LOGIN“พวกเราเคยสงสัยว่าไอ้ใหญ่จะเป็นคนขโมยชาของเราไป และคงไม่ได้ทำแค่ครั้งเดียว แต่ตอนนั้นเราไม่มีหลักฐานที่จะเอาผิดมันได้ ก็เลยต้องปล่อยมันไป” สนกล่าวเสริม
“หลังจากเหตุการณ์นั้น ผมสั่งให้ติดกล้องวงจรปิดเพิ่มโดยที่มันไม่รู้ เมื่อมันลงมืออีกครั้งเราก็เลยมีหลักฐานที่บ่งชี้ว่ามันเป็นหัวขโมย ที่ขโมยชาของเราไปเป็นจำนวนมาก ผมก็เลยไล่มันออกไป แต่ที่ไม่ได้แจ้งความดำเนินคดีเพราะมันเอาของที่ขโมยไปมาคืน อาจเป็นไปได้ว่ามันแค้นที่โดนไล่ออกก็เลยย้อนกลับมาแก้แค้น ด้วยการเผาโกดังเก็บสินค้าของเรา นอกจากมันแล้วเราก็ไม่มีศัตรูที่ไหน” ธนวรรธน์ให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับตำรวรที่มาสืบสวนสอบสวน
“พวกคุณมีภาพจากกล้องวงจรปิดไว้ในบริเวณนั้นหรือเปล่าครับ”
“มีครับ แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้นเราไม่พบพิรุธอะไร” ธนกฤตตอบเพราะเขาเป็นคนตรวจสอบเรื่องนี้ร่วมกับลุงสนซึ่งเป็นผู้จัดการไร่
“ถ้าเป็นฝีมือของไอ้ใหญ่จริงตามคาด ก็คงไม่แปลกที่กล้องจะจับภาพของมันไม่ได้ เพราะมันทำงานกับเรามานาน เข้านอกออกในได้ทุกจุดในฐานะหัวหน้าคนงาน และรู้ดีว่าเราติดกล้องวงจรปิดไว้ที่จุดใดบ้าง ยกเว้นจุดที่เราติดเพิ่มในตอนหลัง ฉะนั้นมันต้องหลบหลีกกล้องของเราได้อยู่แล้ว” ธนวรรธน์พูดตามความคิดของตนเอง
“ผมคงต้องขอข้อมูลจากกล้องวงจรปิดของคุณธนวรรธน์ไปตรวจสอบด้วย”
“ไม่มีปัญหาครับ เดี๋ยวผมจะสั่งให้ลุงสนจัดการเรื่องนี้ให้” จากนั้นก็หันไปสั่งนายสน
“ฝากดูแลเรื่องนี้ด้วยนะครับลุงสน”
“ได้ครับคุณพีท”
วันวรุณโล่งใจที่ธนวรรธน์ไม่มีหลักฐานที่จะมัดตัวคนทำได้ ถ้าเขามีหลักฐานเห็นทีว่าไอ้ใหญ่คงไม่รอดแน่ ดีไม่ดีเธออาจต้องเดือดร้อนไปด้วย ถ้าไอ้ใหญ่ให้การซัดทอดมาถึงตัวเธอ
ตำรวจสอบถามข้อมูลสองพี่น้องอีกพักใหญ่และบอกว่าขอเวลาตรวจสอบก่อน ถ้ามีความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้จะแจ้งให้ทราบ จากนั้นก็เอ่ยปากขอตัวกลับ
เมื่อตำรวจกลับไปแล้วธนวรรธน์ได้สั่งให้ทุกคนออกไปจากห้อง
“ทุกคนออกไปให้หมด ฉันมีเรื่องที่จะต้องคุยกับวันวรุณตามลำพัง”
ธนกฤตและสนก้าวเดินออกจากที่นั่นทันทีโดยไม่ต้องให้เอ่ยซ้ำ
“พีทมีอะไรจะคุยกับวันเหรอคะ” วันวรุณเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจเมื่ออยู่ด้วยกันตามลำพัง
“เรื่องถอนหมั้น” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ถอนหมั้น!” วันวรุณทวนคำด้วยความตกใจ ก่อนความขุ่นเคืองจะมาในเวลาต่อมา
“วันทำผิดอะไรพีทถึงจะขอถอนหมั้น เพราะนางนั่นกับลูกของมันใช่ไหม พวกมันใช้มารยาอะไรถึงทำให้พีทหลงมันจนโงหัวไม่ขึ้น ทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้องแบบนี้”
“อย่าพาดพิงถึงคนอื่น” เขากัดฟันพูดพร้อมกับพยายามระงับอารมณ์ แววตาของเขาเอาเรื่อง
“ทำไมจะทำไม่ได้ อย่าคิดนะว่าวันไม่รู้ว่าพีทกับมันเคยทำอะไรร่วมกันไว้ วันรู้ทุกเรื่องและวันจะไม่ยอมถอนหมั้นเพื่อให้พีทไปเสวยสุขร่วมกับมันเด็ดขาด อย่าหวังเลย ไม่มีวันนั้นแน่”
ตอนหมั้นก็มีพิธีใหญ่โตสร้างเสียงฮือฮาไปทั่ว ถ้าถอนหมั้นกันจริง ๆ คงต้องโดนเม้าหนักแน่ และคนอย่างวันวรุณจะไม่มีวันยอมให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นเด็ดขาด ที่สำคัญเธอหวังที่จะแต่งงานกับธนวรรธน์เพื่อยกระดับฐานะของตัวเอง
ที่ตอนนี้กำลังง่อนแง่นเต็มที เงินมรดกจากบิดาที่เคยเหลือกินเหลือใช้ก็เริ่มร่อยหรอลงทุกที เหลืออยู่ก็แต่ไร่ที่บิดาทิ้งไว้ให้กับคอนโดหรูที่พักอยู่ตอนนี้เท่านั้น
ฉะนั้นอย่าหวังเลยว่าเธอจะยอมปล่อยมือจากฟางเส้นสุดท้ายด้วยการถอนหมั้น เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว
“จะทนหมั้นกันไปเพื่ออะไรในเมื่อเราไม่ได้รักกัน”
“ในเมื่อเราไม่เคยรักกันก็คงไม่แปลกที่จะอยู่กันไปแบบนี้ เพราะที่ผ่านมาก็เป็นเช่นนั้น แล้วพีทก็ไม่เคยมีปัญหาอะไรกับข้อผูกมัดของเรา จนกระทั่งพวกมันก้าวเข้ามาที่นี่ พีทถึงมีความคิดที่จะถอนหมั้นวัน ในเมื่อวันไม่มีความสุขก็อย่าหวังว่าพีทจะมีความสุขร่วมกับคนอื่นได้ ไม่มีวันนั้นแน่ วันจะไม่ยอมให้พีทถอนหมั้นเด็ดขาด เลิกหวังที่จะไปเสวยสุขกับนางนั่นได้เลย”
ธนวรรธน์มองหญิงสาวตรงหน้านิ่งนานก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงดุดัน
“จะบอกอะไรให้นะ ผมมีเหตุผลที่จะถอนหมั้นคุณได้ทุกเมื่อ โดยที่คุณเองก็ปฏิเสธไม่ได้ จะต้องให้บอกไหมว่าเรื่องอะไร อย่าบังคับให้ผมพูดในสิ่งที่ตัวคุณเองก็รู้ดีอยู่แก่ใจ”
วันวรุณถึงกับชะงักงันไปชั่วขณะ ตามประสาคนที่เคยมีชนักติดหลัง ก่อนจะเชิดหน้าเหมือนไม่แคร์ เพราะถึงเขาจะรู้เรื่องอะไรมาก็คงไม่มีหลักฐานมายืนยันอยู่ดี วันวรุณเลือกที่จะใช้เงื่อนไข ที่ทำให้เขายอมหมั้นหมายกับเธอมาต่อรอง เพื่อชิงความได้เปรียบ
“ถ้าพีทถอนหมั้นวัน พีทก็จะไม่มีสิทธิ์ในไร่ของวัน ไร่ที่พีทอยากได้มาทำรีสอร์ต และวันก็จะไม่ขายไร่นั้นให้พีท อยากได้ที่ของวันนักไม่ใช่เหรอ วันจะโอนกรรมสิทธิ์ไร่นั้นให้พีททันทีที่เราสองคนแต่งงานกัน”
ธนวรรธน์โอบกอดเธอไว้ด้วยความดีใจ นัยน์ตาของเขาเปล่งประกายแห่งความสุข “ผมดีใจมากเลยรู้ไหม ขอบคุณสำหรับของขวัญล้ำค่าที่คุณมอบให้ผม” “หุบยิ้มบ้างก็ได้นะคะ ฉันรู้แล้วค่ะว่าคุณมีความสุขมากแค่ไหน” “เราไปบอกข่าวดีนี้กับทุกคนกันเถอะ” ธนวรรธน์และณชญาดาประกาศข่าวดีนี้ให้คนอื่นรู้ ทุกคนต่างก็โห่ร้องแสดงความยินดีกับเขา แม้แต่ญาณิศาเองก็ตื่นเต้นไม่น้อยที่รู้ว่าตนเองกำลังจะมีน้อง “น้องอยู่ในนี้เหรอคะแม่ดา” ญาณิศาวางมือบนหน้าท้องแบนราบของมารดา “ใช่แล้วลูก” “เข้าไปอยู่ได้ยังไง” เด็กน้อยเอ่ยถามด้วยความสงสัย คำถามของญาณิศาทำให้ผู้ใหญ่หลายคนอึ้งไป เพราะไม่รู้จะตอบคำถามนั้นยังไง และพร้อมใจกันยกหน้าที่นี้ให้ณชญาดาเป็นผู้ตอบ “พอหนูโตขึ้นหนูก็จะรู้คำตอบนี้เองค่ะ” “หนูก็เคยอยู่ในท้องของแม่ดามาก่อนใช่ไหมคะ” “ใช่ค่ะ ถึงแม้หนูจะตัวเล็กตอนอยู่ในท้องแม่ แต่หนูดิ้นเก่งมากเลย” “ญาณิศาขาแดนซ์ตัวจริงเสียงจริงอยู่ตรงนี้นี่เอง อาเพิ่งรู้นะว่าญาณินแดนซ์เก่งตั้งแต่ยัง
“น่าสงสารคุณวันนะคะ ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นตายร้ายดียังไง” “สงสารวันทั้งที่วันส่งคนมาจับตัวลูกของเราไปน่ะเหรอ คนแบบนี้ไม่น่าสงสารหรอกญาดา” “ฉันรู้ค่ะพีทว่าสิ่งที่เธอทำลงไปมันผิด แต่ฉันก็ไม่อยากที่จะไปซ้ำเติมอะไรเธอมากไปกว่านี้” “ใจดีมากเกินไปหรือเปล่าครับคุณญาดา” “ฉันแค่สงสารเธอเท่านั้นเองค่ะคุณพอล แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เอาเรื่องนะคะ ฉันเชื่อค่ะว่ากฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ ใครทำอะไรไว้ก็ต้องได้รับสิ่งนั้นเป็นการตอบแทน” “เราออกเดินทางกันดีกว่า ขืนชักช้าก็อาจจะตกไฟร์ทได้” “เดี๋ยวผมจะขับรถไปส่งพวกพี่ที่สนามบินเองครับ” “เด็ก ๆ ออกเดินทางกันได้แล้วลูก” ในขณะที่ทุกคนเดินไปขึ้นรถ ช้อยก็ถึงกับเข่าอ่อนเมื่อแอบได้ยินเรื่องราว เกี่ยวกับชะตากรรมเจ้านายของตัวเอง ดีนะที่ไม่พลอยติดร่างแหไปด้วย ไม่งั้นคงได้ไปกินข้าวแดงในคุกแน่ นาทีนั้นช้อยก็ตัดสินใจที่จะแปรพักตร์มาอยู่กับนายหญิงคนใหม่ของไร่ธนวรรธน์ ทั้งนี้เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง ถ้าขืนยังกระด้างกระเดื่องมีหวังได้โดนไล่ออกเป็นแน่ ใครจะว่ายังไงก
ร่างกายของณชญาดาร้อนผ่าวไปกับการกระทำของเขา ลมหายใจหอบกระชั้นที่เป่ารดลงมาของอีกฝ่าย สร้างความวาบหวามให้เธอได้เช่นกัน ร่างสูงเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่กำลังคลอเคลียใกล้ชิดจนแทบเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้หญิงสาวคิดอะไรไม่ออก รู้แต่เพียงว่าอยากให้เขาพาเธอไปให้สุดทาง ไม่ว่าเขาจะพาเธอไปลงนรกหรือขึ้นสวรรค์ที่ไหน เธอก็พร้อมที่จะไปกับเขา ใช่แต่เธอเท่านั้นที่รู้สึก ร่างกายเขาเองก็แทบจะลุกโลดไปด้วยไฟรักที่ร้อนแรงเช่นกัน หญิงสาวยอมทำทุกอย่างตามเสียงกระซิบสั่งของธนวรรธน์ดุจต้องมนตร์ ไม่ว่าเขาสั่งให้ทำอะไรเธอก็ทำตามโดยไม่ขัดขืน อีกทั้งยังตอบสนองจุมพิตและโอบรัดร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามตามที่เขาร้องขอ แถมยังเผลอเบียดตัวเข้าหาเขาแทนการวิงวอนร้องขอให้เขาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหาย ซึ่งธนวรรธน์ก็ทำตามคำวิงวอนนั้นโดยไม่รั้งรอ ความเชี่ยวชาญและช่ำชองของเขานั้น ไม่ทำให้หญิงสาวต้องเจ็บปวดอย่างที่เคยนึกหวั่น เพราะห่างหายจากเรื่องเหล่านี้มานานเท่ากับอายุของลูก แต่มันหาเป็นเช่นนั้น เธอรู้สึกแต่เพียงความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นในส่วนหนึ่งของร่างกายเท่านั้น เขาสัมผัสได้ถึงแรงปรารถนาที่ถูกซุ
หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการสำคัญบนเวที เจ้าบ่าวได้ทำเซอร์ไพรสเจ้าสาว ด้วยการออกมาโชว์สเต็ปการเต้นพร้อมกับน้องชายของเขา และที่จะขาดไม่ได้เลยคือสองแสบวัยซนประจำไร่ ไม่รู้ไปแอบซุ่มซ้อมเต้นกันมาตั้งแต่เมื่อไร เสียงกรี๊ดกร๊าดพร้อมเสียงปรบมือตามจังหวะดังขึ้นตลอดเวลา แขกที่มาร่วมงานดูจะชื่นชอบและสนุกสนานไปกับเซอร์ไพรสในครั้งนี้ การแสดงของพวกเขาได้สร้างความสุขและเสียงหัวเราะให้กับทุกคนที่มาร่วมงาน โดยเฉพาะณชญาดา ไม่เคยคิดเลยว่าคนอย่างธนวรรธน์จะลุกขึ้นมาทำอะไรที่เซอร์ไพรสเธอแบบนี้ เพราะมันไม่ใช่วิสัยของเขาแต่เขาก็ทำเพื่อเธอ หญิงสาวยิ้มออกมาอย่างมีความสุข และรู้สึกซาบซึ้งกับสิ่งที่เขาทำ เรียกได้ว่างานฉลองมงคลสมรสของธนวรรธน์และณชญาดา ได้ถูกจัดขึ้นในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง และคงจะเป็นที่กล่าวขานกันไปอีกพักใหญ่เกี่ยวกับบิ๊กเซอร์ไพรส์ของเจ้าบ่าว เมื่อถึงฤกษ์ส่งตัวเข้าหอคุณจันทราซึ่งเป็นผู้อาวุโสที่สุด ได้เป็นตัวแทนของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมาให้โอวาทแก่คู่บ่าวสาว “ป้าขออวยพรให้พวกคุณทั้งสองดูแลซึ่งกันและกัน แล้วก็รักกันให้มาก ๆ ครองรักกันอย่า
“จริงเหรอครับคุณวุธ” “จริงครับ แต่มันก็มีความสุขไปอีกแบบหนึ่ง คนเป็นแม่เหนื่อยกว่าเราเยอะ” “ไม่เป็นไรผมยอมเหนื่อยเพื่อลูก” “แล้วจะคอยดู อย่ามาบ่นให้ได้ยินนะ จะปล่อยให้เลี้ยงลูกคนเดียวให้เข็ดเลย” “อย่ามาขู่ผมเสียให้ยากเลย ผมไม่กลัวคำขู่ของคุณหรอกญาดา” “กลัวหน่อยไม่ได้เหรอคะ เราก็มีญาณินอยู่แล้วทั้งคน แค่นี้ก็พอแล้วเนอะ” ธนวรรธน์ยิ้มเมื่อได้ยินคำพูดออดอ้อนพร้อมกับยืนยันหนักแน่น “ไม่” ณชญาดาทำหน้าหนักใจกับเผด็จการทางความคิดของเขา แต่การมีลูกก็ไม่ได้แย่ ถึงจะทำให้เหนื่อยแต่ก็มีความสุข เมื่อได้เฝ้ามองพัฒนาการในทุกย่างก้าวของพวกเขา ความคิดของหญิงสาวต้องหยุดชะงักลงเมื่อได้ยินคำพูดของจิรนันท์ “ตอนแรกที่ญาดาปฏิเสธที่จะรับงานนี้ พี่นึกว่าเป็นเพราะไม่อยากทิ้งญาณินไปทำงานที่ต่างจังหวัดตามลำพัง ที่แท้คุณพีทกับญาดาเคยมีอดีตร่วมกันมาก่อน แต่ต้องเลิกลากันไปก่อนจะย้อนกลับมาคบกันใหม่อีกครั้ง แบบนี้เขาเรียกว่าลมพัดหวนใช่ไหมคะ นี่ล่ะนะที่โบราณว่าคู่กันแล้วก็ไม่แคล้วกัน” “แต่กว่าที่พวกเข
ณชญาดาเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับน้ำที่จะใช้เช็ดตัวให้ญาณิศา ธนวรรธน์ดึงตัวฑีฆายุให้นั่งบนตักเขา หญิงสาวเช็ดตัวให้ลูกด้วยความทนุถนอม เพียงไม่นานญาณิศาก็เริ่มรู้สึกตัว “น้องฟื้นแล้วครับน้าดา” “เป็นยังไงบ้างลูก เจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ” ญาณิศาส่ายหน้าก่อนจะลุกขึ้นกอดมารดา “คนใจร้ายจับตัวหนูไป” ณชญาดาลูบหลังและไหล่ของลูกพร้อมกับพูดปลอบโยน “ขวัญเอ๋ยขวัญมา ไม่เป็นไรแล้วนะลูก พ่อพีทกับอาพอลไปช่วยหนูกลับมาได้อย่างปลอดภัย” “เป็นอะไรหรือเปล่าญาณิน” ฑีฆายุเอ่ยถามด้วยความห่วงใย “ไม่เป็นไรค่ะ แล้วพี่ซันละคะเป็นอะไรไหม” “พี่ไม่เป็นไร กลับบ้านไปคราวนี้พี่จะไปฝึกเทควันโดให้มาก ๆ คราวหน้าจะได้ช่วยญาณินจากคนร้ายพวกนั้นได้” สองพี่น้องกอดกันและกันไว้อย่างอบอุ่น สายใยแห่งความผูกพันของเด็กน้อยทั้งสอง เรียกรอยยิ้มจากผู้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี ทันใดนั้นโทรศัพท์ของธนวรรธน์ก็ดังขึ้น เขากดรับคุยอยู่สักพักก็วางสายก่อนจะหันมาบอกทุกคน “ตำรวจจับตัวคนร้ายได้สองคน กำลังนำตั






![บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
