로그인กลิ่นน้ำหอมราคาแพง กลิ่นบุหรี่นอก และกลิ่นแอลกอฮอล์เกรดพรีเมียม อบอวลอยู่ภายในห้องเพนต์เฮาส์หรูใจกลางเมือง เสียงเพลงจังหวะเร้าใจ จากลำโพงบลูทูธราคาหลักแสนดังก้องอยู่ภายในห้อง สลับกับเสียงหอบหายใจกระเส่าอย่างบ้าคลั่งของชายหญิงคู่หนึ่งที่กำลังเริงรักกันอยู่บนเตียงกว้าง กองธนบัตรปึกใหญ่ที่วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียง เป็นเงินค่าตัวที่แลกกับความสุขในค่ำคืนนี้
‘แจม’ หญิงสาววัยยี่สิบแปดปี ผู้มีใบหน้าสวยเฉี่ยว และเรือนร่างเซ็กซี่เย้ายวน ก็แน่ล่ะเธอทุ่มเงินตั้งมากมายเพื่อให้ได้ใบหน้าและรูปร่างนี้มา เธอกกำลังนอนทอดกายรับสัมผัสเร่าร้อนจากเทรนเนอร์หนุ่มรุ่นน้องหุ่นล่ำสัน ทั่วทั้งร่างของเธอร้อนรุ่มไปด้วยไฟราคะและความต้องการที่ไม่มีวันเติมเต็ม หยาดเหงื่อผุดซึมตามผิวเนียนละเอียด เนื้อตัวของเธอแดงเป็นจ้ำตาม rอยบีบของมือหนา เขาทั้งฟัดทั้งขย้ำเธออย่างรุนแรงตามคำร้องขอ “แรงกว่านี้อีกได้ไหม กระแทกแรงๆ เลยอาร์ท” เสียงหวานร้องกระเส่า เธอกกำลังเสพสมอยู่กับชายชู้... อาร์ทไม่ใช่สามีของเธอ สามีของเธอนั้นแก่คราวพ่อจนไม่สามารถมอบความสุขให้กับเธอได้อีกแล้ว ที่เธอแต่งงานกับเขาก็เพราะเงิน ความสุขบนเตียงนั้นเธอจึงต้องหากับผู้ชายหนุ่มๆ ที่เธอควักเงินซื้อมากินตามใจอยู่เรื่อยๆ อย่างไม่ซ้ำหน้า! สำหรับแจมที่มีความต้องการสูง เมื่อต้องทนอยู่กับผัวแก่ไร้น้ำยา นี่จึงเป็นทางออกเดียวที่พอจะช่วยระบายความอยากของเธอได้ ปัง! เสียงประตูห้องชุดหรูถูกถีบออกอย่างแรงจนกระแทกผนัง พร้อมร่างท้วมของ เสี่ยวิชัยสามีของแจมก้าวเข้ามา ความโกรธแค้นปรากฏชัดบนใบหน้าเหี่ยวย่น หญิงสาวสะดุ้งสุดตัว เธอขยับดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมกายจนหลังชนหัวเตียง ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความตกใจ เมื่อเห็นสามีเดินเข้ามา “พี่ชัย...พี่มาได้ยังไง” “ร่านนักนะ...อีแจม” เสียงทุ้มแหบพร่าสั่นเครือด้วยความโกรธจัดเอ่ยขึ้น สายตาดุดันกวาดมองเรือนร่างเปลือยเปล่าภายใต้ผ้าห่มผืนหนาอย่างเคียดแค้น มือเหี่ยวย่นเอื้อมมาจิกกระชากเส้นผมยาวสลวยของแจมอย่างแรงเพียงครั้งเดียว ร่างของเธอก็ลอยหวือตามแรงมือจนหน้าหงาย เพียะ! “มึงนะมึง กูให้เงิน ให้ทอง ให้ทุกอย่างกับมึงมันยังไม่พอหรือไง ถึงได้พาผู้ชายมาเอาถึงบนเตียงกู!!!” “พี่ไม่ใช่นะ ฟังแจมก่อน...โอ๊ย!!!” “คิดว่ากูโง่นักเหรอ แก้ผ้านอนคร่อมกันขนาดนี้มึงจะแก้ตัวว่าอะไรอีก” ฝ่ามือของเสี่ยวิชัยฟาดลงบนใบหน้าสวยอย่างไม่ปรานี มุมปากของหญิงสาวแตกจนมีเลือดซึม ชู้รักหนุ่มเห็นท่าไม่ดีก็ตื่นตระหนก รีบคว้ากางเกงลนลานวิ่งหนีออกไปก่อน ทิ้งให้หญิงสาวเผชิญหน้ากับความโกรธเกี้ยวของสามีเพียงลำพังคืนนั้นเมื่อทั้งสามกลับมาถึงบ้าน บรรยากาศภายในเรือนก็เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างเห็นได้ชัด นาลินเดินตรงเข้าห้องนอนโดยไม่พูดกับใครแม้แต่คำเดียว เธอผลักประตูเข้าไปแล้วปิดลงตามหลัง ก่อนจะทรุดตัวนั่งกอดเข่าอยู่ตรงมุมห้อง ใบหน้าซบลงกับท่อนแขนทั้งสองข้าง ความรู้สึกมากมายอัดแน่นอยู่ในอกจนแทบหายใจไม่ออก เธออยากไปให้พ้นจากที่นี่เสียเดี๋ยวนี้นาลินไม่ชอบเลยที่ตัวเองต้องมานั่งรู้สึกเหมือนถูกแย่งความรักไป ทั้งที่ก่อนหน้านี้เธอเคยคิดว่าจาซูเป็นของเธอ เป็นผู้ชายคนแรกในบ้านที่คอยปกป้อง ดูแล และไม่เคยทำให้นางรู้สึกว่าต้องแย่งชิงกับใคร แต่วันนี้ภาพที่เห็นเขาไปตามหาเนลี ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไปหมดมูก้าที่นั่งรอฟังเรื่องราวอยู่บนชานเรือนลุกขึ้นทันทีเมื่อเห็นบรรยากาศผิดปกติ สายตากวาดมองจากจาซูไปยังเลอต้าสลับกันด้วยความสงสัย แต่ไม่กล้าถามออกไปตรงๆปาโก้ซึ่งเพิ่งลุกจากที่นอนได้ไม่กี่วันเดินออกมาจากห้องพักฟื้นอย่างช้าๆ มือข้างหนึ่งยังพยุงตัวไว้กับผนังไม้ สายตามองไปยังประตูห้องนาลินที่ปิดสนิทด้วยความเป็นห่วง“เกิดอะไรขึ้นกันแน่พี่ใหญ่ พี่รอง” ปาโก้ถามเสียงแผ่ว ร่างกายของเขายังไม่แข็งแรงเต็มที่นักจาซูไม่ตอบอะไร เพ
เสียงฝีเท้าวิ่งลุยพุ่มไม้ดังขึ้นใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ก่อนเลอต้าจะโผล่พ้นแนวต้นไม้ออกมา หอบหายใจแรงราวกับวิ่งมาไกลเขาชะงักทันทีที่เห็นภาพตรงหน้า จาซูกับนาลินยืนเผชิญหน้ากันอยู่กลางป่า ต่างฝ่ายต่างมีสีหน้าที่ไม่ดีนัก"นาลิน..." เลอต้าอุทานออกมาด้วยความตกใจ สายตากวาดมองจากนาลินไปยังจาซูสลับกันไปมานาลินหันมามองเลอต้าทันที น้ำตาที่ยังคลอเบ้าอยู่ถูกซับด้วยหลังมืออย่างรวดเร็ว ราวกับไม่อยากให้เขาเห็นความอ่อนแอของตัวเอง"เจ้ามาที่นี่ทำไม" นาลินหันไปถามด้วยความสงสัย มันไม่ปกติเลยที่ผัวทั้งสองคนของเธอ จะพากันมาที่นี่"ก็...ข้าเห็นว่าเจ้าหายตัวไปจากบ้านตั้งแต่บ่าย ข้าตามหาไปทั่วก็ไม่เจอ เลยออกมาตามดูนอกหมู่บ้านบ้าง" เลอต้าตอบพลางยังหอบอยู่ สายตาเลี่ยงไม่กล้าสบตากับภรรยาตรงๆ"แล้วเจ้ารู้ได้ยังไงว่าพี่จาซูอยู่ที่นี่ เพราะชื่อที่เจ้าร้องเรียก เป็นชื่อพี่เจ้าไม่ใช่ข้า" นาลินถามต่อทันที ไม่รอให้เขาตั้งตัว คำถามนั้นทำให้เลอต้าอึกอักไปชั่วขณะ ปากขยับจะตอบแต่คำพูดกลับไม่เป็นประโยคดี"...ข้า...ข้าก็แค่บังเอิญ""บังเอิญงั้นหรือ" นาลินย้อนถามกลับ สายตาเริ่มเขม็งมองสามีรองอย่างจับผิด ไม่ต่างจากที่เพิ่งจ้องจาซ
บ่ายวันนั้น เมื่อเห็นว่าไม่มีใครในหมู่บ้านสังเกตเห็นความผิดปกติ จาซูรีบหาโอกาสแวะเวียนไปยังถ้ำหลังน้ำตกทันที ใจยังคงร้อนรุ่มไม่หายตั้งแต่เช้า อยากรู้ให้แน่ใจสักครั้งว่าเนลียังปลอดภัยดีอยู่เขาฝ่าม่านน้ำตกเข้าไปในถ้ำ แต่ภายในกลับว่างเปล่า ไม่มีวี่แววของนางเลยสักนิด"เนลี" เขาเรียกชื่อนางเบาๆ เสียงสะท้อนกังวานอยู่ในโพรงถ้ำ ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ กลับมาจาซูรีบเดินสำรวจไปทั่วรอบๆ ถ้ำ มุมที่นางเคยนอน ซอกหินที่เคยซ่อนตะกร้า ทุกอย่างยังคงอยู่ที่เดิม เพียงแต่ไม่มีตัวนางอยู่ตรงนั้นอีกแล้ว ผ้าห่มผืนเก่าที่เคยคลุมตัวนางถูกพับเก็บไว้เป็นระเบียบผิดปกติ ราวกับตั้งใจจะไม่กลับมาอีก ห่อข้าวที่เขาเอามาให้เมื่อวานก็หายไปด้วย เหลือเพียงเปลือกผลไม้ป่าที่นางเคยเก็บสะสมไว้กระจัดกระจายอยู่มุมหนึ่ง"นางหายไปไหน..." เขาพึมพำกับตัวเอง ใจเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ มือลูบไล้ไปตามผนังถ้ำราวกับหวังจะเจอร่องรอยอะไรบางอย่างที่บอกทิศทางที่นางไปเขารีบออกจากถ้ำ เดินลัดเลาะตามเส้นทางป่ารอบบริเวณ ค้นหาไปทั่วทุกซอกทุกมุมที่พอจะนึกออก ตะโกนเรียกชื่อนางเป็นระยะแต่ก็ไม่มีคำตอบใดๆ กลับมา ความกังวลในของเขาเพิ่มมากขึ้น ภาพเหตุการณ์เช้า
เช้าตรู่วันนั้น เสียงโหวกเหวกดังขึ้นจากบ้านหลังหนึ่งกลางหมู่บ้าน ก่อนจะลุกลามเป็นเสียงตะโกนเรียกหาคนช่วยดังก้องไปทั่วทุกหลังคาเรือน"ใครก็ได้ไปตามหมอยาเร็ว! ทามอกับบูรันกำลังจะตายอยู่แล้ว!" เสียงผู้หญิงคนหนึ่งกรีดร้องแทรกเสียงร้องไห้ ชาวบ้านหลายคนวิ่งกรูกันเข้าไปมุงดูหน้าบ้านภายในบ้าน สองพี่น้องนอนชักดิ้นอยู่บนพื้น ปากมีฟองสีขาวไหลย้อยออกมา ใบหน้าซีดเผือดจนแทบไม่เหลือสีเลือด ท้องบวมเป่งผิดปกติ มือทั้งสองข้างเกร็งกำแน่นจนข้อนิ้วขาว"เมื่อคืนพวกเขากินอะไรเข้าไปกันแน่" ชายชราคนหนึ่งถามขึ้นด้วยความตกใจ"ข้าเห็นมีข้าวแกงเนื้อวางอยู่ แล้วก็ไหสุราข้างนอก" หญิงสาวข้างบ้านที่มาช่วยตอบเสียงสั่น มือชี้ไปยังชามแกงที่ยังเหลือเดนอยู่บนโต๊ะหมอยาประจำเผ่ารีบวิ่งฝ่าฝูงชนเข้ามา ก้มลงตรวจอาการอย่างเร่งด่วน ดมกลิ่นแกงในชามก่อนจะสีหน้าเปลี่ยนทันที"เห็ดพิษ สองพี่น้องนี้กินเห็ดพิษเข้าไป" หมอยาพูดออกมาเบาๆ แต่ก็มากพอให้คนรอบข้างได้ยินและเงียบกริบไปพร้อมกัน "สายเกินจะแก้แล้ว พิษเข้าเส้นเลือดหมดแล้ว เห็ดที่กินเข้าไปท่าจะเป็นเห็ดกวางขาว""เห็ดพิษ...แล้วใครเป็นคนเอามาให้กันเล่า" คนเป็นแม่ร้องขึ้น สีหน้าเต็มไ
คืนนั้นฟ้ามืดสนิทไร้ดวงจันทร์ เนลีนั่งขดตัวอยู่มุมถ้ำเย็นเยียบ เสียงน้ำตกซัดสาดดังอยู่ไม่ไกลปากถ้ำ มือทั้งสองข้างที่เคยอ่อนนุ่มตอนนี้เต็มไปด้วยรอยแผลจากบาดแผลเก่าที่ยังไม่หายสนิทดี นางเงยหน้ามองออกไปทางปากถ้ำที่แสงดาวลอดผ่านม่านน้ำตกเข้ามาเลือนราง ก่อนจะก้มลงมองตะกร้าใบเล็กที่ซ่อนไว้หลังก้อนหินก้อนใหญ่ภายในตะกร้ามีเห็ดสีขาวนวลวางเรียงอยู่หลายดอก ดูผิวเผินไม่ต่างจากเห็ดที่กินได้ทั่วไป แต่นางรู้ดีว่ามันคือเห็ดพิษชนิดที่แม่เคยสอนไว้ตั้งแต่เด็กว่าห้ามแตะต้องเด็ดขาดนางคิดเรื่องนี้มานานแล้ว นานจนไม่อาจจำได้ว่าเริ่มคิดตั้งแต่เมื่อไหร่ อาจเป็นคืนแรกที่ถูกทุบตีจนแทบสิ้นใจก่อนจาซูจะมาช่วยเอาไว้ หรืออาจเป็นวันที่ถูกบังคับให้แต่งงานกับพี่น้องสองคนพร้อมกันตั้งแต่แรก ไม่มีใครในเผ่าให้ความสำคัญกับความรู้สึกของนางเลยสักครั้งหลายคืนก่อน นางแอบเดินลัดเลาะเข้าไปในป่าลึกใกล้ๆ ที่พอจำเส้นทางได้จากตอนยังอยู่ในหมู่บ้าน มือสั่นเทาตลอดเวลาที่เก็บเห็ดพิษใส่ตะกร้า กลัวทั้งความมืด กลัวทั้งสิ่งที่ตัวเองกำลังจะทำ แต่ความกลัวนั้นก็ไม่มากพอจะหยุดนางได้ ทางเดียวที่จะปลดปล่อยนางออกไปจากถ้ำนี้ ก็คือสถานะแม่หม้าย กฎ
เมื่อจาซูเดินออกมาจากถ้ำหลังน้ำตก มุ่งหน้ากลับบ้านตามทางเดิม ยังไม่ทันพ้นชายป่าไปไกลนัก ร่างของเลอต้าก็ปรากฏขึ้นยืนขวางทางอยู่ตรงหน้า เขาเลือกที่จะมารอเจอพี่ชายในจุดที่ห่างจากทางเข้าหมู่บ้านพอสมควร เพื่อให้มั่นใจได้ว่าจะไม่มีใครได้ยินบทสนทนา สีหน้าของเลอต้าเรียบเฉย แต่แววตาดูเต็มไปด้วยความจริงจังที่จาซูมองเพียงแวบเดียวก็รู้แล้วว่าต้องมีเรื่องอะไรแน่"เลอต้า" จาซูเอ่ยเรียกด้วยความตกใจ เขาไม่คิดว่าจะได้เจอน้องชายที่นี่"พี่ใหญ่มีอะไรจะบอกข้าไหม" เลอต้าถามตรงๆ อย่างไม่อ้อมค้อม สายตาจับจ้องพี่ชายอย่างผิดหวังคำถามนั้นทำให้จาซูชะงักไปทันที เขามองหน้าน้องชายอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะรู้ตัวว่าไม่มีทางปิดบังต่อไปได้อีกแล้ว สายตาที่เลอต้ามองเขาอยู่นั้นไม่ใช่สายตาของคนที่แค่สงสัยลอยๆ แต่เป็นสายตาของคนที่รู้ความจริงมาแล้ว“พี่...” จาซูถอนหายใจยาว ก่อนจะพยักหน้าอย่างจำยอม "เจ้าคงตามพี่ไปจนถึงที่นั่นแล้ว" เลอต้าพยักหน้ารับโดยไม่ปฏิเสธ"งั้นพี่ก็คงต้องเล่าให้เจ้าฟังทั้งหมด" จาซูเอ่ยเสียงหนักแน่น เขาเริ่มเล่าเรื่องทั้งหมด ตั้งแต่วันที่เจอเนลีล้มอยู่กลางป่าในสภาพบาดเจ็บสาหัส เหตุผลที่พาไปซ่อนที่ถ้ำ การแอ
“ที่นี่คือที่ไหน....”แจมพยายามยันตัวลุกขึ้นนั่ง ทั่วทั้งร่างร้าวรานจนแทบขยับไม่ไหว สติของเธอยังคงหมุนคว้าง ภาพสุดท้ายในหัวคือเพนต์เฮาส์หรู เสี่ยวิชัยสาดกระสุนปืนรัวเข้าใส่กลางอกจนร่างพรุน แต่ทำไมตอนนี้เธอถึงยังไม่ตาย?เธอก้มมองตัวเองด้วยความตกใจ หน้าอกไม่มีแผลเหวอะหวะ ไม่มีรอยเลือด มีเพียงผิวเนื้อ
“พี่จ๋า... ปล่อยแจมเถอะนะจ๊ะ แจมขอโทษ แจมผิดไปแล้ว...” แจมร้องบอกเสียงสั่น“เงินกูมันไม่พอซื้อความซื่อสัตย์ของมึงใช่ไหม มึงสวมเขาให้กูมานานแค่ไหนแล้วอีสารเลว”“พี่ชัย! พี่เองก็แอบเลี้ยงเด็กเอาไว้ไม่ใช่เหรอ ทำไมพี่ทำได้แล้วแจมจะซื้อผู้ชายมากินบ้าง ทำไมต้องโวยวาย”“มึงก็เอาเงินมึงซื้อสิ! เอาเงินกูไปซ
“ไม่คิดเลยว่าทรวดทรงของเจ้าจะงดงามไม่แพ้เนลีเลยแม้แต่น้อย ข้าตัดสินใจไม่ผิดจริงๆ ที่เลือกเจ้า” จาซูกระซิบเสียงพร่า นัยน์ตาหื่นกระหายฉายชัดเมื่อพินิจเรือนร่างขาวนวลระหง ที่ปรากฏแก่สายตาท่ามกลางแสงสลัวของตะเกียงน้ำมันทรวงอกอวบขนาดใหญ่เมื่อเปลือยเปล่าจากอาภรณ์ ช่างเย้ายวนยั่วใจเสียจนจาซูรู้สึกร้อนวาบ
กลิ่นสาบดิน กลิ่นเหงื่อไคลชวนสะอิดสะเอียน และกลิ่นเหล้าต้ม อบอวลอยู่ภายในกระท่อมไม้ไผ่หลังย่อม เสียงเฉลิมฉลองอย่างบ้าคลั่งของพวกผู้ชายในชนเผ่าดังก้องอยู่ข้างนอก สลับกับเสียงหัวเราะรื่นเริงของผู้คนในครอบครัวฝ่ายเจ้าสาวที่เพิ่งจะนับเงินค่าน้ำนมเสร็จสิ้น... เงินค่าน้ำนมที่แลกกับตัวเธอ‘นาลิน’ เด็กสาวว







