]ระดับ : สูงสรรพคุณ : ฟื้นฟูโลหิต 80% ทันทีผลข้างเคียง : ไม่มี[ ราคา : 500 ค่าประสบการณ์ ]ติ้ง![โอสถประสานชีพจร]ระดับ

  • เกิดใหม่เป็นมารดาเลี้ยงของนางร้ายพร้อมระบบหมอเทวดา   แม่ผิดเองที่มารับเจ้าช้า.... [1/2]

    แม่ผิดเองที่มารับเจ้าช้า.... [1/2]“ซูเหยา...ข้าต้องการให้ท่านยกซูเหยาให้ข้า” เสียงของจ้าวหว่านชิงหนักแน่นชัดเจน ราวกับคำขอนี้เป็นสิ่งเดียวที่นางเฝ้ารอ“เจ้าคิดบ้าอันใด! ซูเหยาเป็นบุตรสาวของข้าจะยกให้อีกผู้ใดได้อย่างไร!”น้ำเสียงของฉู่จิ่นหานแข็งกร้าวเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองทั้งที่แทบไม่เคยมีความผูกพันกับเด็กน้อยนัก ทว่าเพียงเพราะนางคือสายเลือดของสกุลฉู่เขาย่อมไม่อาจยกให้ไปง่าย ๆ โดยเฉพาะกับสตรีที่เขาต้องการลบออกจากชีวิตจ้าวหว่านชิงมองสีหน้าโกรธเกรี้ยวของอีกฝ่ายแล้วขมวดคิ้วเล็กน้อย ความแปลกใจผุดวาบขึ้นในใจฉู่จิ่นหานหวงแหนซูเหยามากถึงเพียงนี้หรือ....แต่ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะได้พูดจาต่อเสียงวุ่นวายจากด้านนอกก็ดังขึ้นอย่างตระหนก“ช่วยด้วย! คุณหนูซูเหยาตกน้ำ!”หัวใจของจ้าวหว่านชิงร่วงวูบนางไม่สนสิ่งใดอีกต่อไปรีบผุดลุกแล้ววิ่งออกจากห้องไปทันที แม้เสียงเรียกห้ามของฉู่จิ่นหานจะดังตามหลังมานางก็หาได้หันกลับไปมองไม่เมื่อมาถึงสระน้ำก็พบเหล่าบ่าวรับใช้ยืนแตกตื่นล้อมกันอยู่ ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้หัวใจของนางแทบแตกสลาย เด็กหญิงร่างน้อยนอนหมดสติอยู่บนพื้นร่างเปียกปอนจนหนาวสั่นข้างกายมีร่างสูงใหญ่ข

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status