Se connecterนาลินมองหญิงตรงหน้า ก่อนถามกลับ“ที่พึ่งแบบใดหรือ”“ข้าหวังดีจึงมาบอก” หญิงคนนั้นตอบ “ตอนนี้คนในหมู่บ้านพูดกันว่าเจ้าตามจับผิดเนลีทุกเรื่อง นางเพิ่งเสียผัวทั้งสองคน ทั้งยังไม่มีลูกคอยดูแล หากเจ้าเป็นพี่สาวก็ควรช่วยนางบ้าง”“ข้ายังช่วยไม่มากพอหรือ”“เจ้ามีผัวตั้งสี่คน ไม่ต้องออกไปทำงานหนักเหมือนหญิงบ้านอื่น งานล่าสัตว์ งานในไร่ หรือแม้แต่ยกของ พวกเขาก็ทำให้เจ้าทั้งหมด” หญิงคนนั้นมองไปทางจาซูกับน้องชาย“ใครๆ ก็รู้ว่าเจ้าได้ผัวดี แต่กลับดูแลผัวไม่ดีเท่าที่ควร วันๆ เอาแต่หึงหวง หากแบ่งความช่วยเหลือให้น้องสาวบ้างคงไม่ทำให้เจ้าลำบาก” มือของนาลินกำขอบตะกร้าแน่นขึ้น นางอยากถามกลับว่าคนที่ไม่ได้อยู่ในบ้านรู้ได้อย่างไรว่านางดูแลผัวดีหรือไม่ แต่เมื่อนึกถึงสิ่งที่เนลีกำลังรอ นางจึงคลายมือออก“ได้สิ” หญิงคนนั้นชะงัก“เจ้าว่าอย่างไรนะ”“ข้าบอกว่าได้ ในเมื่อท่านคิดว่าข้าควรช่วย ข้าก็จะช่วยให้นางเห็นพร้อมกันเลย” นาลินลุกไปหยิบตะกร้าใบใหญ่ ก่อนหันไปสั่งมูก้า“เอาข้าวสารมาให้ข้าส่วนหนึ่ง”“พี่จะเอาไปให้เนลีจริงหรือ”“จริงสิ ข้าจะเป็นพี่สาวที่แสนดีให้นางดู” น้ำเสียงของนางทำให้มูก้าหุบปาก เลอต้าลุกขึ้นช
มูก้าวางฟืนลงข้างเตาแรงกว่าปกติ ก่อนหันไปมองทางหน้าบ้าน“คนพวกนั้นไม่รู้เรื่องอะไร เหตุใดจึงพูดว่าพี่นาลินรังแกเนลี” นาลินยังคงล้างผักอยู่ข้างโอ่งน้ำ โดยไม่ได้หันไปมองเขา“เจ้าไปได้ยินอะไรมาอีก”“พวกผู้หญิงตรงส่วนกลางพูดว่าเนลีอยากอยู่เงียบๆ แต่นางถูกพี่ตามจับผิดทุกเรื่อง ทั้งเรื่องยืมของ เรื่องมือ แล้วก็เรื่องอาหารเมื่อวาน” ปาโก้วางตะกร้าลง“ข้าก็ได้ยิน พวกเขาบอกว่าพี่มีผัวตั้งสี่คนแล้วยังหึงหวง ไม่ยอมให้เนลีเริ่มต้นชีวิตใหม่”“ข้าจะไปบอกให้รู้ว่าเมื่อวานนางเดินเข้าป่าไปหาพี่ใหญ่เอง” มูก้าพูด “นางไม่ได้บังเอิญไปเก็บผักอย่างที่เล่า” เขากำลังจะเดินออกจากบ้าน แต่เลอต้าคว้าแขนไว้ก่อน“ไม่ต้องไป”“เหตุใดเล่า”“ต่อให้เจ้าพูดความจริง คนเหล่านั้นก็จะคิดว่าเจ้าช่วยเมียของตัวเองแก้ตัว”“แล้วจะปล่อยให้เนลีพูดฝ่ายเดียวหรือ”“ตอนนี้นางต้องการให้พวกเราออกไปเถียง หากเจ้าโวยวายใส่คนที่สงสารแม่หม้าย สุดท้ายพวกเขาจะยิ่งเชื่อว่านางถูกครอบครัวเรารังแก” มูก้ายังไม่พอใจ แต่ยอมกลับมานั่งข้างเตาจาซูซึ่งกำลังซ่อมด้ามหอกอยู่ตรงชานเรือนหันไปมองนาลิน นางยกผักที่ล้างเสร็จขึ้นสะเด็ดน้ำ ก่อนนำไปวางข้างหม้อ“เจ้า
จาซูวางหอกลงข้างประตู ก่อนมองตะกร้าของเนลีที่ตั้งอยู่ตรงชานเรือน“นางไปที่กระท่อมจริงหรือ” มูก้าที่กำลังกินอาหารอยู่พยักหน้าทันที“ไปจริง นางเรียกหาพี่ใหญ่ตั้งแต่ยังไม่เปิดประตูเลย” จาซูหันไปมองนาลิน นางยังคงนั่งตักแกงใส่ถ้วยให้ปาโก้โดยไม่สนใจสีหน้าของเขา“นี่คือสิ่งที่เจ้าบอกว่ากำลังทดลองหรือ”“ใช่”“เหตุใดไม่บอกพี่ให้ชัดเจนว่าเจ้าจะใช้ชื่อพี่ล่อนางไปที่กระท่อม”“ถ้าข้าบอก ท่านจะยอมหรือ”“ไม่ยอม”“เช่นนั้นข้าจะบอกไปทำไม” จาซูขมวดคิ้ว ก่อนเดินเข้ามานั่งตรงข้ามนาง“เพราะเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับพี่ เจ้าไม่ควรให้คนอื่นเข้าใจว่าพี่นัดเนลีไปพบตามลำพัง”“ข้าไม่ได้บอกว่าท่านนัดนาง ข้าพูดเพียงว่าท่านจะไปซ่อมกระท่อมคนเดียว นางเป็นฝ่ายทำอาหารแล้วตามไปเอง”“แต่เจ้าตั้งใจให้นางได้ยิน”“ใช่”“เจ้ากำลังทำให้นางอับอาย”มือของนาลินที่กำลังตักอาหารหยุดลง นางวางทัพพีแล้วเงยหน้ามองเขา“นางอับอายเพราะข้าพูดว่าท่านจะอยู่คนเดียว หรือเพราะนางรีบทำอาหารตามไปหาท่าน”“หากเจ้าไม่ปล่อยข่าว นางก็คงไม่ไป”“หากนางไม่ได้คิดอะไร ต่อให้ได้ยินก็คงไม่ต้องไปเหมือนกัน” จาซูนิ่งไปครู่หนึ่ง“นางอาจเพียงอยากตอบแทนที่พี่เคยช่วย
ปาโก้มองตะกร้าในมือเนลี ก่อนถามขึ้น“เจ้ามาหาผู้ใดหรือ” เนลีถอยออกจากหน้าประตูหนึ่งก้าว สีหน้าที่เคยยิ้มเปลี่ยนไปทันที“ข้าไม่ได้มาหาผู้ใด ข้าเพียงผ่านมา” มูก้าเดินออกมายืนข้างปาโก้“เมื่อครู่เจ้าเรียกหาพี่ใหญ่”“ข้าคิดว่าเขาอยู่ข้างใน...” เนลีรีบตอบ“พอดีข้าเข้าป่ามาเก็บผักจึงทำอาหารเผื่อมาด้วย ไม่คิดว่าจะพบพวกเจ้าแทน” ปาโก้กวาดตามองตะกร้าที่นางถือ“อาหารสำหรับพวกเราทุกคนหรือ”“ใช่ หากผู้ใดอยู่ที่กระท่อมก็กินด้วยกันได้” มูก้าหันไปมองรอบบริเวณกระท่อม ก่อนถาม“แล้วผักที่เจ้ามาเก็บอยู่ตรงไหน”“อยู่แถวนี้”“ตรงนี้ไม่มีผักที่คนในหมู่บ้านเก็บกิน มีแต่เถาวัลย์กับต้นไม้ขม หากจะเก็บผักต้องเดินเลยลำธารไปอีกด้าน” เนลีเม้มปากแล้วขยับตะกร้าหนีสายตาของเขา“ข้าอาจจำทางผิด”“แต่เจ้ากลับเดินมาถึงกระท่อมได้ถูก”“ข้าเห็นทางเดินจึงลองตามมาเท่านั้น” ปาโก้มองไปทางที่เนลีเพิ่งเดินมา บนเส้นทางไม่มีรอยแยกที่ทำให้หลงไปอีกด้านได้ นางต้องตั้งใจเดินเข้ามาจึงจะถึงกระท่อมแห่งนี้“หากเจ้าทำอาหารเผื่อทุกคน เหตุใดจึงมีเพียงชุดเดียว” เนลีรีบเปิดผ้าที่คลุมตะกร้าออก ด้านในมีข้าวกับเนื้อปรุงสุกใส่อยู่ในภาชนะเดียว ปริมาณม
นาลินวางห่ออาหารลงตรงหน้าจาซู ก่อนบอกให้เขานำติดตัวไปด้วย“วันนี้ท่านไปตรวจบ่วงทางด้านเหนือใช่หรือไม่”“ใช่ แต่พี่คิดว่าเจ้าจะให้ไปซ่อมกระท่อมล่าสัตว์เสียอีก”“ผู้ที่จะไปซ่อมกระท่อมไม่ใช่ท่าน” จาซูมองนาง ก่อนเหลือบไปทางปาโก้กับมูก้าที่กำลังเตรียมเชือกกับขวานอยู่ข้างชานเรือน“เจ้าคิดจะทำอะไร”“ทดลองเรื่องที่เราคุยกันเมื่อวาน”“เกี่ยวกับเนลีหรือ”“เกี่ยวกับท่าน” จาซูขมวดคิ้ว แต่นาลินไม่ได้อธิบายต่อ นางหันไปกำชับปาโก้กับมูก้าแทน“พวกเจ้าออกไปก่อน อย่าเดินทางเดียวกับจาซู หากมีคนถามก็บอกว่าจะไปดูรอยสัตว์”“แล้วให้พวกข้ารออยู่ในกระท่อมจนถึงเมื่อใด” มูก้าถาม“จนกว่าจะมีคนไปเรียกหาพี่ใหญ่ของเจ้า”“ถ้าไม่มีผู้ใดไปเล่า”“พวกเจ้าก็ซ่อมหลังคากระท่อมแล้วกลับบ้าน ถือว่าไม่เสียเที่ยว” ปาโก้สะพายขวานขึ้นบ่า“หากเนลีไปจริง พวกข้าต้องทำอย่างไร”“ยังไม่ต้องถามอะไร เพียงออกมาให้นางเห็นว่าจาซูไม่ได้อยู่ที่นั่น” มูก้าพยักหน้ารับ ก่อนเดินตามปาโก้ออกจากบ้านไป ทั้งสองแยกเข้าป่าทางด้านหลังไร่เพื่อไม่ให้ผู้ใดสังเกตเห็น จาซูยังคงนั่งอยู่ที่เดิม“เหตุใดพี่จึงไม่รู้รายละเอียดทั้งหมด”“เพราะหากท่านรู้ ท่านอาจเผลอทำ
จาซูหยิบเห็ดขอนขาวขึ้นมาจากตะกร้า ก่อนมองตามทางที่เนลีเพิ่งเดินจากไป“เจ้ากำลังสืบเรื่องการตายของทามอกกับบูรันจริงหรือ” นาลินยังคงแยกเห็ดใส่ตะกร้า ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองเขา“ใช่”“ตั้งแต่เมื่อใด”“ตั้งแต่เรื่องที่นางเล่าเริ่มไม่ตรงกับสิ่งที่คนอื่นเห็น”“เรื่องใดบ้าง”“นางบอกว่าหลงป่า แต่บริเวณที่แม่เฒ่าพบนางอยู่ใกล้ทางเดินกลับหมู่บ้าน ทั้งยังมีอาหารกับมีดติดตัว นางบอกว่าแม่เฒ่าสอนเรื่องเห็ด แต่แม่เฒ่ากลับไม่เคยพูดเรื่องนั้นกับนาง” นาลินหยิบเห็ดดอกหนึ่งออกจากมือจาซูแล้วใส่กลับลงในตะกร้า“เรื่องมือที่บาดเจ็บก็เช่นกัน ตอนมาขอให้ท่านทำแผล นางยกของเองไม่ได้ แต่พอมูก้าจะเข้าไปช่วย นางกลับใช้มือข้างนั้นยกหม้อได้โดยไม่เจ็บ” จาซูนิ่งฟังโดยไม่ขัดขึ้นมาเหมือนทุกครั้ง“แล้วเรื่องทามอกกับบูรัน เจ้ารู้อะไรอีก”“ข้ารู้เพียงว่ามีคนนำอาหารที่ใส่เห็ดกวางขาวไปวางให้สองคนนั้นกิน ไม่มีผู้ใดเห็นว่าเป็นใคร และไม่มีหลักฐานเหลืออยู่แล้ว”“เจ้าจึงพาเลอต้าไปบริเวณถ้ำ”“ใช่ ข้าอยากรู้ว่าแถวนั้นมีเห็ดชนิดเดียวกับที่ฆ่าพวกเขาหรือไม่” จาซูหันไปมองเลอต้า“พวกเจ้าเจอหรือ”“เจออยู่ใกล้ถ้ำ” เลอต้าตอบ “ข้างกันมีรอยเก็บเก
หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึก เพื่อตั้งสติแล้วเปลี่ยนท่าทาง เธอละทิ้งความเหวี่ยงวีนไปทันที ก่อนจะแสร้งทำเป็นยกมือกุมศีรษะพลางบีบน้ำตา แล้วมองชายตรงหน้าด้วยสายตาออดอ้อน“พี่...พี่จาซูเหรอจ๊ะ” เสียงหวานสั่นเครือเอ่ยขึ้น จาซูชะงักไป คิ้วหนาขมวดเข้าหากันพยายามมองท่าทางแปลกไปของเมีย“ใช่สิ! เจ้าเป็นอะไรไป เหตุ
“ที่นี่คือที่ไหน....”แจมพยายามยันตัวลุกขึ้นนั่ง ทั่วทั้งร่างร้าวรานจนแทบขยับไม่ไหว สติของเธอยังคงหมุนคว้าง ภาพสุดท้ายในหัวคือเพนต์เฮาส์หรู เสี่ยวิชัยสาดกระสุนปืนรัวเข้าใส่กลางอกจนร่างพรุน แต่ทำไมตอนนี้เธอถึงยังไม่ตาย?เธอก้มมองตัวเองด้วยความตกใจ หน้าอกไม่มีแผลเหวอะหวะ ไม่มีรอยเลือด มีเพียงผิวเนื้อ
“พี่จ๋า... ปล่อยแจมเถอะนะจ๊ะ แจมขอโทษ แจมผิดไปแล้ว...” แจมร้องบอกเสียงสั่น“เงินกูมันไม่พอซื้อความซื่อสัตย์ของมึงใช่ไหม มึงสวมเขาให้กูมานานแค่ไหนแล้วอีสารเลว”“พี่ชัย! พี่เองก็แอบเลี้ยงเด็กเอาไว้ไม่ใช่เหรอ ทำไมพี่ทำได้แล้วแจมจะซื้อผู้ชายมากินบ้าง ทำไมต้องโวยวาย”“มึงก็เอาเงินมึงซื้อสิ! เอาเงินกูไปซ
กลิ่นน้ำหอมราคาแพง กลิ่นบุหรี่นอก และกลิ่นแอลกอฮอล์เกรดพรีเมียม อบอวลอยู่ภายในห้องเพนต์เฮาส์หรูใจกลางเมือง เสียงเพลงจังหวะเร้าใจ จากลำโพงบลูทูธราคาหลักแสนดังก้องอยู่ภายในห้อง สลับกับเสียงหอบหายใจกระเส่าอย่างบ้าคลั่งของชายหญิงคู่หนึ่งที่กำลังเริงรักกันอยู่บนเตียงกว้าง กองธนบัตรปึกใหญ่ที่วางอยู่บนโต๊







