Share

บทที่ 9

last update publish date: 2026-07-31 22:14:35

"คนต่อไป"

"เจาอี๋ มู่หรงซิน บุตรีราชครูมู่หรง ผู้ดูแลการสอบคัดเลือกขุนนางทั่วแผ่นดิน ขุนนางจำนวนมากเป็นลูกศิษย์ของราชครู นางจึงมีผู้สนับสนุนมากที่สุดในราชสำนัก"

หลินเวยยิ้มมุมปาก

อำนาจทางการเมือง

"ซูเฟย"

"ซูเฟย จ้าวซูอวิ๋น เป็นหลานสาวของเสนาบดีกรมคลัง ตระกูลซูร่ำรวยที่สุดในเมืองหลวง ไทเฮาทรงโปรดปรานนางมาก"

หลินเวยหรี่ตาลง

เมื่อคืนคนที่ถูกวางยาก็คือซูเฟย

หรือทั้งหมดเป็นละครฉากใหญ่

"เต๋อเฟย"

"เต๋อเฟย ฉินอันหรู บุตรีเจ้ากรมพิธีการ ภายนอกนางอ่อนโยน เคร่งศาสนา ชอบเข้าวัดและช่วยเหลือคนยากจน จนชาววังเรียกนางว่านางฟ้าแห่งวังหลัง"

หลินเวยหัวเราะเบา ๆ ประสบการณ์จากโลกเดิมสอนเธอว่า คนที่สร้างภาพเป็นคนดีที่สุด มักซ่อนความชั่วไว้ลึกที่สุด

"คนสุดท้าย...เหม่ยเหริน หลินชิงเยว่"

ตอนที่ 7

ชิงหลัวหยุดเล็กน้อยก่อนกล่าวต่อ

"ฐานะของนางต่ำที่สุด บิดาเป็นเพียงผู้ว่าราชการเมืองชายแดน แต่ไทเฮาทรงเอ็นดูมาก นางจึงเติบโตในวังหลังอย่างรวดเร็ว"

หลินเวยวางถ้วยชาลง ห้าคน ห้าตระกูล ห้าผลประโยชน์แต่ร่วมมือกันเล่นงานฮองเฮา เรื่องนี้ไม่ปกติ

"แล้วพวกนางสามัคคีกันได้อย่างไร"

ชิงหลัวถอนหายใจ "เพราะศัตรูของพวกนางเหมือนกันเพคะ"

"ข้า?"

"เพคะ" นางกำนัลก้มหน้าลง  "ตั้งแต่ฮองเฮาเสด็จเข้าวัง ตระกูลเซี่ยมีอำนาจมากที่สุด หากพระองค์ให้กำเนิดรัชทายาท ตำแหน่งของทุกคนก็จะสั่นคลอน"

หลินเวยเริ่มเข้าใจ ดังนั้น...ก่อนที่ฮองเฮาจะมีโอรสต้องกำจัดฮองเฮาเสียก่อน

"แล้วฮ่องเต้ล่ะ"

ชิงหลัวนิ่งไป "ฝ่าบาท...ไม่เคยโปรดฮองเฮาเพคะ"

"เพราะอะไร"

"ตอนอภิเษก พระองค์ทรงมีพระทัยให้สตรีอีกคน แต่ไทเฮากับขุนนางใหญ่บังคับให้แต่งกับตระกูลเซี่ยเพื่อรักษาสมดุลอำนาจ"

หลินเวยหลับตาลง เข้าใจแล้ว ฮ่องเต้ไม่ได้เกลียดเซี่ยอวี้หลันเป็นการส่วนตัว แต่เกลียดการแต่งงานทางการเมือง ร่างเดิมจึงกลายเป็นผู้รับเคราะห์

"ฮองเฮา..." ชิงหลัวเรียกเบา ๆ

"มีอะไร"

"พระองค์จำไม่ได้จริง ๆ หรือเพคะ"

หลินเวยยิ้มจาง ๆ "หลังดื่มยาพิษ ความทรงจำหลายอย่างเลือนราง"

ชิงหลัวพยักหน้าอย่างโล่งใจ นั่นอธิบายได้ว่าทำไมฮองเฮาถึงเปลี่ยนไป หลินเวยลุกขึ้นเดินไปยังหน้าต่างตำหนักคุนหนิงกว้างใหญ่สมฐานะฮองเฮา แต่เงียบผิดปกติ แทบไม่มีขันทีเดินผ่าน แทบไม่มีนางกำนัลเข้าออก

"ทำไมตำหนักเงียบอย่างนี้"

ชิงหลัวกัดริมฝีปาก "เพราะ..."

"พูดมา"

"คนรับใช้เกือบทั้งหมดถูกย้ายออกไปแล้วเพคะ"

หลินเวยหันกลับทันที "ใครย้าย"

"ไทเฮาเพคะ"

"เหตุผลล่ะ"

"ทรงตรัสว่าฮองเฮาฟุ่มเฟือย ใช้คนมากเกินจำเป็น"

หลินเวยหัวเราะในใจ ฮองเฮา...แต่มีคนรับใช้ไม่ถึงสิบคน ต่างจากตำหนักกุ้ยเฟยที่มีนางกำนัลร่วมสี่สิบ นี่คือการตัดแขนตัดขาอย่างชัดเจน ทันใดนั้น...เสียงประกาศดังมาจากหน้าตำหนัก

"กุ้ยเฟย เจาอี๋ เต๋อเฟย และเหม่ยเหริน เสด็จ"

หลินเวยยิ้มบาง มาเร็วดี ประตูตำหนักเปิดออก สตรีสี่คนก้าวเข้ามาพร้อมกัน แต่ละคนงดงามจนเหมือนบุปผาคนละชนิด กุ้ยเฟยสูงสง่า ใบหน้าคมสวย ดวงตาเต็มไปด้วยความหยิ่งทะนง เจาอี๋ยิ้มอ่อนโยน ดูเป็นมิตรที่สุด เต๋อเฟยแต่งกายเรียบง่าย สีหน้าเมตตา ส่วนเหม่ยเหรินอายุน้อยที่สุด งดงามบอบบางราวดอกเหมยแรกผลิ

หากไม่รู้จัก...คงไม่มีใครคิดว่าสตรีทั้งสี่คือศัตรูของกันและกัน กุ้ยเฟยปรายตามองหลินเวย

"ฮองเฮาหายดีเร็วกว่าที่คิด"

น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความผิดหวัง หลินเวยยิ้มตอบ

"ทำให้เจ้าผิดหวังหรือ"

กุ้ยเฟยหัวเราะเบา ๆ "หม่อมฉันเพียงเป็นห่วง"

"จริงหรือ"

"แน่นอน"

หลินเวยเดินเข้าไปใกล้ "เช่นนั้นเมื่อคืนเหตุใดเจ้าจึงรีบพาคนมาล้อมตำหนักของข้า"

รอยยิ้มของกุ้ยเฟยแข็งค้าง เจาอี๋รีบพูดแทรก

"ฮองเฮาเข้าใจผิดแล้วเพคะ พวกหม่อมฉันเพียงเป็นห่วงซูเฟย"

"แล้วซูเฟยเป็นอย่างไร"

เต๋อเฟยตอบทันที "ยังไม่ฟื้น"

หลินเวยพยักหน้า "ดี"

ทุกคนชะงัก กุ้ยเฟยขมวดคิ้ว "ฮองเฮาตรัสว่าอะไร"

"ข้าบอกว่าดี" หลินเวยมองทุกคนทีละคน "ถ้านางฟื้นเร็วเกินไป คนร้ายตัวจริงคงรีบปิดปากนาง"

บรรยากาศทั้งห้องเงียบลงทันที สีหน้าของเหม่ยเหรินเปลี่ยนไปเสี้ยววินาที เพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น แต่หลินเวยเห็น เธอจำสีหน้าตกใจแบบนี้ได้ดี ในโลกเดิม...ภาคินก็เคยทำสีหน้าเช่นนี้เมื่อเธอเริ่มสงสัยเรื่องประกัน หลินเวยเก็บรายละเอียดไว้เงียบ ๆ กุ้ยเฟยหัวเราะเย็น

"ฮองเฮาหมายความว่าพวกหม่อมฉันเป็นคนร้ายหรือ"

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกิดใหม่เป็นฮองเฮาร้ายสุดขั้ว   บทที่ 150

    เยี่ยนจิ่งเฉินอ่านรายงานจนจบ “เสียทหารเท่าไร”หวังอี้ตอบ “น้อยกว่าที่คาดมากพ่ะย่ะค่ะ แม่ทัพกุ้ยไม่โจมตีตรง ๆ แต่ตัดเส้นทางเสบียงของโจร บีบให้พวกมันแตกออกเป็นกลุ่มเล็กแล้วจึงเข้าจับกุม ชาวบ้านที่ถูกจับเป็นตัวประกันได้รับการช่วยเหลือเกือบทั้งหมด”หลินเวยฟังเงียบ ๆ ยิ่งฟัง นางยิ่งเห็นภาพของชายคนหนึ่งชัดขึ้น ไม่ใช่แม่ทัพที่ชนะด้วยกำลัง แต่เป็นคนที่ชอบตัดทางหนีของศัตรูก่อนลงมือ น่าสนใจและอันตราย“มีอีกเรื่องพ่ะย่ะค่ะ” หวังอี้กล่าวต่อ เขาหยิบฎีกาอีกฉบับออกจากกล่อง “แม่ทัพกุ้ยส่งฎีกามาพร้อมรายงานชัยชนะ”เยี่ยนจิ่งเฉินรับมา เมื่อเปิดอ่าน พระพักตร์กลับนิ่งลงทีละน้อยหลินเวยถาม “เขาขอรางวัลหรือเพคะ”“ไม่”“ขอกำลังเพิ่ม?”“ไม่”พระองค์ยื่นฎีกาให้นางหลินเวยรับมาอ่านด้วยตนเอง ข้อความในฎีกาสั้นกว่าที่คาด กุ้ยจงเหยารายงานชัยชนะ ถวายความดีความชอบทั้งหมดแก่ทหารและแม่ทัพรอง ยืนยันว่าตนไม่ขอรับรางวัลใด แต่ย่อหน้าสุดท้ายกลับเขียนว่า หลังป

  • เกิดใหม่เป็นฮองเฮาร้ายสุดขั้ว   บทที่ 149

    นางลากปลายพู่กันเชื่อมชื่อบนกระดาษ คลังสินค้า เส้นทางม้า พ่อค้า เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น กองทัพ เมื่อเชื่อมทุกอย่างเข้าด้วยกัน มันกลายเป็นเส้นทางเดียวกับเงินเสบียงที่กำลังมีปัญหา“แต่ตราประทับที่พบอาจถูกวางไว้เพื่อใส่ร้าย” เยี่ยนจิ่งเฉินทอดพระเนตรแผนผังนั้น“ใช่เพคะ”“เช่นนั้นเหตุใดจึงตรวจตระกูลกุ้ย”“เพราะต่อให้มีคนจงใจโยนตรานั้นไว้ เราก็ควรรู้ว่าเหตุใดมันจึงเลือกตระกูลกุ้ย” หลินเวยยิ้มเล็กน้อย“บางครั้งเราก็สงสารคนที่เป็นศัตรูกับเจ้า” คำตอบทำให้พระองค์ยิ้มตาม“ฝ่าบาทควรสงสารหม่อมฉันมากกว่านะเพคะ”“เพราะอะไร”“หม่อมฉันเพิ่งคิดว่าจะได้ใช้ชีวิตสงบสักปีสองปี”“อย่างน้อยเจ้าก็ได้หนึ่งปี” เยี่ยนจิ่งเฉินหัวเราะหลินเวยมองพระองค์อย่างไม่พอใจนัก ก่อนกลับไปอ่านทะเบียนต่อ ทันใดนั้นสายตาของนางหยุดอยู่ที่ชื่อหนึ่งกุ้ยจงเหยา นางอ่านประวัติด้านข้างช้า ๆ น้องชายร่วมบิดาของอดีตแม่ทัพใหญ่ อายุสี่สิบเจ็ดป

  • เกิดใหม่เป็นฮองเฮาร้ายสุดขั้ว   บทที่ 148

    แทบไม่มีใครสนใจเงินเสบียงชายแดนที่หายไปอีกแล้ว จากคดีทุจริตของขุนนางหนึ่งคน มันถูกเปลี่ยนเป็นคดีของหลินเวยภายในเวลาไม่กี่ชั่วยาม เมื่อกลับถึงพระราชวัง เยี่ยนจิ่งเฉินกำลังรอนางอยู่ พระพักตร์ของฮ่องเต้มืดครึ้ม“ข่าวออกไปเร็วเกินไป” หลินเวยถอดเสื้อคลุมส่งให้ชิงหลัว“เพคะ”“เราสั่งให้ตรวจว่าใครปล่อยข่าวแล้ว”“ไม่จำเป็นต้องรีบเพคะ”เยี่ยนจิ่งเฉินขมวดพระขนง“คนที่อยู่เบื้องหลังไม่ได้ต้องการซ่อนตัว มันต้องการให้คนพูด” หลินเวยนั่งลงตรงข้ามพระองค์ นางหยิบสำเนาสมุดบัญชีวางบนโต๊ะ “ลองดูสิ่งที่มันทำ เงินเสบียงหาย ฉินเหวินเซิงมีชื่อรับรอง พอเราสั่งเรียกตัว เขาก็ตาย จากนั้นพบเงินสินบนและบัญชีที่โยงมาหาข้า” หลินเวยเคาะนิ้วลงบนโต๊ะเบา ๆ “นี่ไม่ใช่การปิดปากเพียงอย่างเดียว”เยี่ยนจิ่งเฉินมองนาง “มันกำลังโจมตีเจ้า”“ไม่ใช่แค่หม่อมฉัน” หลินเวยส่ายหน้า “มันกำลังโจมตีระบบตรวจสอบใหม่”พระองค์นิ่งไปหลินเวยกล่าวต่อ &ldq

  • เกิดใหม่เป็นฮองเฮาร้ายสุดขั้ว   บทที่ 226

    ข่าวเริ่มเกาะกับเหตุการณ์จริงทีละชิ้นเหมือนเถาวัลย์ที่เลื้อยตามกำแพง ยิ่งมีของจริงให้เกาะ มันยิ่งเติบโตเร็วในที่สุดเรื่องไปถึงท้องพระโรงขุนนางคนหนึ่งกล่าวระหว่างประชุมว่า “ฝ่าบาท กระหม่อมเห็นว่าควรจัดการข่าวลือโดยเร็วพ่ะย่ะค่ะ มิฉะนั้นจะกระทบพระเกียรติของราชวงศ์”“จัดการอย่างไร” เยี่ยนจิ่งเฉินนั่งอยู่เหนือท้องพระโรง สีหน้าเย็นลง“จับผู้ปล่อยข่าวมาลงโทษเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างพ่ะย่ะค่ะ”ขุนนางอีกคนเห็นด้วย “ข่าวกล่าวหาว่าฮองเฮาทรงแทรกแซงราชกิจ นับเป็นการหมิ่นพระเกียรติอย่างร้ายแรง”เยี่ยนจิ่งเฉินยังไม่ตอบหลินเวยซึ่งเข้าร่วมการหารือเรื่องระบบตรวจสอบในวันนี้กล่าวขึ้นก่อน“ไม่ต้องจับ”ขุนนางหลายคนหันมองคนแรกรีบกล่าว “แต่ฮองเฮาเพคะ หากปล่อยไว้…”“ยิ่งจับยิ่งเหมือนเรากลัว” นางตอบ “คนพูดตามกันเป็นพัน เจ้าจะจับทั้งหมดหรือ”“แต่ต้นทาง…”“ต้นทางต้องสืบแต่คนที่ได้ยินแล้วพูดต่อ ไม่

  • เกิดใหม่เป็นฮองเฮาร้ายสุดขั้ว   บทที่ 147

    จวนของฉินเหวินเซิงไม่ได้ใหญ่โต แม้ดำรงตำแหน่งรองเจ้ากรมเสบียงทหาร แต่บ้านของเขายังคงเรียบง่ายกว่าจวนขุนนางระดับเดียวกันมาก ทว่าบรรยากาศวันนี้กลับเต็มไปด้วยความวุ่นวาย ภรรยาของฉินเหวินเซิงร้องไห้จนแทบหมดสติ บุตรชายสองคนคุกเข่าอยู่ข้างมารดา ข้ารับใช้ทุกคนถูกเจ้าหน้าที่แยกสอบถามเมื่อหลินเวยเดินเข้าไป ทุกคนรีบคุกเข่า“ถวายพระพรฮองเฮา”หลินเวยไม่ได้สนใจพิธีการ “ศพอยู่ที่ใด”เฉินอวี้นำทางไปยังห้องหนังสือ ทันทีที่เข้าไป กลิ่นกระดาษเก่าและหมึกจาง ๆ ก็ลอยเข้าจมูก ศพของฉินเหวินเซิงถูกนำลงจากคานแล้ว แต่ยังไม่ได้เคลื่อนออกจากห้อง หมอชันสูตรกำลังตรวจร่างอย่างละเอียด หลินเวยมองชายที่เคยยืนต่อหน้านางเมื่อหนึ่งปีก่อน ตอนนั้นฉินเหวินเซิงเป็นเพียงขุนนางชั้นกลางที่ไม่มีผู้ใดสนใจ เขากล้าเสนอในท้องพระโรงว่าการส่งเสบียงทหารมีการสูญเสียระหว่างทางสูงผิดปกติ และเสนอระบบตรวจรับสามฝ่ายความคิดนั้นทำให้หลินเวยจำเขาได้ นางจึงเป็นคนเสนอชื่อเขาเข้าสู่ตำแหน่งสำคัญแต่วันนี้ชายคนนั้นนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น“ตรวจพบอะไร”หมอชันสูตรรีบถวายคำนับ “ทูลฮองเฮา รอยเชือกบริเวณลำคอมีความผิดปกติพ่ะย่ะค่ะ”“อย่างไร”“หากแขวนคอตายเอง

  • เกิดใหม่เป็นฮองเฮาร้ายสุดขั้ว   บทที่ 146

    เสนาบดีกรมกลาโหมขมวดคิ้ว “หมายความว่า...”“คนร้ายไม่ได้กลัวระบบของเรา” หลินเวยตอบ “ตรงกันข้าม มันกำลังเรียนรู้ระบบของเรา”ห้องทั้งห้องเงียบกริบเยี่ยนจิ่งเฉินทอดพระเนตรนางอย่างจริงจัง “เจ้าคิดว่ามีคนจงใจท้าทายเรา?”“ยังไม่รู้เพคะ” หลินเวยส่ายหน้า “บางทีอาจเป็นเพียงคนโลภที่ฉลาด แต่หม่อมฉันไม่ชอบความบังเอิญ”“เราก็ไม่ชอบ” เยี่ยนจิ่งเฉินยิ้มเล็กน้อย พระองค์หันไปทางเฉินอวี้ซึ่งยืนอยู่ไม่ไกล “ส่งคนไปชิงโจวอย่างลับ ๆ อย่าใช้คนของสำนักตรวจการ”“พ่ะย่ะค่ะ”“ตรวจทั้งคลังเสบียง ร้านค้า ผู้ว่าการ และนายทหารที่รับของ”เฉินอวี้ประสานมือ “กระหม่อมจะจัดการทันที”หลินเวยเสริม “และอย่าเพิ่งจับใคร”เฉินอวี้มองนาง “ฮองเฮาหมายถึง...”“ปล่อยให้พวกเขาคิดว่าเราไม่รู้” นางยิ้ม “หากรีบจับปลาเล็ก เราจะไม่มีวันรู้ว่าใครถือแหอยู่”เยี่ยนจิ่งเฉินหัวเราะเบา ๆ “ผ่านไปหนึ่งปี เจ้ายังเหมือนเดิม”หลินเวยหันมองพระองค์ “ฝ่าบาทผิดหวังหรือเพคะ”“ตรงกันข้าม” เยี่ยนจิ่งเฉินยกถ้วยชาขึ้น “ถ้าเจ้ากลายเป็นคนใจอ่อน เราคงต้องเริ่มกังวล”นางหัวเราะ บรรยากาศตึงเครียดคลายลงเล็กน้อยหลังเหล่าขุนนางออกไปแล้ว ภายในตำหนักเหลือเพียงคนสนิ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status