Share

ข้าต้องการหนังสือตัดสัมพันธ์ [2/2]

last update Last Updated: 2026-01-26 23:41:46

ข้าต้องการหนังสือตัดสัมพันธ์ [2/2]

“ตะ…ใต้เท้ากู้! เหตุใดท่านจึงมาอยู่ที่นี่…”

ฉู่จิ่นหานถึงกับชะงักงัน ร่างสูงผู้ยืนตระหง่านตรงหน้าไม่เพียงทำให้บรรยากาศกดดันถึงขีดสุด หากยังเป็นผู้มีอำนาจแม้ตนจะเป็นขุนนางแต่เมื่อเทียบกับผู้บัญชาการองครักษ์เกราะทองแล้วก็ยังห่างชั้นนัก ยิ่งไปกว่านั้นชื่อเสียงความเหี้ยมโหดของกู้ฮ่าวเทียนมีหรือจะไม่มีใครในเมืองหลวงไม่รู้จัก!

กู้ฮ่าวเทียนยืนนิ่ง ปลายคมเฉียบของกระบี่ยังคงจ่ออยู่ตรงลำคอของฉู่จิ่นหาน นัยน์ตาคมฉายแววดุดันดั่งคมดาบแฝงแรงกดดันมหาศาลจนผู้คนรอบกายต่างไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง

“ฉู่จิ่นหาน เจ้ากล้าวางแผนสังหารคนเพียงเพราะต้องการปกปิดความผิดของมารดาต่อหน้าต่อตาข้า…เจ้าช่างไม่กลัวตายเสียจริง” เสียงทุ้มทรงอำนาจเอ่ยขึ้นช้า ๆ แต่ทุกถ้อยคำหนักหน่วงประหนึ่งสายฟ้าฟาด

ฉู่จิ่นหานหน้าถอดสีเข่าทั้งสองแทบทรุดลงกับพื้น เขาโขกศีรษะลงกับพื้นหลายครั้งเพื่อขอความเมตตาด้วยรู้ดีว่าหากผู้บัญชาการกู้ลงมือจริง ๆ แม้ตำแหน่งขุนนางของเขาก็ไม่อาจช่วยอะไรได้เลย

“ข้า… ข้าไม่กล้าแล้ว!” เขารีบโขกศีรษะลงบนพื้นอย่างแรงพลางเอ่ยเสียงสั่นพร่าอย่างอับจนหนทาง

กู้ฮ่าวเทียนก้าวเข้าหาอีกก้าวไอสังหารกดทับทั่วลานจนทุกคนตัวสั่นงันงก

“ในเมื่อเจ้าสำนึกในความผิดเช่นนั้นก็ทำตามที่นางต้องการอย่าได้คิดต่อต้าน...ไม่เช่นนั้นตำแหน่งขุนนางเล็ก ๆ ที่เจ้าแสนจะภูมิใจข้าจะลงมือทำลายมันทิ้งเสีย”

ฉู่จิ่นหานกัดฟันแน่นดวงตาวูบไหวด้วยความขุ่นเคืองและอับอาย แต่สุดท้ายก็จำต้องยอมจำนนเขาค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวผู้เป็นอดีตภรรยา ใบหน้าของนางที่ยามนี้ยิ่งงดงามสง่ากลับเหมือนตอกย้ำความพ่ายแพ้ของเขา

“ข้าจะ…ยกซูเหยาให้เจ้า ตามที่เจ้าต้องการ” เสียงของเขาเจือทั้งความเจ็บแค้นและความไม่เต็มใจ ทว่าก็ไม่อาจปิดบังความจริงที่เขาได้พ่ายแพ้โดยสิ้นเชิง

“ข้าต้องการหนังสือตัดขาดความสัมพันธ์ เพื่อให้แน่ใจว่าต่อแต่นี้เจ้าและสกุลฉู่จะไม่มีสิ่งใดเกี่ยวข้องกับซูเหยาอีก”

“จ้าวหว่านชิงอย่าได้ทำเกินไปถึงอย่างไรเด็กคนนั้นก็เป็นบุตรสาวข้า นางคือสายเลือดสกุลฉู่!”

คำพูดนั้นทำให้จ้าวหว่านชิงหัวเราะเย็นเยียบ รอยยิ้มบนริมฝีปากกลับเต็มไปด้วยความสมเพช นางก้าวเข้ามาใกล้ทีละก้าว แววตาคมกริบฉายชัดถึงความขุ่นเคืองที่เก็บกดมานาน ยามสบตากับฉู่จิ่นหาน ราวกับคมดาบที่จะแทงทะลุหัวใจอีกฝ่าย

“บุตรสาวเจ้า? สายเลือดสกุลฉู่?” นางกัดฟันเอ่ยทีละคำ น้ำเสียงสั่นสะท้านด้วยโทสะที่กดข่มไม่อยู่

“เรือนเก่าผุพังที่หน้าต่างยังกันลมหนาวไม่ได้… หรือร่องรอยบาดแผลบนร่างนางที่เกิดจากการทารุณซ้ำแล้วซ้ำเล่า เจ้าจะกล้าบอกหรือว่านี่คือสิ่งที่บุตรสาวเจ้าสมควรได้รับ!”

จ้าวหว่านชิงไม่หยุดเพียงเท่านั้น ร่างบางก้าวเข้าประชิดจนระยะห่างเหลือเพียงครึ่งก้าว เสียงของนางแผ่วต่ำลงแต่กลับเฉียบคมราวกับคมดาบกรีดลงกลางอก

“เจ้าลองมองตาข้าแล้วตอบสิว่าที่ผ่านมาซูเหยาได้รับความรักในฐานะบุตรสาวของเจ้าแม้เพียงเสี้ยวเดียวหรือไม่? หากเจ้ายังกล้าเอ่ยปากว่ามี...ก็จงไปสาบานต่อฟ้าดูว่าฟ้าจะลงโทษเจ้าหรือไม่!”

“ขะ...ข้าก็แค่...” ฉู่จิ่นหานเม้มริมฝีปากแน่นอย่างไม่อาจหาคำมาโต้แย้งได้ 

ฉู่จินหานพยายามจะอธิบายถึงเหตุผลที่ตนละเลยบุตรสาว แต่เสียงกลับขาดหายไปกลางลำคอเพราะไม่อาจหาคำมาโต้แย้งได้ เหงื่อเย็นผุดเต็มหน้าผากร่างทั้งร่างเหมือนถูกจ้าวหว่านชิงกดไว้ด้วยอำนาจที่ไม่อาจต้านทาน

“ฉู่จิ่นหาน...ในเมื่อเด็กคนนั้นไร้ค่าในสายตาของเจ้าก็ยกนางให้ข้าดูแลเถอะ”

“แล้วข้าจะแน่ใจได้อย่างไรว่าหลังจากเจ้าได้ตัวเด็กคนนั้นแล้ว เจ้าจะไม่กลับคำไปขึ้นศาลเอาผิดท่านแม่และพี่สะใภ้ของข้า”

“เห็นข้าเป็นพวกสวะชอบผิดคำพูดเหมือนคนสกุลฉู่ของเจ้าหรืออย่างไร....”

“จ้าวหว่านชิงนี่เจ้า!”

“เช่นนั้นให้ใต้เท้ากู้เป็นพยานเถอะ...ขอเพียงเจ้ามอบหนังสือตัดสัมพันธ์มา ข้ารับปากว่าจะไม่เอาผิดมารดาและพี่สะใภ้ของเจ้าที่ศาลยุติธรรม”

คำพูดนั้นทำให้สีหน้าของฉู่จิ่นหานพลันเปลี่ยน เขาหันไปมองกู้ฮ่าวเทียนราวกับต้องการคำตอบว่าผู้บัญชาการผู้มากล้นด้วยอำนาจตรงหน้าจะลดตัวมาเป็นพยานให้เรื่องเล็กน้อยเช่นนี้หรือไม่ เมื่อเห็นอีกฝ่ายพยักหน้ารับอย่างหนักแน่นหัวใจของเขาก็พลันคลายความกังวลลงเล็กน้อย

“เช่นนั้นเจ้ารออยู่ที่นี่ ข้าจะรีบไปเขียนหนังสือตัดสัมพันธ์มาให้”

พูดจบเขาก็หันไปประคองมารดาที่มีสภาพเหมือนคนเสียสติแล้วเดินจากไปอย่างเร่งรีบ ไม่นานนัก ฉู่จิ่นหานก็กลับมาพร้อมกระดาษหนึ่งแผ่น เขายกมันขึ้นด้วยมือที่สั่นเล็กน้อยดวงตาแข็งกระด้างไร้ซึ่งความอาลัย

“นี่…เป็นหนังสือตัดสัมพันธ์พ่อลูกที่เจ้าต้องการ ตั้งแต่นี้เด็กคนนั้นมิใช่คนของสกุลฉู่อีกต่อไป!”

จ้าวหว่านชิงเอื้อมมือไปรับหนังสือแผ่นนั้นด้วยสีหน้าเรียบสงบ ก่อนจะหมุนกายเดินเข้าไปในห้องเพื่ออุ้มบุตรสาวที่ยังนอนหมดสติบนเตียงออกไปจากจวนที่เป็นดั่งขุมนรกแห่งนี้

ทว่าเสียงทุ้มหนักแน่นของกู้ฮ่าวเทียนก็ดังขึ้นข้างหู

“ข้าจะอุ้มเด็กคนนี้เอง”

ร่างสูงก้าวเข้ามาโน้มตัวลงช้อนร่างเล็กบอบบางของเด็กหญิงขึ้นมาไว้ในอ้อมแขน แววตาคมที่เคยทำให้ผู้คนสั่นสะท้านและหวาดกลัวบัดนี้กลับอ่อนโยนอย่างน่าประหลาดในยามทอดมองเด็กน้อย

ฉู่จิ่นหานที่ยืนอยู่หน้าห้องพลันตัวแข็งทื่อแววตาของเขาเต็มไปด้วยความฉงนและความเจ็บปวด เขาไม่เคยคาดคิดว่าใต้เท้ากู้ผู้มีชื่อเสียงเลื่องลือในความเหี้ยมโหดจะมีท่าทีอ่อนโยนต่อเด็กหญิงที่เขาทอดทิ้งถึงเพียงนี้ อีกทั้งสายตาที่กู้ฮ่าวเทียนทอดมองไปยังจ้าวหว่านชิงก็ชัดเจนเกินกว่าที่จะปฏิเสธได้ว่านั่นคือความรักที่เขาไม่อาจมอบให้นางได้แม้เพียงเสี้ยวเดียว

“หว่านชิงพวกเราไปกันเถอะ”

“อืม..”

เมื่อเห็นคนทั้งสองเดินเคียงคู่ริมฝีปากของฉู่จิ่นหานขยับราวกับอยากจะพูดบางสิ่ง แต่สุดท้ายก็ทำได้เพียงยืนนิ่งมองร่างทั้งสามก้าวออกไปขึ้นรถม้า จนเสียงล้อไม้ค่อย ๆ ห่างไกลไปในความเงียบเขาก็ยังไม่อาจเอ่ยคำใดออกมา…

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกิดใหม่เป็นมารดาเลี้ยงของนางร้ายพร้อมระบบหมอเทวดา   ครอบครัว END

    ครอบครัว ENDเวลาผันผ่านไปหนึ่งเดือนเต็ม โรงหมอที่จ้าวหว่านชิงตั้งใจสร้างก็เปิดต้อนรับผู้คนตามที่นางตั้งปณิธานไว้ เดิมทีมีเพียงแผ่นป้ายไม้เรียบง่ายแขวนหน้าประตู แต่บัดนี้กลับมีผู้คนหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย ด้วยชื่อเสียงความสามารถการรักษาของนางที่แพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวง ในแต่ละวันคนเจ็บไข้เดินทางมาขอรับการรักษาจนแน่นขนัด สุดท้ายนางจำต้องออกประกาศอย่างเข้มงวดว่าจะรับผู้ป่วยเพียงยี่สิบรายต่อวัน เพื่อมิให้ตนเองหมดเรี่ยวแรงเสียก่อนเวลาอันควรภายในห้องตรวจเงียบสงบกลิ่นสมุนไพรอวลอยู่ทั่วอากาศ จ้าวหว่านชิงนั่งอยู่หลังโต๊ะไม้กำลังบันทึกตำรับยารอคนไข้รายสุดท้ายของวันอย่างใจเย็นจังหวะนั้นเองเสียงชายหนุ่มเอ่ยขึ้นนอกประตู“ท่านแม่ ค่อย ๆ เดินนะขอรับ...”เสียงนั้นดังแว่วเข้ามาจ้าวหว่านชิงเงยหน้าขึ้นจากพู่กันด้วยท่าทีเรียบขรึม แต่ถ้อยคำต้อนรับคนไข้ยังไม่ทันหลุดพ้นจากริมฝีปากเสียงก็ขาดหายลงกลางคัน เมื่อสายตาสบเข้ากับบุรุษและหญิงชราที่นางคุ้นเคยในอดีตดวงตาคู่สวยพลันแข็งกร้าวในบัดดล“ทำไมถึงเป็นเจ้า!”ฉู่จิ่นหานก้าวเข้ามาพร้อมประคองมารดาใบหน้าแสดงความตกตะลึงยิ่งนัก ไม่อาจเชื่อได้ว่าหมอเทวดาผู้เลื่องลือ

  • เกิดใหม่เป็นมารดาเลี้ยงของนางร้ายพร้อมระบบหมอเทวดา   จะไม่มีวันปล่อยนางให้หลุดมือไปอีกแล้ว...

    จะไม่มีวันปล่อยนางให้หลุดมือไปอีกแล้ว...บนรถม้าตระกูลซูที่กำลังเคลื่อนตัวบนถนน จ้าวหว่านชิงกำลังลูบศีรษะของบุตรสาวที่นอนไม่ได้สติอยู่ข้าง ๆ แววตาและรอยยิ้มของนางอ่อนโยนเสียจนทำให้ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงข้ามไม่อาจละสายตาจากนางได้เลย“เด็กคนนี้ไม่ใช่บุตรสาวแท้ ๆ ของเจ้าหรือ”“ซูเหยาเป็นลูกติดของฉู่จิ่นหานกับภรรยาเก่า แต่ถึงจะไม่ได้มีสายเลือดเดียวกันข้าก็รักนางเหมือนดั่งบุตรสาวแท้ ๆ ของตัวเอง ยิ่งเห็นว่าเด็กคนนี้ถูกทำร้ายข้าก็ไม่อาจทนดูอยู่เฉย ๆ ได้”“เพราะแบบนั้นเจ้าเลยเดินทางมาที่เหมือนหลวงสินะ...”“ใช่ ที่ข้ายอมเดินทางมาเมืองหลวงเพราะตั้งใจจะมาขอหนังสือหย่าและรับตัวซูเหยามาอยู่ด้วยกัน”“เจ้า....เสียใจหรือไม่ที่หย่ากับสามี...”“ข้าไม่เสียใจเพราะข้าไม่ได้รักเขามานานแล้ว....”กู้ฮ่าวเทียนหัวใจสั่นสะท้านรุนแรง ความหนักอึ้งที่เคยกดทับเสมือนภูผาหล่นหายไปในพริบตา สายตาคมที่มักเคร่งขรึมกลับทอประกายอุ่นวาบราวกับเปลวไฟที่ลุกโชนกลางคืนหนาวใช่แล้ว นางไม่เสียใจเพราะหมดรักบุรุษโง่นั่นไปนานแล้ว...ในเมื่อเป็นเช่นนี้ก็เท่ากับว่าข้ายังมีความหวังไม่ใช่หรือ?“จริงสิ ข้าขอบคุณนะเจ้าคะ หากไม่ได้ยื่นมือมา

  • เกิดใหม่เป็นมารดาเลี้ยงของนางร้ายพร้อมระบบหมอเทวดา   ข้าต้องการหนังสือตัดสัมพันธ์ [2/2]

    ข้าต้องการหนังสือตัดสัมพันธ์ [2/2]“ตะ…ใต้เท้ากู้! เหตุใดท่านจึงมาอยู่ที่นี่…”ฉู่จิ่นหานถึงกับชะงักงัน ร่างสูงผู้ยืนตระหง่านตรงหน้าไม่เพียงทำให้บรรยากาศกดดันถึงขีดสุด หากยังเป็นผู้มีอำนาจแม้ตนจะเป็นขุนนางแต่เมื่อเทียบกับผู้บัญชาการองครักษ์เกราะทองแล้วก็ยังห่างชั้นนัก ยิ่งไปกว่านั้นชื่อเสียงความเหี้ยมโหดของกู้ฮ่าวเทียนมีหรือจะไม่มีใครในเมืองหลวงไม่รู้จัก!กู้ฮ่าวเทียนยืนนิ่ง ปลายคมเฉียบของกระบี่ยังคงจ่ออยู่ตรงลำคอของฉู่จิ่นหาน นัยน์ตาคมฉายแววดุดันดั่งคมดาบแฝงแรงกดดันมหาศาลจนผู้คนรอบกายต่างไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง“ฉู่จิ่นหาน เจ้ากล้าวางแผนสังหารคนเพียงเพราะต้องการปกปิดความผิดของมารดาต่อหน้าต่อตาข้า…เจ้าช่างไม่กลัวตายเสียจริง” เสียงทุ้มทรงอำนาจเอ่ยขึ้นช้า ๆ แต่ทุกถ้อยคำหนักหน่วงประหนึ่งสายฟ้าฟาดฉู่จิ่นหานหน้าถอดสีเข่าทั้งสองแทบทรุดลงกับพื้น เขาโขกศีรษะลงกับพื้นหลายครั้งเพื่อขอความเมตตาด้วยรู้ดีว่าหากผู้บัญชาการกู้ลงมือจริง ๆ แม้ตำแหน่งขุนนางของเขาก็ไม่อาจช่วยอะไรได้เลย“ข้า… ข้าไม่กล้าแล้ว!” เขารีบโขกศีรษะลงบนพื้นอย่างแรงพลางเอ่ยเสียงสั่นพร่าอย่างอับจนหนทางกู้ฮ่าวเทียนก้าวเข้าหาอีกก้า

  • เกิดใหม่เป็นมารดาเลี้ยงของนางร้ายพร้อมระบบหมอเทวดา   ข้าต้องการหนังสือตัดสัมพันธ์ [1/2]

    ข้าต้องการหนังสือตัดสัมพันธ์ [1/2]กู้ฮ่าวเทียนยืนตระหง่านอยู่หน้าประตูไม้เก่า ร่างสูงเปียกชุ่มจากสายน้ำแต่แววตาคมกลับเย็นยะเยือกประหนึ่งคมดาบ เสียงตะโกนด่าทอของหญิงชราแว่วก้องท่ามกลางสายตาของเหล่าบ่าวรับใช้ที่จับจ้องมาอย่างตื่นตระหนก หากไม่ใช่เพราะจ้าวหว่านชิงยังอยู่ในห้องด้านหลังเขาคงยื่นมือไปบีบคอหญิงปากกล้าผู้นี้จนสิ้นใจคามือไปแล้ว“เจ้าเป็นใครกัน? เหตุใดจึงกล้ามาแทรกแซงเรื่องในจวนของบุตรชายข้า!” น้ำเสียงแหลมตวาดก้อง หญิงชราเชิดหน้าด้วยความหยิ่งผยองราวกับตนถือสิทธิ์อันชอบธรรมเหนือผู้ใดกู้ฮ่าวเทียนกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดพาดหลังมือ แววตาเปล่งประกายอาฆาตเย็นเยียบริมฝีปากเอื้อนเอ่ยช้า ๆ แต่หนักแน่น“เด็กคนนั้นตกน้ำข้าเพียงช่วยชีวิตนาง เจ้ามิเพียงไม่ขอบคุณแต่ยังบังอาจกล่าววาจาดูหมิ่นข้า…หรือว่าเจ้าเบื่อการมีชีวิตแล้ว?”ถ้อยคำเย็นดุจน้ำแข็งทำให้บรรยากาศรอบกายขึงตึง หญิงชราผู้นั้นถึงกับสะดุ้งเฮือกร่างสั่นสะท้านเผลอก้าวถอยหลังแต่ยังดึงหน้ากลบเกลื่อนความหวาดหวั่นไว้เชิดหน้าสวนกลับเสียงสั่นเครือ“คะ…คนต่ำต้อยเช่นเจ้ากล้าข่มขู่ข้าอย่างนั้นหรือ! เจ้ารู้หรือไม่ว่าบุตรชายข้าเป็นใคร!”คำพูดโอห

  • เกิดใหม่เป็นมารดาเลี้ยงของนางร้ายพร้อมระบบหมอเทวดา   แม่ผิดเองที่มารับเจ้าช้า.... [2/2]

    แม่ผิดเองที่มารับเจ้าช้า.... [2/2]ภายในห้องเล็กที่เย็นชืดจ้าวหว่านชิงเพิ่งเปลี่ยนอาภรณ์ให้บุตรสาวเรียบร้อย ร่างเล็กของซูเหยาเอนนอนอยู่บนเตียงเก่าใบหน้าน้อยซีดเซียวไร้เรี่ยวแรง หญิงสาวเปิดใช้ระบบหมอเทวดาตรวจอาการละเอียดถี่ถ้วน[กำลังตรวจวิเคราะห์….][ตรวจพบภาวะขาดสารอาหารรุนแรง ชีพจรเต้นอ่อน ปอดได้รับความกระทบกระเทือน และมีรอยฟกช้ำปรากฏหลายแห่งบนร่างกาย]หญิงสาวมองหน้าต่างของระบบด้วยหัวใจสั่นสะท้าน ความเจ็บปวดและความโกรธเกรี้ยวถาโถมเมื่อเห็นคำว่าขาดสารอาหารและฟกช้ำปรากฏตรงหน้า แต่เพราะการรักษาบุตรสาวนั้นสำคัญกว่านางจึงได้แต่ข่มใจเอาไว้[ตรวจวิเคราะห์เสร็จสิ้น.....][ระบบกำลังส่งใบสั่งยาไปให้ท่านกรุณารอสักครู่....]ไม่นานใบสั่งยาก็ปรากฏขึ้นบนมือของหญิงสาว นัยน์ตาคู่สวยมองใบสั่งยาก่อนจะขมวดคิ้วเข้าหากัน เพราะนี่ต้องใช้เวลาต้มยานานและบุตรสาวของนางอาการจะไม่ทรุดลงหรือ“ระบบในร้านค้ามียาที่สามารถทดแทนกันได้หรือไม่”ติ้ง![กำลังทำการตรวจสอบ....]ติ้ง![โอสถฟื้นฟูโลหิต]ระดับ : สูงสรรพคุณ : ฟื้นฟูโลหิต 80% ทันทีผลข้างเคียง : ไม่มี[ ราคา : 500 ค่าประสบการณ์ ]ติ้ง![โอสถประสานชีพจร]ระดับ

  • เกิดใหม่เป็นมารดาเลี้ยงของนางร้ายพร้อมระบบหมอเทวดา   แม่ผิดเองที่มารับเจ้าช้า.... [1/2]

    แม่ผิดเองที่มารับเจ้าช้า.... [1/2]“ซูเหยา...ข้าต้องการให้ท่านยกซูเหยาให้ข้า” เสียงของจ้าวหว่านชิงหนักแน่นชัดเจน ราวกับคำขอนี้เป็นสิ่งเดียวที่นางเฝ้ารอ“เจ้าคิดบ้าอันใด! ซูเหยาเป็นบุตรสาวของข้าจะยกให้อีกผู้ใดได้อย่างไร!”น้ำเสียงของฉู่จิ่นหานแข็งกร้าวเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองทั้งที่แทบไม่เคยมีความผูกพันกับเด็กน้อยนัก ทว่าเพียงเพราะนางคือสายเลือดของสกุลฉู่เขาย่อมไม่อาจยกให้ไปง่าย ๆ โดยเฉพาะกับสตรีที่เขาต้องการลบออกจากชีวิตจ้าวหว่านชิงมองสีหน้าโกรธเกรี้ยวของอีกฝ่ายแล้วขมวดคิ้วเล็กน้อย ความแปลกใจผุดวาบขึ้นในใจฉู่จิ่นหานหวงแหนซูเหยามากถึงเพียงนี้หรือ....แต่ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะได้พูดจาต่อเสียงวุ่นวายจากด้านนอกก็ดังขึ้นอย่างตระหนก“ช่วยด้วย! คุณหนูซูเหยาตกน้ำ!”หัวใจของจ้าวหว่านชิงร่วงวูบนางไม่สนสิ่งใดอีกต่อไปรีบผุดลุกแล้ววิ่งออกจากห้องไปทันที แม้เสียงเรียกห้ามของฉู่จิ่นหานจะดังตามหลังมานางก็หาได้หันกลับไปมองไม่เมื่อมาถึงสระน้ำก็พบเหล่าบ่าวรับใช้ยืนแตกตื่นล้อมกันอยู่ ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้หัวใจของนางแทบแตกสลาย เด็กหญิงร่างน้อยนอนหมดสติอยู่บนพื้นร่างเปียกปอนจนหนาวสั่นข้างกายมีร่างสูงใหญ่ข

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status