เข้าสู่ระบบแม่ผิดเองที่มารับเจ้าช้า.... [1/2]
“ซูเหยา...ข้าต้องการให้ท่านยกซูเหยาให้ข้า” เสียงของจ้าวหว่านชิงหนักแน่นชัดเจน ราวกับคำขอนี้เป็นสิ่งเดียวที่นางเฝ้ารอ
“เจ้าคิดบ้าอันใด! ซูเหยาเป็นบุตรสาวของข้าจะยกให้อีกผู้ใดได้อย่างไร!”
น้ำเสียงของฉู่จิ่นหานแข็งกร้าวเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองทั้งที่แทบไม่เคยมีความผูกพันกับเด็กน้อยนัก ทว่าเพียงเพราะนางคือสายเลือดของสกุลฉู่เขาย่อมไม่อาจยกให้ไปง่าย ๆ โดยเฉพาะกับสตรีที่เขาต้องการลบออกจากชีวิต
จ้าวหว่านชิงมองสีหน้าโกรธเกรี้ยวของอีกฝ่ายแล้วขมวดคิ้วเล็กน้อย ความแปลกใจผุดวาบขึ้นในใจฉู่จิ่นหานหวงแหนซูเหยามากถึงเพียงนี้หรือ....
แต่ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะได้พูดจาต่อเสียงวุ่นวายจากด้านนอกก็ดังขึ้นอย่างตระหนก
“ช่วยด้วย! คุณหนูซูเหยาตกน้ำ!”
หัวใจของจ้าวหว่านชิงร่วงวูบนางไม่สนสิ่งใดอีกต่อไปรีบผุดลุกแล้ววิ่งออกจากห้องไปทันที แม้เสียงเรียกห้ามของฉู่จิ่นหานจะดังตามหลังมานางก็หาได้หันกลับไปมองไม่
เมื่อมาถึงสระน้ำก็พบเหล่าบ่าวรับใช้ยืนแตกตื่นล้อมกันอยู่ ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้หัวใจของนางแทบแตกสลาย เด็กหญิงร่างน้อยนอนหมดสติอยู่บนพื้นร่างเปียกปอนจนหนาวสั่นข้างกายมีร่างสูงใหญ่ของกู้ฮ่าวเทียนที่เปียกโชกไม่ต่างกัน
“ซูเหยา!” จ้าวหว่านชิงร้องเรียกเสียงสั่นเครือรีบถลาตัวเข้าไปโอบกอดบุตรสาวไว้ในอ้อมแขน น้ำตาไหลพรากไม่ขาดสาย
เมื่อคิดได้ว่าบุตรสาวจมน้ำนางก็รีบก้มลงประกบปากเป่าลมเข้าไปสลับกับการกดหน้าอกเล็ก ๆ ของเด็กหญิงเพื่อกระตุ้นลมหายใจ
ผายปอด... กดหัวใจ... ผายปอด...กดหัวใจ....ทำเช่นนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“ซูเหยา... ตื่นสิลูก...ตื่นขึ้นมาเถิด...”
“สตรีสารเลว! กล้าลวนลามแม้กระทั่งเด็กที่ใกล้ตายหรือ!” เสียงด่าทอหยาบช้าดังระงมรอบสระน้ำ บ่าวบางคนที่ยืนอยู่เมื่อเห็นภาพนั้นก็ตกใจจนกรีดร้องออกมา ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเสียงเย็นเยียบของกู้ฮ่าวเทียนก็ดังแทรกขึ้น
“หุบปากของพวกเจ้าเสีย อย่าได้พูดดูหมิ่นนางอีกแม้แต่คำเดียว”
ความกดดันในน้ำเสียงนั้นหนักหน่วงจนเหล่าบ่าวถึงกับสะดุ้งเงียบงันไปถ้วนหน้า นัยน์ตาคมของกู้ฮ่าวเทียนจับจ้องการกระทำของจ้าวหว่านชิงอย่างไม่ละสายตา แม้ไม่เข้าใจว่าหญิงสาวกำลังทำสิ่งใดแต่เขารู้แน่ว่านางไม่ได้ทำเรื่องไม่ดีแน่นอน
เฮือก!
เวลาผ่านไปชั่วอึดใจร่างเล็กที่นอนแน่นิ่งพลันกระตุกเบา ๆ ก่อนจะสำลักน้ำออกมาตามด้วยเสียงไอถี่รัว
“ซูเหยา!” จ้าวหว่านชิงร้องออกมาด้วยความดีใจพลางโอบกอดบุตรสาวแนบอก มือที่สั่นเทาเช็ดน้ำออกจากใบหน้าเล็กอย่างแผ่วเบา
“ไม่เป็นไรแล้วลูก แม่อยู่นี่... ซูเหยาจะต้องไม่เป็นอะไร...”
น้ำเสียงอ่อนโยนอบอุ่นและอ้อมกอดที่เต็มไปด้วยความรักแสนคุ้นเคยทำให้เปลือกตาของเด็กหญิงค่อย ๆ ขยับเปิดขึ้น ดวงตาคู่เล็กพร่ามัวแต่เมื่อเห็นใบหน้างดงามตรงหน้าที่เคยคิดว่าสูญเสียไปตลอดกาล ริมฝีปากเล็กก็คลี่ยิ้มบาง
“ท่าน...แม่...” เสียงเล็กแผ่วเบาหลุดออกมาก่อนร่างน้อยจะหมดสติไปอีกครั้ง
จ้าวหว่านชิงเห็นบุตรสาวหมดสติไปเช่นนั้นก็พลันอยากตรวจอาการป่วยของเด็กหญิง นางพยายามอุ้มบุตรสาวขึ้นขณะเดียวกันก็หันไปถามบ่าวรับใช่อย่างร้อนรน
“ห้องของคุณหนูเจ้าอยู่ที่ไหนนำทางข้าไปเดี๋ยวนี้”
“มา...ข้าอุ้มนางเอง”
กู้ฮ่าวเทียนก้าวเข้ามาอุ้มร่างเล็กขึ้นจากอ้อมแขนของนางอย่างระมัดระวังโดยไม่รอให้จ้าวหว่านชิงเอ่ยตอบรับ ร่างสูงอุ้มซูเหยาที่หมดสติเดินตามหญิงรับใช้ในจวนสกุลฉู่ไปยังห้องนอนของนาง แต่ทว่าเมื่อมาถึงห้องกู้ฮ่าวเทียนและจ้าวหว่านชิงก็ชะงักเล็กน้อย
นี่มันไม่ทรุดโทรมกว่าที่จะเป็นห้องนอนด้วยซ้ำ...
“พาซูเหยาเข้าไปก่อนเถอะ ข้าจำเป็นต้องเปลี่ยนอาภรณ์และตรวจอาการของนาง”
ชายหนุ่มพยักหน้าตอบรับก่อนจะย่างกายเดินเข้าไปในห้องที่เก่าและดูทรุดโทรม เขาวางเด็กหญิงลงบนเตียงไม้ที่ผุใกล้พังอย่างแผ่วเบาก่อนจะหันมาเอ่ยกับจ้าวหว่านชิง
“เจ้าเปลี่ยนอาภรณ์ให้นางเถอะ ข้าจะไปรออยู่ด้านนอก”
กู้ฮ่าวเทียนพูดจบก็ย่างกายเดินออกมาจากห้อง ร่างสูงเปียกปอนยืนค้ำอยู่เบื้องหน้าประตูไม้เก่าน้ำเย็นยังหยดไหลจากชายแขนเสื้อสู่พื้นดิน เขานึกย้อนถึงเหตุการณ์เมื่อครู่แต่เดิมตั้งใจรีบมาที่สกุลฉู่เพราะเกรงว่าฉู่จิ่นหานจะรังแกจ้าวซูเหยา ทว่าทันทีที่มาถึงกลับได้เห็นภาพเด็กหญิงตัวน้อยตั้งใจจะกระโจนลงสระน้ำ หากเขาไม่รีบพุ่งตัวลงไปช่วยไว้เกรงว่าภาพตรงหน้านั้นคงกลายเป็นความจริงที่น่าสะพรึง
“ไม่คิดเลยว่าเด็กคนนั้นจะเป็นบุตรของหว่านชิง...แต่ทำไมเด็กนั้นถึง....”
ชายหนุ่มหวนคิดถึงแววตาว่างเปล่าของเด็กหญิงในขณะที่กวาดสายตามองเรือนทรุดโทรมที่เป็นที่อยู่ของเด็กน้อยใจของกู้ฮ่าวเทียนพลันหนักอึ้ง ความคิดหนึ่งแล่นเข้ามาในหัวจนแววตาคมสั่นไหว
เด็กคนนั้น….มิใช่ว่าสิ้นหวังกับชีวิตที่ต้องทนอยู่เช่นนี้จึงคิดกระโดดน้ำลงไปหรือ..
ครอบครัว ENDเวลาผันผ่านไปหนึ่งเดือนเต็ม โรงหมอที่จ้าวหว่านชิงตั้งใจสร้างก็เปิดต้อนรับผู้คนตามที่นางตั้งปณิธานไว้ เดิมทีมีเพียงแผ่นป้ายไม้เรียบง่ายแขวนหน้าประตู แต่บัดนี้กลับมีผู้คนหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย ด้วยชื่อเสียงความสามารถการรักษาของนางที่แพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวง ในแต่ละวันคนเจ็บไข้เดินทางมาขอรับการรักษาจนแน่นขนัด สุดท้ายนางจำต้องออกประกาศอย่างเข้มงวดว่าจะรับผู้ป่วยเพียงยี่สิบรายต่อวัน เพื่อมิให้ตนเองหมดเรี่ยวแรงเสียก่อนเวลาอันควรภายในห้องตรวจเงียบสงบกลิ่นสมุนไพรอวลอยู่ทั่วอากาศ จ้าวหว่านชิงนั่งอยู่หลังโต๊ะไม้กำลังบันทึกตำรับยารอคนไข้รายสุดท้ายของวันอย่างใจเย็นจังหวะนั้นเองเสียงชายหนุ่มเอ่ยขึ้นนอกประตู“ท่านแม่ ค่อย ๆ เดินนะขอรับ...”เสียงนั้นดังแว่วเข้ามาจ้าวหว่านชิงเงยหน้าขึ้นจากพู่กันด้วยท่าทีเรียบขรึม แต่ถ้อยคำต้อนรับคนไข้ยังไม่ทันหลุดพ้นจากริมฝีปากเสียงก็ขาดหายลงกลางคัน เมื่อสายตาสบเข้ากับบุรุษและหญิงชราที่นางคุ้นเคยในอดีตดวงตาคู่สวยพลันแข็งกร้าวในบัดดล“ทำไมถึงเป็นเจ้า!”ฉู่จิ่นหานก้าวเข้ามาพร้อมประคองมารดาใบหน้าแสดงความตกตะลึงยิ่งนัก ไม่อาจเชื่อได้ว่าหมอเทวดาผู้เลื่องลือ
จะไม่มีวันปล่อยนางให้หลุดมือไปอีกแล้ว...บนรถม้าตระกูลซูที่กำลังเคลื่อนตัวบนถนน จ้าวหว่านชิงกำลังลูบศีรษะของบุตรสาวที่นอนไม่ได้สติอยู่ข้าง ๆ แววตาและรอยยิ้มของนางอ่อนโยนเสียจนทำให้ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงข้ามไม่อาจละสายตาจากนางได้เลย“เด็กคนนี้ไม่ใช่บุตรสาวแท้ ๆ ของเจ้าหรือ”“ซูเหยาเป็นลูกติดของฉู่จิ่นหานกับภรรยาเก่า แต่ถึงจะไม่ได้มีสายเลือดเดียวกันข้าก็รักนางเหมือนดั่งบุตรสาวแท้ ๆ ของตัวเอง ยิ่งเห็นว่าเด็กคนนี้ถูกทำร้ายข้าก็ไม่อาจทนดูอยู่เฉย ๆ ได้”“เพราะแบบนั้นเจ้าเลยเดินทางมาที่เหมือนหลวงสินะ...”“ใช่ ที่ข้ายอมเดินทางมาเมืองหลวงเพราะตั้งใจจะมาขอหนังสือหย่าและรับตัวซูเหยามาอยู่ด้วยกัน”“เจ้า....เสียใจหรือไม่ที่หย่ากับสามี...”“ข้าไม่เสียใจเพราะข้าไม่ได้รักเขามานานแล้ว....”กู้ฮ่าวเทียนหัวใจสั่นสะท้านรุนแรง ความหนักอึ้งที่เคยกดทับเสมือนภูผาหล่นหายไปในพริบตา สายตาคมที่มักเคร่งขรึมกลับทอประกายอุ่นวาบราวกับเปลวไฟที่ลุกโชนกลางคืนหนาวใช่แล้ว นางไม่เสียใจเพราะหมดรักบุรุษโง่นั่นไปนานแล้ว...ในเมื่อเป็นเช่นนี้ก็เท่ากับว่าข้ายังมีความหวังไม่ใช่หรือ?“จริงสิ ข้าขอบคุณนะเจ้าคะ หากไม่ได้ยื่นมือมา
ข้าต้องการหนังสือตัดสัมพันธ์ [2/2]“ตะ…ใต้เท้ากู้! เหตุใดท่านจึงมาอยู่ที่นี่…”ฉู่จิ่นหานถึงกับชะงักงัน ร่างสูงผู้ยืนตระหง่านตรงหน้าไม่เพียงทำให้บรรยากาศกดดันถึงขีดสุด หากยังเป็นผู้มีอำนาจแม้ตนจะเป็นขุนนางแต่เมื่อเทียบกับผู้บัญชาการองครักษ์เกราะทองแล้วก็ยังห่างชั้นนัก ยิ่งไปกว่านั้นชื่อเสียงความเหี้ยมโหดของกู้ฮ่าวเทียนมีหรือจะไม่มีใครในเมืองหลวงไม่รู้จัก!กู้ฮ่าวเทียนยืนนิ่ง ปลายคมเฉียบของกระบี่ยังคงจ่ออยู่ตรงลำคอของฉู่จิ่นหาน นัยน์ตาคมฉายแววดุดันดั่งคมดาบแฝงแรงกดดันมหาศาลจนผู้คนรอบกายต่างไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง“ฉู่จิ่นหาน เจ้ากล้าวางแผนสังหารคนเพียงเพราะต้องการปกปิดความผิดของมารดาต่อหน้าต่อตาข้า…เจ้าช่างไม่กลัวตายเสียจริง” เสียงทุ้มทรงอำนาจเอ่ยขึ้นช้า ๆ แต่ทุกถ้อยคำหนักหน่วงประหนึ่งสายฟ้าฟาดฉู่จิ่นหานหน้าถอดสีเข่าทั้งสองแทบทรุดลงกับพื้น เขาโขกศีรษะลงกับพื้นหลายครั้งเพื่อขอความเมตตาด้วยรู้ดีว่าหากผู้บัญชาการกู้ลงมือจริง ๆ แม้ตำแหน่งขุนนางของเขาก็ไม่อาจช่วยอะไรได้เลย“ข้า… ข้าไม่กล้าแล้ว!” เขารีบโขกศีรษะลงบนพื้นอย่างแรงพลางเอ่ยเสียงสั่นพร่าอย่างอับจนหนทางกู้ฮ่าวเทียนก้าวเข้าหาอีกก้า
ข้าต้องการหนังสือตัดสัมพันธ์ [1/2]กู้ฮ่าวเทียนยืนตระหง่านอยู่หน้าประตูไม้เก่า ร่างสูงเปียกชุ่มจากสายน้ำแต่แววตาคมกลับเย็นยะเยือกประหนึ่งคมดาบ เสียงตะโกนด่าทอของหญิงชราแว่วก้องท่ามกลางสายตาของเหล่าบ่าวรับใช้ที่จับจ้องมาอย่างตื่นตระหนก หากไม่ใช่เพราะจ้าวหว่านชิงยังอยู่ในห้องด้านหลังเขาคงยื่นมือไปบีบคอหญิงปากกล้าผู้นี้จนสิ้นใจคามือไปแล้ว“เจ้าเป็นใครกัน? เหตุใดจึงกล้ามาแทรกแซงเรื่องในจวนของบุตรชายข้า!” น้ำเสียงแหลมตวาดก้อง หญิงชราเชิดหน้าด้วยความหยิ่งผยองราวกับตนถือสิทธิ์อันชอบธรรมเหนือผู้ใดกู้ฮ่าวเทียนกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดพาดหลังมือ แววตาเปล่งประกายอาฆาตเย็นเยียบริมฝีปากเอื้อนเอ่ยช้า ๆ แต่หนักแน่น“เด็กคนนั้นตกน้ำข้าเพียงช่วยชีวิตนาง เจ้ามิเพียงไม่ขอบคุณแต่ยังบังอาจกล่าววาจาดูหมิ่นข้า…หรือว่าเจ้าเบื่อการมีชีวิตแล้ว?”ถ้อยคำเย็นดุจน้ำแข็งทำให้บรรยากาศรอบกายขึงตึง หญิงชราผู้นั้นถึงกับสะดุ้งเฮือกร่างสั่นสะท้านเผลอก้าวถอยหลังแต่ยังดึงหน้ากลบเกลื่อนความหวาดหวั่นไว้เชิดหน้าสวนกลับเสียงสั่นเครือ“คะ…คนต่ำต้อยเช่นเจ้ากล้าข่มขู่ข้าอย่างนั้นหรือ! เจ้ารู้หรือไม่ว่าบุตรชายข้าเป็นใคร!”คำพูดโอห
แม่ผิดเองที่มารับเจ้าช้า.... [2/2]ภายในห้องเล็กที่เย็นชืดจ้าวหว่านชิงเพิ่งเปลี่ยนอาภรณ์ให้บุตรสาวเรียบร้อย ร่างเล็กของซูเหยาเอนนอนอยู่บนเตียงเก่าใบหน้าน้อยซีดเซียวไร้เรี่ยวแรง หญิงสาวเปิดใช้ระบบหมอเทวดาตรวจอาการละเอียดถี่ถ้วน[กำลังตรวจวิเคราะห์….][ตรวจพบภาวะขาดสารอาหารรุนแรง ชีพจรเต้นอ่อน ปอดได้รับความกระทบกระเทือน และมีรอยฟกช้ำปรากฏหลายแห่งบนร่างกาย]หญิงสาวมองหน้าต่างของระบบด้วยหัวใจสั่นสะท้าน ความเจ็บปวดและความโกรธเกรี้ยวถาโถมเมื่อเห็นคำว่าขาดสารอาหารและฟกช้ำปรากฏตรงหน้า แต่เพราะการรักษาบุตรสาวนั้นสำคัญกว่านางจึงได้แต่ข่มใจเอาไว้[ตรวจวิเคราะห์เสร็จสิ้น.....][ระบบกำลังส่งใบสั่งยาไปให้ท่านกรุณารอสักครู่....]ไม่นานใบสั่งยาก็ปรากฏขึ้นบนมือของหญิงสาว นัยน์ตาคู่สวยมองใบสั่งยาก่อนจะขมวดคิ้วเข้าหากัน เพราะนี่ต้องใช้เวลาต้มยานานและบุตรสาวของนางอาการจะไม่ทรุดลงหรือ“ระบบในร้านค้ามียาที่สามารถทดแทนกันได้หรือไม่”ติ้ง![กำลังทำการตรวจสอบ....]ติ้ง![โอสถฟื้นฟูโลหิต]ระดับ : สูงสรรพคุณ : ฟื้นฟูโลหิต 80% ทันทีผลข้างเคียง : ไม่มี[ ราคา : 500 ค่าประสบการณ์ ]ติ้ง![โอสถประสานชีพจร]ระดับ
แม่ผิดเองที่มารับเจ้าช้า.... [1/2]“ซูเหยา...ข้าต้องการให้ท่านยกซูเหยาให้ข้า” เสียงของจ้าวหว่านชิงหนักแน่นชัดเจน ราวกับคำขอนี้เป็นสิ่งเดียวที่นางเฝ้ารอ“เจ้าคิดบ้าอันใด! ซูเหยาเป็นบุตรสาวของข้าจะยกให้อีกผู้ใดได้อย่างไร!”น้ำเสียงของฉู่จิ่นหานแข็งกร้าวเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองทั้งที่แทบไม่เคยมีความผูกพันกับเด็กน้อยนัก ทว่าเพียงเพราะนางคือสายเลือดของสกุลฉู่เขาย่อมไม่อาจยกให้ไปง่าย ๆ โดยเฉพาะกับสตรีที่เขาต้องการลบออกจากชีวิตจ้าวหว่านชิงมองสีหน้าโกรธเกรี้ยวของอีกฝ่ายแล้วขมวดคิ้วเล็กน้อย ความแปลกใจผุดวาบขึ้นในใจฉู่จิ่นหานหวงแหนซูเหยามากถึงเพียงนี้หรือ....แต่ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะได้พูดจาต่อเสียงวุ่นวายจากด้านนอกก็ดังขึ้นอย่างตระหนก“ช่วยด้วย! คุณหนูซูเหยาตกน้ำ!”หัวใจของจ้าวหว่านชิงร่วงวูบนางไม่สนสิ่งใดอีกต่อไปรีบผุดลุกแล้ววิ่งออกจากห้องไปทันที แม้เสียงเรียกห้ามของฉู่จิ่นหานจะดังตามหลังมานางก็หาได้หันกลับไปมองไม่เมื่อมาถึงสระน้ำก็พบเหล่าบ่าวรับใช้ยืนแตกตื่นล้อมกันอยู่ ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้หัวใจของนางแทบแตกสลาย เด็กหญิงร่างน้อยนอนหมดสติอยู่บนพื้นร่างเปียกปอนจนหนาวสั่นข้างกายมีร่างสูงใหญ่ข







