แชร์

บทที่ 6

ผู้เขียน: อักษรามณี
last update วันที่เผยแพร่: 2026-07-31 22:13:30

หลินเวยล้มลงกลางถนน เธอเงยหน้าขึ้น แสงไฟหน้ารถบรรทุกคันใหญ่ส่องเข้าตาอย่างรุนแรง เสียงเบรกดังเสียดหู เอี๊ยดดดด! แต่ระยะห่างใกล้เกินไป คนขับพยายามหักพวงมาลัยแล้ว ทุกอย่างเกิดขึ้นในเสี้ยววินาที

ตูม! ร่างของหลินเวยกระเด็นไปหลายเมตรก่อนตกกระแทกพื้นอย่างแรง เสียงกรีดร้องของผู้คนดังขึ้นรอบด้าน ฝนยังคงตกลงมาราวกับฟ้ากำลังร่ำไห้ เลือดสีแดงสดค่อย ๆ ไหลออกจากศีรษะของเธอ ผสมกับน้ำฝนจนกลายเป็นสีแดงจาง ๆ หลินเวยพยายามขยับตัว แต่แขนและขาไม่ตอบสนองอีกแล้ว ลมหายใจเริ่มติดขัด เสียงผู้คนรอบตัวดังไกลออกไปเรื่อย ๆ

"เรียกรถพยาบาลเร็ว!"

"มีคนถูกรถชน!"

"พระเจ้า..."

หลินเวยพยายามหันศีรษะ สายตาพร่ามัวมองเห็นภาคินกับหลินรั่วยืนอยู่ริมถนน ทั้งสองทำท่าตกใจต่อหน้าผู้คน หลินรั่วถึงกับร้องไห้ออกมา

"พี่เวย! พี่เวย ฮือ..."

เธอแสดงละครได้สมบูรณ์แบบ แต่ในจังหวะที่ไม่มีใครมอง หลินรั่วกลับยิ้มมุมปาก รอยยิ้มนั้นเต็มไปด้วยชัยชนะ ภาคินเองก็สบตาหลินเวย ในดวงตาของเขาไม่มีความเสียใจแม้แต่น้อย มีเพียงความโล่งใจ หลินเวยหัวเราะในใจ

สุดท้าย... เธอก็มองคนผิดจริง ๆ เลือดเริ่มไหลออกจากมุมปาก ทุกลมหายใจเจ็บปวดราวกับปอดกำลังถูกฉีกเป็นชิ้น รถพยาบาลมาถึง เจ้าหน้าที่รีบวิ่งเข้ามาปฐมพยาบาล

"ยังมีชีพจร! ...รีบยกขึ้นเปล!"

หลินเวยรู้สึกว่าร่างของตนถูกยกขึ้น ภาพทุกอย่างเริ่มพร่าเลือน เธอไม่กลัวความตาย สิ่งเดียวที่เธอเสียใจ...คือเธอแพ้ให้กับความไว้ใจของตัวเอง หากย้อนเวลากลับไปได้ เธอจะไม่มีวันยอมเป็นเหยื่อของใครอีก

เธอจะเป็นฝ่ายกำหนดเกม เป็นฝ่ายถือมีด เป็นฝ่ายควบคุมชะตาชีวิตของคนอื่น ไม่ใช่รอให้คนอื่นมาตัดสินชะตาของเธอ หยดน้ำตาหยดหนึ่งไหลออกจากหางตา ไม่ใช่เพราะเจ็บแต่เพราะเสียใจที่ใช้ชีวิตอย่างซื่อตรงมาตลอด

สุดท้ายกลับถูกคนที่รักที่สุดหักหลัง หลินเวยพยายามลืมตาขึ้นเป็นครั้งสุดท้าย ท้องฟ้ายามค่ำคืนมืดมิด สายฝนยังคงตกไม่หยุด เธอสูดลมหายใจเฮือกสุดท้ายก่อนกระซิบแผ่วเบา

"ถ้าสวรรค์...ให้โอกาสฉันอีกครั้ง...ฉันจะไม่มีวันเป็นเหยื่อ...ฉันจะเป็น...คนกำหนดชะตาของทุกคน..."

สิ้นเสียงนั้นเครื่องวัดชีพจรก็ดังเป็นเสียงยาวต่อเนื่อง ปี๊ด...โลกทั้งใบตกอยู่ในความมืด

แต่ในห้วงแห่งความมืดมิดนั้นเอง หลินเวยกลับรู้สึกว่าร่างกายกำลังลอยขึ้นอย่างแผ่วเบา ราวกับมีแรงบางอย่างดึงวิญญาณของเธอออกจากร่างที่ไร้ลมหายใจ เสียงคนร้องไห้ เสียงเจ้าหน้าที่ เสียงฝน และเสียงไซเรนของรถพยาบาลค่อย ๆ เลือนหายไป เหลือเพียงความเงียบอันไร้ขอบเขต

ทันใดนั้น แสงสีทองสายหนึ่งก็ส่องลงมาจากความมืด มันอบอุ่นจนเธอไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดอีกต่อไป ก่อนที่ทุกสิ่งจะถูกกลืนหายไปในแสงนั้น พร้อมเสียงหนึ่งที่ดังก้องอยู่ในห้วงสำนึก

"ชะตาใหม่กำลังเริ่มต้น..."

ตอนที่ 5

ตื่นในร่างฮองเฮา

ความมืดหลังความตายไม่ได้เงียบสงบอย่างที่หลินเวยเคยคิด มันเย็นจัด ลึกไร้ก้นบึ้ง และเต็มไปด้วยแรงดึงประหลาดที่ฉุดรั้งวิญญาณของเธอให้จมลงไปเรื่อย ๆ ทว่าในวินาทีที่เธอคิดว่าตนจะหายไปตลอดกาล เสียงกรีดร้องของสตรีผู้หนึ่งกลับดังแทรกเข้ามาในความมืด

 เสียงนั้นเจ็บปวด อ่อนแรง และเต็มไปด้วยความคับแค้นราวกับคนที่ถูกโลกทั้งใบทอดทิ้ง หลินเวยพยายามลืมตา แต่เปลือกตาหนักอึ้งราวกับมีหินทับอยู่ทั่วร่าง กลิ่นยาขม กลิ่นธูป และกลิ่นเลือดจาง ๆ ลอยเข้าจมูก ความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นผ่านลำคอ ก่อนที่เสียงโวยวายรอบตัวจะดังชัดขึ้นทีละน้อย

 “ฮองเฮาฟื้นแล้ว! ฮองเฮาฟื้นแล้วเพคะ!”

หลินเวยสะดุ้งในใจ ฮองเฮา? ใครคือฮองเฮา? เธอจำได้ชัดเจนว่าตนถูกรถชนกลางถนนในคืนฝนพรำ จำได้ว่าภาคินกับหลินรั่วยืนมองเธอด้วยสายตาไร้ความสำนึก จำได้ว่าลมหายใจสุดท้ายของเธอหมดลงในรถพยาบาล แล้วเหตุใดตอนนี้เธอจึงยังได้ยินเสียงคนพูดอยู่รอบตัว

หลินเวยพยายามขยับนิ้ว ปลายนิ้วเย็นเฉียบแต่ยังรับความรู้สึกได้ เธอลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก ภาพแรกที่เห็นคือเพดานไม้แกะสลักลายเมฆมังกรประดับทอง ผ้าม่านไหมสีแดงเข้มพลิ้วไหวอยู่สองข้างเตียง กลิ่นหอมของกำยานอบอวลจนชวนเวียนศีรษะ รอบตัวมีสตรีแต่งกายโบราณหลายคนคุกเข่าอยู่ บางคนดีใจจนร้องไห้ บางคนกลับมีแววตาหวาดหวั่นมากกว่ายินดี

หลินเวยกะพริบตาช้า ๆ พยายามรวบรวมสติ ร่างนี้ไม่ใช่ร่างเดิมของเธอ มือที่วางอยู่บนผ้าห่มขาวซีดเรียวยาว ผิวเนียนละเอียดอย่างสตรีชั้นสูง เล็บถูกแต่งแต้มสีแดงอ่อนและสวมปลอกนิ้วทองคำประดับหยก ฝ่ามือไร้ร่องรอยจากชีวิตการทำงานของหลินเวย ร่างนี้บอบบางกว่าของเธอมาก แต่ความเจ็บที่ลำคอและหน้าอกกลับชัดเจนราวกับเพิ่งรอดจากความตายมาเช่นกัน

“ฮองเฮาเพคะ พระองค์ทรงฟื้นแล้วจริง ๆ”

 นางกำนัลผู้หนึ่งคลานเข้ามาใกล้ น้ำตาไหลเต็มหน้า “หม่อมฉันนึกว่าพระองค์จะไม่รอดแล้ว” หลินเวยหันไปมองนางอย่างระวัง สตรีผู้นี้อายุราวสิบเจ็ดสิบแปด ใบหน้าซีดเซียว แต่แววตาเป็นห่วงอย่างจริงใจต่างจากคนอื่น

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เกิดใหม่เป็นฮองเฮาร้ายสุดขั้ว   บทที่ 138

    พระองค์หยุดเล็กน้อย ก่อนมีพระราชโองการ“ถอดถอนจากตำแหน่งราชครู ริบทรัพย์สินทั้งหมดเข้าท้องพระคลัง ยึดจวนและที่ดินทุกแห่ง สอบสวนผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด”“รับพระบัญชา!”เสียงองครักษ์หลวงรับพร้อมกันกึกก้อง ราชครูเกาถึงกับหมดเรี่ยวแรง ร่างทั้งร่างทรุดลงกับพื้นหินเย็นเฉียบ เขาหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง“ฮ่า ๆ ๆ...ข้า... แพ้แล้ว”องครักษ์หลวงเข้าควบคุมตัวเขา ก่อนพาตัวออกจากท้องพระโรงต่อหน้าขุนนางทุกคน เมื่อประตูใหญ่ปิดลง เยี่ยนจิ่งเฉินทอดพระเนตรขุนนางทั้งราชสำนัก พระสุรเสียงกังวานและหนักแน่น“ตั้งแต่วันนี้ ผู้ใดคิดใช้ตำแหน่งแสวงหาผลประโยชน์ ผู้ใดคิดขายอำนาจของแผ่นดิน จงมองราชครูเกาเป็นตัวอย่าง”ขุนนางทุกคนคุกเข่าพร้อมกัน “ฝ่าบาททรงพระปรีชาสามารถ!”หลินเวยมองภาพนั้นอย่างสงบนิ่ง ในที่สุด...เสาหลักอีกต้นของเครือข่ายไทเฮาก็พังทลายลงอย่างสิ้นเชิง.สนมที่เหลือเลือกทางรอดสามวันหลังราชครูเกาถูกปลดและริบทรัพย์สิน พระราชวังต้าเยี่ยนก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ตำห

  • เกิดใหม่เป็นฮองเฮาร้ายสุดขั้ว   บทที่ 137

    ไทเฮาแค่นหัวเราะ “เพราะเรายังเป็นมารดาของเจ้า”“ใช่” เยี่ยนจิ่งเฉินหลับพระเนตรชั่วครู่ ก่อนลืมขึ้นอีกครั้ง“แต่ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป พระองค์จะไม่มีอำนาจเหนือราชสำนักอีก”พระองค์หันไปสั่งองครักษ์ “มีพระราชโองการ ถอดอำนาจทั้งหมดของไทเฮา ห้ามผู้ใดรับคำสั่งจากตำหนักฉือหนิง กักบริเวณไทเฮาในตำหนักฉือหนิง ห้ามออกนอกตำหนัก ห้ามพบขุนนาง หากไม่มีพระราชานุญาตจากเรา ผู้ใดฝ่าฝืน...”พระสุรเสียงเย็นเฉียบ “ประหาร”“รับพระบัญชา!”องครักษ์หลวงคุกเข่าพร้อมกัน ไทเฮายืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง พระนางไม่ได้ร้องไห้ ไม่ได้ขอความเมตตา เพียงทอดพระเนตรพระโอรสด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก ก่อนตรัสเบา ๆ“เจ้าคิดว่ากักเราไว้...ทุกอย่างจะจบหรือ”เยี่ยนจิ่งเฉินตอบอย่างหนักแน่น“อย่างน้อย...แผ่นดินจะไม่ถูกควบคุมด้วยความโลภอีก”ไทเฮาหัวเราะเบา ๆ ก่อนปล่อยให้องครักษ์เชิญเสด็จออกจากท้องพระโรงโดยไม่ขัดขืน เมื่อประตูปิดลงทุกคนต่างรู้ดีว่า...ยุคแห่งอำนาจของไทเฮา ได้สิ้น

  • เกิดใหม่เป็นฮองเฮาร้ายสุดขั้ว   บทที่ 136

    หลินเวยตอบเสียงหนักแน่น “ใช่...และผู้ได้รับประโยชน์มากที่สุด”นางหันไปสบพระเนตรไทเฮา “คือผู้ที่จะขึ้นสำเร็จราชการ”ทั้งท้องพระโรงตกอยู่ในความเงียบงัน หลินเวยพยักหน้าให้เฉินอวี้อีกครั้ง“เปิดหีบใบสุดท้าย”ฝาหีบถูกยกขึ้น ภายในเต็มไปด้วยคำสารภาพที่ประทับลายนิ้วมือและตราประจำตัว หลินเวยหยิบฉบับแรกขึ้นมา“คำสารภาพของเจาอี๋ ยอมรับว่าใส่ร้ายฮองเฮาตามคำสั่งคนของไทเฮา”ฉบับที่สอง “คำสารภาพของเต๋อเฟย ยอมรับว่าวัดหลวงถูกใช้รับส่งข่าวและซื้อเสียงขุนนาง”ฉบับที่สาม “คำสารภาพของเหม่ยเหริน ยอมรับว่าแสร้งป่วย กินยาทำให้ชีพจรแปรปรวน เพื่อสร้างข่าวว่าฮองเฮากลั่นแกล้ง”นางหยุดเพียงครู่ก่อนหยิบคำสารภาพฉบับสุดท้าย“และคำสารภาพของหมอหลวงสวี่ ยืนยันว่าโอสถที่ถวายฝ่าบาทถูกเติมสารชิงเยี่ยนตามคำสั่งของแม่นมหลี่ คนสนิทของไทเฮา”ทันทีที่สิ้นคำ แม่นมหลี่ถึงกับทรุดเข่าลง ไทเฮารีบหันไปมองนาง“หลี่กู!”แม่นมหลี่ตัวสั่นไปทั้งร่าง ราชครูเก

  • เกิดใหม่เป็นฮองเฮาร้ายสุดขั้ว   บทที่ 135

    ราชครูเการีบคุกเข่าลง “ฝ่าบาท! กระหม่อมเพียงเป็นห่วงบ้านเมือง”“จริงหรือ” ฮ่องเต้ย้อนถาม “เป็นห่วงบ้านเมือง... หรือเป็นห่วงว่าแผนจะไม่ทันสำเร็จ”ราชครูเกาถึงกับพูดไม่ออก เยี่ยนจิ่งเฉินหมุนพระวรกายไปมองขุนนางทุกคน“พวกเจ้าทุกคนเห็นกับตา ทันทีที่เราทรุดลง ราชครูเกาเสนอผู้สำเร็จราชการ ขุนนางฝ่ายเดียวกันคุกเข่าพร้อมกัน และ...”พระองค์หยุดมองไทเฮา “ไทเฮารับคำเสนอโดยไม่แม้แต่รอให้หมอหลวงวินิจฉัยพระอาการของเรา”รองเสนาบดีกรมยุติธรรมก้มหน้าลงช้า ๆ เขาเริ่มเข้าใจแล้ว เหตุการณ์ทั้งหมด...เป็นกับดัก หลังจากนั้นฮ่องเต้ตรัสต่อ“เราตั้งใจให้ข่าวพระอาการแพร่กระจาย ตั้งใจให้ทุกคนคิดว่าเรากำลังหมดเรี่ยวแรง ตั้งใจ...”พระองค์เน้นเสียงหนัก “ล่อผู้ที่คิดแย่งอำนาจให้ออกมาจากเงามืด”ไทเฮาตรัสขึ้นทันที “ฮ่องเต้! เจ้ากำลังสงสัยมารดาของตนเองหรือ”เยี่ยนจิ่งเฉินหลับพระเนตรเพียงครู่ ก่อนลืมขึ้นอีกครั้ง“ลูกไม่อยากสงสัย แต่พระองค์...ทำให้ลูกไ

  • เกิดใหม่เป็นฮองเฮาร้ายสุดขั้ว   บทที่ 134

    หลินเวยซึ่งยืนอยู่หลังม่านก้าวออกมาด้วยท่าทางสงบนิ่ง นางถวายบังคมต่อหน้าฮ่องเต้และไทเฮา แม้ทุกสายตาจะจับจ้องมาที่ตน แต่นางกลับไม่มีอาการหวาดหวั่นแม้แต่น้อย ไทเฮามองหลินเวยด้วยสายตาเย็นชา"ฮองเฮา...เจ้าดูแลพระกระยาหารและโอสถของฝ่าบาทอยู่ใช่หรือไม่"หลินเวยตอบอย่างสุขุม "เพคะ...หม่อมฉันตรวจสอบเพื่อความปลอดภัยของฝ่าบาท"ไทเฮาพยักพระพักตร์ช้า ๆ"เช่นนั้น..." พระสุรเสียงเริ่มแข็งขึ้น "ผู้ที่มีโอกาสแตะต้องโอสถของฮ่องเต้มากที่สุด..."พระนางชี้พระหัตถ์มายังหลินเวย "ก็คือเจ้า"ทั้งท้องพระโรงเงียบกริบ ชิงหลัวถึงกับหน้าเปลี่ยนสี เฉินอวี้กำมือแน่น ราชครูเการีบก้าวออกมาทันที"กราบทูลไทเฮา กระหม่อมเองก็สงสัยเรื่องนี้เช่นกัน ตั้งแต่ฮองเฮาเข้ามายุ่งเกี่ยวกับโอสถของฝ่าบาท พระอาการกลับทรุดหนักลง"เสียงฮือฮาดังขึ้นทันที ขุนนางบางคนเริ่มกระซิบกัน"จริงสิ...ก่อนหน้านี้ยังเสด็จว่าราชการได้ แต่หลังฮองเฮาเข้ามาตรวจยา...ฝ่าบาทกลับล้มลง"ไทเฮาไม่ปล่อยให้จังหวะนั้นผ่านไป พระนางรับสั่งเสียงเย็น"นำตัวหมอหลวงเข้ามา"ไม่นาน หมอหล

  • เกิดใหม่เป็นฮองเฮาร้ายสุดขั้ว   บทที่ 133

    ฮ่องเต้ล้มกลางท้องพระโรงรุ่งอรุณวันนั้น เมฆสีเทาปกคลุมเหนือพระราชวังต้าเยี่ยนจนแสงอาทิตย์แทบส่องลงมาไม่ถึง ลมเย็นพัดผ่านลานหินหน้าท้องพระโรง บรรยากาศเงียบงันผิดปกติ ราวกับทั้งแผ่นดินกำลังรอคอยบางสิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงทุกอย่างขุนนางจากทุกกรมทยอยเข้าสู่ท้องพระโรงตามลำดับตำแหน่งแม้ภายนอกทุกคนจะยังคงวางสีหน้าสงบนิ่ง แต่ภายในต่างเต็มไปด้วยความกังวลข่าวพระอาการอ่อนเพลียของฮ่องเต้ตลอดหลายวัน ทำให้หลายคนเริ่มวิตกว่าบ้านเมืองอาจเข้าสู่ความไม่แน่นอนราชครูเกาเดินเข้ามาในฉลองพระองค์เต็มยศ สีหน้าสงบนิ่งกว่าทุกครั้ง เขาเหลือบมองขุนนางฝ่ายตนทีละคน ทุกคนพยักหน้าเบา ๆ เป็นสัญญาณว่าได้เตรียมการเรียบร้อยแล้วอีกด้านหนึ่ง หลินเวยในฐานะฮองเฮาไม่ได้ประทับอยู่ในท้องพระโรงตามธรรมเนียม แต่นางยืนอยู่หลังม่านด้านข้างพร้อมชิงหลัวและเฉินอวี้ เพื่อเฝ้าสังเกตทุกความเคลื่อนไหว นางหันไปหาเฉินอวี้“ทุกอย่างพร้อมหรือยัง”“พร้อมแล้วขอรับ”“หลักฐานทั้งหมด”“องครักษ์ลับดูแลไว้เรียบร้อย ไม่ม

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status