INICIAR SESIÓN“ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอตัวขึ้นห้องก่อน เหนื่อย อยากพักผ่อน” พูดจบคชาธรก็ก้าวเท้าเดินผ่านร่างของสิตางค์ไปทันทีโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง หรือหยุดรอฟังคำสั่งเหมือนทุกที เขาเดินหนีขึ้นบันไดไปแบบไม่ใยดี ทิ้งความเงียบงันให้ขยายตัวปกคลุมห้องโถงกว้าง
สิตางค์ยืนนิ่งอยู่กับที่ มือบางที่วางอยู่บนพนักโซฟากำเข้าหากันแน่น หัวใจของเธอวูบโหวงอย่างบอกไม่ถูก
มันเป็นครั้งแรกในรอบสิบปี... ที่เธอรู้สึกถึงความห่างเหินอย่างรุนแรงระหว่างตัวเองกับสามี ปกติเวลาทะเลาะกัน คชาธรจะแสดงอาการฟึดฟัด โกรธเกรี้ยว หรือไม่ก็ยอมก้มหน้าเงียบรับคำด่า
แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่ เขายืนอยู่ตรงหน้าเธอแท้ๆ ส่งเสียงพูดคุยกับเธอประโยคต่อประโยค แต่สิตางค์กลับรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้ลอยห่างออกไปไกลแสนไกล... ไกลจนเธอเอื้อมมือไปคว้าไว้ไม่ถึง
ความมั่นใจเต็มร้อยที่เคยมีว่าคุมผู้ชายคนนี้อยู่หมัด เริ่มสั่นคลอนเป็นครั้งแรกโดยที่เธอเองก็ยังหาคำตอบไม่ได้ว่าเพราะอะไร
คชาธรรีบจ้ำเท้าขึ้นบันไดตรงไปยังห้องนอนใหญ่ ทันทีที่ประตูปิดลง เขาวางกระเป๋าเดินทางใบย่อมไว้ข้างเตียงอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือเดินดิ่งเข้าห้องน้ำไป ชายหนุ่มกดล็อกประตู ขยับไปเปิดก๊อกน้ำอ่างล้างหน้าทิ้งไว้เพื่อให้เสียงน้ำไหลช่วยกลบเสียงของเขา
มือหนารีบกดต่อสายวิดีโอคอลหาคนที่เพิ่งแยกกันมาไม่ถึงสามชั่วโมงด้วยความกระวนกระวายใจ และเพียงแค่วินาทีเดียว ปลายสายก็กดรับ ปรากฏใบหน้าสวยหวานดวงตาโศกของมุกดาที่ยังคงนั่งตาแดงอยู่ในห้องนั่งเล่นที่บ้านเล็ก
(พี่คชา... ถึงบ้านหรือยังคะ)
“ถึงแล้วครับมุก พี่เพิ่งเดินขึ้นมาบนห้องนอนเนี้ย” คชาธรปรับน้ำเสียงให้นุ่มขึ้น เขาทอดสายตามองหญิงสาวในจอด้วยความรักและคิดถึงจนแทบขาดใจ ทั้งที่เพิ่งห่างกันมาไม่นาน
“มุกกินข้าวหรือยังครับ อย่ามัวแต่นั่งร้องไห้นะ พี่เห็นแล้วเจ็บหัวใจมากเลย”
(มุกกินไม่ลงหรอกค่ะ บ้านมันกว้างเกินไปเมื่อไม่มีพี่คชาอยู่ด้วย มุกคิดถึงพี่คชาจังเลยค่ะ)
“พี่ก็คิดถึงมุกใจจะขาดเหมือนกันครับ มุกรอพี่นะ พี่สัญญาว่าจะรีบจัดการทุกอย่างให้เร็วที่สุด พี่รักมุกนะเด็กดีของพี่” คชาธรพร่ำบอกคำหวาน แววตาของเขาเชื่อมปรอยเต็มไปด้วยความหลงใหล เมื่อได้ยินเสียงออดอ้อนและเห็นท่าทางคิดถึงของเมียน้อย ชายหนุ่มก็แทบอยากจะหมุนตัวเดินออกจากคฤหาสน์หลังนี้กลับไปหาเธอทันที
ด้านนอกห้องนอนใหญ่...
สิตางค์เดินตามสามีขึ้นมาเงียบๆ เธอหยุดยืนอยู่หน้าประตูห้องนอน สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความมั่นใจ และพยายามสะกดกลั้นทิฐิที่ค้ำคอมาตลอดสิบปีให้มันลดต่ำลง
ครั้งนี้เธอตั้งใจแล้ว ตั้งใจจริงๆ ว่าจะยอมลดราวาศอก จะมาขอโทษและพูดจาดีๆ กับคชาธรเพื่อปรับความเข้าใจกันใหม่ เธอไม่อยากให้บรรยากาศระหว่างเธอกับสามีมันอึดอัดห่างเหินเหมือนอย่างที่รู้สึกข้างล่างเมื่อครู่อีกแล้ว
มือบางผลักประตูห้องนอนเข้าไปเบาๆ ภายในห้องว่างเปล่า มีเพียงกระเป๋าเดินทางของคชาธรวางทิ้งไว้ข้างเตียง และเสียงน้ำไหลซ่าดังกวนใจออกมาจากทางห้องน้ำ สิตางค์เดินไปนั่งรอที่ปลายเตียงกว้าง นัยน์ตาคู่คมจับจ้องไปที่ประตูห้องน้ำที่ปิดสนิทอยู่อย่างจดจ่อ
เธอรอ... รอแล้วรอเล่า ผ่านไปเกือบชั่วโมง คชาธรก็ยังคงไม่ออกมาจากห้องน้ำเสียที
ความร้อนใจและอาการเหนื่อยล้าจากงานบวกกับความกังวลที่สะสมมาตลอดครึ่งเดือน เริ่มทำให้สิตางค์หมดความอดทน หญิงสาวลุกขึ้นยืน เดินตรงไปที่หน้าประตูห้องน้ำ แล้วเคาะรัวๆ ลงบนบานประตู
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
“คชา! คุณทำอะไรอยู่ในนั้นตั้งนานสองนานน่ะ อาบน้ำหรือไปนอนหลับในห้องน้ำฮะ!”
คชาธรที่กำลังพร่ำคำรักอยู่กับมุกดาสะดุ้งตัวโยน เมื่อได้ยินเสียงตวาดกร้าวของเมียหลวงดังกดดันเข้ามา ชายหนุ่มรีบกระซิบกรอกเสียงลงไปในสายอย่างรวดเร็ว
สิตางค์ไม่ได้ตอบคำถามในทันที เธอทำเพียงแค่ดันจานอาหารตรงหน้าออกห่างตัว ก่อนจะเอนหลังพิงเก้าอี้แล้วยกมือขึ้นปิดหน้า สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นหยาดน้ำตาที่ทำท่าจะไหลร่วงลงมาอีกรอบ“ฉันอยู่ไม่ไหวแล้วแก... มันเจ็บ เจ็บจนแทบจะหายใจไม่ออกอยู่แล้ว” น้ำเสียงของสิตางค์สั่นเครือ ละทิ้งหน้ากากประธานสาวผู้ทรงอำนาจ เหลือเพียงผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังแตกสลาย“คชาเขาไม่คุยกับฉันเลยนิชา เดินผ่านเหมือนฉันเป็นธาตุอากาศ แยกห้องนอนเด็ดขาด เช้าก็หนีไปทำงานก่อน ดึกดื่นค่ำมืดกว่าจะกลับบ้าน พอฉันพยายามจะชวนคุยดีๆ เขาก็ตอกกลับมาด้วยคำพูดประชดประชัน คำพูดที่ฉันเคยใช้พูดกับเขา” นิชามองเพื่อนด้วยความสงสาร มือเรียวเอื้อมไปกุมมือบางของสิตางค์ไว้แน่น“แกเปิดใจเล่าให้ฉันฟังละเอียดๆ หน่อยได้ไหม เผื่อฉันจะช่วยคิดหาทางออกให้” สิตางค์พยักหน้ารับช้าๆ น้ำตาเม็ดโตไหลร่วงอาบแก้ม เธอยอมเปิดใจเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ตั้งแต่เขากลับมา เรื่องบนรถสปอร์ตในคืนนั้น จนถึงเมื่อเช้านี้ ให้นิชาฟังทุกคำพูด ทุกความเคียดแค้นและปมด้อยที่คชาธรระเบิดใส่เธอจนเถียงไม่ออก“ฉันเพิ่งรู้ตัว... เพิ่งรู้ตัวจริงๆ ว่าฉันรักคชามากขนาดไหน” สิตา
“ห่วงงั้นเหรอ?” คชาธรแค่นหัวเราะในลำคอ ยิ่งได้ยินคำว่าห่วงจากปากของเธอ เขายิ่งรู้สึกสมเพช“แล้วคุณได้บอกคนอื่นเค้าไหมล่ะสิตางค์... ว่าที่ผมต้องหนีหายหัวไปตั้งครึ่งเดือน เป็นเพราะผมถูกคุณด่า ถูกคุณย่ำยีศักดิ์ศรีเหมือนหมากลางห้องทำงานน่ะ!”“คชา!”“อ้อ... ลืมไป” คชาธรเหน็บแนมกลับทันควัน แววตาจ้องมองถนนเบื้องหน้าด้วยความเย็นชาบาดลึก“คนอย่างผมมันไม่มีสิทธิ์โกรธ ไม่มีสิทธิ์รู้สึกน้อยใจ หรือรู้สึกอะไรทั้งนั้นแหละในบ้านหลังนี้ ต่อให้คุณจะด่าจะว่าผมกลางที่ประชุมต่อหน้าพนักงานนับร้อยผมก็ต้องทน ทนก้มหน้ารับความปากร้ายของคุณ เพราะผมมันต่ำต้อยกว่าคุณ ขาดคุณไปผมและครอบครัวก็มีแต่จะรอวันเจ๊งอย่างที่คุณว่าไว้ไม่มีผิด!”“...”“เงินที่คุณหามา รถหรูที่คุณซื้อให้ บ้านช่องที่คุณให้ซุกหัวนอน... มันค้ำคอผมอยู่ใช่ไหม สิตางค์” น้ำเสียงของคชาธรแปรเปลี่ยนเป็นราบเรียบแต่มันกลับสั่นเครือด้วยปมด้อยที่อัดแน่นมาเป็นสิบปี“เพราะงั้นคุณจะพูดจาแย่ๆ ใส่ผมยังไงก็ได้ จะสั่งให้ผมซ้ายหันขวาหันยังไงก็ได้ใช่ไหม” สิตางค์อ้าปากจะเถียง แต่คำพูดทั้งหมดกลับจุกอยู่ที่ลำคอจนเถียงไม่ออกใบหน้าสวยถอดสี แววตาที่เคยทรงอำนาจตอนนี้สั่นระ
ผู้ชายที่เธอเคยตราหน้ามาตลอดว่าเป็นคนห่วยแตก เป็นคนเหยาะแหยะไม่ได้เรื่อง และไม่มีวันเดินหนีไปจากชีวิตของเธอได้สามวันผ่านไปหลังจากคืนที่คชาธรแยกห้องนอน บรรยากาศภายในคฤหาสน์หลังใหญ่กลับยิ่งอึดอัดเย็นยะเยือก จนแทบหายใจไม่ออกสิตางค์พยายามจะหาโอกาสเข้าหาและพูดคุยกับเขาด้วยท่าทีที่อ่อนลง แต่กลับกลายเป็นว่าทุกความพยายามของเธอ ยิ่งทำให้คชาธรสร้างกำแพงหนาขึ้นมาขวางกั้นเอาไว้จนเธอไม่สามารถก้าวข้ามไปได้เลยตอนเช้าวันถัดมาหลังจากที่เขาแยกห้องนอน สิตางค์ตั้งใจตื่นแต่เช้าตรู่มานั่งรอที่โต๊ะอาหารเพื่อหาเรื่องชวนเขาคุยตอนมื้อเช้า ทว่าคชาธรกลับเลือกที่จะหนีออกจากบ้านไปทำงานก่อนเวลา ทั้งที่เขาจะเข้างานกี่โมงก็ได้พอมาตอนเย็นเธอนั่งรอจนกับข้าวเย็นชืด เขาก็กลับบ้านดึกดื่นค่ำมืดพอนิ้วแตะเข็มนาฬิกาบอกเวลาเกือบเที่ยงคืน คชาธรอ้างหน้านิ่งว่าต้องเคลียร์งานที่คั่งค้าง แต่สิตางค์รู้ดีอยู่แก่ใจ... เขาก็จงใจหลบหน้าเธอชัดๆจนกระทั่งวันนี้ วันที่มีนัดทานข้าวเย็นร่วมกันที่บ้านใหญ่ของคชาธร ซึ่งเป็นข้อบังคับที่ครอบครัวของเขาตั้งขึ้นมาเพื่อกระชับความสัมพันธ์สิตางค์นั่งเงียบอยู่เบาะข้างคนขับ ขณะที่คชาธรทำหน้าที่คนขับ
“มุก แค่นี้ก่อนนะ สิตางค์มาตามแล้ว เดี๋ยวพี่โทรหาใหม่นะ”(ค่ะพี่คชา มุกจะรอนะคะ) คชาธรกดตัดสายทันทีด้วยความหงุดหงิดและไม่พอใจเขาเก็บโทรศัพท์ซุกซ่อนไว้ในกระเป๋ากางเกงอย่างมิดชิด ก่อนจะรีบเปิดฝักบัวอาบน้ำลวกๆ เพื่อให้เนื้อตัวเปียกปอนสมจริง ชายหนุ่มใช้เวลาไม่ถึงสามนาทีก็กระชากประตูห้องน้ำเปิดออก เดินก้าวเท้าออกมาด้วยสีหน้าบึ้งตึงและอารมณ์หงุดหงิดฉุนเฉียวอย่างเห็นได้ชัด“จะเคาะจิกอะไรนักหนาสิตางค์! คนจะอาบน้ำปลดทุกข์ปวดท้อง วุ่นวายจริง!” สิตางค์มองท่าทางกระฟัดกระเฟียดของสามีแล้วขมวดคิ้วมุ่นความตั้งใจที่จะพูดดีๆ ในตอนแรกเกือบจะปลิวหายไปทันที แต่เธอข่มอารมณ์เอาไว้ สูดหายใจลึก ขยับก้าวเข้าไปหาคชาธร ยื่นมือไปหมายจะช่วยเช็ดผมที่เปียกชื้นให้เขา“ก็เห็นเข้าไปตั้งนานแล้ว นึกว่าเป็นอะไรไป... นี่คชา ฉันพยายามจะคุยกับคุณดีๆ แล้วนะ ทริปพม่าเป็นยังไงบ้าง เหนื่อยไหม อารมณ์ดีขึ้นหรือยัง” น้ำเสียงของสิตางค์อ่อนลงกว่าปกติมาก ท่าทางและสายตาของเธอยอมลงให้เขาเต็มที่อย่างที่ไม่เคยทำมาก่อนแต่คชาธรกลับเบี่ยงตัวหลบสัมผัสจากมือของเธออย่างไม่ใยดี เขาเดินเลี่ยงไปหยิบเสื้อผ้าชุดใหม่ในตู้ออกมาใส่ สลัดผ้าขนหนูทิ้งล
“ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอตัวขึ้นห้องก่อน เหนื่อย อยากพักผ่อน” พูดจบคชาธรก็ก้าวเท้าเดินผ่านร่างของสิตางค์ไปทันทีโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง หรือหยุดรอฟังคำสั่งเหมือนทุกที เขาเดินหนีขึ้นบันไดไปแบบไม่ใยดี ทิ้งความเงียบงันให้ขยายตัวปกคลุมห้องโถงกว้างสิตางค์ยืนนิ่งอยู่กับที่ มือบางที่วางอยู่บนพนักโซฟากำเข้าหากันแน่น หัวใจของเธอวูบโหวงอย่างบอกไม่ถูกมันเป็นครั้งแรกในรอบสิบปี... ที่เธอรู้สึกถึงความห่างเหินอย่างรุนแรงระหว่างตัวเองกับสามี ปกติเวลาทะเลาะกัน คชาธรจะแสดงอาการฟึดฟัด โกรธเกรี้ยว หรือไม่ก็ยอมก้มหน้าเงียบรับคำด่าแต่ครั้งนี้มันไม่ใช่ เขายืนอยู่ตรงหน้าเธอแท้ๆ ส่งเสียงพูดคุยกับเธอประโยคต่อประโยค แต่สิตางค์กลับรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้ลอยห่างออกไปไกลแสนไกล... ไกลจนเธอเอื้อมมือไปคว้าไว้ไม่ถึงความมั่นใจเต็มร้อยที่เคยมีว่าคุมผู้ชายคนนี้อยู่หมัด เริ่มสั่นคลอนเป็นครั้งแรกโดยที่เธอเองก็ยังหาคำตอบไม่ได้ว่าเพราะอะไรคชาธรรีบจ้ำเท้าขึ้นบันไดตรงไปยังห้องนอนใหญ่ ทันทีที่ประตูปิดลง เขาวางกระเป๋าเดินทางใบย่อมไว้ข้างเตียงอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือเดินดิ่งเข้าห้องน้ำไป ชายหนุ่มกดล็อกประตู ขยับไปเป
“ตลอดสองอาทิตย์ที่ผ่านมาที่มุกได้ดูแลพี่คชา มุกมีความสุขมากเลยค่ะ... สุขจนมุกนึกกลัวว่าถ้ากลับไปถึงไทยแล้ว ทุกอย่างมันจะกลายเป็นแค่ความฝัน” คำพูดตัดพ้อแสนซื่อ ไร้จริตของหญิงสาว ทำให้อกซ้ายของคชาธรกระตุกวูบ ชายหนุ่มหมุนตัวกลับมาหาเธอ ดึงร่างน้อยเข้ามาโอบกอดตอบอย่างทะนุถนอม มือหนาลูบเส้นผมนุ่มสลวยเบาๆ เพื่อปลอบประโลม“ไม่เอาน่ามุก ไม่คิดมากสิครับ” คชาธรเชยคางมนขึ้นมา สบตาคู่โศกที่บัดนี้มีน้ำตาคลอหน่วย“พี่เองก็มีความสุขมากเหมือนกัน พี่อยากอยู่กับมุกทุกวันแบบนี้เลย”“มุกรู้ค่ะว่ามุกไม่มีสิทธิ์เรียกร้องอะไร แต่พอคิดว่าพี่คชาต้องกลับไปหา... ไปหาคนทางนั้น มุกก็อดใจหายไม่ได้” เด็กสาวหลบสายตาต่ำ ท่าทางหวาดกลัวและเจียมเนื้อเจียมตัวของเธอ ยิ่งสุมไฟแค้นและไฟราคะในตัวชายหนุ่มให้ปะทุคชาธรกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น แววตาเเป็นเปลี่ยนเป็นโกรธเกรี้ยวและแข็งกร้าวขึ้น เมื่อคิดถึงใบหน้าเย่อหยิ่งของสิตางค์“เชื่อใจพี่นะมุก ขอเวลาให้พี่อีกหน่อย พี่จะรีบจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย เพื่อให้เราสองคนได้มาอยู่ด้วยกันจริงๆ สักที พี่จะไม่ยอมให้ใครมาชี้นิ้วสั่งชีวิตพี่อีกต่อไปแล้ว” เขากดจูบลงบนหน้าผากมนของหญิงสาวเนิ่นน







