LOGIN“ตลอดสองอาทิตย์ที่ผ่านมาที่มุกได้ดูแลพี่คชา มุกมีความสุขมากเลยค่ะ... สุขจนมุกนึกกลัวว่าถ้ากลับไปถึงไทยแล้ว ทุกอย่างมันจะกลายเป็นแค่ความฝัน” คำพูดตัดพ้อแสนซื่อ ไร้จริตของหญิงสาว ทำให้อกซ้ายของคชาธรกระตุกวูบ ชายหนุ่มหมุนตัวกลับมาหาเธอ ดึงร่างน้อยเข้ามาโอบกอดตอบอย่างทะนุถนอม มือหนาลูบเส้นผมนุ่มสลวยเบาๆ เพื่อปลอบประโลม
“ไม่เอาน่ามุก ไม่คิดมากสิครับ” คชาธรเชยคางมนขึ้นมา สบตาคู่โศกที่บัดนี้มีน้ำตาคลอหน่วย
“พี่เองก็มีความสุขมากเหมือนกัน พี่อยากอยู่กับมุกทุกวันแบบนี้เลย”
“มุกรู้ค่ะว่ามุกไม่มีสิทธิ์เรียกร้องอะไร แต่พอคิดว่าพี่คชาต้องกลับไปหา... ไปหาคนทางนั้น มุกก็อดใจหายไม่ได้” เด็กสาวหลบสายตาต่ำ ท่าทางหวาดกลัวและเจียมเนื้อเจียมตัวของเธอ ยิ่งสุมไฟแค้นและไฟราคะในตัวชายหนุ่มให้ปะทุ
คชาธรกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น แววตาเเป็นเปลี่ยนเป็นโกรธเกรี้ยวและแข็งกร้าวขึ้น เมื่อคิดถึงใบหน้าเย่อหยิ่งของสิตางค์
“เชื่อใจพี่นะมุก ขอเวลาให้พี่อีกหน่อย พี่จะรีบจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย เพื่อให้เราสองคนได้มาอยู่ด้วยกันจริงๆ สักที พี่จะไม่ยอมให้ใครมาชี้นิ้วสั่งชีวิตพี่อีกต่อไปแล้ว” เขากดจูบลงบนหน้าผากมนของหญิงสาวเนิ่นนาน
“เมียพี่เขายังไม่รู้เรื่องของเราใช่ไหมคะ” หญิงสาวถามด้วยน้ำเสียงกังวล
“ไม่รู้หรอก มันก็เอาแต่คิดว่าคนอย่างพี่จะไม่มีใครเอา แต่ไม่รู้ก็ดีแล้ว คนแบบนั้นถ้ารู้ขึ้นมาเดี๋ยวจะมาทำร้ายมุกของพี่เข้าซะอีก”
“มุกกลัวจังเลยค่ะ”
“ไม่ต้องกลัวนะ พี่จะไม่มีวันยอมให้มันมาทำอะไรมุกเด็ดขาด พี่สัญญา”เป็นคำมั่นสัญญาที่เขาตั้งใจจะทำมันให้ได้ รวมทั้งดีลธุรกิจสีเทาที่พม่าที่เพิ่งเซ็นสัญญาร่วมทุนไป จะเป็นปีกเป็นหางให้เขาบินหนีจากกรงทองของสิตางค์ และเมื่อวันนั้นมาถึง มุกดาคนนี้แหละที่จะได้ขึ้นมานั่งตำแหน่งตัวจริงแทนที่ยัยแม่มดใจร้ายคนนั้น
ที่คฤหาสน์หรูหราใจกลางกรุง
สิตางค์นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังวัวแท้กลางห้องโถงใหญ่ ดวงตาคู่คมจับจ้องไปยังประตูบ้านไม่วางตา หัวใจที่เคยเต้นระรัวด้วยความกังวลตลอดสองสัปดาห์เริ่มสงบลง เมื่อรู้ว่าวันนี้คชาธรจะกลับมาบ้าน แต่จนแล้วจนเล่า เขาก็ยังไม่ปรากฎตัวเสียที
เสียงเครื่องยนต์รถสปอร์ตแล่นเข้ามาจอดที่หน้าคฤหาสน์ ก่อนที่ประตูบานใหญ่จะเปิดออก ปรากฏร่างสูงสมส่วนของคชาธร ที่เดินถือกระเป๋าเดินทางใบย่อมเข้ามา ชายหนุ่มชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นภรรยาแต่งนั่งรออยู่ แต่ใบหน้าหล่อคมของเขากลับเรียบเฉย ไร้วี่แววของความตื่นเต้น หรือหวาดกลัวเหมือนทุกครั้ง
สิตางค์ปรายตามองสามี ตั้งใจจะรักษากิริยาเหน็บแนมตามความเคยชิน ทิฐิในใจบังคับให้เธอพ่นคำพูดที่ฟังดูไม่เป็นมิตรออกไป ทั้งที่ข้างในดีใจจนอยากจะวิ่งเข้าไปกอด
“กลับมาได้ซะทีนะคชา... ไปเที่ยวพม่ามาสนุกไหมล่ะ” ประธานสาวเหยียดยิ้มบาง น้ำเสียงแฝงแววประชดประชัน
“เห็นหายหัวไปตั้งครึ่งเดือน นึกว่าจะได้เมียอยู่ที่พม่าซะแล้ว” คชาธรไม่ได้หลบสายตาเหมือนแต่ก่อน เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของสิตางค์ มุมปากหยักยกขึ้นเป็นรอยยิ้มหยันที่เต็มไปด้วยความเย็นชา
“ก็สนุกดีนะ... สงบดีด้วย อยู่ที่นั่นไม่มีเสียงนกเสียงกาคอยด่าคอยแช่งให้หงุดหงิดหู หายใจได้เต็มปอดกว่าอยู่บ้านหลังนี้เยอะ” คำตอกกลับนิ่งๆ แต่เชือดเฉือนทำให้อารมณ์ของสิตางค์สะดุด หญิงสาวขมวดคิ้วมทนทันที
“คชา! นี่คุณประชดฉันเหรอ?”
“ผมพูดความจริงต่างหาก” คชาธรเอ่ยเสียงเรียบ ไม่แฝงอารมณ์โกรธเกรี้ยวเหมือนตอนที่ทะเลาะกันวันนั้น มันนิ่งจนน่ากลัว ชายหนุ่มกระชับหูกระเป๋าเดินทางในมือ
สิตางค์ไม่ได้ตอบคำถามในทันที เธอทำเพียงแค่ดันจานอาหารตรงหน้าออกห่างตัว ก่อนจะเอนหลังพิงเก้าอี้แล้วยกมือขึ้นปิดหน้า สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นหยาดน้ำตาที่ทำท่าจะไหลร่วงลงมาอีกรอบ“ฉันอยู่ไม่ไหวแล้วแก... มันเจ็บ เจ็บจนแทบจะหายใจไม่ออกอยู่แล้ว” น้ำเสียงของสิตางค์สั่นเครือ ละทิ้งหน้ากากประธานสาวผู้ทรงอำนาจ เหลือเพียงผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังแตกสลาย“คชาเขาไม่คุยกับฉันเลยนิชา เดินผ่านเหมือนฉันเป็นธาตุอากาศ แยกห้องนอนเด็ดขาด เช้าก็หนีไปทำงานก่อน ดึกดื่นค่ำมืดกว่าจะกลับบ้าน พอฉันพยายามจะชวนคุยดีๆ เขาก็ตอกกลับมาด้วยคำพูดประชดประชัน คำพูดที่ฉันเคยใช้พูดกับเขา” นิชามองเพื่อนด้วยความสงสาร มือเรียวเอื้อมไปกุมมือบางของสิตางค์ไว้แน่น“แกเปิดใจเล่าให้ฉันฟังละเอียดๆ หน่อยได้ไหม เผื่อฉันจะช่วยคิดหาทางออกให้” สิตางค์พยักหน้ารับช้าๆ น้ำตาเม็ดโตไหลร่วงอาบแก้ม เธอยอมเปิดใจเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ตั้งแต่เขากลับมา เรื่องบนรถสปอร์ตในคืนนั้น จนถึงเมื่อเช้านี้ ให้นิชาฟังทุกคำพูด ทุกความเคียดแค้นและปมด้อยที่คชาธรระเบิดใส่เธอจนเถียงไม่ออก“ฉันเพิ่งรู้ตัว... เพิ่งรู้ตัวจริงๆ ว่าฉันรักคชามากขนาดไหน” สิตา
“ห่วงงั้นเหรอ?” คชาธรแค่นหัวเราะในลำคอ ยิ่งได้ยินคำว่าห่วงจากปากของเธอ เขายิ่งรู้สึกสมเพช“แล้วคุณได้บอกคนอื่นเค้าไหมล่ะสิตางค์... ว่าที่ผมต้องหนีหายหัวไปตั้งครึ่งเดือน เป็นเพราะผมถูกคุณด่า ถูกคุณย่ำยีศักดิ์ศรีเหมือนหมากลางห้องทำงานน่ะ!”“คชา!”“อ้อ... ลืมไป” คชาธรเหน็บแนมกลับทันควัน แววตาจ้องมองถนนเบื้องหน้าด้วยความเย็นชาบาดลึก“คนอย่างผมมันไม่มีสิทธิ์โกรธ ไม่มีสิทธิ์รู้สึกน้อยใจ หรือรู้สึกอะไรทั้งนั้นแหละในบ้านหลังนี้ ต่อให้คุณจะด่าจะว่าผมกลางที่ประชุมต่อหน้าพนักงานนับร้อยผมก็ต้องทน ทนก้มหน้ารับความปากร้ายของคุณ เพราะผมมันต่ำต้อยกว่าคุณ ขาดคุณไปผมและครอบครัวก็มีแต่จะรอวันเจ๊งอย่างที่คุณว่าไว้ไม่มีผิด!”“...”“เงินที่คุณหามา รถหรูที่คุณซื้อให้ บ้านช่องที่คุณให้ซุกหัวนอน... มันค้ำคอผมอยู่ใช่ไหม สิตางค์” น้ำเสียงของคชาธรแปรเปลี่ยนเป็นราบเรียบแต่มันกลับสั่นเครือด้วยปมด้อยที่อัดแน่นมาเป็นสิบปี“เพราะงั้นคุณจะพูดจาแย่ๆ ใส่ผมยังไงก็ได้ จะสั่งให้ผมซ้ายหันขวาหันยังไงก็ได้ใช่ไหม” สิตางค์อ้าปากจะเถียง แต่คำพูดทั้งหมดกลับจุกอยู่ที่ลำคอจนเถียงไม่ออกใบหน้าสวยถอดสี แววตาที่เคยทรงอำนาจตอนนี้สั่นระ
ผู้ชายที่เธอเคยตราหน้ามาตลอดว่าเป็นคนห่วยแตก เป็นคนเหยาะแหยะไม่ได้เรื่อง และไม่มีวันเดินหนีไปจากชีวิตของเธอได้สามวันผ่านไปหลังจากคืนที่คชาธรแยกห้องนอน บรรยากาศภายในคฤหาสน์หลังใหญ่กลับยิ่งอึดอัดเย็นยะเยือก จนแทบหายใจไม่ออกสิตางค์พยายามจะหาโอกาสเข้าหาและพูดคุยกับเขาด้วยท่าทีที่อ่อนลง แต่กลับกลายเป็นว่าทุกความพยายามของเธอ ยิ่งทำให้คชาธรสร้างกำแพงหนาขึ้นมาขวางกั้นเอาไว้จนเธอไม่สามารถก้าวข้ามไปได้เลยตอนเช้าวันถัดมาหลังจากที่เขาแยกห้องนอน สิตางค์ตั้งใจตื่นแต่เช้าตรู่มานั่งรอที่โต๊ะอาหารเพื่อหาเรื่องชวนเขาคุยตอนมื้อเช้า ทว่าคชาธรกลับเลือกที่จะหนีออกจากบ้านไปทำงานก่อนเวลา ทั้งที่เขาจะเข้างานกี่โมงก็ได้พอมาตอนเย็นเธอนั่งรอจนกับข้าวเย็นชืด เขาก็กลับบ้านดึกดื่นค่ำมืดพอนิ้วแตะเข็มนาฬิกาบอกเวลาเกือบเที่ยงคืน คชาธรอ้างหน้านิ่งว่าต้องเคลียร์งานที่คั่งค้าง แต่สิตางค์รู้ดีอยู่แก่ใจ... เขาก็จงใจหลบหน้าเธอชัดๆจนกระทั่งวันนี้ วันที่มีนัดทานข้าวเย็นร่วมกันที่บ้านใหญ่ของคชาธร ซึ่งเป็นข้อบังคับที่ครอบครัวของเขาตั้งขึ้นมาเพื่อกระชับความสัมพันธ์สิตางค์นั่งเงียบอยู่เบาะข้างคนขับ ขณะที่คชาธรทำหน้าที่คนขับ
“มุก แค่นี้ก่อนนะ สิตางค์มาตามแล้ว เดี๋ยวพี่โทรหาใหม่นะ”(ค่ะพี่คชา มุกจะรอนะคะ) คชาธรกดตัดสายทันทีด้วยความหงุดหงิดและไม่พอใจเขาเก็บโทรศัพท์ซุกซ่อนไว้ในกระเป๋ากางเกงอย่างมิดชิด ก่อนจะรีบเปิดฝักบัวอาบน้ำลวกๆ เพื่อให้เนื้อตัวเปียกปอนสมจริง ชายหนุ่มใช้เวลาไม่ถึงสามนาทีก็กระชากประตูห้องน้ำเปิดออก เดินก้าวเท้าออกมาด้วยสีหน้าบึ้งตึงและอารมณ์หงุดหงิดฉุนเฉียวอย่างเห็นได้ชัด“จะเคาะจิกอะไรนักหนาสิตางค์! คนจะอาบน้ำปลดทุกข์ปวดท้อง วุ่นวายจริง!” สิตางค์มองท่าทางกระฟัดกระเฟียดของสามีแล้วขมวดคิ้วมุ่นความตั้งใจที่จะพูดดีๆ ในตอนแรกเกือบจะปลิวหายไปทันที แต่เธอข่มอารมณ์เอาไว้ สูดหายใจลึก ขยับก้าวเข้าไปหาคชาธร ยื่นมือไปหมายจะช่วยเช็ดผมที่เปียกชื้นให้เขา“ก็เห็นเข้าไปตั้งนานแล้ว นึกว่าเป็นอะไรไป... นี่คชา ฉันพยายามจะคุยกับคุณดีๆ แล้วนะ ทริปพม่าเป็นยังไงบ้าง เหนื่อยไหม อารมณ์ดีขึ้นหรือยัง” น้ำเสียงของสิตางค์อ่อนลงกว่าปกติมาก ท่าทางและสายตาของเธอยอมลงให้เขาเต็มที่อย่างที่ไม่เคยทำมาก่อนแต่คชาธรกลับเบี่ยงตัวหลบสัมผัสจากมือของเธออย่างไม่ใยดี เขาเดินเลี่ยงไปหยิบเสื้อผ้าชุดใหม่ในตู้ออกมาใส่ สลัดผ้าขนหนูทิ้งล
“ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอตัวขึ้นห้องก่อน เหนื่อย อยากพักผ่อน” พูดจบคชาธรก็ก้าวเท้าเดินผ่านร่างของสิตางค์ไปทันทีโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง หรือหยุดรอฟังคำสั่งเหมือนทุกที เขาเดินหนีขึ้นบันไดไปแบบไม่ใยดี ทิ้งความเงียบงันให้ขยายตัวปกคลุมห้องโถงกว้างสิตางค์ยืนนิ่งอยู่กับที่ มือบางที่วางอยู่บนพนักโซฟากำเข้าหากันแน่น หัวใจของเธอวูบโหวงอย่างบอกไม่ถูกมันเป็นครั้งแรกในรอบสิบปี... ที่เธอรู้สึกถึงความห่างเหินอย่างรุนแรงระหว่างตัวเองกับสามี ปกติเวลาทะเลาะกัน คชาธรจะแสดงอาการฟึดฟัด โกรธเกรี้ยว หรือไม่ก็ยอมก้มหน้าเงียบรับคำด่าแต่ครั้งนี้มันไม่ใช่ เขายืนอยู่ตรงหน้าเธอแท้ๆ ส่งเสียงพูดคุยกับเธอประโยคต่อประโยค แต่สิตางค์กลับรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้ลอยห่างออกไปไกลแสนไกล... ไกลจนเธอเอื้อมมือไปคว้าไว้ไม่ถึงความมั่นใจเต็มร้อยที่เคยมีว่าคุมผู้ชายคนนี้อยู่หมัด เริ่มสั่นคลอนเป็นครั้งแรกโดยที่เธอเองก็ยังหาคำตอบไม่ได้ว่าเพราะอะไรคชาธรรีบจ้ำเท้าขึ้นบันไดตรงไปยังห้องนอนใหญ่ ทันทีที่ประตูปิดลง เขาวางกระเป๋าเดินทางใบย่อมไว้ข้างเตียงอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือเดินดิ่งเข้าห้องน้ำไป ชายหนุ่มกดล็อกประตู ขยับไปเป
“ตลอดสองอาทิตย์ที่ผ่านมาที่มุกได้ดูแลพี่คชา มุกมีความสุขมากเลยค่ะ... สุขจนมุกนึกกลัวว่าถ้ากลับไปถึงไทยแล้ว ทุกอย่างมันจะกลายเป็นแค่ความฝัน” คำพูดตัดพ้อแสนซื่อ ไร้จริตของหญิงสาว ทำให้อกซ้ายของคชาธรกระตุกวูบ ชายหนุ่มหมุนตัวกลับมาหาเธอ ดึงร่างน้อยเข้ามาโอบกอดตอบอย่างทะนุถนอม มือหนาลูบเส้นผมนุ่มสลวยเบาๆ เพื่อปลอบประโลม“ไม่เอาน่ามุก ไม่คิดมากสิครับ” คชาธรเชยคางมนขึ้นมา สบตาคู่โศกที่บัดนี้มีน้ำตาคลอหน่วย“พี่เองก็มีความสุขมากเหมือนกัน พี่อยากอยู่กับมุกทุกวันแบบนี้เลย”“มุกรู้ค่ะว่ามุกไม่มีสิทธิ์เรียกร้องอะไร แต่พอคิดว่าพี่คชาต้องกลับไปหา... ไปหาคนทางนั้น มุกก็อดใจหายไม่ได้” เด็กสาวหลบสายตาต่ำ ท่าทางหวาดกลัวและเจียมเนื้อเจียมตัวของเธอ ยิ่งสุมไฟแค้นและไฟราคะในตัวชายหนุ่มให้ปะทุคชาธรกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น แววตาเเป็นเปลี่ยนเป็นโกรธเกรี้ยวและแข็งกร้าวขึ้น เมื่อคิดถึงใบหน้าเย่อหยิ่งของสิตางค์“เชื่อใจพี่นะมุก ขอเวลาให้พี่อีกหน่อย พี่จะรีบจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย เพื่อให้เราสองคนได้มาอยู่ด้วยกันจริงๆ สักที พี่จะไม่ยอมให้ใครมาชี้นิ้วสั่งชีวิตพี่อีกต่อไปแล้ว” เขากดจูบลงบนหน้าผากมนของหญิงสาวเนิ่นน

![[Unlimited Money] ระบบเงินทุนไร้ขีดจำกัด](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





