LOGINธนวรรธน์ยิ้มเยาะที่มุมปาก
“คิดจริง ๆ เหรอว่าถ้าผมไม่แต่งงานกับคุณ ผมจะไม่มีวันได้ไร่นั้นมาครอบครอง จะบอกอะไรให้นะ อะไรก็ตามที่ผมต้องการผมต้องได้ และมันเป็นเช่นนั้นเสมอ”
“วันยังยืนยันคำเดิม คุณจะไม่มีสิทธิ์ในไร่นั้นจนกว่าเราจะแต่งงานกัน และวันก็จะไม่ถอนหมั้นกับคุณเด็ดขาด อย่าเสียเวลามาพูดเรื่องไร้สาระเหล่านี้กับวัน เพราะมันเป็นไปไม่ได้ แล้วถ้าคุณยังดึงดันที่จะทำล่ะก็ วันไม่รับรองนะว่าจะเกิดอะไรขึ้น อย่าบีบบังคับให้วันจนตรอกต้องทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ”
ธนวรรธน์ตรงเข้าไปกระชากร่างของวันวรุณเข้าหาตัว และบีบแขนเธอไว้แน่นจนอีกฝ่ายนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด โทษฐานที่เธอริอาจนำเรื่องของณชญาดามาขู่บังคับเขา นึกหรือว่าจะบังคับเขาได้ นัยน์ตาของเขาเปล่งประกายวาวโรจน์ก่อนที่จะย้ำชัดหนักแน่นด้วยน้ำเสียงดุดัน
“อย่าแตะต้องพวกเขาเด็ดขาด ถ้าญาดากับญาณินเป็นอะไรไปล่ะก็ผมไม่ปล่อยคุณไว้แน่”
จากคำพูดของธนวรรธน์ทำให้วันวรุณรู้ว่า สองแม่ลูกนั่นมีความสำคัญกับเขาไม่น้อย เธอจ้องมองเขาด้วยแววตาผิดหวังที่เขาปกป้องผู้หญิงอื่นจนถึงขั้นพูดข่มขู่เธอ แต่อย่าคิดนะว่าคำพูดเหล่านั้นจะทำให้เธอล่าถอย เธอจะไม่มีวันยอมเสียเขาให้คนอื่นเด็ดขาด ไม่ว่าใครหน้าไหนก็แย่งเขาไปไม่ได้ วันวรุณรีบสลัดจนหลุดจากการเกาะกุม และก็เลือกที่จะโจมตีไปที่จุดอ่อนของเขา
“ถ้าพีทอยากให้มันกับลูกของมันปลอดภัย พีทก็ต้องเลิกคิดเรื่องถอนหมั้นวัน ทำได้ไหมล่ะ”
ธนวรรธน์ขบกรามแน่น มือของเขากำเข้าหากันเมื่อกำลังถูกท้าทาย แต่เมื่อมีความปลอดภัยของณชญาดาและญาณิศาเป็นเดิมพัน ฉะนั้นเขาจะทำอะไรวู่วามตามอารมณ์ไม่ได้เด็ดขาด เพราะนั่นยิ่งเป็นการยั่วยุให้วันวรุณลงมือกระทำการบางอย่างกับคนที่เขารัก
แม้จะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายคิดวางแผนอะไร แต่เขาจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นเด็ดขาด
“โกรธเหรอ! วันต่างหากที่ควรเป็นฝ่ายโกรธ พีทหลงมันหัวปักหัวปำถึงขั้นเอ่ยปากขอถอนหมั้นวัน ถ้าไม่มีมันสักคนเรื่องแบบนี้ก็จะไม่เกิดขึ้น แล้วเราก็ไม่ต้องมาทะเลาะกัน”
“เรื่องนี้มันเป็นเรื่องของเราสองคน อย่าดึงคนอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง พวกเขาไม่รู้เรื่องอะไรด้วย”
นัยน์ตาของวันวรุณลุกวาบกราดเกรี้ยวบ่งบอกถึงความโกรธ ที่ได้ยินธนวรรธน์พูดปกป้องณชญาดาและลูกของมันซ้ำแล้วซ้ำเล่า รอยยิ้มอำมหิตปรากฏขึ้นบนใบหน้าเธอ
“รักมันมากใช่ไหม ถ้ารักมันและอยากให้พวกมันปลอดภัย พีทก็ต้องทำตามที่วันบอก แล้ววันจะเลิกยุ่งกับพวกมัน แต่ถ้าไม่ก็อย่าหาว่าวันไม่เตือน”
กล้าดียังไงที่มาสั่งเขา
“ออกไป” ธนวรรธน์ตะโกนใส่หน้าเธอด้วยความกราดเกรี้ยว
วันวรุณสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ ไม่ใช่หญิงสาวเท่านั้นที่ตกใจ แม้แต่จันทราซึ่งอยู่ไม่ไกลจากห้องนั้นได้ยินก็ตกใจเช่นกัน ถึงกับหันมาปรารภกับธนกฤตด้วยน้ำเสียงห่วงใย
“ไม่รู้คุณพีทกับคุณวันเถียงกันเรื่องอะไร คุณพอลจะไม่เข้าไปดูพวกเขาหน่อยเหรอคะ”
ใบหน้าของธนกฤตเรียบเฉย เพราะรู้ดีว่าพี่ชายจะพูดเรื่องอะไรกับวันวรุณ และเขาไม่ควรเข้าไปยุ่ง
“ปล่อยให้เขาสองคนตกลงกันเองดีกว่าครับ แม้จะห่วงใยมากแค่ไหน แต่เราก็ไม่ควรเข้าไปยุ่งเรื่องส่วนตัวของพี่พีทนะครับ”
ที่ชายหนุ่มพูดมามันก็ถูกแต่จันทราก็ยังอดเป็นห่วงไม่ได้อยู่ดี ความกังวลฉายชัดอยู่บนใบหน้าเธอ น้ำเสียงแบบนี้ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าพายุอารมณ์ลูกใหญ่กำลังจะตามมา
และพร้อมจะพัดทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้าให้ราบเป็นหน้ากลอง นอกจากจันทราจะห่วงเจ้านายหนุ่มที่เคยดูแลกันมาตั้งแต่เด็กแล้ว เธอก็ยังอดเป็นห่วงวันวรุณไม่ได้ เพราะรู้ดีว่าธนวรรธน์เป็นคนอารมณ์ร้อนและโมโหร้าย
ถ้าเกิดบันดาลโทสะและเผลอแสดงความรุนแรงอะไรออกไป คงไม่เป็นผลดีกับใครเลยโดยเฉพาะกับวันวรุณ แต่ก็อย่างที่ธนกฤตพูดแม้จะห่วงใย แต่ไม่ควรยื่นมือเข้าไปยุ่งเรื่องส่วนตัวของพวกเขา
“ยืนอยู่ทำไม ไม่ได้ยินที่พูดหรือไง ออกไป” ธนวรรธน์ตะโกนก้องอีกครั้งโดยที่ยังคงยืนประจันหน้ากัน
แต่เมื่ออีกฝ่ายยังคงยืนนิ่งเฉยเขาจึงตวาดกลับไปด้วยเสียงแข็งกร้าว
“ไปได้แล้ว”
สีหน้าจริงจังที่กำลังคุกรุ่นด้วยความโกรธ แววตาที่ลุกเป็นไฟ และน้ำเสียงที่ดุดัน ทำให้วันวรุณยอมล่าถอย เพราะถ้ายังขืนดึงดันเธอก็มีสิทธิ์เจ็บตัว
วันวรุณสะบัดหน้ายอมเดินจากไปแต่โดยดี แต่ยังไม่วายพูดทิ้งท้ายให้ธนวรรธน์คิด
“ถ้าไม่อยากให้วันยุ่งกับพวกมันล่ะก็ อย่าทำให้วันหมดความอดทน ถ้าวันหมดความอดทนขึ้นมาเมื่อไร พีทนั่นแหละที่จะต้องเสียใจ ไม่ใช่วัน จำเอาไว้”
วันวรุณกระแทกส้นเท้าเดินออกจากห้องด้วยใบหน้าบึ้งตึงไม่สบอารมณ์ ที่โดนคู่หมั้นของตนเองไล่อย่างไม่ไว้หน้า ทั้งที่เขาไม่เคยทำกิริยาเช่นนี้กับเธอมาก่อน
“ไปทำอะไรให้พี่พีทโกรธ ถึงได้โดนไล่ตะเพิดออกมาแบบนี้” ธนกฤตเอ่ยถามเมื่อเห็นวันวรุณเดินผ่านหน้าเขาไป
หญิงสาวหันกลับมาตอบโต้เขาด้วยความไม่สบอารมณ์ เธอกำลังต้องการหาที่ระบายอารมณ์ที่คุกรุ่นอยู่พอดี
“ไม่รู้สักเรื่องคงไม่ตายหรอกจริงไหม ขอเตือนนะว่าตอนนี้วันอารมณ์ไม่ดี ถ้าไม่อยากมีเรื่องล่ะก็ หุบปากไปเลย”
ธนกฤตส่งยิ้มยียวนกวนประสาทให้อีกฝ่ายก่อนจะเอื้อนเอ่ย
“เชิญครับคุณผู้หญิง จะไปอารมณ์เสียที่ไหนก็ไป ที่นี่ไม่มีใครเป็นที่รองรับอารมณ์เธอหรอก จะไปก็รีบไปสิยืนอยู่ทำไม”
วันวรุณตาลุกวาวก่อนจะตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเหวี่ยงวีน
“ฮึ! เหมือนกันทั้งพี่ทั้งน้อง ไม่ต้องมาไล่หรอก วันไปแน่” พูดจบก็สะบัดหน้าจากไปทันทีพร้อมความขุ่นมัวที่ทุกอย่างไม่ได้ดั่งใจ
ธนวรรธน์โอบกอดเธอไว้ด้วยความดีใจ นัยน์ตาของเขาเปล่งประกายแห่งความสุข “ผมดีใจมากเลยรู้ไหม ขอบคุณสำหรับของขวัญล้ำค่าที่คุณมอบให้ผม” “หุบยิ้มบ้างก็ได้นะคะ ฉันรู้แล้วค่ะว่าคุณมีความสุขมากแค่ไหน” “เราไปบอกข่าวดีนี้กับทุกคนกันเถอะ” ธนวรรธน์และณชญาดาประกาศข่าวดีนี้ให้คนอื่นรู้ ทุกคนต่างก็โห่ร้องแสดงความยินดีกับเขา แม้แต่ญาณิศาเองก็ตื่นเต้นไม่น้อยที่รู้ว่าตนเองกำลังจะมีน้อง “น้องอยู่ในนี้เหรอคะแม่ดา” ญาณิศาวางมือบนหน้าท้องแบนราบของมารดา “ใช่แล้วลูก” “เข้าไปอยู่ได้ยังไง” เด็กน้อยเอ่ยถามด้วยความสงสัย คำถามของญาณิศาทำให้ผู้ใหญ่หลายคนอึ้งไป เพราะไม่รู้จะตอบคำถามนั้นยังไง และพร้อมใจกันยกหน้าที่นี้ให้ณชญาดาเป็นผู้ตอบ “พอหนูโตขึ้นหนูก็จะรู้คำตอบนี้เองค่ะ” “หนูก็เคยอยู่ในท้องของแม่ดามาก่อนใช่ไหมคะ” “ใช่ค่ะ ถึงแม้หนูจะตัวเล็กตอนอยู่ในท้องแม่ แต่หนูดิ้นเก่งมากเลย” “ญาณิศาขาแดนซ์ตัวจริงเสียงจริงอยู่ตรงนี้นี่เอง อาเพิ่งรู้นะว่าญาณินแดนซ์เก่งตั้งแต่ยัง
“น่าสงสารคุณวันนะคะ ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นตายร้ายดียังไง” “สงสารวันทั้งที่วันส่งคนมาจับตัวลูกของเราไปน่ะเหรอ คนแบบนี้ไม่น่าสงสารหรอกญาดา” “ฉันรู้ค่ะพีทว่าสิ่งที่เธอทำลงไปมันผิด แต่ฉันก็ไม่อยากที่จะไปซ้ำเติมอะไรเธอมากไปกว่านี้” “ใจดีมากเกินไปหรือเปล่าครับคุณญาดา” “ฉันแค่สงสารเธอเท่านั้นเองค่ะคุณพอล แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เอาเรื่องนะคะ ฉันเชื่อค่ะว่ากฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ ใครทำอะไรไว้ก็ต้องได้รับสิ่งนั้นเป็นการตอบแทน” “เราออกเดินทางกันดีกว่า ขืนชักช้าก็อาจจะตกไฟร์ทได้” “เดี๋ยวผมจะขับรถไปส่งพวกพี่ที่สนามบินเองครับ” “เด็ก ๆ ออกเดินทางกันได้แล้วลูก” ในขณะที่ทุกคนเดินไปขึ้นรถ ช้อยก็ถึงกับเข่าอ่อนเมื่อแอบได้ยินเรื่องราว เกี่ยวกับชะตากรรมเจ้านายของตัวเอง ดีนะที่ไม่พลอยติดร่างแหไปด้วย ไม่งั้นคงได้ไปกินข้าวแดงในคุกแน่ นาทีนั้นช้อยก็ตัดสินใจที่จะแปรพักตร์มาอยู่กับนายหญิงคนใหม่ของไร่ธนวรรธน์ ทั้งนี้เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง ถ้าขืนยังกระด้างกระเดื่องมีหวังได้โดนไล่ออกเป็นแน่ ใครจะว่ายังไงก
ร่างกายของณชญาดาร้อนผ่าวไปกับการกระทำของเขา ลมหายใจหอบกระชั้นที่เป่ารดลงมาของอีกฝ่าย สร้างความวาบหวามให้เธอได้เช่นกัน ร่างสูงเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่กำลังคลอเคลียใกล้ชิดจนแทบเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้หญิงสาวคิดอะไรไม่ออก รู้แต่เพียงว่าอยากให้เขาพาเธอไปให้สุดทาง ไม่ว่าเขาจะพาเธอไปลงนรกหรือขึ้นสวรรค์ที่ไหน เธอก็พร้อมที่จะไปกับเขา ใช่แต่เธอเท่านั้นที่รู้สึก ร่างกายเขาเองก็แทบจะลุกโลดไปด้วยไฟรักที่ร้อนแรงเช่นกัน หญิงสาวยอมทำทุกอย่างตามเสียงกระซิบสั่งของธนวรรธน์ดุจต้องมนตร์ ไม่ว่าเขาสั่งให้ทำอะไรเธอก็ทำตามโดยไม่ขัดขืน อีกทั้งยังตอบสนองจุมพิตและโอบรัดร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามตามที่เขาร้องขอ แถมยังเผลอเบียดตัวเข้าหาเขาแทนการวิงวอนร้องขอให้เขาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหาย ซึ่งธนวรรธน์ก็ทำตามคำวิงวอนนั้นโดยไม่รั้งรอ ความเชี่ยวชาญและช่ำชองของเขานั้น ไม่ทำให้หญิงสาวต้องเจ็บปวดอย่างที่เคยนึกหวั่น เพราะห่างหายจากเรื่องเหล่านี้มานานเท่ากับอายุของลูก แต่มันหาเป็นเช่นนั้น เธอรู้สึกแต่เพียงความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นในส่วนหนึ่งของร่างกายเท่านั้น เขาสัมผัสได้ถึงแรงปรารถนาที่ถูกซุ
หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการสำคัญบนเวที เจ้าบ่าวได้ทำเซอร์ไพรสเจ้าสาว ด้วยการออกมาโชว์สเต็ปการเต้นพร้อมกับน้องชายของเขา และที่จะขาดไม่ได้เลยคือสองแสบวัยซนประจำไร่ ไม่รู้ไปแอบซุ่มซ้อมเต้นกันมาตั้งแต่เมื่อไร เสียงกรี๊ดกร๊าดพร้อมเสียงปรบมือตามจังหวะดังขึ้นตลอดเวลา แขกที่มาร่วมงานดูจะชื่นชอบและสนุกสนานไปกับเซอร์ไพรสในครั้งนี้ การแสดงของพวกเขาได้สร้างความสุขและเสียงหัวเราะให้กับทุกคนที่มาร่วมงาน โดยเฉพาะณชญาดา ไม่เคยคิดเลยว่าคนอย่างธนวรรธน์จะลุกขึ้นมาทำอะไรที่เซอร์ไพรสเธอแบบนี้ เพราะมันไม่ใช่วิสัยของเขาแต่เขาก็ทำเพื่อเธอ หญิงสาวยิ้มออกมาอย่างมีความสุข และรู้สึกซาบซึ้งกับสิ่งที่เขาทำ เรียกได้ว่างานฉลองมงคลสมรสของธนวรรธน์และณชญาดา ได้ถูกจัดขึ้นในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง และคงจะเป็นที่กล่าวขานกันไปอีกพักใหญ่เกี่ยวกับบิ๊กเซอร์ไพรส์ของเจ้าบ่าว เมื่อถึงฤกษ์ส่งตัวเข้าหอคุณจันทราซึ่งเป็นผู้อาวุโสที่สุด ได้เป็นตัวแทนของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมาให้โอวาทแก่คู่บ่าวสาว “ป้าขออวยพรให้พวกคุณทั้งสองดูแลซึ่งกันและกัน แล้วก็รักกันให้มาก ๆ ครองรักกันอย่า
“จริงเหรอครับคุณวุธ” “จริงครับ แต่มันก็มีความสุขไปอีกแบบหนึ่ง คนเป็นแม่เหนื่อยกว่าเราเยอะ” “ไม่เป็นไรผมยอมเหนื่อยเพื่อลูก” “แล้วจะคอยดู อย่ามาบ่นให้ได้ยินนะ จะปล่อยให้เลี้ยงลูกคนเดียวให้เข็ดเลย” “อย่ามาขู่ผมเสียให้ยากเลย ผมไม่กลัวคำขู่ของคุณหรอกญาดา” “กลัวหน่อยไม่ได้เหรอคะ เราก็มีญาณินอยู่แล้วทั้งคน แค่นี้ก็พอแล้วเนอะ” ธนวรรธน์ยิ้มเมื่อได้ยินคำพูดออดอ้อนพร้อมกับยืนยันหนักแน่น “ไม่” ณชญาดาทำหน้าหนักใจกับเผด็จการทางความคิดของเขา แต่การมีลูกก็ไม่ได้แย่ ถึงจะทำให้เหนื่อยแต่ก็มีความสุข เมื่อได้เฝ้ามองพัฒนาการในทุกย่างก้าวของพวกเขา ความคิดของหญิงสาวต้องหยุดชะงักลงเมื่อได้ยินคำพูดของจิรนันท์ “ตอนแรกที่ญาดาปฏิเสธที่จะรับงานนี้ พี่นึกว่าเป็นเพราะไม่อยากทิ้งญาณินไปทำงานที่ต่างจังหวัดตามลำพัง ที่แท้คุณพีทกับญาดาเคยมีอดีตร่วมกันมาก่อน แต่ต้องเลิกลากันไปก่อนจะย้อนกลับมาคบกันใหม่อีกครั้ง แบบนี้เขาเรียกว่าลมพัดหวนใช่ไหมคะ นี่ล่ะนะที่โบราณว่าคู่กันแล้วก็ไม่แคล้วกัน” “แต่กว่าที่พวกเข
ณชญาดาเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับน้ำที่จะใช้เช็ดตัวให้ญาณิศา ธนวรรธน์ดึงตัวฑีฆายุให้นั่งบนตักเขา หญิงสาวเช็ดตัวให้ลูกด้วยความทนุถนอม เพียงไม่นานญาณิศาก็เริ่มรู้สึกตัว “น้องฟื้นแล้วครับน้าดา” “เป็นยังไงบ้างลูก เจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ” ญาณิศาส่ายหน้าก่อนจะลุกขึ้นกอดมารดา “คนใจร้ายจับตัวหนูไป” ณชญาดาลูบหลังและไหล่ของลูกพร้อมกับพูดปลอบโยน “ขวัญเอ๋ยขวัญมา ไม่เป็นไรแล้วนะลูก พ่อพีทกับอาพอลไปช่วยหนูกลับมาได้อย่างปลอดภัย” “เป็นอะไรหรือเปล่าญาณิน” ฑีฆายุเอ่ยถามด้วยความห่วงใย “ไม่เป็นไรค่ะ แล้วพี่ซันละคะเป็นอะไรไหม” “พี่ไม่เป็นไร กลับบ้านไปคราวนี้พี่จะไปฝึกเทควันโดให้มาก ๆ คราวหน้าจะได้ช่วยญาณินจากคนร้ายพวกนั้นได้” สองพี่น้องกอดกันและกันไว้อย่างอบอุ่น สายใยแห่งความผูกพันของเด็กน้อยทั้งสอง เรียกรอยยิ้มจากผู้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี ทันใดนั้นโทรศัพท์ของธนวรรธน์ก็ดังขึ้น เขากดรับคุยอยู่สักพักก็วางสายก่อนจะหันมาบอกทุกคน “ตำรวจจับตัวคนร้ายได้สองคน กำลังนำตั







