LOGINขณะนั้นเองธนวรรธน์และธนกฤตได้นำตัวฑีฆายุและญาณิศา ฝ่าเปลวเพลิงนรกออกมาได้อย่างปลอดภัย น้อยรีบวิ่งเข้าไปดูอาการของเด็ก ๆ
“น้องซันกับน้องญาณินไม่เป็นไรใช่ไหมคะ”
เด็กน้อยทั้งสองพยักหน้าทั้งที่ยังอยู่ในอาการตกใจ
“โชคดีที่น้อง ๆ ปลอดภัย”
“พอลนายพาน้อยกับเด็ก ๆ กลับบ้านไปก่อนนะ พี่จะดูแลทางนี้เอง”
“ไม่มีใครติดอยู่ด้านในแล้วใช่ไหมครับ”
คำพูดของธนกฤตทำให้น้อยนึกขึ้นมาได้
“คุณญาดา...คุณญาดายังอยู่ข้างในค่ะ”
“อะไรนะ! ญาดาติดอยู่ข้างในได้ยังไง ตอนไฟไหม้ก็ไม่ได้อยู่ที่นี่”
“พอเธอรู้ว่าน้อง ๆ ยังติดอยู่ด้านใน ก็รีบวิ่งฝ่าเปลวเพลิงเข้าไปช่วยค่ะ น้อยพยายามห้ามแล้วแต่เธอก็ไม่ฟัง”
“บ้าเอ๊ย!” ธนวรรธน์สบถออกมาอย่างลืมตัว เมื่อรู้ว่าผู้หญิงที่เขารักยังติดอยู่ในกองเพลิง
“แม่ดา” ญาณิศาตะโกนเรียกหาแม่อย่างเสียขวัญ เมื่อรู้ว่าแม่ยังอยู่ด้านใน และทำท่าจะวิ่งกลับเข้าไป ดีที่ธนวรรธน์รั้งตัวไว้ได้ทัน
เด็กน้อยร้องไห้พร้อมกับดิ้นรน เพื่อจะวิ่งเข้าไปตามแม่ ธนวรรธน์กอดลูกไว้ในอ้อมแขน
“ปล่อยหนู...หนูจะไปหาแม่...จะหาแม่...แม่ขาญาณินอยู่นี่” น้ำตาของแม่หนูน้อยไหลลงมาไม่ขาดสาย
เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้น ประกอบกับเสียงร้องเรียกหามารดาของญาณิน บีบคั้นหัวใจทุกคนที่อยู่ในบริเวณนั้น ฑีฆายุเองก็ร้องไห้เช่นกัน เขายังอยู่ในอาการตกใจ ยิ่งเห็นน้องร้องไห้หาแม่ก็ยิ่งเสียขวัญ
“ญาณินฟังพ่อ...ฟังพ่อนะลูก...” ธนวรรธน์พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน พร้อมกับประคองใบหน้าน้อย ๆ ของลูกท่ามกลางสายตาของทุกคน
“พ่อจะเข้าไปช่วยแม่เอง แม่จะต้องปลอดภัยพ่อสัญญา” เขาเอ่ยพร้อมกับเช็ดน้ำตาบนใบหน้าบุตรสาว
“แต่หนูจะกับพี่ซันจะต้องรออยู่กับอาพอลที่นี่ ตกลงไหมคะ”
ญาณิศาพยักหน้ารับ แม้เสียงร้องไห้จะจางลงแต่ทว่ายังคงมีเสียงสะอื้น ธนวรรธน์ส่งตัวลูกให้น้องชาย ซันเดินเข้ามาจูงมือญาณินและเช็ดน้ำตาให้น้อง
“พี่ฝากเด็ก ๆ ด้วยนะพอล”
“ไม่ต้องห่วงครับผมจะดูแลเอง ระวังตัวด้วยนะครับพี่พีท”
ธนวรรธน์พยักหน้าก่อนจะวิ่งฝ่าเปลวเพลิงกลับเข้าไปด้านในอีกครั้ง สีหน้าของเขาเคร่งเครียดเมื่อรู้ว่าหญิงสาวที่เขารักยังติดอยู่ที่ไหนสักแห่งในเพลิงนรกนี่ และเขาจะต้องช่วยเธอออกมาให้ได้
“ญาดาคุณอยู่ที่ไหน ได้ยินเสียงผมไหม”
“ส่งเสียงหน่อย คุณอยู่แถวนี้ไหม ได้ยินเสียงผมหรือเปล่าญาดา”
“บ้าเอ๊ย! คุณอยู่ที่ไหนกันแน่เนี่ย เจอตัวเมื่อไรจะตีให้เข็ด โทษฐานที่ทำให้ผมเป็นห่วงจนแทบบ้าแบบนี้”
ณชญาดาได้ยินเสียงที่เขาตะโกนเรียกหาเธอด้วยความร้อนใจ เธอสัมผัสได้ถึงความห่วงใยจากน้ำเสียงของเขา แม้ว่ามันจะเจือปนด้วยความฉุนเฉียวก็ตาม
“ฉันอยู่ตรงนี้ค่ะ ช่วยฉันด้วย ญาดาของคุณอยู่นี่”
ณชญาดาพยายามตะโกนบอกเขาด้วยน้ำเสียงอ่อนระโหยโรยแรง ซึ่งมันไม่ต่างอะไรกับเสียงกระซิบ จากนั้นสติของเธอก็ดับวูบไป ความร้อนของเปลวเพลิงที่กำลังเผาไหม้อาคารอยู่นั้น เทียบไม่ได้เลยกับความร้อนรุ่มในจิตใจของธนวรรธน์ในตอนนี้ เขากังวลว่าเธอจะตกอยู่ในอันตรายจากเปลวเพลิงนรกร้อนแรงที่กำลังกระพือโหม
นอกจากใจที่ร้อนรุ่มแล้วเปลวเพลิงนรกที่กำลังลุกโหมกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง ก็เป็นอุปสรรคสำคัญในการตามหาตัวหญิงสาว ไฟที่ลุกไหม้อยางรวดเร็วนั้นก่อให้เกิดควันไฟ ทำให้ยากแก่การค้นหาหญิงสาวอันเป็นที่รัก
แต่ธนวรรธน์ก็มิได้ย่อท้อ และบอกกับตัวเองว่าถ้าเขาหาเธอไม่พบหรือช่วยเธอออกไปจากเปลวเพลิงนี้ได้ เขาก็จะไม่ออกไปจากที่นี่เช่นกัน ทางเดียวที่จะทำให้เขาออกไปจากที่นี่ได้คือต้องพาณชญาดาออกไปด้วย
ในที่สุดเขาก็เจอเธอในสภาพนอนหมดสติ ธนวรรธน์รีบตรงเข้าไปประคองณชญาดาไว้ในอ้อมแขน เขาใช้มืออีกข้างประคองใบหน้าเธอ
“เป็นอะไรไหม ตอบผมสิญาดา ไม่ต้องกลัวนะผมจะพาคุณออกไปจากที่นี่เอง”
ธนวรรธน์อุ้มร่างไร้สติของณชญาดา ฝ่าเปลวเพลิงนรกออกไปอย่างยากลำบาก แต่สุดท้ายเขาก็ทำได้สำเร็จ ท่ามกลางความโล่งใจของทุกคนที่ยืนมุงดู พร้อมกับเอาใจช่วยอยู่ด้านนอก
เขาวางร่างของเธอลงบนพื้นและประคองเธอไว้ในอ้อมแขน ก่อนจะตบแก้มเธอเบา ๆ เพื่อเรียกสติ
“ไม่เป็นไรแล้วนะ ไม่ต้องห่วงนะญาดา คุณปลอดภัยแล้ว คุณได้ยินเสียงผมไหมญาดา ทำไมไม่ตอบล่ะ ตอบมาสิ ขอร้องล่ะ พูดอะไรหน่อยได้ไหมญาดา ฟื้นขึ้นมาสิ ผมสั่งให้คุณฟื้นได้ยินไหมญาดา บ้าเอ๊ย” ธนวรรธน์ตะโกนด้วยความบ้าคลั่ง ความห่วงใยฉายชัดในแววตาเขา
ความกลัวแล่นเข้าจับขั้วหัวใจธนวรรธน์ แค่คิดว่าจะต้องสูญเสียเธอไปหัวใจของเขาก็แทบจะสลาย ดวงตาของเขาแดงก่ำ
ฑีฆายุและญาณิศาจะวิ่งเข้าไปหาณชญาดา แต่ธนกฤตรั้งตัวเด็ก ๆ ไว้ในอ้อมแขนไม่ให้เข้าไปมุง และบอกให้ทุกคนถอยออกไปเพื่อให้อากาศปลอดโปร่ง เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่มีอาการตอบสนอง ธนวรรธน์จึงวางร่างไร้สติให้นอนราบกับพื้น พร้อมกับเริ่มปั๊มหัวใจของเธอ เขาพยายามยื้อชีวิตเธอให้กลับมาหายใจอีกครั้ง
“ฟื้นสิญาดา คุณจะจากผมไปแบบนี้ไม่ได้นะ ฟื้นสิ”
ธนวรรธน์โอบกอดเธอไว้ด้วยความดีใจ นัยน์ตาของเขาเปล่งประกายแห่งความสุข “ผมดีใจมากเลยรู้ไหม ขอบคุณสำหรับของขวัญล้ำค่าที่คุณมอบให้ผม” “หุบยิ้มบ้างก็ได้นะคะ ฉันรู้แล้วค่ะว่าคุณมีความสุขมากแค่ไหน” “เราไปบอกข่าวดีนี้กับทุกคนกันเถอะ” ธนวรรธน์และณชญาดาประกาศข่าวดีนี้ให้คนอื่นรู้ ทุกคนต่างก็โห่ร้องแสดงความยินดีกับเขา แม้แต่ญาณิศาเองก็ตื่นเต้นไม่น้อยที่รู้ว่าตนเองกำลังจะมีน้อง “น้องอยู่ในนี้เหรอคะแม่ดา” ญาณิศาวางมือบนหน้าท้องแบนราบของมารดา “ใช่แล้วลูก” “เข้าไปอยู่ได้ยังไง” เด็กน้อยเอ่ยถามด้วยความสงสัย คำถามของญาณิศาทำให้ผู้ใหญ่หลายคนอึ้งไป เพราะไม่รู้จะตอบคำถามนั้นยังไง และพร้อมใจกันยกหน้าที่นี้ให้ณชญาดาเป็นผู้ตอบ “พอหนูโตขึ้นหนูก็จะรู้คำตอบนี้เองค่ะ” “หนูก็เคยอยู่ในท้องของแม่ดามาก่อนใช่ไหมคะ” “ใช่ค่ะ ถึงแม้หนูจะตัวเล็กตอนอยู่ในท้องแม่ แต่หนูดิ้นเก่งมากเลย” “ญาณิศาขาแดนซ์ตัวจริงเสียงจริงอยู่ตรงนี้นี่เอง อาเพิ่งรู้นะว่าญาณินแดนซ์เก่งตั้งแต่ยัง
“น่าสงสารคุณวันนะคะ ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นตายร้ายดียังไง” “สงสารวันทั้งที่วันส่งคนมาจับตัวลูกของเราไปน่ะเหรอ คนแบบนี้ไม่น่าสงสารหรอกญาดา” “ฉันรู้ค่ะพีทว่าสิ่งที่เธอทำลงไปมันผิด แต่ฉันก็ไม่อยากที่จะไปซ้ำเติมอะไรเธอมากไปกว่านี้” “ใจดีมากเกินไปหรือเปล่าครับคุณญาดา” “ฉันแค่สงสารเธอเท่านั้นเองค่ะคุณพอล แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เอาเรื่องนะคะ ฉันเชื่อค่ะว่ากฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ ใครทำอะไรไว้ก็ต้องได้รับสิ่งนั้นเป็นการตอบแทน” “เราออกเดินทางกันดีกว่า ขืนชักช้าก็อาจจะตกไฟร์ทได้” “เดี๋ยวผมจะขับรถไปส่งพวกพี่ที่สนามบินเองครับ” “เด็ก ๆ ออกเดินทางกันได้แล้วลูก” ในขณะที่ทุกคนเดินไปขึ้นรถ ช้อยก็ถึงกับเข่าอ่อนเมื่อแอบได้ยินเรื่องราว เกี่ยวกับชะตากรรมเจ้านายของตัวเอง ดีนะที่ไม่พลอยติดร่างแหไปด้วย ไม่งั้นคงได้ไปกินข้าวแดงในคุกแน่ นาทีนั้นช้อยก็ตัดสินใจที่จะแปรพักตร์มาอยู่กับนายหญิงคนใหม่ของไร่ธนวรรธน์ ทั้งนี้เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง ถ้าขืนยังกระด้างกระเดื่องมีหวังได้โดนไล่ออกเป็นแน่ ใครจะว่ายังไงก
ร่างกายของณชญาดาร้อนผ่าวไปกับการกระทำของเขา ลมหายใจหอบกระชั้นที่เป่ารดลงมาของอีกฝ่าย สร้างความวาบหวามให้เธอได้เช่นกัน ร่างสูงเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่กำลังคลอเคลียใกล้ชิดจนแทบเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้หญิงสาวคิดอะไรไม่ออก รู้แต่เพียงว่าอยากให้เขาพาเธอไปให้สุดทาง ไม่ว่าเขาจะพาเธอไปลงนรกหรือขึ้นสวรรค์ที่ไหน เธอก็พร้อมที่จะไปกับเขา ใช่แต่เธอเท่านั้นที่รู้สึก ร่างกายเขาเองก็แทบจะลุกโลดไปด้วยไฟรักที่ร้อนแรงเช่นกัน หญิงสาวยอมทำทุกอย่างตามเสียงกระซิบสั่งของธนวรรธน์ดุจต้องมนตร์ ไม่ว่าเขาสั่งให้ทำอะไรเธอก็ทำตามโดยไม่ขัดขืน อีกทั้งยังตอบสนองจุมพิตและโอบรัดร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามตามที่เขาร้องขอ แถมยังเผลอเบียดตัวเข้าหาเขาแทนการวิงวอนร้องขอให้เขาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหาย ซึ่งธนวรรธน์ก็ทำตามคำวิงวอนนั้นโดยไม่รั้งรอ ความเชี่ยวชาญและช่ำชองของเขานั้น ไม่ทำให้หญิงสาวต้องเจ็บปวดอย่างที่เคยนึกหวั่น เพราะห่างหายจากเรื่องเหล่านี้มานานเท่ากับอายุของลูก แต่มันหาเป็นเช่นนั้น เธอรู้สึกแต่เพียงความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นในส่วนหนึ่งของร่างกายเท่านั้น เขาสัมผัสได้ถึงแรงปรารถนาที่ถูกซุ
หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการสำคัญบนเวที เจ้าบ่าวได้ทำเซอร์ไพรสเจ้าสาว ด้วยการออกมาโชว์สเต็ปการเต้นพร้อมกับน้องชายของเขา และที่จะขาดไม่ได้เลยคือสองแสบวัยซนประจำไร่ ไม่รู้ไปแอบซุ่มซ้อมเต้นกันมาตั้งแต่เมื่อไร เสียงกรี๊ดกร๊าดพร้อมเสียงปรบมือตามจังหวะดังขึ้นตลอดเวลา แขกที่มาร่วมงานดูจะชื่นชอบและสนุกสนานไปกับเซอร์ไพรสในครั้งนี้ การแสดงของพวกเขาได้สร้างความสุขและเสียงหัวเราะให้กับทุกคนที่มาร่วมงาน โดยเฉพาะณชญาดา ไม่เคยคิดเลยว่าคนอย่างธนวรรธน์จะลุกขึ้นมาทำอะไรที่เซอร์ไพรสเธอแบบนี้ เพราะมันไม่ใช่วิสัยของเขาแต่เขาก็ทำเพื่อเธอ หญิงสาวยิ้มออกมาอย่างมีความสุข และรู้สึกซาบซึ้งกับสิ่งที่เขาทำ เรียกได้ว่างานฉลองมงคลสมรสของธนวรรธน์และณชญาดา ได้ถูกจัดขึ้นในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง และคงจะเป็นที่กล่าวขานกันไปอีกพักใหญ่เกี่ยวกับบิ๊กเซอร์ไพรส์ของเจ้าบ่าว เมื่อถึงฤกษ์ส่งตัวเข้าหอคุณจันทราซึ่งเป็นผู้อาวุโสที่สุด ได้เป็นตัวแทนของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมาให้โอวาทแก่คู่บ่าวสาว “ป้าขออวยพรให้พวกคุณทั้งสองดูแลซึ่งกันและกัน แล้วก็รักกันให้มาก ๆ ครองรักกันอย่า
“จริงเหรอครับคุณวุธ” “จริงครับ แต่มันก็มีความสุขไปอีกแบบหนึ่ง คนเป็นแม่เหนื่อยกว่าเราเยอะ” “ไม่เป็นไรผมยอมเหนื่อยเพื่อลูก” “แล้วจะคอยดู อย่ามาบ่นให้ได้ยินนะ จะปล่อยให้เลี้ยงลูกคนเดียวให้เข็ดเลย” “อย่ามาขู่ผมเสียให้ยากเลย ผมไม่กลัวคำขู่ของคุณหรอกญาดา” “กลัวหน่อยไม่ได้เหรอคะ เราก็มีญาณินอยู่แล้วทั้งคน แค่นี้ก็พอแล้วเนอะ” ธนวรรธน์ยิ้มเมื่อได้ยินคำพูดออดอ้อนพร้อมกับยืนยันหนักแน่น “ไม่” ณชญาดาทำหน้าหนักใจกับเผด็จการทางความคิดของเขา แต่การมีลูกก็ไม่ได้แย่ ถึงจะทำให้เหนื่อยแต่ก็มีความสุข เมื่อได้เฝ้ามองพัฒนาการในทุกย่างก้าวของพวกเขา ความคิดของหญิงสาวต้องหยุดชะงักลงเมื่อได้ยินคำพูดของจิรนันท์ “ตอนแรกที่ญาดาปฏิเสธที่จะรับงานนี้ พี่นึกว่าเป็นเพราะไม่อยากทิ้งญาณินไปทำงานที่ต่างจังหวัดตามลำพัง ที่แท้คุณพีทกับญาดาเคยมีอดีตร่วมกันมาก่อน แต่ต้องเลิกลากันไปก่อนจะย้อนกลับมาคบกันใหม่อีกครั้ง แบบนี้เขาเรียกว่าลมพัดหวนใช่ไหมคะ นี่ล่ะนะที่โบราณว่าคู่กันแล้วก็ไม่แคล้วกัน” “แต่กว่าที่พวกเข
ณชญาดาเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับน้ำที่จะใช้เช็ดตัวให้ญาณิศา ธนวรรธน์ดึงตัวฑีฆายุให้นั่งบนตักเขา หญิงสาวเช็ดตัวให้ลูกด้วยความทนุถนอม เพียงไม่นานญาณิศาก็เริ่มรู้สึกตัว “น้องฟื้นแล้วครับน้าดา” “เป็นยังไงบ้างลูก เจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ” ญาณิศาส่ายหน้าก่อนจะลุกขึ้นกอดมารดา “คนใจร้ายจับตัวหนูไป” ณชญาดาลูบหลังและไหล่ของลูกพร้อมกับพูดปลอบโยน “ขวัญเอ๋ยขวัญมา ไม่เป็นไรแล้วนะลูก พ่อพีทกับอาพอลไปช่วยหนูกลับมาได้อย่างปลอดภัย” “เป็นอะไรหรือเปล่าญาณิน” ฑีฆายุเอ่ยถามด้วยความห่วงใย “ไม่เป็นไรค่ะ แล้วพี่ซันละคะเป็นอะไรไหม” “พี่ไม่เป็นไร กลับบ้านไปคราวนี้พี่จะไปฝึกเทควันโดให้มาก ๆ คราวหน้าจะได้ช่วยญาณินจากคนร้ายพวกนั้นได้” สองพี่น้องกอดกันและกันไว้อย่างอบอุ่น สายใยแห่งความผูกพันของเด็กน้อยทั้งสอง เรียกรอยยิ้มจากผู้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี ทันใดนั้นโทรศัพท์ของธนวรรธน์ก็ดังขึ้น เขากดรับคุยอยู่สักพักก็วางสายก่อนจะหันมาบอกทุกคน “ตำรวจจับตัวคนร้ายได้สองคน กำลังนำตั







