แชร์

4 รูปงามนัก

ผู้เขียน: ม่านกู่
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2024-11-23 16:57:43

“เรือนข้าไม่ชอบที่จะต้อนรับแขก ที่พักของเจ้าคือห้องใต้ดิน ข้าไม่อนุญาตให้เจ้าออกไปเพ่นพ่าน และอย่าได้ส่งเสียงรบกวนข้า”

“เดี๋ยวก่อนท่านเทพ...” นางยกมือรั้ง ทว่าด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ของท่านตอนนี้ พูดไปก็จะหาว่านางเรื่องมากจึงก้าวเข้าไปในห้อง เอ่ยเสียงอ่อน

“มนุษย์ต่างเล่าขานกันว่าท่านในร่างบุรุษมีใบหน้าสีดำ มีเขี้ยวอสรพิษ กายาแข็งแกร่งเต็มไปด้วยเกล็ดอันคมกริบราวใบมีด บางคราท่านอาจมีร่างเป็นงูคู่สองตัวพันกันแต่มีศีรษะเป็นมนุษย์ บางตำราว่าท่านเป็นงูพันรอบเต่า”

คิ้วเข้มหนาขมวดเข้าหากันถาม “อย่างนั้นรึ?”

“แต่ท่าน... เอ่อ... ดูดีกว่าที่ข้าได้ยินมา... ตัวท่านเวลานี้หากได้ไปเดินเที่ยวในโลกมนุษย์ สตรีจากทั่วหล้าคงรุมล้อมท่านหน้าหลังทีเดียว ท่านเทพหลงเหนียนช่างรูปงามนัก ราวหยกสลักก็มิปาน”

ปัง!

เทพหลงเหนียนสะบัดมือฟาดเวทเซียนใส่ประตู กลุ่มควันดำยังลอยอยู่ในอากาศ เจ้าสาวในชุดสีแดงสดสวยผู้ก้าวถอยไม่ทัน ได้แต่ยืนนิ่งอึ้งตะลึงงัน เมื่อนางเพิ่งถูกปิดประตูใส่หน้า!

นางเพียงเชยชมท่านว่ารูปงาม แล้ว... นางพูดอะไรผิดไปอย่างนั้นหรือ!?

------------

อาเป้ยได้พบเทพหลงเหนียนในร่างบุรุษเพียงครั้ง นางอยากจะนับว่าครั้งเดียวเพราะครั้งแรกนั้นท่านแปลงกายแล้วหนีหน้านางไปในทันที

ครั้งที่สอง ท่านต่อว่านางโกหกข้อหนึ่ง แล้วเหาะเหินเดินอากาศไปเช่นเดิม

ครั้งที่สาม ท่านมาส่งนางหน้าห้องพัก นางถึงได้พิจารณาใบหน้าคมคายไร้ที่ติของท่าน

คิ้วเข้มหนาขนานไปกับดวงตาเรียวรี หางคิ้วยกขึ้นสูง นัยน์ตาสีโลหิตดูก้าวร้าวดุดัน ทว่าหากมองให้ดีแล้วนางว่าสวยงามดึงดูดเหล่าอิสตรีเป็นอย่างมาก จมูกโด่งเป็นสันคมรับกับสันกรามแกร่งเยี่ยงชายชาตรี ทำให้ท่านดูองอาจและสง่างาม ริมฝีปากอมแดงอมชมพูดูนุ่มนวลอ่อนหวานประหนึ่งกลีบดอกเหมยฮวา

บุรุษเทพผู้นี้รูปงามปานหยกสลัก นางหาได้เคยพบบุรุษรูปงามเท่านี้ไม่

ใช่ว่านางหลงใหลในรูปลักษณ์เทพหลงเหนียนนักหรอก นางเพียงไม่มีโอกาสชื่นชมความงามของผู้ใด ด้วยความที่นางพำนักอาศัยอยู่ในกระท่อมตีนเขาวัดเทียนหลง ปลอมตัวเป็นข้ารับใช้ชาย ลูบหน้าตนด้วยถ่านหินมาทั้งชีวิต บุรุษมากมายผู้ที่นางจะได้พบเจอมีแต่หลวงจีนหัวล้าน นักพรตเฒ่า พ่อค้าในตลาด

นางพบเห็นบุปผางาม สตรีใบหน้าสะสวยในหอนางโลม ซึ่งนางเคยแอบหนีไปเที่ยวเพราะว่าอยากพบท่านแม่บ้างนาน ๆ ครั้ง นางก็ว่างาม

การเอ่ยคำชื่นชมเป็นเรื่องดี เวลาท่านอาจารย์ฮุ่ยหมิงชมนางว่าทำดีมาก อวยพรขอให้นางเพียรพยายามต่อไปให้ได้ตลอดรอดฝั่ง นางจะมีกำลังใจทุกครั้ง

แล้วนี่นางยังไม่ตาย!

หลังทอดความคิดไม่น่าภิรมย์ไปกับบุรุษเทพรูปงามอัธยาศัยยอดแย่ นางฉีกยิ้มกว้างให้กับตนเอง เดินสำรวจห้องของตน

ที่พักอาศัยของนางคล้ายกับห้องขังนักโทษชั้นใต้ดิน ดีที่ยังมีเตียงนอนปูด้วยขนสัตว์นุ่มนิ่ม แสงลอดมาจากช่องหน้าต่างบานเล็กกว่าฝ่ามือ

คิดในแง่ดี หากเป็นฤดูเหมันต์ที่มีหิมะขาวโพลนไปทั่วทุกแห่ง ห้องนี้คงอบอุ่นเสียจนนางไม่ต้องนอนขดตัวอยู่หน้ากองไฟอย่างในกระท่อมซอมซ่อ

นางเคยลำบากกว่านี้ไม่รู้กี่เท่า มือเรียวเล็กอย่างสตรีของนางแตกและหยาบกร้าน ริมฝีปากไร้ความชุ่มชื้นมีเลือดเกรอะกรังและอักเสบในฤดูหนาว ร่างกายผ่ายผอมจนเห็นกระดูกแต่มีกล้ามเนื้อ เพราะทุกเช้านางต้องหาบน้ำขึ้นไปส่งผู้ทรงศีลบนภูเขา โดยห้ามมิให้ใช้วิชาเวทแห่งวัดเทียนหลงเข้าช่วย หากอาจารย์รู้เข้าจะทำโทษนาง

นางต้องเข้าเมืองไปซื้อเสบียงอาหาร ด้วยตามธรรมเนียมนักพรตในวัดบนภูเขาสูงจะไม่ลงเขาบ่อยนัก ทุกอย่างให้เป็นหน้าที่ของข้ารับใช้หลวงจีน คอยอำนวยความสะดวก เพื่อที่พวกท่านเหล่านั้นจะได้บำเพ็ญเพียรอย่างเต็มกำลัง

ข้ารับใช้ก็มีนางและชาวบ้านสองสามคนมาช่วยในบางครั้ง ซึ่งนางจะได้รับค่าตอบแทนเล็กน้อย จากการสนับสนุนของเจ้าเมืองและเศรษฐีที่ขึ้นไปทำบุญ

แต่ดูเข้าสิ! นางได้ใช้เงินที่เก็บสะสมมาทั้งชีวิตเสียที่ไหน สักตำลึงนางก็ไม่ได้ไปผลาญมันในตลาด จะมาจับตัวนางทั้งที ดันไม่มีใครบอกนางล่วงหน้าสักหน่อย

“ข้าคิดถึงท่านเหลือเกินท่านอาจารย์ ไม่มีใครมาคอยบ่นว่าข้าอ่อนแอกะปวกกะเปียก หาบน้ำขึ้นเขา ข้าก็บ่นไปแบกไปให้ท่านคอยเอ็ดว่าข้าเกี่ยงงาน หน้าที่ต้องเป็นหน้าที่ ข้าล่ะอยากกลับไปส่งข้าวปลาอาหารให้พวกท่านเหลือเกิน...”

อาเป้ยทิ้งตัวลงนั่งคอตกบนเตียง รู้สึกอยากทำเรื่องเดิม ๆ แม้ว่ามันจะลำบากสักแค่ไหน นางสำนึกบุญคุณท่านอาจารย์ฮุ่ยหมิงที่ช่วยกางเวทปกป้องเป็นเกราะกำบังให้นางรอดชีวิตมา

กระทั่งได้ยินเสียงเคาะประตูดัง นางพลันหันไปมองประตูเปิดอ้าออก บุรุษร่างเล็กอ้อนแอ้นหน้าขาวใส รูปงามเหมือนสตรี น่าจะเป็นข้ารับใช้ในเรือน ชายแปลกหน้าท่าทางงุนงงเมื่อพบนาง

“เอ้อ เจ้า...”

“ข้าชื่ออาเป้ย”

“นี่เจ้า!” อยู่ ๆ ก็ทำเสียงดัง จ้องนางตาเขม็งให้นางตกใจตาม

“มีอะไรล่ะ?”

“เจ้า... เจ้ารอดจากพิษของท่านได้ยังไง แล้ว ๆ ที่หน้าผากเจ้า...”

นางคว้าหมับเข้ากลางหน้าผากเหมือนตบแมลงสักตัว ลุกขึ้นไปส่องกระจกบานใหญ่ตรงมุมห้องมืดสลัว ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ ๆ อย่างสงสัยใคร่รู้

เส้นสีแดงวาดขึ้นอย่างงดงามอ่อนช้อย คล้ายลูกไฟแต่ดูเป็นรูปเป็นร่างมากกว่า ไม่รู้ว่าเป็นสัญลักษณ์ที่สื่อความหมายอย่างไร

“ทำไมถึงมีตรางูบนหน้าข้าได้ล่ะเนี่ย ว่าแต่มันใช่งูรึ ข้าว่าเหมือนกลีบดอกไม้แปะอยู่กลางหน้าข้า ดอกอะไรก็ไม่รู้ ดูไม่เป็นดอกไม้อีก...” นางทำหน้ายุ่ง หันไปทางบ่าวชายที่ยืนอยู่หน้าประตู

“เจ้านายท่านไม่ได้บอกท่านหรือว่าข้าเป็นใคร?”

“ท่านไม่อนุญาตให้ถาม ข้ามาทำหน้าที่ตามคำสั่งของท่านให้นำเสื้อผ้าอาหารมาวางไว้ในห้องใต้ดิน”

“เรียกข้าอาเป้ยเถอะ ข้าไม่ใช่คนถือตัวอะไร”

“พวกเราไม่คบหามนุษย์”

“ท่านจะเรียกข้าว่าเจ้าหรือเรียกชื่อแซ่ข้า มันต่างกันตรงไหน คบไม่คบเป็นอย่างไร ในเมื่อท่านยืนกำลังพูดคุยกับข้าอยู่”

บ่าวรับใช้เรือนเทพเริ่มเอือมระอากับนาง ยังไม่ก้าวเข้ามาในห้อง วางสิ่งของเหล่านั้นไว้บนพื้น ปฏิบัติตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด

อาเป้ยคิดว่านางควรผูกมิตรกับใครสักคนในที่แห่งนี้ เผื่ออาจขอความช่วยเหลือจากใครได้ในสักวันหนึ่ง นางเอามือไพล่หลังพูด

“ข้าเอง... เป็นข้ารับใช้หลวงจีนมาก่อน ต้องทำตามคำสั่งท่านอาจารย์ทุกอย่าง แต่ดีหน่อย อาจารย์จะให้เหตุผลข้าทุกครั้ง ท่านให้ข้าหาบน้ำขึ้นเขาวันหนึ่งไม่ต่ำกว่าสิบหาบเพื่อฝึกความแข็งแรงของร่างกาย ปัดกวาดเช็ดถูเพื่อวินัยของตนเอง หุงหาอาหารให้พวกท่านทั้งหลาย เพื่อรู้จักนอบน้อมถ่อมตน รู้จักยื่นมือให้ความช่วยเหลือผู้อื่น ข้าทำมาหมดทุกงานที่ว่ายาก... บางทีท่านอาจจะมาขอคำปรึกษาจากข้าสักวันก็ได้ อ้าว...”

คนฟังเดินไปตั้งนานแล้วกลายเป็นนางพูดพร่ำอยู่คนเดียว จึงถอนหายใจออกมา

“ข้าว่าพวกท่านไม่ใช่ไม่คบหามนุษย์หรอก ไม่มีผู้ใดคบค้าสมาคมด้วยเสียมากกว่า มารยาทก็ไม่ดี”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เครื่องบรรณาการของเทพงู   147

    เทพเจ้าแห่งสายน้ำผู้ทรงคุณธรรม ไว้วางใจได้ เป็นที่รู้จักแม้แต่ปีศาจอสูรมักแอบไปขอความช่วยเหลือจากท่านอยู่หลายครา ไม่หนีว่าเป็นใต้เท้าจีกง มารดาอสรพิษจึงแอบไปพบใต้เท้าเพื่อฝากของสำคัญเอาไว้ เมื่อนางระแคะระคายเรื่องแผนการส่งนางไปยังโลกมนุษย์มาได้สักพักหนึ่งสองสามีภรรยาสบประสานสายตา ด้วยความรู้สึกล้ำลึก ใจนึกถึงนางเฟยอี๋ นึกถึงความรักของตนที่มีต่อบุตรชาย เหยาเหยาเองก็นึกถึงนาง“ข้าหวังว่าจะได้พบท่านย่า... หวังว่านางคงสบายดี...”“นางสบายดี ถึงลำบากอยู่สักเล็กน้อยเพราะวิบากกรรมของนาง ข้าเชื่อว่านางจะกลับมาพร้อมสติ พร้อมเป็นท่านย่าที่ดีของเจ้าแน่ ๆ ระหว่างนี้เราแค่ต้องรอ...” อาเป้ยปลอบประโลมบุตรชาย ส่งขนมหน้าตาน่ารักเป็นตุ๊กตาปั้นจากน้ำตาล ให้เขาเอาเข้าปาก แก้มกลมตุ่ยมีขนมซ่อนอยู่ทำให้นางอดไม่ได้ต้องหยิกมันเบา ๆ“เหยาเหยา... อยู่เที่ยวนรกภูมิกับท่านพ่อท่านแม่อีกสักพักดีไหม?”“ดีขอรับ หากไม่มีเรื่องด่วนอะไร”“เจ้าไม่กลับภพภูมิบาดาลก็ได้ จะกลับก็แล้วแต่เจ้า”“ได้ยังไงเล่าท่านพ่อ บรรดาเทพต่างว่าท่านละทิ้งหน้าที่ เอาแต่ทำตัวติดอยู่กับภรรยา เรื่องการดูแลสายน้ำ ดูแลความเรียบร้อยให้เป็นธุระของข้า

  • เครื่องบรรณาการของเทพงู   146

    ขณะที่สองสามีภรรยายังคงอยู่ในนทีอันธการ พักฟื้นพลังซึ่งกลับคืนมา แม้การรักษาตัวยังไม่เรียบร้อยดี ในยามเหม่าอาเป้ยมีแรงลุกขึ้นมาถกเถียงกับสามีของนาง“ข้าทำอะไร ๆ ก็ไม่ถูกใจท่าน”“ข้าไม่ได้ว่าเจ้าเลยภริยาข้า เพียงแต่... ข้ามีความคิดว่าเหยาเหยา...” ปลายเสียงเงียบไป บนตั่งนอนในท่าทีสบาย ๆ ของเทพอู่เฉิน จับจ้องใบหน้าเง้างอน สอดปลายนิ้วเข้าไปในเส้นผมนุ่มสลวยอย่างออดอ้อน “เจ้าควรปรึกษาข้าเสียหน่อยเรื่องการตั้งชื่อลูก ควรตั้งให้ยิ่งใหญ่อลังการ แต่ข้าก็ไม่ได้ว่าภรรยาข้าเรื่องการตั้งชื่อให้บุตรชายอย่างตั้งใจว่าไม่ดี”“ชื่อของท่านยังเป็นชื่อง่าย ๆ อู่เฉิน”“ท่านแม่ของข้า... นางมีความคิดง่ายดาย นางอยากเผานางก็เผา นางตั้งชื่อให้ข้าเป็นชื่อง่าย ๆ”“ง่ายดายแต่มีความหมายน่าจดจำ ‘เทพอู่เฉิน’ ข้าเองจดจำท่านได้แต่แรกพบเห็น”“เจ้าจำข้าได้เพราะชื่อ...? ไม่ใช่เพราะข้ารูปงาม ที่เจ้าเคยชื่นชมข้า”อาเป้ยจะหัวเราะสามีก็ไม่กล้า เมื่อใบหน้างามปานหยกสลักดูจริงจังไม่ใช่เรื่องเล่น จนนางยอมรับกับเทพอู่เฉินว่าเพราะท่านรูปงาม ภายหลังนั้นก็เป็นความรู้สึกจากหัวใจของนางล้วน ๆ แถมนางยังนึกถึงมารดาอสรพิษ“ข้าว่าท่านแม่ออกจ

  • เครื่องบรรณาการของเทพงู   145

    “ท่าน... อู่เฉิน” ดวงตาคู่สวยพร่าเลือนส่ายมองใบหน้าหล่อเหลาคมคาย สบมองนางด้วยแววตาอ่อนโยนล้ำลึกทว่าสามีของนาง... ไม่เหมือนเดิม! บนตั่งนอนสลักในนรกภูมิที่เฝ้าดูแลนางผู้หลับใหลไปหลายชั่วยาม นางไม่คาดคิดมาก่อนว่าสามีจะผลัดเกล็ดสีนิลจนไม่มีเหลือ พลังหยินมากมายในนรกภูมิเหลือกลิ่นอายเบาบางราวกับว่าไม่มีปีศาจพำนักอาศัยเส้นผมดำขลับ ยาวประสะโพกสอบบัดนี้กลายเป็นสีขาวโพลน คิ้วเข้มหนาที่เรียบขนานไปกับดวงตาคู่คม กลืนกลายเป็นสีเดียวกัน นัยน์ตาเข้มแข็งลึกลงไปนั้นกลับฉายแววเหนื่อยล้าอ่อนแรงชัดเจน“ไยเจ้าไม่เรียกข้าว่าสามีข้า เจ้าไม่รักข้าแล้วหรือเจ้าโกรธอะไรข้าอีก เป่าเป้ย...”“ท่าน... ทำไม ทำเช่นนี้...” เสียงสั่นเครือถามอย่างเอาความเสียให้ได้ ดวงตาคู่สวยเอ่อคลอหยาดน้ำใส แววตาไร้เดียงสาของหญิงสาวยามนี้สงสารสามีจับหัวใจ นางกลัวว่านางอาจถูกทิ้งไว้ลำพังกับบุตรชายในเทวโลก หากไม่มีเทพอู่เฉิน นางก็ไม่รู้ว่าจะมีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างไรเมื่อไม่ได้รับคำตอบใด ๆ จากริมฝีปากแห้งผากและซีดขาวของสามีนางจึงเริ่มตัดพ้อ“ท่านอย่าได้เสียสละสิ่งใดเพื่อข้า ชีวิตของท่านที่ท่านแม่ของท่านให้มา ท่านต้องรักษาไว้ให้ดีที่สุด

  • เครื่องบรรณาการของเทพงู   144

    ผ่านไปสามราตรีกาล เหยาเหยาเติบโตขึ้นจากร่างเด็กสองขวบเป็นสี่ขวบกว่า ๆร่างกายของเขาเหมือนเด็กบนโลกมนุษย์ทุกประการ ทว่าสติปัญญา การใช้เวทเซียนเป็นเทพมังกรเต็มวัย มีพลังอันแข็งแกร่งเป็นอนันต์ มิรู้เหน็ดเหนื่อยเด็กน้อยสามารถเรียนรู้การใช้เวทเซียนได้โดยไม่จำเป็นต้องมีใครบอกสอน กระทั่งว่าการข้ามภพภูมิมาในคราแรก บิดาเลือกเส้นทางน้ำไว้ให้เขาเพื่อรักษาพลังระหว่างการเดินทาง มังกรสีดำสนิทสามารถโจนทะยานขึ้นท้องนภา นำพาเจ้าเหลียนเหลียนข้ามไปอีกภพภูมิหนึ่งพลังแห่งการฟื้นฟูรักษาของมังกรเหนียนตนนี้ไม่ผิดไปจากเทพฮ่าวหราน เพียงไม่ได้รับการยอมรับ กระทั่งราชาแห่งสวรรค์ปรากฏตัว ให้การต้อนรับเด็กน้อยทันทีที่ทราบว่าเขาจะเดินทางมาพร้อมกับพยัคฆ์อัคคีท่านผู้ยิ่งใหญ่ไม่ได้เดินทางมาลำพัง นำทหารองครักษ์ฝีมือยอดเยี่ยมติดตามมาด้วยถึงสี่ เทพชั้นสูงระดับองครักษ์ราชาแห่งสวรรค์เพียงหนึ่งอาจเท่ากับกำลังทหารหมื่นนายใต้เท้าจีกงรู้สึกเป็นกังวลหากท่านราชาแห่งสวรรค์มีเรื่องสำคัญซึ่งไม่ได้บอกกล่าว“ท่านพาเขาไป อย่างไรข้าก็ต้องเป็นผู้ไปส่งเขาให้ถึงหน้านรกภูมิ นทีอันธการ เพื่อไม่ให้ผิดใจกับเทพอู่เฉิน จะหาว่าข้าละเลยบุตรชาย

  • เครื่องบรรณาการของเทพงู   143

    บนตั่งนอนสลักลายอสรพิษในนทีอันธการยามนี้เหลือเพียงท่านและนางตามลำพัง อาภรณ์สกปรกขาดวิ่นเปรอะเปื้อนโลหิตถูกเปลี่ยนใหม่เป็นชุดนอนเนื้อผ้าเบาบาง เทพอู่เฉินเกรงว่านางจะนอนไม่สบาย หาหมอนมาให้นางหนุนขาให้สูงขึ้น เรื่องอาหารและยาบำรุงให้เป็นธุระของสองบ่าวอสรพิษที่ลงมาเป็นครั้งคราวโซ่แห่งหยางบนท้องนภาซึ่งเชื่อมต่อกับทางเข้านทีอันธการตรงหุบเหว ถูกปลดเปลื้องออกในไม่กี่วันถัดมา จากที่ก่อนหน้านี้ราชาแห่งสวรรค์ปิดมันเอาไว้ด้วยตระหนักรู้เรื่องการให้กำเนิดเทพ หรือแม้กระทั่งปีศาจผู้ทรงพลัง เป็นที่จับตามองของทั้งเทพและปีศาจอสูร ท่านผู้ยิ่งใหญ่ทำเพื่อปกป้องหญิงสาวในยามที่นางอ่อนกำลังลง ไม่อาจรู้ว่าภายนอกนั้นมีศัตรูหรือไม่ ยังเป็นการป้องกันไม่ให้เด็กซึ่งถือกำเนิดขึ้นมาไม่ว่าดีร้าย ออกไปจากนทีอันธการได้หากว่าท่านราชาแห่งสวรรค์ยังไม่แน่ใจว่าเขาจะไม่เป็นปัญหาต่อเทวโลกเทพอู่เฉินเข้าใจเหตุผลของท่านเป็นอย่างดี มีความเชื่อว่าท่านคือราชาผู้ทรงธรรมหลายร้อยหลายพันปีมานี้ เทวโลกและนรกภูมิสงบสุขเพราะท่านจักรพรรดิเป็นผู้มีความคิด ไม่โปรดปรานการเข่นฆ่า ไม่ยึดติดกับสงครามและความเคียดแค้นต่อศัตรู แต่รู้จักการให้อภั

  • เครื่องบรรณาการของเทพงู   142

    หญิงสาวในสภาพใบหน้าซีดขาวราวกระดาษ ชายอาภรณ์สีดำซึ่งเคยงดงามบัดนี้ขาดวิ่นถึงหัวเข่า ทว่ายังปกปิดต้นขาเรียวขาวเอาไว้ ยามที่นางเดินกระย่องกระแย่ง จับจูงมือเด็กชายในอาภรณ์สง่างาม ผมดำขลับยาวประสะโพกน้อย ขนาดร่างกายก็เตี้ยกว่าหัวเข่าเสียอีก ขึ้นมาจากนทีอันธการเด็กน้อยเพิ่งออกมาดูโลกเป็นครั้งแรก เหลียวซ้ายแลขวาด้วยความอยากรู้อยากเห็น หลังจากที่เวทเกราะคุ้มกันสีทองแห่งสำนักเทียนหลงถูกปลดออกด้วยมือสั่นเทาของมารดา นางฝืนใช้เวทเป็นครั้งสุดท้ายเพื่อพาบุตรชายออกมา“เหยาเหยา... โตไวอย่างที่ท่านเคยบอกกับข้า ไม่มีโอกาสได้อุ้มลูกชายยามเป็นทารก ข้าดันหมดสติไป...”“ลูกชาย... ข้าหรือ?”ดวงตาคู่คมเปล่งประกาย จับจ้องมองแววตาสั่นกลัวของเด็กชายตัวน้อยเทพอู่เฉินไม่เคยเกิดความรู้สึกประหลาดเช่นนี้ ทั้งตื้นตันจนแววตาเอ่อคลอ ตื่นเต้นจนมือสั่นเทาเต็มไปด้วยเหงื่อ กระทั่งเด็กน้อยยอมให้ท่านรวบร่างเล็ก ๆ เข้ามากอดเสียหน่อย ขยับริมฝีปากเล็กจิ๋วเรียกว่า ‘ท่านพ่อ’หลายชั่วยามที่เฝ้ารอทั้งมารดาและบุตรชายด้วยจิตใจร้อนรน เกรงว่าทั้งคู่จะได้รับอันตราย เลวร้ายที่สุดอาจไม่รอดชีวิตอย่างที่แม่เฒ่าอาวุโสได้ให้คำตักเตือนไว้ กล

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status