تسجيل الدخول“มุก แค่นี้ก่อนนะ สิตางค์มาตามแล้ว เดี๋ยวพี่โทรหาใหม่นะ”
(ค่ะพี่คชา มุกจะรอนะคะ) คชาธรกดตัดสายทันทีด้วยความหงุดหงิดและไม่พอใจ
เขาเก็บโทรศัพท์ซุกซ่อนไว้ในกระเป๋ากางเกงอย่างมิดชิด ก่อนจะรีบเปิดฝักบัวอาบน้ำลวกๆ เพื่อให้เนื้อตัวเปียกปอนสมจริง ชายหนุ่มใช้เวลาไม่ถึงสามนาทีก็กระชากประตูห้องน้ำเปิดออก เดินก้าวเท้าออกมาด้วยสีหน้าบึ้งตึงและอารมณ์หงุดหงิดฉุนเฉียวอย่างเห็นได้ชัด
“จะเคาะจิกอะไรนักหนาสิตางค์! คนจะอาบน้ำปลดทุกข์ปวดท้อง วุ่นวายจริง!” สิตางค์มองท่าทางกระฟัดกระเฟียดของสามีแล้วขมวดคิ้วมุ่น
ความตั้งใจที่จะพูดดีๆ ในตอนแรกเกือบจะปลิวหายไปทันที แต่เธอข่มอารมณ์เอาไว้ สูดหายใจลึก ขยับก้าวเข้าไปหาคชาธร ยื่นมือไปหมายจะช่วยเช็ดผมที่เปียกชื้นให้เขา
“ก็เห็นเข้าไปตั้งนานแล้ว นึกว่าเป็นอะไรไป... นี่คชา ฉันพยายามจะคุยกับคุณดีๆ แล้วนะ ทริปพม่าเป็นยังไงบ้าง เหนื่อยไหม อารมณ์ดีขึ้นหรือยัง” น้ำเสียงของสิตางค์อ่อนลงกว่าปกติมาก ท่าทางและสายตาของเธอยอมลงให้เขาเต็มที่อย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน
แต่คชาธรกลับเบี่ยงตัวหลบสัมผัสจากมือของเธออย่างไม่ใยดี เขาเดินเลี่ยงไปหยิบเสื้อผ้าชุดใหม่ในตู้ออกมาใส่ สลัดผ้าขนหนูทิ้งลงตะกร้า โดยไม่แม้แต่จะหันมาสบตาภรรยา
“ก็งั้นๆ แหละ บอกแล้วไงว่าไปเที่ยวพักผ่อน รำคาญคนแถวนี้” คิ้วเรียวของสิตางค์ขมวดเข้าหากันแน่นกว่าเดิม
ความอดทนของเธอเริ่มพังทลายลงทีละน้อย เมื่อเห็นท่าทางห่างเหินไร้เยื่อใยและอาการตอบปัดรำคาญใจของคชาธร ทั้งที่เธออุตส่าห์ยอมวางตัวต่ำลง ยอมเป็นฝ่ายเอ่ยปากทักทายดีๆ ก่อนแท้ๆ
“คชา! ทำไมคุณต้องทำท่าทางห่างเหินใส่ฉันขนาดนี้ด้วยฮะ!” สิตางค์ตวาดขึ้นมาเสียงดัง
“ฉันอุตส่าห์รอคุณกลับบ้านตั้งครึ่งเดือน โทรตามด้วยความห่วงกลัวคุณจะเป็นอะไรไป พอคุณกลับมาฉันก็พยายามจะพูดคุยด้วยดีๆ ยอมลงให้คุณทุกอย่างแล้ว ทำไมคุณต้องทำกิริยาแย่ๆ แบบนี้ใส่ฉันอีก!” คชาธรหมุนตัวกลับมาจ้องหน้าสิตางค์ตรงๆ
แววตาคมของเขาในตอนนี้ไม่ได้มีความหวาดกลัว หรือยอมสยบให้เมียหลวงเหมือนสิบปีที่ผ่านมา มันมีเพียงความเย็นชาและรังเกียจ
“พยายามงั้นเหรอ?” ชายหนุ่มแค่นหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงของเขาเรียบสนิทแต่มันกลับกรีดลึกเข้าไปในใจของสิตางค์
“ถ้าแค่การจะพูดจาดีๆ กับผัวตัวเอง... มันต้องใช้ความพยายาม ต้องฝืนใจใช้ความอดทนขนาดนั้นน่ะนะสิตางค์ คุณก็ทำตัวตามที่สะดวกเถอะ ไม่ต้องมาฝืนทำหรอก ผมไม่ได้ร้องขอ!”
“คชา!”
“และต่อจากนี้ไป... ผมจะขอแยกไปนอนอีกห้อง” คชาธรเอ่ยพลางเดินไปหยิบหมอนและผ้าห่มผืนหนาบนเตียงกว้างขึ้นมาถือไว้ แววตาของเขาไร้ความรู้สึกใดๆ ยามมองใบหน้าช็อกค้างของภรรยา
“ทำไม”
“แยกกันนอนเถอะ เผื่อว่าคุณจะสบายใจและมีความสุขขึ้นกว่าเดิม ที่ไม่ต้องมาทนเห็นหน้า ทนนอนร่วมเตียงกับผู้ชายไม่ได้เรื่อง ผู้ชายเฮงซวยที่เป็นได้แค่เห็บเป็นปลิงเกาะคุณกินไปวันๆ แบบผม!” พูดจบ คชาธรก็สะบัดหน้า หมุนตัวหอบหมอนผ้าห่มเดินดิ่งออกจากห้องนอนใหญ่ไปทันที ประตูห้องถูกปิดลงพร้อมกับความเงียบที่เข้าจู่โจมหัวใจของสิตางค์
ร่างสูงสง่าของประธานสาวทรุดฮวบลงนั่งบนขอบเตียงกว้างอย่างคนหมดแรง สมองของเธอขาวโพลนไปหมด คำพูดประชดประชันที่แฝงไปด้วยความเคียดแค้นยาวเหยียดของคชาธรมันดังสะท้อนก้องอยู่ในหู
ความเงียบในห้องนอนใหญ่บีบรัดหัวใจจนอึดอัด หยาดน้ำตาอุ่นๆ เริ่มเอ่อล้นขอบตา ก่อนจะไหลร่วงเผาะลงมากระทบหลังมือบางทีละหยด... ทีละหยด
สิตางค์ยกมือขึ้นปิดหน้า ปล่อยโฮร้องไห้ออกมาอย่างไม่อาย ร่างกายสั่นเทิ้มไปด้วยความเสียใจและเจ็บปวด
นี่เป็นครั้งแรกในรอบสิบปีที่แต่งงานกันมา... ที่ผู้หญิงแกร่งอย่างสิตางค์ต้องมาร้องไห้ฟูมฟาย เสียน้ำตาอย่างเอาเป็นเอาตายเพราะความเสียใจเรื่องผู้ชาย
สิตางค์ไม่ได้ตอบคำถามในทันที เธอทำเพียงแค่ดันจานอาหารตรงหน้าออกห่างตัว ก่อนจะเอนหลังพิงเก้าอี้แล้วยกมือขึ้นปิดหน้า สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นหยาดน้ำตาที่ทำท่าจะไหลร่วงลงมาอีกรอบ“ฉันอยู่ไม่ไหวแล้วแก... มันเจ็บ เจ็บจนแทบจะหายใจไม่ออกอยู่แล้ว” น้ำเสียงของสิตางค์สั่นเครือ ละทิ้งหน้ากากประธานสาวผู้ทรงอำนาจ เหลือเพียงผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังแตกสลาย“คชาเขาไม่คุยกับฉันเลยนิชา เดินผ่านเหมือนฉันเป็นธาตุอากาศ แยกห้องนอนเด็ดขาด เช้าก็หนีไปทำงานก่อน ดึกดื่นค่ำมืดกว่าจะกลับบ้าน พอฉันพยายามจะชวนคุยดีๆ เขาก็ตอกกลับมาด้วยคำพูดประชดประชัน คำพูดที่ฉันเคยใช้พูดกับเขา” นิชามองเพื่อนด้วยความสงสาร มือเรียวเอื้อมไปกุมมือบางของสิตางค์ไว้แน่น“แกเปิดใจเล่าให้ฉันฟังละเอียดๆ หน่อยได้ไหม เผื่อฉันจะช่วยคิดหาทางออกให้” สิตางค์พยักหน้ารับช้าๆ น้ำตาเม็ดโตไหลร่วงอาบแก้ม เธอยอมเปิดใจเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ตั้งแต่เขากลับมา เรื่องบนรถสปอร์ตในคืนนั้น จนถึงเมื่อเช้านี้ ให้นิชาฟังทุกคำพูด ทุกความเคียดแค้นและปมด้อยที่คชาธรระเบิดใส่เธอจนเถียงไม่ออก“ฉันเพิ่งรู้ตัว... เพิ่งรู้ตัวจริงๆ ว่าฉันรักคชามากขนาดไหน” สิตา
“ห่วงงั้นเหรอ?” คชาธรแค่นหัวเราะในลำคอ ยิ่งได้ยินคำว่าห่วงจากปากของเธอ เขายิ่งรู้สึกสมเพช“แล้วคุณได้บอกคนอื่นเค้าไหมล่ะสิตางค์... ว่าที่ผมต้องหนีหายหัวไปตั้งครึ่งเดือน เป็นเพราะผมถูกคุณด่า ถูกคุณย่ำยีศักดิ์ศรีเหมือนหมากลางห้องทำงานน่ะ!”“คชา!”“อ้อ... ลืมไป” คชาธรเหน็บแนมกลับทันควัน แววตาจ้องมองถนนเบื้องหน้าด้วยความเย็นชาบาดลึก“คนอย่างผมมันไม่มีสิทธิ์โกรธ ไม่มีสิทธิ์รู้สึกน้อยใจ หรือรู้สึกอะไรทั้งนั้นแหละในบ้านหลังนี้ ต่อให้คุณจะด่าจะว่าผมกลางที่ประชุมต่อหน้าพนักงานนับร้อยผมก็ต้องทน ทนก้มหน้ารับความปากร้ายของคุณ เพราะผมมันต่ำต้อยกว่าคุณ ขาดคุณไปผมและครอบครัวก็มีแต่จะรอวันเจ๊งอย่างที่คุณว่าไว้ไม่มีผิด!”“...”“เงินที่คุณหามา รถหรูที่คุณซื้อให้ บ้านช่องที่คุณให้ซุกหัวนอน... มันค้ำคอผมอยู่ใช่ไหม สิตางค์” น้ำเสียงของคชาธรแปรเปลี่ยนเป็นราบเรียบแต่มันกลับสั่นเครือด้วยปมด้อยที่อัดแน่นมาเป็นสิบปี“เพราะงั้นคุณจะพูดจาแย่ๆ ใส่ผมยังไงก็ได้ จะสั่งให้ผมซ้ายหันขวาหันยังไงก็ได้ใช่ไหม” สิตางค์อ้าปากจะเถียง แต่คำพูดทั้งหมดกลับจุกอยู่ที่ลำคอจนเถียงไม่ออกใบหน้าสวยถอดสี แววตาที่เคยทรงอำนาจตอนนี้สั่นระ
ผู้ชายที่เธอเคยตราหน้ามาตลอดว่าเป็นคนห่วยแตก เป็นคนเหยาะแหยะไม่ได้เรื่อง และไม่มีวันเดินหนีไปจากชีวิตของเธอได้สามวันผ่านไปหลังจากคืนที่คชาธรแยกห้องนอน บรรยากาศภายในคฤหาสน์หลังใหญ่กลับยิ่งอึดอัดเย็นยะเยือก จนแทบหายใจไม่ออกสิตางค์พยายามจะหาโอกาสเข้าหาและพูดคุยกับเขาด้วยท่าทีที่อ่อนลง แต่กลับกลายเป็นว่าทุกความพยายามของเธอ ยิ่งทำให้คชาธรสร้างกำแพงหนาขึ้นมาขวางกั้นเอาไว้จนเธอไม่สามารถก้าวข้ามไปได้เลยตอนเช้าวันถัดมาหลังจากที่เขาแยกห้องนอน สิตางค์ตั้งใจตื่นแต่เช้าตรู่มานั่งรอที่โต๊ะอาหารเพื่อหาเรื่องชวนเขาคุยตอนมื้อเช้า ทว่าคชาธรกลับเลือกที่จะหนีออกจากบ้านไปทำงานก่อนเวลา ทั้งที่เขาจะเข้างานกี่โมงก็ได้พอมาตอนเย็นเธอนั่งรอจนกับข้าวเย็นชืด เขาก็กลับบ้านดึกดื่นค่ำมืดพอนิ้วแตะเข็มนาฬิกาบอกเวลาเกือบเที่ยงคืน คชาธรอ้างหน้านิ่งว่าต้องเคลียร์งานที่คั่งค้าง แต่สิตางค์รู้ดีอยู่แก่ใจ... เขาก็จงใจหลบหน้าเธอชัดๆจนกระทั่งวันนี้ วันที่มีนัดทานข้าวเย็นร่วมกันที่บ้านใหญ่ของคชาธร ซึ่งเป็นข้อบังคับที่ครอบครัวของเขาตั้งขึ้นมาเพื่อกระชับความสัมพันธ์สิตางค์นั่งเงียบอยู่เบาะข้างคนขับ ขณะที่คชาธรทำหน้าที่คนขับ
“มุก แค่นี้ก่อนนะ สิตางค์มาตามแล้ว เดี๋ยวพี่โทรหาใหม่นะ”(ค่ะพี่คชา มุกจะรอนะคะ) คชาธรกดตัดสายทันทีด้วยความหงุดหงิดและไม่พอใจเขาเก็บโทรศัพท์ซุกซ่อนไว้ในกระเป๋ากางเกงอย่างมิดชิด ก่อนจะรีบเปิดฝักบัวอาบน้ำลวกๆ เพื่อให้เนื้อตัวเปียกปอนสมจริง ชายหนุ่มใช้เวลาไม่ถึงสามนาทีก็กระชากประตูห้องน้ำเปิดออก เดินก้าวเท้าออกมาด้วยสีหน้าบึ้งตึงและอารมณ์หงุดหงิดฉุนเฉียวอย่างเห็นได้ชัด“จะเคาะจิกอะไรนักหนาสิตางค์! คนจะอาบน้ำปลดทุกข์ปวดท้อง วุ่นวายจริง!” สิตางค์มองท่าทางกระฟัดกระเฟียดของสามีแล้วขมวดคิ้วมุ่นความตั้งใจที่จะพูดดีๆ ในตอนแรกเกือบจะปลิวหายไปทันที แต่เธอข่มอารมณ์เอาไว้ สูดหายใจลึก ขยับก้าวเข้าไปหาคชาธร ยื่นมือไปหมายจะช่วยเช็ดผมที่เปียกชื้นให้เขา“ก็เห็นเข้าไปตั้งนานแล้ว นึกว่าเป็นอะไรไป... นี่คชา ฉันพยายามจะคุยกับคุณดีๆ แล้วนะ ทริปพม่าเป็นยังไงบ้าง เหนื่อยไหม อารมณ์ดีขึ้นหรือยัง” น้ำเสียงของสิตางค์อ่อนลงกว่าปกติมาก ท่าทางและสายตาของเธอยอมลงให้เขาเต็มที่อย่างที่ไม่เคยทำมาก่อนแต่คชาธรกลับเบี่ยงตัวหลบสัมผัสจากมือของเธออย่างไม่ใยดี เขาเดินเลี่ยงไปหยิบเสื้อผ้าชุดใหม่ในตู้ออกมาใส่ สลัดผ้าขนหนูทิ้งล
“ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอตัวขึ้นห้องก่อน เหนื่อย อยากพักผ่อน” พูดจบคชาธรก็ก้าวเท้าเดินผ่านร่างของสิตางค์ไปทันทีโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง หรือหยุดรอฟังคำสั่งเหมือนทุกที เขาเดินหนีขึ้นบันไดไปแบบไม่ใยดี ทิ้งความเงียบงันให้ขยายตัวปกคลุมห้องโถงกว้างสิตางค์ยืนนิ่งอยู่กับที่ มือบางที่วางอยู่บนพนักโซฟากำเข้าหากันแน่น หัวใจของเธอวูบโหวงอย่างบอกไม่ถูกมันเป็นครั้งแรกในรอบสิบปี... ที่เธอรู้สึกถึงความห่างเหินอย่างรุนแรงระหว่างตัวเองกับสามี ปกติเวลาทะเลาะกัน คชาธรจะแสดงอาการฟึดฟัด โกรธเกรี้ยว หรือไม่ก็ยอมก้มหน้าเงียบรับคำด่าแต่ครั้งนี้มันไม่ใช่ เขายืนอยู่ตรงหน้าเธอแท้ๆ ส่งเสียงพูดคุยกับเธอประโยคต่อประโยค แต่สิตางค์กลับรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้ลอยห่างออกไปไกลแสนไกล... ไกลจนเธอเอื้อมมือไปคว้าไว้ไม่ถึงความมั่นใจเต็มร้อยที่เคยมีว่าคุมผู้ชายคนนี้อยู่หมัด เริ่มสั่นคลอนเป็นครั้งแรกโดยที่เธอเองก็ยังหาคำตอบไม่ได้ว่าเพราะอะไรคชาธรรีบจ้ำเท้าขึ้นบันไดตรงไปยังห้องนอนใหญ่ ทันทีที่ประตูปิดลง เขาวางกระเป๋าเดินทางใบย่อมไว้ข้างเตียงอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือเดินดิ่งเข้าห้องน้ำไป ชายหนุ่มกดล็อกประตู ขยับไปเป
“ตลอดสองอาทิตย์ที่ผ่านมาที่มุกได้ดูแลพี่คชา มุกมีความสุขมากเลยค่ะ... สุขจนมุกนึกกลัวว่าถ้ากลับไปถึงไทยแล้ว ทุกอย่างมันจะกลายเป็นแค่ความฝัน” คำพูดตัดพ้อแสนซื่อ ไร้จริตของหญิงสาว ทำให้อกซ้ายของคชาธรกระตุกวูบ ชายหนุ่มหมุนตัวกลับมาหาเธอ ดึงร่างน้อยเข้ามาโอบกอดตอบอย่างทะนุถนอม มือหนาลูบเส้นผมนุ่มสลวยเบาๆ เพื่อปลอบประโลม“ไม่เอาน่ามุก ไม่คิดมากสิครับ” คชาธรเชยคางมนขึ้นมา สบตาคู่โศกที่บัดนี้มีน้ำตาคลอหน่วย“พี่เองก็มีความสุขมากเหมือนกัน พี่อยากอยู่กับมุกทุกวันแบบนี้เลย”“มุกรู้ค่ะว่ามุกไม่มีสิทธิ์เรียกร้องอะไร แต่พอคิดว่าพี่คชาต้องกลับไปหา... ไปหาคนทางนั้น มุกก็อดใจหายไม่ได้” เด็กสาวหลบสายตาต่ำ ท่าทางหวาดกลัวและเจียมเนื้อเจียมตัวของเธอ ยิ่งสุมไฟแค้นและไฟราคะในตัวชายหนุ่มให้ปะทุคชาธรกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น แววตาเเป็นเปลี่ยนเป็นโกรธเกรี้ยวและแข็งกร้าวขึ้น เมื่อคิดถึงใบหน้าเย่อหยิ่งของสิตางค์“เชื่อใจพี่นะมุก ขอเวลาให้พี่อีกหน่อย พี่จะรีบจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย เพื่อให้เราสองคนได้มาอยู่ด้วยกันจริงๆ สักที พี่จะไม่ยอมให้ใครมาชี้นิ้วสั่งชีวิตพี่อีกต่อไปแล้ว” เขากดจูบลงบนหน้าผากมนของหญิงสาวเนิ่นน







