ログインชายหนุ่มกระซิบอยู่ใกล้ ๆ ขณะขบเม้มติ่งหูหญิงสาวเบา ๆ เขาเหมือนไฟร้อนที่คอยลามเลียจนขี้ผึ้งอย่างเธอละลายแทบกลายเป็นน้ำ เมลิดาอ่อนยวบไปหมดทั้งตัว เขาจะรู้หรือไม่ว่าลมหายใจที่ราดรดสั่นไหวประสาทรับรู้ของเธอมากแค่ไหน เขาทำเหมือนกำลังล่อลวงหัวใจดวงนั้นและเธอก็ยินดีติดกับอยู่ในบ่วงเสน่ห์ที่เขาทอดมาให้
“เมย์ไม่เคยรู้สึกกับใครแบบนี้นะคะ เชื่อใจ ไว้วางใจ เมย์คิดว่าเมย์ดูคนไม่ผิด”
“แล้วถ้าวันใดวันหนึ่งผมไม่ใช่ผู้ชายแสนดีอย่างที่คุณเมย์คิด คุณเมย์จะทำยังไง?”
ชายหนุ่มถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่า หากแต่สติของเขายังคงนิ่งเหมือนน้ำในบ่อ ส่วนเมลิดานี่สิ.....ในภวังค์อันสับสนนั้นวุ่นวนไปหมดแล้ว เธอรู้แต่เพียงคำตอบสำหรับคำถามนั้นยังเป็นเรื่องอีกยาวไกล ทว่าตอนนี้เธอเรียนรู้ที่จะใช้แขนเรียวราวลำเทียนกอดเอวหนาของเขาไว้คล้ายเป็นคำตอบอยู่ในที
“เมย์ได้แต่ภาวนาขออย่าให้อนาคตโหดร้ายกับเมย์เหมือนที่ผ่านมา และสำหรับคุณภูมิ แค่คุณดีกับเมย์แบบนี้ วันข้างหน้าเมย์จะไม่กลัวอะไรอีก”
เมลิดาแนบใบหน้าลงกับบ่ากว้างของเขา แสงสีทองของอาทิตย์ย่ำอัสดงมลังเมลืองอยู่เบื้องนอกสาดเข้ามากระทบใบหน้าคมคายที่ขบกรามนูนเป็นสัน รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นตรงมุมปากและร่องรอยของความอำมหิตฉาดฉายอยู่ในแววตาอันแค้นเคียด เงาแห่งซาตานแผ่ขยายโอบคลุมร่างบอบบางที่ยินดีวางหัวใจของเธอไว้ ณ ที่แห่งนั้น ดินแดนหวานฉ่ำที่อีกไม่นานมันจะแปรเปลี่ยนเป็นทะเลเพลิง!!
ล่วงเข้าวันที่สามเมลิดารู้สึกดีขึ้นไม่ปวดเหน็บแผลเหมือนวันแรก แต่เท้าเรียวก็ยังมีผ้าพันไว้เพื่อป้องกันแผลจากการเสียดสีและติดเชื้อ ร่างระหงในชุดกระโปรงแขนยาวผ้าชีฟองลายดอกนั่งพลิกหนังสือนิยายที่เธอชอบอ่านไปมาที่หน้าระเบียงของบ้านพักหากแต่สายตากลับมองไปยังทางเดินที่ทอดยาวออกไปตามแนวต้นปาล์มเตี้ย ๆ ในบังกะโล
ตั้งแต่วันไปทำแผลที่โรงพยาบาล ภูมิก็คอยดูแลเธอไม่ห่าง เขาช่างเป็นผู้ชายแสนดีจนทำให้เธอแทบจะหลงลืมชีวิตในเมืองใหญ่ไปเกือบหมดสิ้น บุรุษผู้นั้นเป็นคนค่อนข้างสุขุมและใจเย็น เขายินดีทำให้เธอทุกอย่าง ทั้งทำอาหารให้เธอทาน อยู่เป็นเพื่อนคุย
และวันนี้ก็เช่นเดียวกันที่เขาสัญญาว่าจะพาเธอนั่งเรือออกไปเที่ยวตามเกาะในทะเลแถวอุทยานหาดนพรัตน์ธารา หญิงสาวนั่งรอเขาตั้งแต่เช้าจนเวลาล่วงเลยมาถึงบ่าย เมลิดาเผลอหลับไปบนเก้าอี้หวายตัวกลมใหญ่และลืมตาตื่นอีกทีเมื่อรู้สึกว่าริมฝีปากของเธอกำลังถูกล่วงล้ำจากลิ้นหนาที่ค่อย ๆ ดุนให้เรียวปากบางเผยอออก
“คุณภูมิ!......”
หญิงสาวตื่นตัวเต็มที่เมื่อร่างหนาของเขากดทับลงบนร่างบาง เจ้าของร่างสูงใหญ่โปรยยิ้มในขณะกอดเธอไว้ในอ้อมแขน
“ผมจะพาคุณเมย์นั่งเรือเที่ยวชมทะเลด้านนอก ที่นี่มีเกาะสวย ๆ หลายแห่ง คุณเมย์จะต้องประทับใจมาก ๆ “
“แต่นี่มันบ่ายไปแล้วนะคะ เราคงไปได้ไม่กี่แห่ง”
“ไม่เห็นเป็นไรนี่ครับ อย่างน้อยที่สุดก็จะได้ชมบรรยากาศตอนพระอาทิตย์ตกน้ำในทะเล ถ้าคุณเมย์เห็นคุณเมย์จะรู้ว่ามันสวยมากแค่ไหน”
หญิงสาวไม่ปฏิเสธความเห็นของเขา ภูมิพาเธอมุ่งหน้าไปยังท่าเรือที่อ่าวนางซึ่งอยู่ห่างออกไปอีกประมาณหกกิโลเมตรโดยขับรถยนต์แล่นเลียบไปตามถนนริมหาดซึ่งเต็มไปด้วยที่พัก ร้านค้าและบริษัทนำเที่ยว เมลิดามองเห็นภูเขาหินปูนตั้งตระหง่านบนเส้นทางที่เธอผ่านไปและหลายครั้งก็อดไม่ได้ที่จะหันมองใบหน้าหล่อเหลาด้านข้างของผู้ที่อยู่หลังพวงมาลัยซึ่งหันมายิ้มกับเธอบ่อยครั้งโดยมือข้างหนึ่งของเขาวางลงบนหน้าขาของหญิงสาวราวกับจะบอกว่าเธอจะมีเขาเช่นนี้ไม่ไปไหน
“คุณภูมิขับเรือมานานแล้วหรือคะ ดูชำนาญมากเลย”
เมลิดาร้องถามชายหนุ่มแข่งกับเสียงคลื่นเมื่อเขาพาเธอนั่งเรือไฟเบอร์ขนาดหนึ่งเครื่องยนต์แล่นห่างออกจากฝั่งมุ่งไปทางทิศตะวันออก
“ไม่นานเท่าไหร่แต่ก็ไม่ใช่เวลาสั้น ๆ หรอกครับ”
หญิงสาวมองเขาบังคับเรือให้แล่นฉิวไปบนผิวน้ำสีเขียวมรกตที่มีคลื่นเคลื่อนตัวเข้ามาปะทะอยู่ตลอดเวลา เธอนั่งหลบแดดบนที่นั่งภายในเรือข้างคนขับ แม้อากาศไม่ร้อนจัดแต่ไอแดดผสานกับละอองน้ำเค็มและลมแรงก็ทำให้รู้สึกผะผ่าวบนผิวขาวเนียน
ชายหนุ่มหันมองดวงตากลมโตบนใบหน้าสวยหวานซึ่งล้อมกรอบด้วยเรือนผมสีน้ำตาลไหวลู่ไปตามสายลมที่พัดพาเข้ามาปะทะด้วยความรู้สึกบางอย่างที่กำลังดันตัวเองขึ้นมาอยู่เหนือเจตจำนงใต้จิตสำนึก ความงามและความสดใสนั้นสะกดความตั้งใจอันรุนแรงที่ปรารถนาจะทำแต่แรกให้ลดถอยกลับไปอยู่ในส่วนลึกที่เคยรุ่มร้อน
เมลิดาไม่เคยมีใครจริงหรือ?......ผู้หญิงสวยสะคราญที่มีความงามมัดใจชายได้เช่นนี้ไม่เคยแม้แต่จะแลกจูบกับใครเลยกระนั้นหรือ? ทำไมเขาต้องตั้งคำถามกับตัวเองในเรื่องของเธอไม่หยุดไม่หย่อน เขาไม่ได้ตั้งใจจะนึกสงสัยอะไรในตัวเธอตั้งแต่แรกเพราะคำถามคือกับดักในเงามืดที่อาจล่อให้ผู้สงสัยฝ่าลึกเข้าไปสู่ทางอันซับซ้อน
รถเก๋งสีขาวแล่นเข้ามาตามทางเล็ก ๆ ภายในไร่องุ่นยามไอแดดคลายความร้อนระอุยามเย็นและส่องแสงอ่อนฉาบคลุมความเขียวขจีไปทั่วบริเวณเนินเขาน้อยใหญ่ของไร่ภควัตณ์ รถยนต์คันหรูเคลื่อนตัวเข้ามาจอดหน้าเรือนไม้สักหลังใหญ่อันเงียบเหงา ร่างระหงในชุดกระโปรงสีดำตัดเย็บอย่างเรียบ ๆ ก้าวลงมาด้วยท่าทีที่ยังดูประหม่าในการมายังไร่องุ่นซึ่งเธอก็คุ้นเคยในครั้งนี้ ร่างบางก้าวเท้าไม่ทันถึงหน้าระเบียงก็เห็นร่างสูงใหญ่ของทศภาคก้าวออกมาพอดี กีรติหยุดชะงักและกุมซองกระดาษไว้ในมือแน่นก่อนรวบรวมกำลังใจส่งยิ้มไปยังใบหน้าอิดโรยของอีกฝ่ายที่ก็ยิ้มตอบกลับมาเช่นกัน “สวัสดีครับ...คุณกิ เพิ่งมาถึงหรือครับ? ขอเชิญนั่งก่อน” “คงไม่ล่ะค่ะ...คุณภาค” หญิงสาวหายใจติดขัดทำให้พลอยพูดอะไรก็ไม่คล่องดังคิด...แค่อยากจะมาที่นี่เพื่อเอ่ยอะไรสักคำกับคนที่เธอทำให้เขาผิดหวังทั้งที่รักหนักหนาก็ยากแสนยาก แค่อยากจะมาขอโทษกับการกระทำที่เหยียบย่ำศักดิ์ศรีของตัวเองด้วยการขายข่าวอัปยศจนคนถูกกลั่นแกล้งแทบไม่มีพื้นดินจะเหยียบ หากทศภาคจะหมดความไว้เนื้อเชื่อใจและไม่ให้อภัยกันอีกก็จะยอมรับโดย
เมลิดาไม่ได้ปฏิเสธ หากก็ไม่กล่าวว่ากระไร ยินเพียงเสียงหัวใจตอบรับความผันเปลี่ยนในชีวิตที่พลิกไปมาจนเธอต้านมันแทบไม่ทัน เมื่อเจ้าของบริษัทเพชรจากไปแล้วพร้อมกับทิ้งนามบัตรและกำหนดการเดินแบบแฟชั่นโชว์เครื่องประดับอันหรูหราในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เมลิดาก็เฝ้าปลอบตัวเองว่าคงไม่มีอะไรสั่นคลอนชีวิตของเธอได้มากไปกว่านี้อีกแล้ว หญิงสาวกำลังจะลุกขึ้นจากที่นั่ง พลันก็รู้สึกว่าภาพรอบ ๆ ตัวเริ่มพร่ามัวและหมุนไปมาราวกับเธอเป็นดวงอาทิตย์ที่มีดวงดาวโคจรโยรอบเป็นวงแหวนกระนั้น หญิงสาวเอามือแตะบนหัวอันหน่วงหนักก่อนจะรู้สึกปั่นป่วนในช่องท้องจนต้องรีบผลุนผลันวิ่งเข้าห้องน้ำ “เมย์...เป็นอะไรน่ะลูก” เสียงของปานระวีดังขึ้นเมื่อเดินออกมาด้านนอกและรีบเข้าไปดูบุตรสาวขณะร่างบางก้ม ๆ เงย ๆ อยู่กับอ่างล้างหน้าเพื่อสำรอกเอาความอึดอัดคัดแน่นในอกออกมา เมลิดาวักน้ำล้างหน้าหากก็ช่วยให้หายคลื่นเหียนได้เพียงน้อยนิด “ไม่รู้ว่าเป็นอะไรค่ะแม่...เมย์ไม่สบายตัวมาเป็นอาทิตย์แล้ว เมย์อาจจะพักผ่อนน้อยก็ได้ค่ะ...อุ๊บ!....” พูดไม่ทันจบปร
“จะดีหรือลูก...แม่กลัวว่าจะมีใครสมอ้างมาขุดคุ้ยข่าวของเมย์อีก” “ไม่หรอกค่ะ...เมย์แน่ใจ คุณพ่อคุณแม่อย่ากังวลเลยนะคะ เมย์เชื่อว่าเขามาดีค่ะ” กล่าวจบร่างบอบบางจึงเดินลิ่วออกไปยังห้องรับแขกและพบว่ามีใครคนหนึ่งนั่งคอยเธออยู่ที่นั่น เป็นสตรีผิวขาวร่างเพรียวระหง งามสง่าภายใต้ชุดกระโปรงผ้าลูกไม้สวมเสื้อคลุมขนสุนัขจิ้งจอกสีช็อคกิ้งพิ้งค์ใบหน้ารูปไข่ภายใต้กรอบผมบ๊อบเรียบลื่นสีดำสนิทสะท้อนความเฉิดฉายตามแบบฉบับสาวสังคมที่เนื้อตัวพราวพรายด้วยเครื่องประดับเพชรหรูหราอลังการ “คุณลิลลี่...” เมลิดามองผู้หญิงอายุราวสี่สิบกว่าตรงหน้าด้วยความรู้สึกมากมายประดังเข้ามา ในขณะที่อีกฝ่ายมองเธอด้วยความปรีดา รอยยิ้มบนเรียวปากสีชมพูอมม่วงเด่นชัดแย้มพรายก่อนเอ่ยกับหญิงสาวด้วยเสียงกังวานดุจระฆังแก้ว “ขอโทษนะคะที่พี่มาโดยไม่บอกคุณเมย์ล่วงหน้า ก็คุณเมย์น่ะ...ตามหาตัวยากมาก พี่ต้องให้คนช่วยสืบละเอียดยิบ ถึงได้รู้ว่าคุณเมย์มาอยู่ที่นี่” ร่างบางหย่อนกายลงนั่งขณะมองผู้พูดด้วยความสับสนระคนดีใจ “ตอนแรกคุณแม่ท่านนึกว่าเป็นพวกนัก
น้ำเสียงทุ้มลึกช่วยปลดหญิงสาวออกจากภวังค์อันล่องลอย เมลิดากลั้นหยาดน้ำตาที่กำลังจะหยดลงมาได้ทันเมื่อสมพงษ์พาร่างอันซูบผอมเข้ามานั่งข้างบุตรสาว หากแต่สีหน้าของเธอกลับเปิดเผยอะไรหลายอย่างที่ชายวัยกลางคนมองแล้วก็คล้ายจะเข้าใจ “ทำไมคุณพ่อไม่พักผ่อนล่ะคะ...ออกมานั่งตากลมทำไม” ดวงตากลมโตบนใบหน้าหวานมองบิดาด้วยประกายตาอันนุ่มนวล สมพงษ์ยิ้มให้พลางยกมือขึ้นลูบไปมาบนเรือนผมยาวเหยียดตรงสีน้ำตาล “เมย์นั่นแหละ ทำไมไม่พักผ่อน พ่อเห็นเมย์นั่งแบบนี้ตั้งนานแล้วนะ” “เมย์นั่งคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยค่ะ...เรื่องบางอย่างบางทีก็ต้องใช้เวลา” “ลูกพ่อ...ยังมีอะไรที่พ่อไม่รู้อีกมั้ย เรื่องที่ลูกไปอยู่ในไร่ภควัตณ์เกือบสามเดือน” ชายผู้ผ่านโลกมาค่อนชีวิตจ้องมองบุตรสาวราวต้องการจะได้คำตอบจากท่าทีอมทุกข์ของเมลิดา เขาคอยเฝ้าดูหญิงสาวมาตลอดตั้งแต่เธอกลับมาที่บ้านในวันแรกและบอกข่าวดีที่สุดในชีวิตของเขาว่าทศภาคได้ปลดปล่อยหัวใจของเขาคือการให้อิสรภาพแก่เมลิดาแล้ว หากทว่ายังมีอะไรบางอย่างหลีกเร้นอยู่เบื้องหลังความย
“ไอ้..ไอ้บ้าแทน!...ไอ้บ้า!...บ้าที่สุด!...กลับมาพูดกับฉันให้รู้เรื่องเดี๋ยวนี้...นายทำกับฉันแบบนี้ไม่ได้...นายแทน!”ชายหนุ่มก้าวยาว ๆ ออกจากห้องแล้วปิดประตูโดยไม่สนใจเสียงกรีดร้องไล่หลังของกีรติที่ยืนร้องไห้เพราะเสียรู้จากความผิดพลาดของตัวเองภาพในกล้องวีดีโอขนาดเล็กถูกเปิดกลับไปกลับมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าในมือของทศภาคที่เจ้าของนัยน์ตาเข้มจ้องมองมันอย่างเลื่อนลอยในทุกนาทีที่ภาพแต่ละช็อตปรากฏขึ้นบนหน้าจอมอนิเตอร์ขณะนั่งอยู่ที่โต๊ะไม้หน้าเรือนหลังใหญ่ซึ่งมีแทนนั่งมองอยู่อีกฝั่งหนึ่งในช่วงเวลาพลบค่ำที่แสงสุดท้ายกำลังบอกลาฟากฟ้าอันหมองมัวแสงสุดท้ายที่ลาจากไปเหมือนหัวใจของชายหนุ่มแห้งหายทุกครั้งที่นึกถึงการกระทำและคำพูดของตัวเอง และบัดนี้ความเคียดแค้นได้ดับสลายไปพร้อมหัวใจที่กำลังโผผินเพื่อจะพบเพียงความว่างเปล่าทอดเงาอยู่ ณ ขอบฟ้านั่น สำนึกสุดท้ายของลมหายใจที่ปรารถนาความงดงามคืนกลับคือการยอมรับว่าตัวเขาเป็นผู้ทำลายทุกอย่างจนย่อยยับไม่เว้นแม้แต่ทิฐิของตนเอง“ผมพยายามสืบหาความจริงว่าใครที่ทำให้เหตุการณ์มันวุ่นวายมากถึงเพียงนี้ ก็แค่อยากให้พี่รู้ความจริงว่าคุณเมย์ไม่เคยมีใจให้ใครนอกจากสามีของเธอคนเ
แทนก้มหน้าเข้าไปใกล้หญิงสาวซึ่งนั่งกำหมัดตัวแข็งคอยฟังสิ่งที่ชายหนุ่มกำลังจะพูดต่อ “คุณยินดีให้ข่าวว่าคุณเมย์เป็นเมียเก็บของทศภาค ภควัตณ์ โดยไม่คิดค่าตอบแทนแม้แต่บาทเดียวโดยคุณมีภาพยืนยันข้อมูลว่าคุณเมลิดาที่หายหน้าไปจากวงการนางแบบกะทันหันอยู่ในไร่ภควัตณ์ในฐานะนางบำเรอที่ไม่มีทะเบียนสมรส ไม่มีงานแต่งงาน ส่วนเรื่องครอบครัวของเธอที่ล้มละลายก็เพราะคุณปลาทองเป็นคนไปขุดคุ้ยมาสนับสนุนเหตุผลในการกระทำของคุณเมลิดา ตอนนี้ใคร ๆ เขาถึงได้เชื่อไงว่าคุณเมย์หมดหนทางจริง ๆ ถึงต้องทำตัวเหมือนผู้หญิงไร้ค่า แลกได้แม้แต่ศักดิ์ศรีของตัวเอง” “ไม่จริง!” กีรติกรีดเสียงแหลมก่อนจะผลักร่างของแทนออกไปแล้วยืนตัวเกร็งตาแดงก่ำ “ไหนพี่ปลาสัญญากับฉันแล้วไงว่าจะไม่มีใครรู้เรื่องนี้...นาย...นายไปบังคับข่มขู่ให้เขาบอกใช่มั้ยว่าฉันเป็นคนให้ข่าว” ใบหน้างามชาดิกเมื่อชายหนุ่มยักไหล่เบ้ปากราวกับสิ่งที่ได้ยินเป็นเรื่องเหลวไหล “เขาสัญญากับคุณหรือ?...ไม่เห็นอยู่ในบทสนทนาเลยนี่ ตอนผมคุยกับเขาเราไม่มีบทกำกับนะครับ ทุกอย่างเป็นเรื่องจร