Mag-log in“พี่จ๋า... ปล่อยแจมเถอะนะจ๊ะ แจมขอโทษ แจมผิดไปแล้ว...” แจมร้องบอกเสียงสั่น
“เงินกูมันไม่พอซื้อความซื่อสัตย์ของมึงใช่ไหม มึงสวมเขาให้กูมานานแค่ไหนแล้วอีสารเลว” “พี่ชัย! พี่เองก็แอบเลี้ยงเด็กเอาไว้ไม่ใช่เหรอ ทำไมพี่ทำได้แล้วแจมจะซื้อผู้ชายมากินบ้าง ทำไมต้องโวยวาย” “มึงก็เอาเงินมึงซื้อสิ! เอาเงินกูไปซื้อ มันหยามกูเกินไป” “ก็ใครใช้ให้พี่ไม่มีน้ำยาเองล่ะ จับๆ คลำๆ ทั้งคืน มากวนให้อยากแล้วก็ทำให้ไม่ได้ อมก็แล้วอะไรก็แล้วก็ยังนิ่ง ฉันก็ต้องหาคนอื่นมาทำแทนน่ะสิ พี่คิดเหรอว่าอีเด็กคนอื่นของพี่จะไม่ทำแบบฉัน มันก็สวมเขาให้พี่กันหมดทุกคนนั่นแหละ” คำพูดหยาบโลนของเมียเด็กทำให้วิชัยโกรธจัด เขาปล่อยมือจากผมของเธอแล้วเอื้อมไปชักอาวุธปืนพกที่พกติดตัวออกมาทันที แกร๊ก! เสียงขึ้นนกปืนดังลั่นห้อง เคล้าคลอกับเสียงหอบหายใจด้วยความโกรธของเสี่ยวิชัย เขามองอกอวบของภรรยาที่สั่นสะท้านตามจังหวะการหายใจรัวเร็ว มือเหี่ยวย่นเล็งกระบอกปืนตรงไปยังกลางทรวงอกเนียนขาวระหง แจมพยายามขยับตัวหนี แขนเรียวรวบผ้าห่มมาบังไว้เหนืออก “พี่ชัยฉันขอโทษ...” แจมสะอื้นไห้ด้วยความหวาดกลัวยามที่ปากกระบอกปืนเล็งตรงมาหาเธอ “กูรักมึงมาก กูก็เกลียดมึงมาก กูทนพฤติกรรมมึงมานานแล้วอีแจม กูรู้มานานแล้วว่ามึงเล่นชู้ มึงมันสกปรก กูเก็บมึงไว้ต่อไปไม่ได้แล้ว” ปัง! เสียงปืนแผดก้องสะท้อนลั่นห้อง กระสุนเจาะทะลวงเข้ากลางทรวงอกอวบทะลุตัดขั้วหัวใจอย่างแม่นยำ ของเหลวสีแดงฉานสาดกระจายเปรอะเปื้อนที่นอนสีขาว ปัง! ปัง! ปัง! เสียงกระสุนดังรัวจนหมดแม็กซ์ แจมสะดุ้งเฮือกทุกนัด จนร่างกายของเธอกระตุกเกร็ง มือบางทั้งสองข้างยกขึ้นกุมบาดแผลที่อกซึ่งเริ่มมีเลือดไหลทะลักออกมาไม่ขาดสาย หยาดน้ำตาแห่งความเจ็บปวดไหลริน ความเจ็บปวดทางกายบดขยี้หัวใจจนแหลกลาญ เฮือก! ความรู้สึกแรกที่จู่โจมเข้ามาคือความแสบร้อนราวกับมีใครเอาถ่านไฟร้อนจัดมานาบใส่ทรวงอก เลือดอุ่น ๆ แล่นพล่านไหลย้อนขึ้นมาถึงลำคอและกลืนเข้าสู่ทางเดินหายใจ แจมเบิกตากว้าง มือบางที่ถือผ้าห่มสั่นระริกจนผ้าหลุดมือ มันทรมาน... ทรมานเสียจนเธอต้องล้มลงไปนอนดิ้นทุรนทุรายบนที่นอน ลมหายใจเริ่มติดขัดราวกับมีก้อนหินมาทับไว้ที่หน้าอก หัวใจเต้นรัวเร็วอย่างบ้าคลั่งก่อนจะเริ่มผ่อนจังหวะลงอย่างอ่อนแรง ของเหลวคาวข้นสีเข้มทะลักออกตามไรฟันและมุมปาก รสชาติขมฝาดของเลือดและเขม่าปืนผสมกันจนชวนคลื่นไส้ ความเจ็บปวดทางกายแผ่ซ่านไปทั่วทุกเส้นประสาท ร่างกายสะบัดชักกระตุกซ้ำๆ ทว่าในความทรมานเจียนตายนั้น จิตใจของแจมกลับรู้สึกถึงความปล่อยวาง ความเจ็บปวดที่บาดแผลจากฝีมือของเสี่ยวิชัยเริ่มชาหนึบ สิ่งเดียวที่เธอกล่าวโทษในวินาทีที่แสงสว่างในดวงตาเริ่มริบหรี่ลง คือความสนุกสนานและกิเลสราคะบนโลกมนุษย์ที่เธอจะไม่มีวันได้สัมผัสอีกแล้ว ‘ไม่คิดเลย... ว่าจะต้องมาตายเพราะเรื่องซื้อผู้ชายแบบนี้...’ มือบางที่เคยจิกเกร็งกับผ้าปูที่นอนค่อยๆ คลายออก ดวงตาพร่าเลือนจนกระทั่งภาพเพนต์เฮาส์หรูหรากลายเป็นความมืดมิดสนิท ลมหายใจเฮือกสุดท้ายถูกพ่นออกมาพร้อมกับหยาดน้ำตาสายสุดท้ายที่ร่วงริน วิญญาณของหญิงสาวหลุดลอยออกจากร่าง เธอสิ้นใจลงในที่สุด ทว่า... ในตอนที่ความเงียบของความตายเข้าปกคลุมร่างที่ไร้วิญญาณของแจมได้เพียงไม่กี่อึดใจ ณ กระท่อมไม้ไผ่หลังย่อมกลางป่าลึก ร่างกายของนาลินที่ควรจะเย็นชืดหลังจากกรอกยาพิษกลับกระตุกเฮือกขึ้นมาอีกครั้งอย่างรุนแรง! เฮือกกกก! เปลือกตาที่ปิดสนิทลืมโพลงขึ้นมาท่ามกลางความมืด ทว่านัยน์ตาคู่เดิมของเด็กสาวกลับฉายแววกร้าวกระด้าง จริตจะก้านที่เคยอ่อนหวานเดียงสาของนาลินพลันเลือนหาย ถูกแทนที่ด้วยแววตาคู่ใหม่ที่เต็มไปด้วยความสับสน “ที่นี่คือที่ไหน....”หลายวันหลังจากให้คำรับปากต่อหน้าหัวหน้าเผ่า เนลีไม่ได้มาหาจาซูอีก นางไม่ยืมของ ไม่ทำเป็นบาดเจ็บ และไม่เดินผ่านหน้าบ้านบ่อยเหมือนที่ผ่านมา นาลินกลับไม่เชื่อว่าน้องสาวจะยอมถอยง่ายๆช่วงสายของวันนั้น นางเดินไปหาแม่เฒ่าที่ทำยาหอมให้หญิงในหมู่บ้าน เมื่อไปถึงกลับเห็นเนลีนั่งอยู่ก่อนแล้ว จึงไม่ได้เดินเข้าไปทันที แต่หยุดอยู่ข้างต้นไม้ห่างออกมาเล็กน้อย“ช่วงนี้ข้านอนไม่ค่อยหลับ” เนลีบอกหญิงชรา“ตื่นขึ้นมาก็ไม่มีแรง ทำสิ่งใดไม่ไหว”“เจ้าคงเหนื่อยจากการอยู่ตามลำพัง” หญิงชราหยิบใบไม้แห้งออกมาจากตะกร้า“เอาใบนี้ไปต้มดื่มก่อนนอน จะช่วยให้นอนง่ายขึ้น”“มีชนิดที่ออกฤทธิ์เร็วกว่านี้ไหม”“เหตุใดต้องรีบร้อน เพียงนอนไม่หลับไม่ควรใช้ยารุนแรง” หญิงชราหันไปหยิบเชือกมามัดสมุนไพร เนลีจึงมองไปยังชั้นไม้ด้านใน บนนั้นมีห่อยาหลายชนิดวางเรียงกัน โดยเฉพาะห่อสีคล้ำที่ถูกแยกออกจากสมุนไพรทั่วไป“ของบนชั้นนั้นคืออะไรหรือ” หญิงชราหันไปมองตาม“ไม่ใช่ของที่เจ้าต้องใช้หรอก”“ข้าแค่ถามดู”“เป็นสมุนไพรสำหรับรักษาคนที่มีอาการเกร็ง ใช้มากไม่ได้ หากต้มเข้มเกินไปจะทำให้ตัวเย็นและไม่มีแรง” เนลีพยักหน้า แต่สายตายังคงอยู่ที่ห่อยานั
หัวหน้าเผ่าวางกระบอกน้ำลง ก่อนมองนาลินกับเนลีสลับกัน“มีเรื่องอะไรกัน”“เป็นเรื่องที่น้องสาวข้าเพิ่งมาบอกถึงบ้าน” นาลินตอบ“นางบอกว่าท่านจาซูเคยให้ความหวังว่าจะรับนางเป็นเมีย ข้าจึงพามาถามต่อหน้าให้ชัด จะได้ไม่ต้องกลับไปพูดกันคนละอย่างอีก”จาซูที่กำลังขนไม้รีบวางของในมือลงแล้วเดินเข้ามา เลอต้า ปาโก้กับมูก้าตามมาด้วย“นาลิน เกิดอะไรขึ้น”“เนลีบอกว่าท่านเคยให้รอนาง หากวันหนึ่งข้ายอม ท่านจะรับนางเข้าครอบครัว”“ข้าไม่ได้พูดเช่นนั้น” จาซูปฏิเสธทันที เนลีหน้าซีดลง“พี่จาซู ท่านเคยบอกว่าต้องคิดถึงความรู้สึกของพี่นาลินก่อน”“ข้าเคยพูดจริง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะรับเจ้าเป็นเมีย”“แล้วที่ท่านบอกให้ข้ารอเล่า” จาซูขมวดคิ้ว“ข้าไม่เคยบอกให้เจ้ารอ”“แต่วันนั้นที่ไร่ ท่านบอกว่าหากพี่นาลินยอม...”“พี่บอกว่าเรื่องนี้ต้องคิดถึงความรู้สึกของนาลิน หมายความว่าพี่จะไม่ทำสิ่งใดให้นางไม่สบายใจ ไม่ได้บอกว่าให้นางเปลี่ยนใจเพื่อเจ้า” เนลีอ้าปาก แต่ไม่มีเสียงพูดออกมานาลินยืนกอดอกมองอยู่เงียบๆ จนหัวหน้าเผ่าหันมาถาม“แล้วเหตุใดเนลีจึงเข้าใจว่าเจ้าจะรับนาง”“ข้าไม่รู้” จาซูตอบ“วันนั้นเนลีถามว่าจะกลับมาอยู่กับข้าได
นาลินนั่งหวีผมอยู่หน้าบ้านในช่วงสาย หลังจากผัวทั้งสี่แยกย้ายกันออกไปทำงาน นางทาน้ำมันหอมลงบนปลายผม ก่อนใช้หวีไม้สางเส้นผมยาวอย่างอารมณ์ดี เนลีเดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้า“พี่นาลิน ข้ามีเรื่องอยากคุยด้วย”“ว่ามาสิ” เนลีหันมองรอบบริเวณ เมื่อเห็นว่าไม่มีผู้ใดอยู่ใกล้จึงเดินเข้ามานั่ง“เป็นเรื่องของพี่จาซู” นาลินหยุดหวีผมแล้วมองหน้าอีกฝ่าย“เจ้ามาหาข้าถึงบ้านเพื่อพูดเรื่องผัวข้า ฟังดูไม่น่าใช่เรื่องดีเลยนะ”“ข้าเพียงคิดว่าพี่ควรรู้ความจริง”“เช่นนั้นก็รีบพูด ข้ารอฟังอยู่ว่าเจ้าจะเล่าความจริงแบบไหน” เนลีชะงักไปเล็กน้อย ก่อนพูดเสียงเบา“พี่จาซูเคยบอกให้ข้ารอ”“รออะไร รอเข้ามาเป็นเมียน้อยหรือไง”“รอจนกว่าพี่จะยอมรับข้า หากวันหนึ่งพี่ยอม เขาจะรับข้าเข้าครอบครัว” เนลีมองนาลินเหมือนกำลังรอให้นางลุกขึ้นโวยวาย ทว่านาลินกลับวางหวีลงอย่างใจเย็น“แล้วเจ้ามาบอกข้าทำไม อยากให้ข้าวิ่งไปทะเลาะกับเขาหรือ”“ข้าไม่ได้ต้องการให้พวกท่านทะเลาะกัน”“แต่เลือกมาบอกตอนผัวข้าไม่อยู่พร้อมกันทั้งหมด ช่างบังเอิญจริงๆ”“ข้าแค่ไม่อยากพูดต่อหน้าพี่จาซู”“ทำไม กลัวเขาได้ยินหรือ” เนลีเม้มริมฝีปาก“ข้าไม่อยากให้เขาลำบากใจ”“
หลังอาหารมื้อค่ำ นาลินเก็บถ้วยใบสุดท้ายวางไว้ข้างเตา ก่อนหันไปมองผัวทั้งสี่คนที่นั่งอยู่ในบ้าน“คืนนี้เลอต้ากับปาโก้มานอนกับข้า” ปาโก้ที่กำลังดื่มน้ำสำลักทันที ส่วนเลอต้าเพียงเงยหน้าขึ้นมองนาง จาซูชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะถาม“สองคนพร้อมกันหรือ” “ใช่”“เหตุใดต้องเป็นคืนนี้” นาลินเลิกคิ้ว “ข้าจะนอนกับผัวของข้า ต้องเลือกวันให้ผู้ใดอนุญาตด้วยหรือ”“พี่ไม่ได้หมายความเช่นนั้น”“เช่นนั้นก็ไม่มีอะไรต้องถาม” นางเดินเข้าห้องไปก่อน ปาโก้วางกระบอกน้ำลงแล้วหันไปมองเลอต้าอย่างทำตัวไม่ถูก มูก้าหัวเราะเบาๆ ก่อนตบไหล่พี่ชาย“พี่นาลินเรียกแล้ว ยังจะนั่งอยู่ทำไม” ปาโก้หน้าแดงกว่าเดิม แต่ยอมลุกเดินตามเลอต้าเข้าไปในห้องนาลินนั่งรออยู่บนที่นอน ผมยาวที่เคยมัดไว้ถูกปล่อยลงมาคลุมแผ่นหลัง เมื่อทั้งสองเข้ามา นางจึงพยักหน้าให้เลอต้าปิดประตูภายในห้องเงียบลงทันที ปาโก้ยืนอยู่ใกล้ประตู ไม่กล้าขยับเข้ามา ส่วนเลอต้าเดินมาหยุดตรงหน้านาง“เจ้ากำลังโกรธพี่ใหญ่อยู่หรือ”“ข้าโกรธคนได้โดยไม่ต้องเอาพวกเจ้ามาใช้ประชด”“ข้าเพียงอยากแน่ใจ” นาลินจับมือเขามาวางบนไหล่ของตน “ถ้าข้าไม่ต้องการเจ้า ข้าคงไม่เรียกเข้ามา” จากนั้นจึงห
นาลินมองหญิงตรงหน้า ก่อนถามกลับ“ที่พึ่งแบบใดหรือ”“ข้าหวังดีจึงมาบอก” หญิงคนนั้นตอบ “ตอนนี้คนในหมู่บ้านพูดกันว่าเจ้าตามจับผิดเนลีทุกเรื่อง นางเพิ่งเสียผัวทั้งสองคน ทั้งยังไม่มีลูกคอยดูแล หากเจ้าเป็นพี่สาวก็ควรช่วยนางบ้าง”“ข้ายังช่วยไม่มากพอหรือ”“เจ้ามีผัวตั้งสี่คน ไม่ต้องออกไปทำงานหนักเหมือนหญิงบ้านอื่น งานล่าสัตว์ งานในไร่ หรือแม้แต่ยกของ พวกเขาก็ทำให้เจ้าทั้งหมด” หญิงคนนั้นมองไปทางจาซูกับน้องชาย“ใครๆ ก็รู้ว่าเจ้าได้ผัวดี แต่กลับดูแลผัวไม่ดีเท่าที่ควร วันๆ เอาแต่หึงหวง หากแบ่งความช่วยเหลือให้น้องสาวบ้างคงไม่ทำให้เจ้าลำบาก” มือของนาลินกำขอบตะกร้าแน่นขึ้น นางอยากถามกลับว่าคนที่ไม่ได้อยู่ในบ้านรู้ได้อย่างไรว่านางดูแลผัวดีหรือไม่ แต่เมื่อนึกถึงสิ่งที่เนลีกำลังรอ นางจึงคลายมือออก“ได้สิ” หญิงคนนั้นชะงัก“เจ้าว่าอย่างไรนะ”“ข้าบอกว่าได้ ในเมื่อท่านคิดว่าข้าควรช่วย ข้าก็จะช่วยให้นางเห็นพร้อมกันเลย” นาลินลุกไปหยิบตะกร้าใบใหญ่ ก่อนหันไปสั่งมูก้า“เอาข้าวสารมาให้ข้าส่วนหนึ่ง”“พี่จะเอาไปให้เนลีจริงหรือ”“จริงสิ ข้าจะเป็นพี่สาวที่แสนดีให้นางดู” น้ำเสียงของนางทำให้มูก้าหุบปาก เลอต้าลุกขึ้นช
มูก้าวางฟืนลงข้างเตาแรงกว่าปกติ ก่อนหันไปมองทางหน้าบ้าน“คนพวกนั้นไม่รู้เรื่องอะไร เหตุใดจึงพูดว่าพี่นาลินรังแกเนลี” นาลินยังคงล้างผักอยู่ข้างโอ่งน้ำ โดยไม่ได้หันไปมองเขา“เจ้าไปได้ยินอะไรมาอีก”“พวกผู้หญิงตรงส่วนกลางพูดว่าเนลีอยากอยู่เงียบๆ แต่นางถูกพี่ตามจับผิดทุกเรื่อง ทั้งเรื่องยืมของ เรื่องมือ แล้วก็เรื่องอาหารเมื่อวาน” ปาโก้วางตะกร้าลง“ข้าก็ได้ยิน พวกเขาบอกว่าพี่มีผัวตั้งสี่คนแล้วยังหึงหวง ไม่ยอมให้เนลีเริ่มต้นชีวิตใหม่”“ข้าจะไปบอกให้รู้ว่าเมื่อวานนางเดินเข้าป่าไปหาพี่ใหญ่เอง” มูก้าพูด “นางไม่ได้บังเอิญไปเก็บผักอย่างที่เล่า” เขากำลังจะเดินออกจากบ้าน แต่เลอต้าคว้าแขนไว้ก่อน“ไม่ต้องไป”“เหตุใดเล่า”“ต่อให้เจ้าพูดความจริง คนเหล่านั้นก็จะคิดว่าเจ้าช่วยเมียของตัวเองแก้ตัว”“แล้วจะปล่อยให้เนลีพูดฝ่ายเดียวหรือ”“ตอนนี้นางต้องการให้พวกเราออกไปเถียง หากเจ้าโวยวายใส่คนที่สงสารแม่หม้าย สุดท้ายพวกเขาจะยิ่งเชื่อว่านางถูกครอบครัวเรารังแก” มูก้ายังไม่พอใจ แต่ยอมกลับมานั่งข้างเตาจาซูซึ่งกำลังซ่อมด้ามหอกอยู่ตรงชานเรือนหันไปมองนาลิน นางยกผักที่ล้างเสร็จขึ้นสะเด็ดน้ำ ก่อนนำไปวางข้างหม้อ“เจ้า
“ที่นี่คือที่ไหน....”แจมพยายามยันตัวลุกขึ้นนั่ง ทั่วทั้งร่างร้าวรานจนแทบขยับไม่ไหว สติของเธอยังคงหมุนคว้าง ภาพสุดท้ายในหัวคือเพนต์เฮาส์หรู เสี่ยวิชัยสาดกระสุนปืนรัวเข้าใส่กลางอกจนร่างพรุน แต่ทำไมตอนนี้เธอถึงยังไม่ตาย?เธอก้มมองตัวเองด้วยความตกใจ หน้าอกไม่มีแผลเหวอะหวะ ไม่มีรอยเลือด มีเพียงผิวเนื้อ
กลิ่นน้ำหอมราคาแพง กลิ่นบุหรี่นอก และกลิ่นแอลกอฮอล์เกรดพรีเมียม อบอวลอยู่ภายในห้องเพนต์เฮาส์หรูใจกลางเมือง เสียงเพลงจังหวะเร้าใจ จากลำโพงบลูทูธราคาหลักแสนดังก้องอยู่ภายในห้อง สลับกับเสียงหอบหายใจกระเส่าอย่างบ้าคลั่งของชายหญิงคู่หนึ่งที่กำลังเริงรักกันอยู่บนเตียงกว้าง กองธนบัตรปึกใหญ่ที่วางอยู่บนโต๊
กลิ่นสาบดิน กลิ่นเหงื่อไคลชวนสะอิดสะเอียน และกลิ่นเหล้าต้ม อบอวลอยู่ภายในกระท่อมไม้ไผ่หลังย่อม เสียงเฉลิมฉลองอย่างบ้าคลั่งของพวกผู้ชายในชนเผ่าดังก้องอยู่ข้างนอก สลับกับเสียงหัวเราะรื่นเริงของผู้คนในครอบครัวฝ่ายเจ้าสาวที่เพิ่งจะนับเงินค่าน้ำนมเสร็จสิ้น... เงินค่าน้ำนมที่แลกกับตัวเธอ‘นาลิน’ เด็กสาวว
“ไม่คิดเลยว่าทรวดทรงของเจ้าจะงดงามไม่แพ้เนลีเลยแม้แต่น้อย ข้าตัดสินใจไม่ผิดจริงๆ ที่เลือกเจ้า” จาซูกระซิบเสียงพร่า นัยน์ตาหื่นกระหายฉายชัดเมื่อพินิจเรือนร่างขาวนวลระหง ที่ปรากฏแก่สายตาท่ามกลางแสงสลัวของตะเกียงน้ำมันทรวงอกอวบขนาดใหญ่เมื่อเปลือยเปล่าจากอาภรณ์ ช่างเย้ายวนยั่วใจเสียจนจาซูรู้สึกร้อนวาบ







