登入เบื้องหลังฉากที่สวยงาม ปนันชิตาไม่มีทางรู้เลยว่า มีอะไรซ่อนอยู่ในนั้น ครอบครัวของเธอเป็นหนี้ ทางเดียวที่จะใช้หนี้ได้ก็คือ เธอต้องแต่งงานกับภัทรดนัย ครอบครัวเขาต้องการทายาทสืบสกุล และเธอคือคนที่เหมาะสม “ถ้าคุณใหญ่อยากได้เธอก็ไม่ยากครับ” ภัทรดนัยมองคนตรงหน้าด้วยสายตาท้าทาย “หมายความว่าไง” ภาสันต์ถามพร้อมกับรอคอยว่าคนตรงหน้าจะพูดอะไร “คิดว่าผมไม่รู้เหรอครับ เวลาที่คุณใหญ่มองว่าที่ภรรยาของผม สายตามันฟ้อง...” ไม่พูดเปล่าภัทรดนัยยังก้าวเข้ามา จนหน้าอกของเขาแนบชิดไปกับอกของภาสันต์ หนุ่มใหญ่ถอยหลังหนี แต่ถูกมือสวยงามไม่ต่างจากมือสตรีจับยึดใบหน้าเอาไว้ นิ้วเรียวลูบไล้ลงบนสันกราม ของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นพี่ชายไปมา “นอนกับผมสิครับ แล้วคุณใหญ่ก็เอาเธอไป” “หยุดพูดบ้า ๆ ได้แล้ว ฉันเป็นพี่ชายแกนะ!” “แคร์อะไรครับ ก็แค่พี่ชายต่างสายเลือด ถ้าคุณใหญ่ปฏิเสธ ผมก็มีวิธีอื่นทำหลานให้คุณย่า เพื่อนของผมมองยายปั้นตาเป็นมัน ผมก็แค่ส่งยายปั้นไปให้พวกมัน...” ใบหน้าหล่อเหลาเบี่ยงหลบ เมื่อภัทรดนัยก้มลงมาหา
查看更多สามเดือนต่อมา ภาสันต์ ภัทรดนัย ปนันชิตา ชินานาง และป้าพร้อม เดินทางมาเยี่ยมน้อมจิตที่โรงพยาบาลที่น้อมจิตรักษาตัวอยู่ ภาสันต์ไม่อยากมาที่นี่เลยสักนิด แต่เพราะทนต่อคำรบเร้าของภรรยาไม่ไหวจึงต้องพาเธอมา ปนันชิตาให้เหตุผลว่าอยากเจอน้อมจิตอีกสักครั้ง น้อมจิตนั่งอยู่ที่ม้าหินใต้ต้นไม้ใหญ่ ในชุดของโรงพยาบาล เธอดูแปลกตาไปมากด้วยวัยที่ร่วงโรยตามกาลเวลา ป้าพร้อมเข้าไปหาเจ้านายเมื่อได้รับคำอนุญาตจากพยาบาลที่ดูแล ไม่มีใครรู้ว่าน้อมจิตจำใครได้หรือไม่ จากสายตาที่นางมองภาสันต์ก็ทำให้ทุกคนรู้ว่า นางยังคงรักภาสันต์มากเช่นเดิม ปนันชิตาไหว้ขอโทษเพราะเธอคิดว่าตัวเองเป็นสาเหตุที่ทำให้น้อมจิตลุกขึ้นมาทำร้ายคนอื่น ภัทรดนัยแนะนำให้ ชินานางรู้จักกับน้อมจิต และให้เธอเรียกร้อมจิตว่าคุณย่า ชินานางทำความเคารพน้อมจิต ก่อนจะเดินเข้าไปหา พูดคุยกับน้อมจิต และสัญญาว่าจะดูแลภัทรดนัยให้ดีที่สุด ภาสันต์กลืนน้ำลายลงคอ เมื่อเห็นสายตาที่น้อมจิตมองปนันชิตา เขาไม่วางใจอะไรทั้งนั้น เหตุการณ์ที่ผ่านมาทำให้เขารู้ว่าเพียงแค่เสี้ยววินาที ความสูญเสียก็เกิดขึ้นได้ ถ้าวันนั้นเขาเสียปนันชิตากับลูกไปชีวิตเขาจะเป็นอย่างไร ถึงจะบอกว่าใ
ภาสันต์เข้ามาเยี่ยมปนันชิตาในเวลาต่อมา ทันทีที่เห็นหน้าหญิงสาว ภาสันต์ก็ตรงเข้าไปกอด ดีใจที่สุดที่เธอกับลูกปลอดภัย หลังจากที่หมอแจ้งว่าปนันชิตาตั้งครรภ์หัวใจของเขาก็เต้นรัวเร็วด้วยความดีใจก่อนจะร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม เขาอยากมีลูก แต่ไม่คิดว่าปนันชิตาตั้งท้อง การกระทำของน้อมจิตเลวร้ายมาก ถ้าปนันชิตาแท้งลูกเขาจะเป็นอย่างไร จมูกโด่งเป็นสันพรมจูบไปตามหน้าผากเนียนสวย “ขอบคุณนะครับปั้น” “ขอบคุณปั้นทำไมคะ” “ขอบคุณที่คุณมีลูกให้ผม” “ปั้นต้องขอโทษถึงจะถูก ขอโทษนะคะที่ปั้นเกือบรักษาแกไว้ไม่ได้” “อย่าโทษตัวเองสิครับ ไม่ใช่ความผิดปั้นเลยนะครับ” “ปั้นไม่เชื่อคำเตือนของคุณใหญ่ จนทำให้ลูกต้องมาเจ็บตัว” “นั่นก็ความผิดของผม ผมไม่เล่าความจริงเรื่องคุณย่าให้ปั้นฟัง ถ้าปั้นรู้ปั้นคงระวังตัวมากกว่านี้” “ปั้นไม่คิดว่าคุณย่าจะเป็นคนแบบนั้น” “ถ้าผมทำทุกอย่างให้มันชัดเจน และไม่ประมาท ปั้นก็ไม่ต้องมาเจ็บตัว” “อย่าโทษตัวเองเลยนะคะ ปั้นกับลูกปลอดภัยแล้วค่ะ” ปนันชิตาปลอบใจ เมื่อภาสันต์เอา
ภัทรดนัยอาสาขับรถให้พี่ชาย ภาสันต์ดูจนแน่ใจว่าจุดที่รถของน้อมจิตจอดอยู่คือที่ไหนกัน ภาสันต์แจ้งตำรวจ แต่เวลาแบบนี้ภัทรดนัยเลยขอให้เพื่อนที่เป็นตำรวจช่วยอีกแรง เพราะเป็นห่วงความปลอดภัยของปนันชิตา “เพื่อนผมที่เป็นตำรวจล่วงหน้าไปแล้วครับ ใจเย็น ๆ นะครับคุณใหญ่ปั้นต้องปลอดภัย” ภัทรดนัยปลอบพี่ชาย “พี่ผิดเองที่ประมาท พี่สั่งปั้นแล้วว่าอย่าเปิดบ้านให้คนที่ไม่น่าไว้ใจเข้ามา” “แล้วคุณย่าไม่น่าไว้ใจตรงไหน ปั้นไม่ผิดหรอกครับ เพราะปั้นไม่รู้ว่าคุณย่าเป็นคนยังไง คุณใหญ่น่าจะบอกเรื่องของคุณย่ากับปั้นตรง ๆ ปั้นจะได้ระวังตัว” ภัทรดนัยบอกกับพี่ชายถึงจุดที่เป็นช่องโหว่ของเรื่องนี้ “พี่ตั้งใจว่าจะไปสารภาพกับคุณย่า เรื่องที่พาปั้นมาอยู่กินด้วยกัน แต่พี่ก็ช้า” “มันผ่านไปแล้วครับ เรามาคิดถึงเรื่องที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้ดีกว่า หวังว่าคุณย่าจะมีสติ ไม่ทำอะไรรุนแรงกับปั้นนะครับ” “พี่ก็หวังว่าอย่างนั้น” น้อมจิตเริ่มควบคุมตัวเองไม่อยู่ เริ่มพูดคนเดียวและทำร้ายปนันชิตาหนักขึ้น ปนันชิตารวบรวมกำลังที่มี อาศัยจังหวะที่น้อมจิตเผลอ ถีบลงที่
“อะไรวะคุณใหญ่ เมียตัวเองหายไปแล้วมาเกี่ยวอะไรกับผม ดูแลกันยังไงครับ เมียทั้งคนถึงปล่อยให้หายได้” เสียงของภัทรดนัยดังไปถึงในครัว จนคนที่นั่งรอเขาอยู่ใจคอไม่ดี “อย่ามาเล่นลิ้นกับฉัน คนเดียวที่จะทำร้ายปั้นคือแก” “ทำไมผมต้องทำอย่างนั้นวะ ผมไม่สนใจพี่ ไม่สนใจเมียพี่หรอกนะ จะรักกันก็ไปรักกันที่อื่น อย่ามาวุ่นวายกับผม” “ปั้นหายตัวไปจากบ้าน มีรอยเลือดเต็มพื้นไปหมด ฉันคิดว่าปั้นถูกทำร้าย” ภาสันต์บอกเรื่องนี้กับน้อง เมื่อเห็นแววบางอย่างในตาของน้อง “พี่เลยคิดว่าผมทำร้ายเธอ คิดว่าผมฆ่าเธอ!” “เล็ก...ฉันแค่สงสัย เพราะแกเป็นคนเดียวที่เกลียดปั้น” “จะบอกอะไรให้นะพี่ ผมจะสนใจพี่ จะสนใจเมียพี่ไปทำไม ในเมื่อผมก็มีเมียของผมอยู่แล้ว พี่เลิกบ้าได้แล้ว เมียหายแทนที่จะไปแจ้งตำรวจ แต่กลับมาทำร้ายผม ถ้าผมทำร้ายเมียพี่จริง ๆ ผมจะอยู่ที่นี่ไหม ใจเย็นรอให้พี่เอาตำรวจมาลากคอผมเข้าตารางเหรอ” “เมื่อกี้แกว่าอะไรนะ” ภาสันต์ถามเพราะคิดว่าตัวเองได้ยินประโยคนั้นไม่ชัด “เรื่องไหนล่ะ พูดไปตั้งเยอะ” ย้อนถามพร้อมกับพยุงตัวเอ
“คุณใหญ่...” ภาสันต์ก้มลงมาปิดปากที่เรียกชื่อเขาไม่หยุด เขารู้ว่าเธอเจ็บมาก แต่จะให้หยุดตอนนี้ก็ไม่ได้เช่นกัน หัวใจเขาโหยหาเพียงแค่เธอ ยิ่งมาอยู่ใกล้แต่ไม่มีสิทธิ์ก็ยิ่งทำให้เขาทรมาน ปากร้อนบดขยี้ลงบนปากบางหนัก ๆ เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ มือหนาลูบไล้ไปตามเนื้อตัวเพื่อให้เธอผ่อนคลายจากอาการเกร็ง ก่อน
แกร๊ก เสียงปลดล็อกประตูที่ได้ยิน ทำให้ปนันชิตาตกใจจนก้าวขาไม่ออก “คุณใหญ่!” เรียกชื่อคนที่บุกรุกเข้ามา พร้อมกับถอยหนี ขยับเสื้อคลุมเนื้อบางเบาให้กระชับตัวยิ่งขึ้น “เข้ามาทำไมคะ!” น้ำเสียงที่ใช้บอกถึงความไม่พอใจออกมาอย่างชัดเจน ภาสันต์ไม่พูดหรืออธิบายอะไร ร่างสูงตรงเข้าหา
“ย่าได้ฤกษ์มาแล้วนะตาเล็ก ช่วงนี้ก็อยู่ให้ติดบ้านหน่อย” คุณน้อมจิตถือเอาวันที่ทุกคนอยู่กันพร้อมหน้า ประกาศฤกษ์งานแต่งให้รับรู้ คำพูดของคนสูงวัยทำให้มือที่กำลังยกถ้วยกาแฟของภาสันต์ชะงักไปนิด แต่เจ้าของมือหนายังควบคุมเอาไว้ได้ ถึงกระนั้นก็ยังมีคนตาดีสังเกตเห็น เพราะเขามองภาสันต์อยู่ก่อนแล้ว ภัทรดนัยย
กลิ่นหอมของอาหารที่ลอยมาเข้าจมูก ทำให้ร่างสูงใหญ่ที่กำลังก้าวเท้าหยุดชะงัก จากที่ตั้งใจว่าจะเดินกลับบ้านพัก ก็ต้องเปลี่ยนใจ เท้ายาวภายใต้รองเท้าหนังราคาแพงหันหัวเปลี่ยนทิศ แล้วเดินไปอีกทาง รอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้า เพราะตอนนี้ในครัวมีบางอย่างที่น่าสนใจ ใกล้ได้เวลาอาหารเย็น ปนันชิตา คงทำหน้าที่ของตัวเอ